Se connecterเจตฎารู้สึกได้เลยว่าทำไมพ่อของพวกเขาทั้งสี่คนถึงได้ให้พวกเขามาแทน เพราะหากไม่ได้มาวันนี้คงพลาดโอกาสหลายอย่าง ทั้งความรู้ในห้องเรียนเฉพาะกิจ รวมถึงนิสัยของเจ้าตระกูลคนต่อไปด้วย ช่างเป็นอัจฉริยะที่ประหลาดยิ่งนัก
“ได้ข่าวพวกแกมีน้องชายไม่ใช่เหรอ พามาเรียนไปด้วยเลยกัน ได้ข่าวว่าฉลาดไม่น้อยหน้าน้องชายของฉันสักเท่าไหร่” นนท์ภัทรเอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยระหว่างกำลังเขียนตัวอักษรบนกระดานไวท์บอร์ด
“ครับ???” ทั้งสี่คนขานรับพร้อมกันด้วยความงุนงง ทำไมถึงอยากให้พาน้องชายที่อายุห่างกันมาหาล่ะ
“ทำตามที่ฉันบอกก็พอแล้ว อย่าถามให้มากความ”
“หน้าที่ของพวกนายช่วงนี้คือต้องปฏิบัติตามที่ฉันสั่ง”
“เข้าใจแล้วครับ คุณชายใหญ่”
ทั้งสี่คนตอบรับด้วยความไม่เข้าใจแต่พยายามทำตามคำสั่งแทน เพราะไม่งั้นน่าจะโดนด่าอีกรอบ การมีประวัติว่าถูกด่าบ่อยเกินไปตั้งแต่พบเจอนายท่านครั้งแรกอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่
“พี่นนท์ตรวจสอบประวัติแล้วพบว่าน้องชายของพวกนายทั้งสี่คนสามารถสอบผ่านเลื่อนชั้นได้สองระดับด้วยวัยประถมเท่านั้น น่าจะมีความสามารถตรงนี้ด้วย”
“เพราะงั้นลองมาทำแบบทดสอบก่อนเรียนสักครั้ง ไม่แน่ใจว่าอาจจะได้เรียนรู้งานไปพร้อมกัน พี่เขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยคอยสอนหลายรอบเท่านั้นเอง”
“ผมรู้ว่าพวกคุณคงจะไม่เข้าใจความคิดของพี่นนท์เท่าไหร่ แต่เขาแค่ขี้เกียจเท่านั้นเองครับ ลองให้มาเรียนและทำแบบทดสอบครั้งต่อไปน่าจะดี”
“เพราะไม่ว่าจะเป็นพวกคุณหรือน้องชายพวกคุณ พวกคุณทั้งหมดล้วนเป็นลูกเจี๊ยบในสายตาของพี่นนท์ทั้งหมดครับ พอจะช่วยเป็นคำตอบให้พามาได้แล้วใช่ไหมครับ”
บุตรลำดับสองตระกูลภูทนินทร์อาสาอธิบายอย่างละเอียดแทนพี่ชายตนเอง ที่มักจะพูดจาสิ่งที่จำเป็นมากกว่า
“เข้าใจแล้วครับ คุณชายเล็ก”
“ขอบคุณสำหรับคำอธิบายเพิ่มเติมนะครับ”
“ช่วยให้พวกเราตัดสินใจได้เยอะเลย”
ชัชวินที่ตั้งสติได้ก่อนใครอาสาตอบแทนเพื่อนในกลุ่มทุกคน เพราะน่าจะสติหลุดตั้งแต่คำพูดของบุตรคนโตไปแล้ว ยังมาเจอคำอธิบายบุตรคนเล็กที่พูดความจริงจนจุกนั่นอีก
คำพูดของเพื่อนสนิททำให้จิรายุ คุณากร เจตฎา ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง และเริ่มตอบรับตามเพื่อนสนิทไปติดๆ
“พวกเราเข้าใจแล้วครับ คุณชายเล็ก” ทั้งสามตอบไล่หลังกันมาติดๆ ถ้าไม่มีชัชวินสักคนแล้วล่ะก็...พวกเราสามคนน่าจะถูกด่าอีกรอบ
จิรายุมาทบทวนคำพูดของคุณชายทั้งสองคนอีกครั้ง เนื่องจากครั้งแรกสติหลุดไประหว่างทาง อาจจะเป็นข้อดีก็ได้เพราะได้รับการสั่งสอนจากตระกูลผู้เป็นเจ้านายโดยตรงแบบนี้
“ขืนพวกแกยังยืนโง่ไม่ตอบต่อจากฉัน มีหวังถูกด่าอีกรอบกันพอดี มันไม่ดีเท่าไหร่หรอกนะที่ถูกนายด่าบ่อยขนาดนั้น”
ชัชวินเริ่มบ่นทันทีเมื่อนั่งรถกลับบ้าน และรถนั่นคือรถของเหล่าคนรับใช้ที่สามารถหยิบไปใช้สอยทำงานได้หนึ่งคัน
“ใครจะไปคิดว่าท่านจะเหมือนในข่าวลือเปี๊ยบขนาดนี้ล่ะวะ แม่งแทบจะทำให้หยุดหายใจอยู่แล้ว” จิรายุเริ่มเถียงกลับทันที
“เอาเป็นว่าครั้งหน้าพวกเราก็พาน้องชายมาด้วยนั่นแหละ ไม่งั้นเดี๋ยวคุณชายใหญ่จะพูดจาประหลาดๆ ออกมาอีก” คุณากรบอกด้วยสีหน้าปลงกับเหตุการณ์ในอนาคต
