Home / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 3 คุกกี้เสี่ยงทายหรือเสี่ยงตาย [50%]

Share

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 3 คุกกี้เสี่ยงทายหรือเสี่ยงตาย [50%]

Author: Sweet_Moon
last update Last Updated: 2025-12-24 16:53:38

Jake Lack #3

คุกกี้เสี่ยงทายหรือเสี่ยงตาย

“พี่...”

“รู้จักเจคแลคหรือไง” ไอ้ตังคว้าข้อมือฉันและเขย่าแรงๆ จนศีรษะสั่นโยนไปตามแรง

“พอแล้ว หัวจะหลุดแล้วเว้ย!”

“ช็อกทำไมอะ รู้จักเจคแลคเหรอ”

“เปล่า” ก็เพิ่งจะรู้ว่าพี่ชายเจ้าโจ๊กตัวตึงคณะวิศวกรรมศาสตร์คือนักแข่งรถประเภทดริฟท์ที่ชนะทุกการแข่ง เป็นคนเดียวที่ไอ้ตังบ่นยับว่าแพ้บ้างอะไรบ้างก็ได้ เห็นว่าเมื่อก่อนซิลเวอร์ที่ไอ้ตังเชียร์ชนะเสมอเพราะเจคแลคมักจะไม่ค่อยเก่งแพ้ตลอด ระยะหลังมานี้เจคแลคชนะถี่ขึ้นจนไอ้ตังแอบเซ็ง “ไปขายของต่อเถอะ จะได้กลับบ้านกัน”

“อือ”

ถึงไอ้ตังจะแอบเซ็งก็ที่เจคแลคชนะ มันก็ใจดีสู้เสือไปขายของต่อให้หมดอีกสิบนาทีค่อยเจอกันที่หลังอัฒจันทร์ ฉันลอบมองรุ่นพี่วิศวะที่เดินตรงเข้าไปในห้องโถง พอลับตาฉันก็หันกลับมาเดินเร่ขายคุกกี้ที่เหลืออยู่ประมาณสามห่อได้ พอคิดว่าคงไม่มีใครซื้อกินแล้วจึงพาตัวเองลงบันไดไปด้านหลังอัฒจันทร์

ตุ้บ

“ขอโทษครับ” จู่ๆ ตอนเดินเลี้ยวกำลังจะออกไปข้างนอกก็เดินชนเข้ากับแผงอกของใครบางคน แน่นอนว่ากลิ่นหอมจากเสื้อที่สวมใส่เล่นเอาตะกร้าสแตนเลสในมือร่วงบนพื้น ฉันย่อตัวหยิบคุกกี้ที่กระเด็นออกจากตะกร้าใส่ไปและอีกหนึ่งห่อมีมือหนึ่งถือมันพลิกดูไปมา ฉันจึงเงยหน้าสบตากับใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายคนหนึ่ง ผมสีน้ำตาลตัดทรงรากไทรเปิดข้างใบหูเพื่ออวดต่างหูสีดำนับสิบ “น่ากินจัง”

“ลองเอาไปกินก็ได้นะพี่” พอเห็นลูกค้าคนใหม่ที่ยังไม่เคยได้ชิมคุกกี้หรือแซนวิชฉันมักจะให้ลองชิมฟรี เพราะถ้าหากอร่อยใช่ปะ เขาก็จะกลับมาซื้ออีกไง “หนูให้”

“น้องมาขายที่สนามนานแล้วเหรอ”

“อืม หนึ่งปีกว่าๆ ได้แล้วค่ะ”

“แปลก พี่ไม่เคยเห็นน้องมาก่อนเลย” ปกติก็อยู่แต่บนอัฒจันทร์ไง ไม่ได้ลงไปขายให้กับนักแข่งสักหน่อย “ขอบใจ ถ้าอร่อยพี่จะอุดหนุน”

“นอกจากคุกกี้หนูขายแซนวิชด้วยนะคะ”

