Se connecterหลังจากที่เราเดินออกมาจากตรงนั้นจนตอนนี้มาถึงที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย วายุก็ดึงแขนออกจากฉันทันที
"เธอไปได้แล้ว" เขาพูดโดยไม่มองหน้าฉันแต่ควักเอากุญแจขึ้นมาปลดล็อกรถของตัวเองแทน "แต่ฉัน..." "อย่ามายุ่งกับฉันเลย" เขาพูดสวนกลับมาจนฉันสะอึก เขายกแขนข้างหนึ่งเท้ากับหลังคารถและฉันเห็นว่าเขากำมือแน่นมาก "ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเธอกับฉันรู้จักกันแบบไหน..." เขาพูดพลางก้มหน้าแล้วหลับตาลง "แต่ตอนนี้...ฉันไม่อยากรู้จักเธอ" "วะ วายุ" "..." "นายให้โอกาสฉันไม่ได้เหรอ นิดเดียวก็ได้" "ให้เธอกลับมาทำร้ายฉันเหรอไง" เสียงของเขาเข้มขึ้นตอนพูดประโยคนี้ เขากระชากประตูรถเปิดออกทันที "แค่ตอนนี้ที่ฉันเห็นหน้าเธอ แค่ยังไม่ทันรู้จัก...เธอก็ทำร้ายฉันแล้ว" ปึ้ง! วายุทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะรถแล้วปิดประตูรถทันที ฉันเบิกตาโตมองกิริยาของเขาที่ยกมือขึ้นนวดหัวตัวเองก่อนที่จะซบหน้าผากลงกับพวกมาลัยรถ ขะ เขา ปวดหัวอีกแล้วเหรอ! "วายุ..." ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาอยู่นอกรถ เขาไม่ได้ยินเสียงฉันหรอกเพราะเสียงของฉันตอนนี้มันเบามาก ฉันแทบพูดอะไรไม่ออกเลยเมื่อเห็นเขาเป็นแบบนั้น "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายนาย...ไม่เคยคิดเลย" ฉันพูดพลางมองวายุที่ดูท่าทางจะปวดหัวมาก แค่เห็นหน้าฉันเขาก็ปวดหัวขนาดนี้แล้วเหรอ... บรื้นนน~ "ฮึก" ฉันยืนมองรถของเขาที่ขับอออกไปในที่สุดโดยที่เขาไม่คิดจะหันกลับมาสนใจฉันสักนิดผ่านม่านน้ำตามือของฉันกำแน่นจนมันสั่น ฉันกลัวจัง...กลัวว่าฉันกับเขาจะเจอกันอีกไม่ได้ กลัวว่าฉันจะไม่ได้อธิบายกับเขา กลัวว่าเราจะกลับมาคบกันอีกไม่ได้ แค่เพื่อนก็คงยากเลย... *Paradise Pub เคร้ง~ ตอนนี้ฉันกำลังทำงานอยู่เหมือนเดิม ฉันวางแก้วกระทบกับโต๊ะแล้วเริ่มชงเครื่องดื่มใหม่อีกครั้ง การที่ฉันต้องคอยมานั่งระวังตัวกับพวกผู้ชายมือปลาหมึกทำให้ฉันลืมเรื่องของวายุไปชั่วขณะ ผู้ชายที่เรียกฉันมานั่งดริ๊งด้วยเป็นพวกนักธุรกิจพวกเขามาคุยธุรกิจกันแต่พอเหล้าเข้าปากเรื่องธุรกิจของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นแทน "เอาตรงๆนะคุณยุทธ ผมน่ะก็มีเด็กอยู่นะ" ผู้ชายคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับฉันและคนที่ชื่อยุทธเขาคือคนที่เรียกฉันมานั่งดริ๊งด้วยและตอนนี้เขากำลังเลื้อยมานั่งเบียดฉันแบบเนียนๆ ฉันลอบถอนหายใจให้กับพวกนี้ที่เริ่มเมาขึ้นเรื่อยๆ "เจอกันในที่แบบนี้แหละ ก็ทำงานเหมือนหนูฟ้านั่นแหละ ฮ่ะๆ" "งั้นเหรอครับ แหม คงอ้อนเก่งน่าดูเลยสิครับ" "ก็นะ เด็กมันน่ารักครับ พูดแล้วก็คิดถึง" ฉันแอบกรอกตาเมื่อได้ยินพวกนี้คุยกัน พูดกันไม่พ้นเรื่องผู้หญิงแถมมีภรรยาอยู่แล้วยังคิดเลี้ยงต้อย