LOGIN“เอ่อ...” ทำไมไม่ต่อประโยคให้มันจบในประโยคเดียวด้วยอะ เขาจะประยัดคำพูดอะไรขนาดนั้น
“ไปหยิบมา” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนเดินสวนฉันมาไปนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนพลางยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะ ฉันย่นจมูกปากก็บ่นเขาขมุบขมิบไม่ให้ได้ยินว่าฉันบ่นอะไร เดินกระแทกเท้าไปคว้าเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูยื่นให้แบบขอไปที
“นี่ค่ะ”
“ส่งดีๆ”
“แล้วหนูส่งไม่ดีตรงไหนอะ”
“ไร้มารยาท”
“พี่!” ฉันขึ้นเสียงใส่เขาก็นะปกติคือไม่พอใจอะไรก็จะทำตัวไม่ดีสักเท่าไหร่ และพอเห็นแววตาคมที่จดจ้องมองมาปุ๊บทำให้เด็กดื้อที่แก่นกะโหลกอย่างฉัน ถึงกับหงอเป็นหมาหงอยเลย ทำไมต้องจ๋องเป็นหมาด้วยเนี่ยเพิร์ล พี่เขาก็แค่คนอื่นปะ ฉันย่อตัวลงเล็กน้อยพลางเอาเสื้อช้อปวางบนมือทั้งสองและยื่นไปตรงหน้าเขา “เสื้อค่ะคุณพี่”
“หึ” เขาถึงกับหลุดขำในลำคอที่ได้ฟังฉันประชดประชัน
“พอใจไหมคะคุณพี่ขา~” ลากเสียงยาวจนรุ่นพี่คนนี้หยิบเสื้อช้อปของตัวเองจากมือฉันไป
“ขี้ขโมย”
“หนูไม่ได้ขโมยสักหน่อย พี่นั่นแหละโยนใส่หน้าหนูเอง” คนมันรีบชิ่งหนีไงก็เลยลืม ฉันจะต้องขโมยเสื้อของเขาไปทำไมกัน ฉันไม่ได้มีนิสัยแบบนั้นนะมากล่าวหากันแบบนี้ฉันไม่เอาเรื่องก็ดีแค่ไหนแล้ว โธ่ “หนูไปได้ยังคะคุณพี่”
กระแทกเสียงใส่เขาแลดูรุ่นพี่วิศวะจะไม่ได้สนใจ เขาล้วงมือหยิบซองบุหรี่คุ้นตาขึ้นมาพร้อมกับไฟแช็ก “แซนวิชนั่น ทำเองหรือเปล่า”
“แซนวิชเหรอ” หันไปสบตากับเขา หมายถึงแซนวิชที่ฉันยัดใส่มือเขาเมื่อวานปะวะ เล่นพูดแบบนี้ฉันเองก็จับใจความไม่ถูกเหมือนกัน ขอคิดว่าเป็นแซนวิชที่ตัวเองทำก็แล้วกัน “ไข่ดาวหมูสับ”
“อือ”
“ค่ะ หนูทำเอง” เฮ้ยเพิร์ล ตอบเขาดีๆ เว้ย เผื่อจะได้ลูกค้าเพิ่ม “พี่อยากกินอีกไหม”
“ไม่” อ้าว แล้วจะถามทำซากอะไรวะ! “ถามเฉยๆ”
“อร่อยไหมคะ”
“งั้นๆ” ปากเสียที่สุด คิดแล้วก็กำหมัดเลยดิมีคนกินบอกอร่อย เขากลับบอกว่า ‘งั้นๆ’ เหรอ ไม่ได้การแล้วจะต้องทำให้เขารู้สึกว่ากินแซนวิชของฉันแล้วชอบ จะได้มีลูกค้าเพิ่มอีกอย่างเขารวยด้วยไง! บุหรี่ซองเป็นพันยังซื้อมาสูบได้ ฉะนั้นได้เขามาเป็นลูกค้าประจำรวยเละดิ
“พี่ลองแซนวิชไส้ใหม่ที่หนูลองทำดูปะ เผื่อจะทำให้ลิ้นจระเข้ของพี่รับรสได้”
“ลิ้นจระเข้” เขาไม่เข้าใจถึงความหมายของมันก็ช่างสิ ฉันจึงหยิบกล่องแซนวิชครีมสดผลไม้ให้กับเขาที่รับไปมองด้วยสีหน้านิ่งๆ “ถ้าอร่อยพี่สั่งหนูได้นะ”
รุ่นพี่วิศวะไม่ตอบอะไร ฉันจึงหมุนตัวเดินหนีเขาออกจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่วายก็หันไปมองเขาที่หยิบแซนวิชขึ้นมาดมๆ และกัดเข้าปาก หรี่สายตาหวังมองปฏิกิริยาหน้าของเขาตอนกิน ปรากฏว่าไม่แสดงออกอะไรออกมาเลย ตายด้านหรือลิ้นเขาจะไม่รับรสชาติจริงๆ วะเพิร์ล ที่ฉันคิดมันเป็นจริงเหรอเนี่ย!