“ทั้งแปลกและประหลาดต่างหาก แต่ความสามารถของจริงทั้งนั้นเลยล่ะ สมแล้วที่ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับจากทุกคนเร็วขนาดนี้” เจตฎาพูดด้วยสีหน้าชื่นชมอย่างจริงใจ
เมื่อคำพูดของเจตฎาจบลง ทั้งสามคนต่างพากันพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย เพราะทายาทลำดับหนึ่งตระกูลภูทนินทร์เริ่มเรียนเกี่ยวกับตระกูลและการบริหารบริษัทตั้งแต่อายุสิบห้าต่างหาก
ปล่อยข่าวออกไปว่าเริ่มเรียนตอนอายุสิบเจ็ดเพื่อทำให้คนภายนอกสับสนและไม่ทราบข้อเท็จจริง พอมาเจอตัวจริงถึงรู้ว่าตลอดระยะเวลาสี่ปีช่างเติบโตเร็วจนได้รับความไว้วางใจทั้งจากคนรับใช้ในคฤหาสน์และจากพนักงานบริษัท
ณ ห้องทำงานของนนท์ภัทร
“คิดถูกแล้วที่ผ่านมาด้วยกันวันนี้ รับเอกสารพวกนี้ไปซะ ให้เวลาทำทั้งหมดห้าชั่วโมง ถ้าจะไปเข้าห้องน้ำให้เรียกคนไปคอยเฝ้าไม่ให้ทุจริตข้อสอบ”
“ถ้าทำเสร็จจะมีระบบตรวจข้อสอบทันที ฝนคำตอบให้ถูกข้อด้วยแล้วกัน นี่คือการประเมินว่าจากนี้ไปพวกนายทั้งหมดจะต้องเริ่มเรียนจากตรงไหน”
“ฉันจะเรียกให้น้องชายมาคุมสอบแทน พอดีมีประชุมด่วนที่บริษัท ถ้าเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”
“พวกนายจะส่งแบบสรุปขอไปที พอสังเขป รายงานแบบกระชับ รายงานแบบละเอียด เรียงความ โครงงาน จะอะไรก็ตามอย่าลืมว่าต้องส่งทุกวัน” “สิ่งที่ควรมีคือความสม่ำเสมอ มากกว่ารูปแบบการส่งว่าควรทำอะไร” “ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหน ชั้นแถวนั้นจะมีรูปแบบการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ลองอ่านมันดูก่อนวันนี้และเขียนสรุปแบบนั้นส่งไป” “เพราะไม่ว่าจะส่งอะไรไปมันเรื่องของพวกเรา พี่ชายฉันมีหน้าที่ประเมินก็ทำไป สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ตาคนนั้นก็เป็นคนกำหนดอยู่ดี” “แถมนี่น่าจะโดนติดตามบททดสอบว่าจะให้ความช่วยเหลือเหล่าตระกูลบริวารยังไงด้วยแน่ ไอ้ท่าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมทุกคนยังกับแม่แมงมุมในถ้ำเนี่ย น้องชายอย่างฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี”
เพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองและการดูแลมาอย่างยาวนาน รวมถึงอภิสิทธิในการเข้าเรียน และอะไรหลายอย่างง่ายดายกว่าตระกูลที่ทำงานบริษัทและกฎหมายส่วนกลางคุ้มครอง เพราะฉะนั้นถ้าน้องชายเพื่อนอายุเลยสิบขวบไปแล้ว อาจถูกลงโทษสถานหนักข้อหาลบหลู่ตระกูลใหญ่ในอาณาจักรแทน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียไม่น้อยเลย “ผมขออนุญาตแทรกนะครับ ท่านนนท์” มีนเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นนาย ในเวลานี้ควรทำตามแบบฉบับพ่อบ้านมากกว่าความเป็นกันเอง หากไม่อยากถูกลูกหลงโดนด่าไปด้วยอีกคน “เชิญ” นนท์ภัทรขานรับพลางเซ็นเอกสารต่อไป ไม่ได้สนใจว่าทั้งห้าคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เนื่องจากมอบหมายงานให้พ่อบ้านไปแล้ว ควรไปฟังคำสั่งอีกคนแทน“งานแรกของพวกคุณทุกคนจะเหมือนกับของคุณชายเล็ก นั่นก็คือการอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลภูทนินทร์ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงให้หมด จะมีบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านถึงระ