“งั้นเหรอ”

“เสียดายแซนวิชหมดแล้ว ไว้คราวหน้านะพี่” ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ผู้ชายตรงหน้าก็สูงพอๆ กับรุ่นพี่วิศวะคนนั้นเป๊ะเลย หัวฉันคือยังไม่เลยไหล่เขาอะบอกได้แค่นี้

“พี่ชื่อเงิน น้องชื่ออะไร”

“เพิร์ลค่ะ” มันเป็นมารยาทปะที่เขาแนะนำตัวก่อนฉันก็ต้องแนะนำตัวกลับไป “พี่เป็นนักแข่งที่นี่เหรอ”

“ใช่” ดูจากชุดที่สวมใส่พี่คนนี้สวมช้อปสีกรมท่า หากแต่ตรงเกียร์เป็นชื่อมหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่ที่เดียวกับที่ฉันเรียนก็เท่านั้น เขาเรียนวิศวะเครื่องกลรู้ได้ไงเหรอก็ชื่อคณะติดหราแทบจะทิ่มหน้าฉันขนาดนี้ “น้องเพิร์ล”

“เพิร์ลก็พอค่ะ ไม่ต้องมีน้องหรอก” เขินอะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครเรียกฉันว่าน้องเพิร์ลมาก่อนเลย

“ขอบใจสำหรับคุกกี้นะครับ”

พี่เงินฉีกยิ้มที่ดูหล่อเหลาและเท่สุดๆ ทิ้งท้ายและเดินสวนฉันกลับเข้าไปในสนามอีกครั้ง ฉันได้แต่ยืนตกตะลึงกับรอยยิ้มของเขา ทั้งชีวิตไม่เคยเจอกับคนหล่อในระยะใกล้ชิดแบบนี้มาก่อนเลย ฉันก็เป็นสาวน้อยวัยใสที่ไร้เดียงสาเรื่องความรักไหมอะ ถึงจะไม่รู้ว่าความรักคืออะไรหรือไม่เคยมีความรู้สึกชอบใครมาก่อน

ใครอยู่ใกล้คนหล่อต้องมีอาการหวั่นไหวกันบ้างละวะ ไม่ใช่ว่าหวั่นไหวเพราะชอบหรืออะไรนะ หวั่นไหวมันมีหลายปัจจัยไงทั้งหวั่นไหวเพราะเขาหล่อ หวั่นไหวการกระทำของเขาและหวั่นไหวรอยยิ้มงี้ อย่างเมื่อกี้ฉันหวั่นไหวเพราะพี่เงินยิ้มให้อย่างหล่อเลยทุกคน

“อกจะแตก” เอามือทาบทับหน้าอกด้านซ้าย หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุดเลยเว้ยพรนับพัน!

เดินมาหยุดที่รถเก๋งคันเก่าๆ ที่โบราณจนมันเหมือนเศษกระป๋อง แต่มันก็พาฉันกับไอ้ตังมาขายของที่นี่ได้นะถึงจะยังไงก็เถอะ มันยังมีคุณค่าเพียงแต่ฉันไม่มีเงินมากพอที่จะเอามันไปซ่อมหรือซื้อคันใหม่ไง ดังนั้นคันนี้ที่ลุงต๋องอุตส่าห์ซื้อมาให้ก็ต้องใช้มันไปก่อนจนกว่าจะมีเงินมากพอถอยรถนะ ฉันยืนรอไอ้ตังอยู่ประมาณสิบนาทีมันก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดตรงหน้า

“กว่าจะมาได้นะ หายหัวไปไหน”

“ยืนดูแข่งแบบแทรคอยู่อะดิ”

“ไปได้แล้ว กว่าจะถึงบ้านยายนวลรอจนนมยานละ”

“ฮ่าๆ จะฟ้องยาย!” ไอ้ตังเอามือดันศีรษะฉันจนฟาดมันลงบนท่อนแขนล่ำๆ ของมัน พอเห็นฉันเตี้ยก็เล่นหัวกันเลยนะไอ้เด็กเปรต “พอได้แล้ว หิวข้าว”

“เออ เดี๋ยวโดน”

ชี้หน้าไอ้ตังและพากันขึ้นรถเก๋งคันสีขาวที่จะพาเราสองคนกลับบ้านวิญญาณคือพร้อมจะหลุดล่องลอยไปหาอาหารของยายนวลที่ทำรอพวกเราสองคนแล้วล่ะ เมื่อเส้นทางการขับรถออกจากพัทยาเพื่อเข้าตัวเมืองค่อนข้างบางตา ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นกระทั่ง...

กึกกึกกึก

“เฮ้ย ไรวะเพิร์ล”

“มะ ไม่รู้ว่ะ”

“เปิดไฟเลี้ยว จอดข้างทางดิ” รถมันกระตุกไม่พอยังมีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาด้วย ฉันจึงทำตามที่ไอ้ตังบอกด้วยการเปิดไฟเลี้ยวเพื่อขอเข้าข้างทางและตามด้วยเปิดไฟกระพริบ จากนั้นก็เปิดประตูลงจากรถชะโงกหน้าดูกระโปรงรถไม่มีควันอะไรลอยมา กระทั่งเห็นไอ้ตังยืนมองที่ล้อหลังฝั่งซ้าย “เหมือนยางจะแบนเลยว่ะ”

“ไม่ได้แตกหรือรั่วใช่มะ”

“ไม่นะ แต่ทางที่ดีต้องเปลี่ยนยาง”

“ยางสำรอง... ฉิบหาย” พอนึกถึงยางสำรองปุ๊บ ฉันก็มองหน้าไอ้ตัง “ไม่มี”

“ห๊ะ! ละ แล้วทำไมไม่พกไว้วะ”

“คนเราก็ต้องมีลืมกันบ้างดิ”

“แล้วมันใช่เรื่องที่จะต้องลืมไหมวะ เราต้องมาขายของไกลที่พัทยาเกือบทุกวันนะเว้ย ทำไมไม่รอบคอบวะเพิร์ล” เป็นครั้งแรกที่ฉันยืนให้ไอ้ตังด่าถึงความสะเพร่าของตัวเอง เอาเข้าจริงยางสำรองอะลุงต๋องเป็นคนเอาออกเองนะ ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อยถ้าจะโทษต้องโทษลุงต๋องดิเอาออกแล้วไม่เอาเก็บให้ ก่อนจะไปวิ่งรถลุงเช็กรถให้ก่อนไปฉันก็เลยไม่ได้ใส่ใจคิดว่าลุงเอาใส่ให้แล้วนี่นา (เข้าอีหรอบโทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง) “แม่งสงสัยต้องโบกรถ แล้วใครจะจอดรับวะเนี่ย”

“ก็บดไปได้ปะ”

“บดน่ะได้ แต่จะถึงไหมอีกเรื่องไง!” เพราะต้องแหกปากคุยกันเนื่องจากรถสัญจรผ่านเราสองคน แรงลมก็พัดผ่านร่างกายจนรู้สึกหนาวเหน็บเสียดื้อๆ หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย อยากกลับไปพักแล้วนะ

ฉันนั่งยองอยู่ข้างรถพลางกัดคุกกี้เนยสดในมือเงยหน้ามองไอ้ตังที่เท้าเอวเอาตะกร้าสแตนเลนวางไว้ท้ายรถ เพื่อรอรถแท็กซี่ไม่ก็รถที่พอจะจอดเพื่อถามไถ่ว่ารถเราเป็นอะไร ก็ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว ด้วยความหิวจึงแกะเอาคุกกี้เนยสดที่เหลือมากินรองท้องไปก่อน

“บอกให้บดก็ไม่ยอม”