‘พาเพลินคุกกี้ & แซนวิช โทร 090-xxx-xxxx’
“โอเคปะ”
“สวยอะ แต่ถ้าเป็นชื่อยายนวลคงจะดีนะ” ฉันสบตากับเมืองเหนือที่กำลังออกแบบสติ๊กเกอร์ในไอแพดให้ฉัน แน่นอนว่าดีไซน์สวยงามเป็นรูปคุกกี้การ์ตูนที่เพื่อนวาดเอง
“มันไม่เก๋อะดิ สมัยนี้มันต้องเก๋ๆ จะให้ใช้ว่าคุกกี้ยายนวลพาเพลิน มันยาวไปแล้วก็ไม่เก๋”
“เห็นด้วยกับเมือง” ตาลชี้หน้าเมืองเหนือเป็นอันว่าเพื่อนสองคนชอบชื่อนี้มากกว่าฉันสินะ “ยายนวลไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง ยายแกสนใจที่ไหนล่ะ”
“ก็จริง” ยายนวลไม่เคยหวงสูตรขนมเลยนะบอกฉันทุกอย่างที่ท่านทำตั้งแต่สมัยสาวๆ ยายนวลเคยเปิดร้านกาแฟเบเกอรี่มาก่อนนะจะบอกให้ แต่ด้วยปัญหาสมัยนั้นฉันไม่รู้หรอกเพราะเกิดไม่ทัน ยายนวลก็เลยต้องปิดกิจการลง นี่กว่าจะอ้อนให้ยายกลับมาทำคุกกี้กับขนมสูตรอื่นได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก “ตกลงเอาชื่อนี้แล้วกัน”
“ฉันจัดการเรื่องร้านให้ รู้จักอยู่” เมืองเหนืออาสาจัดทำสติ๊กเกอร์ให้ลองสำหรับร้อยอันก่อน ได้มาจะได้เอาแปะบนกล่องหรือซองคุกกี้ไง
“แซนวิชครีมสดผลไม้อร่อยมะ”
“สุดยอด! ครีมคือเนียนมาก ผลไม้ก็เข้ากันสุดๆ เลยเพิร์ล” ฉันเอามือทาบอกตัวเองโล่งอกนะที่ให้เพื่อนชิมแล้วอร่อย
“จะได้ทำไปขาย”
“เอาจริง แกทำอะไรก็อร่อยไม่เห็นต้องเอามาให้พวกฉันชิมเลย” ตาลบอกพลางดูดน้ำหวานในแก้ว
“ก็มีคนบอกมันเฉยๆ อะ”
“ใครวะ?” เมืองเหนือผละใบหน้าจากไอแพดขณะออกแบบสติ๊กเกอร์ให้ฉัน “มีคนบอกของเธอไม่อร่อยด้วย เหลือจะเชื่อแหะ”
“เชื่อเหอะ” เอามือเท้าคางและนึกไปถึงคำพูดของรุ่นพี่วิศวะคนนั้น “ลิ้นจระเข้มั้ง”
“ลูกค้าแก ฉันเห็นมีแต่คนชม”
“เจอแบบนี้ก็แอบเฟลเหมือนกันนะ” ขายมานานใช่มะพอเจอคนติคนหนึ่งปุ๊บอาการเฟลมันก็กำเริบ เป็นธรรมดานั่นแหละ หวังแค่ว่าพี่เขาจะชิมแซนวิชผลไม้แล้วจะอร่อยขึ้นมาบ้าง
“อย่าคิดมากดิ คุกกี้กับแซนวิชแกมันอร่อยโคตรๆ เลยนะเพิร์ล”
“ลูกค้าติคนเดียวไม่เป็นไรหรอก เขาอาจจะไม่ชอบกินก็ได้นี่นา อย่าคิดมาก” เมืองเหนือเอื้อมมือมาบีบบ่าฉัน
“จะให้ถูกใจทุกคนก็คงไม่ได้อะนะ มีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ ธรรมดา” พอเพื่อนพูดแบบนี้ใช่ปะก็ยิ่งอยากเอาชนะรุ่นพี่วิศวะคนนั้นเป็นบ้าเลยแหะ ฉันจะให้เขาชิมของฉันจนกว่าจะบอกว่ามันอร่อยเลยคอยดูดิ หมั่นไส้ชะมัด!
สนามแข่งรถพัทยาเถื่อน เวลา 18.45 น.