เหอะ หมับ~ แล้วในที่สุดมือหนาของคุณยุทธอะไรนั่นก็เลื้อยมารวบเอวฉันจนได้ เขาดึงฉันเข้าไปหาฉันหันไปมองหน้าเขาแต่สายตาดันไปสะดุดกับกลุ่มนักท่องราตรีกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาทางนี้ กลุ่มของวายุ... "..." แว่บหนึ่งวายุหันมาสบตากับฉันแบบไม่ได้ตั้งใจ เขาเหมือนมองดูรอบๆแล้วมาสะดุดกับฉันที่มองอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมของเขาหยุดอยู่ที่ฉันแล้วเลื่อนมามองเอวของฉันที่ถูกรวบไว้ ฟอด~ "อ๊ะ!" พรึ่บ~ ฉันสะดุ้งแล้วดีดตัวออกจากอ้อมแขนนั้นทันทีที่ถูกโขมยหอมต้นคอ ฉันเผลอตวัดสายตาขวางใส่แขกวีไอพีคนนั้นมืออยากจะฟาดหน้าเขาแรงๆสักทีแต่เพราะคำว่าหน้าที่รั้งมันไว้ทำให้ฉันได้แต่กำมือแน่น พอฉันหันไปมองวายุอีกเห็นว่าเขามองอยู่แต่ก็ละสายตาไปจากฉันแล้วโอบเอวยัยนีน่าที่ก็เพิ่งหันมาเห็นฉันเหมือนกันเดินตามเพื่อนเขาไปนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของชั้นไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่นัก เขาเห็นแน่ๆ! "โอ๊ะ ตกใจเหรอครับ" ไอ้บ้ายุทธพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกริ่มใส่ฉัน ฉันขนลุกซู่และโกรธเขามากแต่ทำอะไรไม่ได้เลย อึดอัด... "ฟ้า ขอตัวสักครู่คะ" ฉันพูดและไม่รอให้ใครตอบด้วยเพราะฉันลุกพรวดออกจากตรงนี้ทันที ฉันไม่ค่อยเทคแคร์ลูกค้าเท่าๆกับที่คนอื่นทำหรอก อะไรยอมได้ก็ยอมแต่ก็ไม่มากถึงขนาดให้กอดจูบลูบคลำได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่รู้ทำไมพวกลูกค้าหน้าหื่นนี่ถึงยังชอบฉันอยู่ได้ ปัง~ ฉันหนีความรู้สึกอึดอัดเข้ามาในห้องน้ำที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีผู้คนเท่าไหร่ ฉันปิดประตูห้องน้ำอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนฝาชักโครกจากนั้นก็ดึงกระดาษทิชชู่ออกมาจากม้วนจำนวนมาก ฉันเช็ดมันไปกับต้นคอข้างนั้นอย่างแรง ถูมันไปหลายครั้งจนแสบไปหมด "อึก" ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ฉันไม่เคยชินกับการถูกลวนลามแค่พยายามทำตัวให้ชิน ฉันไม่อยากทำงานแบบนี้แต่ชีวิตของฉันไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ฉันนึกน้อยใจโชคชะตาตัวเองทุกครั้งและที่สำคัญกว่านั้นคือวายุเห็นมัน... กึก~ ฉันกลั้นสะอื้นพลางเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเมื่อหลุบตาลงมองตรงช่องว่างด้านล่างของประตูห้องน้ำที่ฉันอยู่ ด้านนอกเหมือนมีใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู... ฉันเห็นรองเท้าส้นสูงสีแดงตรงนั้น "ปลายฟ้า..." ฉันลุกยืนขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงภายด้านนอกประตู ฉันจำเสียงนั้นได้ แอด~ และฉันเลือกที่จะเปิดประตูออกไป เมื่อฉันกระชากประตูเปิดออกก็เห็นใบหน้าของผู้หญิงที่ฉันไม่ได้เห็นมานานเป็นเธอยืนอยู่หน้าประตูจริงๆ "..." นีน่ากวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดขึ้น "เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ..." เธอช้อนตามองฉันอีกครั้งพร้อมยิ้มมุมปาก "ตกสวรรค์ลงมา ดูท่าจะกระแทกพื้นแรงน่าดู..." ฉันจ้องตอบเธอและกำลังฟังสิ่งที่เธอพยายามจะโจมตีฉันให้เจ็บปวด แต่วินาทีนี้...ไม่มีอะไรทำให้ฉันเจ็บได้เท่ากับเรื่องนั้นแล้วล่ะ "เจ็บมั้ยล่ะ?" พรึ่บ~ ฉันปัดมือของนีน่าที่ยื่นเข้ามาทำท่าจะจับบ่าฉันออกไปอย่างแรง "แหม ยังหยิ่งเหมือนเดิมเลยนะ" นีน่าพูดพลางกวาดสายตามองฉันอีกครั้งแล้วกระตุกยิ้ม "หายไปสองปี จากที่ดูๆภายนอกเธอก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยนะ แต่ว่าข้างใน...ดูแล้วคงจะเน่าน่าดู เหอะ" เสียงหัวเราะและคำพูดยั่วยุทำให้ฉันกำมือของตัวเองแน่น "พล่ามจบหรือยัง" แต่ฉันก็นิ่งพอที่จะทนกับสิ่งที่เธอกระทำใส่ "อะไร ไม่เจอกันตั้งนานไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ?" "จำเป็นต้องคิดถึงเหรอ..." ฉันพูดพลางกวาดสายตามองเธอกลับบ้าง "แต่ว่า ไม่เจอกันนาน...ดูสันดานจะออกนะ" "...!" นีน่าเบิกตาใส่ฉันเมื่อถูกโต้กลับบ้างแต่ก็ไม่คิดจะโวยวายออกมา เราสองคนค่อนข้างเสมอกัน ความอดทนมีพอๆกัน ฉันกระตุกยิ้มพลางก้าวเข้าไปใกล้ๆเธอ ฉันเลือกที่จะพูดบางอย่างกับเธอเบาๆเมื่อมีเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักกับฉันพวกเธอเองก็ทำงานที่นี่เหมือนกันเดินเข้ามาในห้องน้ำ พวกนั้นมองมาเหมือนจะถามว่า'มีอะไรหรือเปล่า' แต่ฉันก็ส่ายหน้าให้และนี่น่าก็รู้ตัวว่าตอนนี้เธอเสียเปรียบแน่ถ้าทำอะไรลงไป "แล้วก็อีกอย่าง..." "..." "ของๆฉัน ฉันไม่ยกให้หรอกนะ" ฟึ่บ~ นีน่าตวัดสายตามาจ้องฉันพลางดันไหล่ฉันออกห่างจากเธอเล็กน้อย "คงยากหน่อย" เธอยิ้มด้วยท่าทางเป็นต่อ เธอคิดว่าเธออยู่เหนือฉันและตอนนี้วายุอยู่ข้างเธอ แล้วไงล่ะ? "ก็รู้จักนิสัยฉันนิ" ฉันกับนีน่ายังพูดกันด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินแค่สองคน ส่วนพวกที่เข้ามาในห้องน้ำก็ไม่ได้สนใจเรา พวกเธอแค่เหลือบมองก่อนจะหันไปทำภาระกิจส่วนตัวของตัวเองต่อไป "อะไรที่ฉันอยากได้...ฉันจะต้องได้" ฉันเน้นประโยคหลังพลางตบบ่าเธอเบาๆ "ไม่มีทาง" นีน่ากัดฟันพลางถอยออกห่างจากฉัน นี่มันยังไม่ใช่สงครามระหว่างเรา...มันก็แค่การเริ่มต้นเท่านั้น! "ไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า ฉันต่อให้เลยนะ" นีน่าปัดมือฉันออก ฉันยิ้มพลางเดินสวนเธอออกมาแต่ก่อนจะไปฉันก็พูดขึ้นอีกครั้ง "เขาเป็นของที่หายไปและฉันอยากได้คืนมาก" เขามีโอกาสจำฉันได้เหมือนกับที่จำทุกคนได้ ฉันเชื่ออย่างนั้น "เพราะงั้น...ฉันเอาคืนแน่!"ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