“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด “อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ” “สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ” “มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ” มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด เข
“ห้าวหาญไม่เบา ฉันชอบเด็กไฟแรงนะ” “แต่ไม่จำเป็นต้องปากดีทุกรอบหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ถ้านายรีบขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกจากประตูห้องนี้ไปเลยล่ะ” บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่น้องชายของท่านอยู่เป็นอย่างมาก ความสบาย ตลก รื่นเริงได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความยำเกรง ดิบเถื่อน ตรงไปตรงมาของทายาทสูงศักดิ์ของดินแดน “ขออภัยครับ คุณชายใหญ่ ผมแค่ร้อนใจเพราะเห็นยังไม่ได้อธิบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ชินภัทรขอโทษทันทีพลางโค้งทำความเคารพ “เห็นว่านายยังเด็ก ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน” “ตามกฎของตระกูลกล่าวไว้ว่าห้ามลงโทษ ดุด่า หรือทำอะไรเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบปี” 
“จริงครับคุณเอวา ผมยังคิดว่าท่านเป็นอัจฉริยะจอมอำมหิตซะอีก เพราะเอาแต่ดุด่าและสั่งสอนมากกว่าจะอธิบาย” เบียร์เอ่ยปากชมพลางปรบมือเหมือนกับเลขาไปอีกคน “ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะมีช่วงเวลาปกติกับเขาด้วย ช่างเป็นบุญตาของผมจริงๆ” มีนเห็นด้วยกับเลขาและเลขาส่วนตัว เพราะปกติเห็นแต่อาละวาดเสียจนชินตา “พวกนายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย” นนท์ภัทรถามด้วยแววตาหาเรื่อง “เป็นอันธพาลไงล่ะครับ / เป็นอันธพาลไงคะ” กลุ่มคนสนิทของนนท์ภัทรตอบด้วยรอยยิ้มแบบมารยาท แต่วาจานั่นเชือดเฉือนเจ้านายทุกคำ แถมยังไม่มีใครหวาดกลัวกับท่าทีนั้นเลยสักคน “พวกแกนี่มันตัวป่วนชัด ปวดประสาทเหลือทน ท
เป็นครั้งแรกที่นนท์ภัทรอธิบายอย่างละเอียดต่อหน้าผู้คน เพราะกลัวว่ามันสมองของคนทั่วไปจะไม่เข้าใจในสิ่งที่บอก จึงตัดสินใจพูดก่อนออกจากห้องไปซึ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายส่งต่องานมานั้นกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้พอดิบพอดี ถือว่าเป็นความตรงเวลาที่น่ากลัวเหลือเกิน ความสามารถของบุตรตระกูลนี้มันจะเหนือมนุษย์เกินไปหรือเปล่า“เสียงคิดในใจดังมาถึงตรงนี้เลยครับ ถ้าคิดอะไรอยู่ก็ช่วยเงียบหน่อยเถอะ”“ไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องมาทำแบบทดสอบที่พี่ชายของผมเป็นคนคิดค้นไว้ไม่ใช่เหรอ มาทำตามจุดประสงค์ของเจ้าตัวกันเถอะ”“ไม่ต้องกดดันจนเกินไป ตอบตามที่รู้ก็เพียงพอแล้วครับ”“ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่นนท์คิดเถอะ ยังไงผมก็เป็นแค่ผู้คุมสอบเท่านั้นเอง”“แถมยังต้องทำข้อสอบเหมือนพวกคุณอีก”นภัทรอธิบายเสร็จสรรพ ก็ตั้งเวลาแล้วเริ่มทำข้อสอบที่ได้รับมาเหมือนกัน ไม่ได้สนใจใครอีกต่อไป สร้างความงุนงงให้กับเหล่าทายาทตระกูลผู้จงรักภักดีทั้งแปดคนเป็นอย่างมากแต่หายสงสัยได้ไม่นานก็พบคนสนิทของบุตรลำดับสองเข้ามาตรวจตร






![[Mpreg]หวนคืนครานี้ข้าจะไม่(รัก)สามีไร้ใจเช่นท่าน](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