ตะกร้าสแตนเลสที่มีแซนวิชกับคุกกี้ที่อบใหม่ๆ และทำใหม่ๆ ทุกวันถูกนำออกมาขายให้กับคนที่มานั่งดูแข่งรถที่กำลังแข่งอย่างดุเดือดในสนาม แม้ว่าจะขายของไปด้วยสายตาก็เหลือบไปมองหน้าจอ LED ขนาดยักษ์เพื่อถ่ายทอดสดให้เห็นกันชัดๆ ฉันหลุบสายตาและทอนเงินให้กับลูกค้า เสมองไอ้ตังที่อยู่ด้านบนสุดกำลังขายน้ำสมุนไพรที่ยายนวลต้มเองกับมือ แน่นอนว่าแอบมีเครื่องดื่มมึนเมาอยู่ในนั้นโดยไม่ให้เจ้าของสนามรู้ว่ามีการแอบขายเกิดขึ้น
“เพิร์ล!” เสียงตะโกนดังขึ้นทำให้ฉันเห็นร่างบอบบางของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นหญิงสาวที่สวยมากๆ พี่เขาเป็นนักศึกษาวิศวะสวมช้อปสีกรมท่ากำลังโบกมือเรียกฉันที่รีบสาวเท้าไปหยุดตรงหน้าเธอ
“พี่นิว หนูนึกว่าพี่นิวไม่ได้มานะเนี่ย”
“ช่วงนี้พี่เรียนหนักน่ะ อีกอย่างแฟนพี่ก็ไม่ได้มาสนามด้วย” พี่นินิวเป็นลูกค้าคนสวยที่อุดหนุนฉันตั้งแต่เจอกันจนถึงตอนนี้เลยล่ะ พี่เขาบอกว่าคุกกี้และแซนวิชฉันอร่อยมากแถมพี่เขาก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย ฉันเคยเห็นคู่หมั้นพี่นินิวอยู่นะ แค่เห็นด้านหลังก็รู้ว่าหล่อมากๆ “วันนี้มีคุกกี้เนยสดเหรอ อุ้ย มีแซนวิชครีมสดผลไม้ด้วย พี่เอาอันนี้”
“ได้เลยค่ะ จะบอกว่าอร่อยมากหนูเพิ่งลองทำค่ะ” ไม่ได้จะอวยนะแต่มันอร่อยจริงนี่นา ตอนทำนะฉันชิมแล้วชิมอีก สูตรของยายนวลน่ะอร่อยอย่าบอกใครเชียวเพราะยายก็บอกฉันแค่คนเดียวเท่านั้น “อันนี้หนูแถมให้พี่นิวนะคะ”
“ของซื้อของขาย ไม่ต้องแถมให้พี่หรอก”
“แต่พี่นิวอุดหนุนหนูตลอดเลยนี่นา รับไว้เถอะค่ะ หนูตั้งใจทำมาให้พี่นิวนะ” เป็นบราวนี่กรอบที่ฉันตั้งใจทำมาให้พี่นินิวเลย พอเห็นว่าพี่เขาไม่ยอมจะรับฉันก็ทำหน้าเศร้าด้วยการตื้อทางสายตา
“โอเค ขอบใจนะ”
“ยินดีเลยค่ะ” พอขายให้พี่นินิวเรียบร้อยฉันก็เดินขายให้กับสตาฟที่เรียกไปซื้อจนเกือบจะหมดอยู่แล้ว เหลือแค่ไม่กี่ชิ้นเองพอขึ้นมาเจอกับไอ้ตังที่นั่งพักอยู่ตรงขอบบันไดตรงกลางอัฒจันทร์ฉันก็วางมือยีศีรษะมันที่ชี้นิ้วไปยังจอ LED พร้อมเสียงพิธีกรที่ประกาศชัยชนะจากการแข่งขันประเภทดริฟท์
‘บราโว่! สำหรับการแข่งขันแบบดริฟท์ ก็ยังไม่มีใครโค่นอันดับหนึ่งอย่างเจคแลคไปได้ด้วยคะแนน 4.98 และตามมาด้วยซิลเวอร์ 4.97 เจคแลค Winner!’
“เสียดายว่ะ ฉันเชียร์ซิลเวอร์ แต่เจคแลคชนะตลอดเลย”
“เจคแลค”
ชื่อคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินมาจากไหนกันนะ ไม่สิ ถ้าหากได้ยินก็คงจะที่พิธีกรประกาศ หากแต่ว่ามันติดอยู่ในหัวสมองมากกว่าไงว่าเจคแลคมันไม่ได้คุ้นแค่เพียงในสนาม ฉันกลับรู้สึกคุ้นว่าเคยอ่านที่ไหนมาก่อนวะ นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกกระทั่งรถทั้งห้าคันจอดเทียบตรงโถงทางเข้าไปด้านใน สายตาเหลือบไปมองรถสีดำของเจคแลค
ร่างสูงสวมชุดนักแข่งหรือเรียกว่าชุดหมีสีดำคลุมโทน เขาถอดหมวกกันน็อกออกและถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีผ้าคลุมสีดำที่คลุมอีกชั้นเห็นเพียงดวงตาคมที่เล่นเอาร่างกายถึงกับชาวาบ ทันทีที่มือของเขาจับไปยังปลายผ้าคลุมด้านหลังถลกมันออกจากศีรษะ เส้นผมสีดำที่ชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อปรกปิดใบหน้าหล่อเหลาถูกฝ่ามือหนาเสยขึ้นให้เห็นใบหน้าหล่อๆ ชัดเจน
ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากอ้าค้างราวกับว่าถ้าแมลงวันเห็นคงบินเข้ามาเป็นร้อย...
นะ นี่มันรุ่นพี่วิศวะคนนั้นนี่นา! พี่ชายของไอ้ตัวตะกวดนามว่าโจ๊ก
*--------------------------------------------*
“เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่
Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั
“หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่
Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์
อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา
Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก







