Se connecterนีน่าบอกผมแบบนั้นและเป็นผมเองที่รู้สึกไหววูบแปลกๆ มันเหมือนกับว่าผู้หญิงคนนี้ทำร้ายผมเลย
"ใคร..." ผมถามซ้ำ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอยากรู้ว่าเธอเป็นใครอยู่ดี "ปลายฟ้า..." ในที่สุดนีน่าก็ตอบออกมา เธอลูบผมของผมแผ่วเบาแล้วพูดต่อ "ผู้หญิงคนนี้เป็นคนทำร้ายนาย" "..." "นายเจ็บเพราะเธอ นายเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ นายจำความรู้สึกนั้นได้มั้ย" นีน่ายิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ถ้าถามว่าผมจำความรู้สึกได้มั้ย แน่นอนว่ามันเลือนลางแต่ผมก็รู้สึก แค่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนั้นเพียงแค่ไม่กี่วินาทีผมก็รู้สึกแล้ว มันเจ็บปวดและ... "ปลายฟ้า...เกลียดนาย เกลียดฉัน ผู้หญิงคนนั้นร้ายมากนะ" "..." "ต่อไปนี้ถ้านายเจอเธอห้ามเข้าใกล้เธอนะ วายุ" ผมมองหน้าเธอนิ่ง ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาที่หัวของผมว่างเปล่าถึงมันจะมีเรื่องราวผ่านเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งความทรงจำครั้งเก่าที่กลับมาบ้างและเรื่องราวใหม่ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมรู้และพบเจออยู่ทุกวันก็คือนีน่ากับสิ่งดีๆที่เธอทำให้ผมและสมองผมสั่งให้เชื่อเธอ แต่ถึงอย่างนั้น... ผมเลื่อนมืออีกข้างมาวางไว้บนหน้าอกตรงตำแหน่งที่มีรอยสักผ่านเสื้อยืดสีขาวของตัวเอง รอยสักบนแผ่นอกด้านซ้ายที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นคำๆหนึ่งไว้ คำนั้นมันสะกิดใจผมทุกครั้ง ไม่รู้ทำไม... "ห้ามให้ผู้หญิงคนนั้นมายุ่งกับนายเด็ดขาด" นีน่าเองก็เลื่อนฝ่ามือมาวางทาบกับมือข้างนั้นของผมพลางค่อยๆกุมมันไว้หลวมๆ "สัญญานะ วายุ" เธอมองตาผมด้วยสายตาเชิงอ้อนวอนและจริงจัง ผมมองแววตาที่หม่นลงเล็กน้อยของเธอไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนั้นคืออะไรแต่ผมก็อยากจะทำให้เธอมั่นใจ "อืม ฉันสัญญา" ผมยิ้มบางๆให้เธอ นีน่ายิ้มออกทันทีที่ผมสัญญา เธอก้มลงจูบริมฝีปากผมเบาๆก่อนจะแทรกตัวเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับผมแล้วกอดผมไว้ "ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว นอนพักเถอะนะ ที่รัก" ตอนนี้ฉันกำลังมาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งมันตั้งอยู่ไม่ไกลกับมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่นัก ฉันมาที่นี่เพราะว่าเขาอยู่ที่นี่ ตึก ตึก ตึก~ ฉันเดินผ่านยามหน้าประตูรั้วเข้ามาโดยอ้างเหตุผลว่ามาหาเพื่อน โชคดีเพราะที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการเข้าออกได้สะดวกกว่าที่อื่น ถ้าเป็นนักศึกษาที่นี่ก็แค่ยื่นบัตรแต่ถ้าเป็นบุคคลภายนอกก็อาจมีการตรวจตรากันนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากนัก และอีกอย่างหนึ่งคือฉันมารถแท็กซี่และเดินเข้ามาโดยมีแค่กระเป๋าสะพายใบเล็กกับหนังสือสองเล่มแค่นั้นด้วย ถ้าถามว่าฉันได้รับความช่วยเหลือจากพี่ครามหรือเปล่า...ก็นะ ฉันทำร้ายเพื่อนเขาถึงแม้ว่าฉันจะไม่ตั้งใจ พี่ครามแค่ยอมบอกฉันว่าเขาเรียนอยู่ที่นี่ส่วนเรื่องที่ฉันจะต้องอธิบายก็ให้มาพูดกับเขาเอง ซึ่งพี่ครามก็ไม่แน่ใจหรอกว่ามันจะสายไปหรือเปล่าเพราะเขาความจำเสื่อมไปแล้วจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยากจะทำอยู่ กึก~ ฉันหยุดยื่นที่ใต้ต้นไม้เมื่อก้าวเข้ามาในรั้วของคณะบริหารแล้วพลางสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายของฉัน ตลอดทางที่ฉันเดินผ่านมามีคนมองมาที่ฉันแต่ฉันไม่สนใจหรอกจนกระทั่งขณะนี้ก็ยังมีคนมองอยู่ ฉันเห็นด้วยหางตาแต่ก็บอกแล้วว่าไม่สนใจ ประมาณสิบกว่านาทีผ่านไป ฉันก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมแล้วผู้ชายคนที่มองฉันก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือกลุ่มเพื่อนของเขาที่พากันมาช่วยมองฉันด้วยและในจังหวะที่ผู้ชายกลุ่มนั้นเลือกที่จะลุกขึ้นแล้วก้าวเข้ามาหาฉัน ไวเท่าความคิดฉันก็ก้าวออกจากตรงที่ยืนอยู่เพราะสายตาเห็นร่างสูงของคนที่ฉันมายืนรอพบเขาเดินลงมาจากอาคาร ฉันก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเขาทำให้เขาหยุดชะงักพร้อมกับขมวดคิ้วจ้องมองมาทางฉันเลยทีเดียว "วายุ" "เธอ..." "ฉันมารอนาย ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนาย" "แต่ฉันไม่..." วายุพูดไปขมวดคิ้วไปเขาแทบไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำแต่มองเลยผ่านไปทางอื่น "เหมือนมีคนอยากคุยกับเธอมากกว่าฉัน" แล้วจู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา สายตาของเขามองไปด้านหลังของฉัน และฉันเริ่มคิดอะไรได้นิดหน่อย หมับ~ ฉันทำตัวหน้าด้านด้วยการเข้าไปคล้องแขนเขาไว้ วายุเบิกตากว้างพลางจะดึงแขนออกจากฉัน "เฮ้..." "ถ้าอย่างนั้น...แค่ช่วยพาฉันออกไปจากตรงนี้ที" "..." "นะ..." วายุหลุบตามองฉันที่ส่งสายตาอ้อนๆไปให้เขา เมื่อก่อนนั้นวายุแพ้สายตาแบบนี้ของฉัน "..." วายุไม่ได้พูดอะไรเขาเบนสายตาหนีฉันก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแล้วก้าวเดินออกไปจากตรงนี้ ฉันยิ้มและคิดว่าตัวเองอาจจะยังมีหวัง...ใช่มั้ยตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