“มันเสี่ยงรถเสียหลักนะเพิร์ล” ถอนหายใจมองค้อนมัน ไอ้นั้นก็ไม่เอา อันนี้ก็ไม่ได้ จะติดแหง็กอยู่ตรงนี้ยันเช้าเลยไหมล่ะ ฉันได้แต่บ่นมันผ่านทางสายตาและกัดคุกกี้เนยสดคำสุดท้ายเข้าปาก รถก็เริ่มบางตามากกว่าตอนแรกเสียอีกหรือว่าเรามาจอดตรงโซนที่มันไม่มีรถผ่านด้วยนะ เพราะมันไม่ใช่ถนนหลักไงแต่เป็นเส้นเบี่ยงเข้าเมืองแบบตัดผ่านถนนเส้นอื่น ถ้าเป็นเส้นหลักคือยิงยาวเลย ด้วยรถเรามันเก่าจึงต้องใช้อีกเส้นทางถึงได้นั่งรอจนตะคริวกินยันหัว

“ไปโบกรถเส้นหลักดีมะ”

“แน่ใจ” ต้องปีนขึ้นไปอีก เฮ้อ แค่คิดขาแข้งก็อ่อนแอขึ้นมาเสียดื้อๆ ฉันลุกขึ้นยืนหยิบน้ำมากระดกดื่ม จังหวะนั้นรถคันหนึ่งก็ขับผ่านพวกเราสองคน ซึ่งจะไม่เสมองหรอกนะถ้าหากรถคันนั้นไม่หยุดและถอยหลังมาเรื่อยๆ จนฉันสบตากับไอ้ตังแบบว่า ‘รอดตายแล้วเว้ย!’

ฉันกับไอ้ตังมองรถหรูสีดำที่ถอยมาเทียบข้างและชะโงกหน้าไปมองกระจกที่ถูกลดลง ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่ง นัยน์ตาคมสีดำสนิทเล่นเอาตัวของฉันชาวาบ “พะ พี่”

“...” พอเขาเห็นว่าเป็นฉันและเสมองมายังรถ ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรออกไปเลยด้วยซ้ำพี่เขาก็เสมองไอ้ตัง

“พี่ครับ ช่วยหน่อยนะครับพอดีรถพวกเรายางแบนน่ะครับ” ไอ้ตังยกมือพนมไว้กลางอก พอเพ่งพินิศหน้ารุ่นพี่คนนี้ชัดๆ ไอ้ตังก็เบิกตากว้างไม่ได้ต่างจากฉัน “จะ เจคแลค เฮ้ย! เจคแลคว่ะเพิร์ล”

“จะโวยวายทำไมก่อน” มันเขย่าบ่าฉันจนหัวสั่นคลอนและไม่ทันที่จะได้อ้อนวอนพี่เขาดีๆ เลยกระจกลดก็ถูกดันปิด ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเล่นเอาฉันกับไอ้ตังมองหน้ากันเลิ่กลั่ก “คนแล้งน้ำใจ!”

“ไรวะ ถอยมาดูไม่คิดจะช่วยกันสักนิด อะ อ้าวเฮ้ยเพิร์ล ทำบ้าอะไรวะ” เพราะความโกรธและความโมโหหิว หรือความดื้อรั้นของฉันหรือเปล่าถึงทำให้หันไปคว้าตะกร้าสแตนเลสขึ้นหวังจะเขวี้ยงตามหลังท้ายรถของรุ่นพี่คนนั้นไป ไอ้ตังจึงสอดแขนเข้าใต้ข้อพับรักแร้และหิ้วฉันจนตัวลอย

“ไอ้พี่บ้า ไม่คิดจะช่วยกันสักนิดเลยหรือไง เห็นเด็กน้อยสองคนรถเสียแทนที่จะจอดถามสักนิดก็ไม่มี!”

“หยุดดิวะ”

“ไปตายซะเถอะ”

“พะ เพิร์ล”

เฟี้ยว~

ตุ้บ

“ฉิบ... หาย” 

[50%]

*----------------------------------------------------*

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status