เข้าสู่ระบบเธอเดินกลับมาหย่อนตัวลงนั่งที่กล่องสี่เหลี่ยมสีขาวตรงกลางห้อง เธอหน้ามองดูรูปวาดของเธ
“ เอ่อ..ขอโทษที ผมลืมตัวนิดหน่อย คุณโอเคไหม? ” เขาหันมาพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนเดิมหลังจากเริ่มมีสติและใจเย็นขึ้น“ อืม.. คุณธีร์นั่นแหละโอเคไหม? ”“ โอเคสิ ผมทำไมเหรอ? ”เมลดาถอนหายใจเล็กน้อยขณะสบสายตากับเขา บางทีเขาก็ชอบพูดจากวนๆด้วยใบหน้านิ่งเฉยและบางทีเธอก็ตามอารมณ์เขาไม่ทัน เธอเดินตามเขามาถึงลานจอดรถ“ เราไปทานข้าวกันไหมคะ คุณธีร์อยากทานอะไรคะ ” เมลดาเอ่ยออกมาขณะที่รถยนต์ขับออกมาจากอาร์ตแกลลอลี่ได้สักพักแล้ว“ ผมไม่หิวข้าว.. ผมอยากกินคุณมากกว่า ” ธีร์วัฒน์พูดตอบเธอเสียงราบเรียบขณะที่สายตาก็มองดูถนนด้านหน้าเมลดาไม่ได้พูดตอบอะไรเขา เธอหันกลับไปมองวิวด้านข้างของกระจกแทน ใบหน้าร้อนผ่าวพร้อมกับใจที่เต้นตึกตัก&nbs
เธอเดินกลับมาหย่อนตัวลงนั่งที่กล่องสี่เหลี่ยมสีขาวตรงกลางห้อง เธอหน้ามองดูรูปวาดของเธอและรูปวาดอื่นๆของเขาที่ติดอยู่ถัดไปจากภาพวาดของเธอ เมลดาอมยิ้มขณะจ้องมองดูภาพวาดและชื่อภาพสลับกันไปมา ขณะที่สายตาก็เหลือบมองดูรอบๆบริเวณงานที่ผู้คนเริ่มบางตาลงไปบ้างแล้ว เธอค่อยๆถอดรองเท้าส้นสูงออกและหยิบมาวางไว้ข้างๆ“ ดื่มน้ำเย็นๆหน่อยไหม ผมมีคุ๊กกี้ให้คุณด้วยหลังจากเสร็จงานแล้วเราไปหาอะไรกินกันไหม คุณอยากทานอะไร?” ธีร์วัฒน์พูดขณะเดินมานั่งลงบนกล่องสีขาวที่อยู่ข้างเธอพลางยื่นขวดน้ำเย็นและกล่องคุกกี้เคลือบน้ำตาลสีสวยยื่นให้เธอ “ ขอบคุณค่ะ ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ? ”“ อืม.. ก็เกือบ 5 โมงแล้ว ” ธีร์วัฒน์พูดตอบขณะที่สายตามองดูเวลาที่หน้าปัดนาฬิกา“ ทานอ
ธีร์วัฒน์ไม่ได้บอกอะไรเธอเลยเรื่องภาพวาดที่เขาเอามาจัดแสดงในงานแม้เธอจะพยายามถามเขาอยู่หลายครั้งก็ตาม เธอเดินดูภาพวาดมาเรื่อยๆจนมาถึงรูปวาดขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนผนังสีขาวที่มีไฟสปอร์ตไลท์แทร็กไลท์ส่องภาพวาดและมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังยืนมองดูรูปภาพอยู่ สายตาเธอเบิกกว้างขณะที่มองเห็นรูปวาดชัดเจน นั่นเป็นรูปของเธอที่เขาวาดเป็นรูปสุดท้ายนั่นเอง ภาพวาดที่มีขนาดใหญ่เท่าตัวจริงของเธอซึ่งอยู่ในอิริยาบถที่กำลังนอนอยู่บนโต๊ะมีผ้าสีขาวปิดช่วงหน้าอกจนถึงขาอ่อน เธอสำรวจสายตามองดูภาพนั้นก่อนจะมาสะดุดตากับชื่อของภาพ “ สุดที่รัก ” เมลดายืนนิ่งพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกขณะที่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลเอ่อออกมาคลอนัยน์ตาคู่สวยของเธอ เธอใช้ปลายนิ้วค่อยๆปาดน้ำตาที่ซึมออก ร่างสูงโปร่งของธีร์วัฒน์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างๆเธอ เขาโน้มตัวเข้ามากระซิบใกล้ๆใบหน้าของเธอ“ ผมเลือกภาพของคุณมาแค่ภาพนี้ภาพเดียวเท่านั้น ”
หลังจากอยู่กรุงเทพมาอาทิตย์กว่าๆ และรอเขาเคลียร์งานที่บริษัทจนเสร็จแล้ว ตอนนี้เธอก็กลับมาหัวหินอีกครั้ง เมลดานั่งมองทะเลเงียบๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองผู้ชายที่นอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ร่างสูงโปร่งนอนบนผ้าเนื้อหนานุ่มที่ปูทับลงบนหาดทรายละเอียด ใบหน้าเขาเรียบเฉยขณะหลับตานอนนิ่งๆ เธอมองสำรวจดูใบหน้าราวกับรูปปั้นของเขาขณะที่แสงแดดอ่อนๆยามเย็นส่องกระทบ ไล่สายตาลงมาตามเปลือกตา ขนตาเป็นแพ จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางได้รูปของเขา เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆเขา ร่างบางซุกตัวแนบเข้ากับลำตัวของเขา “ เป็นอะไรช่วงนี้คุณดูเงียบๆนะ ” “ ไม่มีอะไรค่ะ ดาแค่มีเรื่องอะไรคิดนิดหน่อย ” “ อืม.. นอนฟังเสียงคลื่นแบบนี้แล้วมันรู้สึกดีจัง ” “ ค่ะ.. ทำให้หัวสมองปลอดโปร่งขึ้นด้วย คุณจะนอนนิ่งๆได้ไหมคะอย่าเพิ่งทำมู้ดดีๆพังจะได้ไหม เฮ้ออ.. คุณธีร์คะมือของคุณมันเข้ามาใต้กระโปรงดาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ยะหยุดก่อนได้ไหมคะ อื้ออ..” เมลดานอนเกร็งตัวนิ่งเมื่อฝ่ามือใหญ่ของเขาสัมผัสเข้าไปลูบคลำเนินเนื้ออวบอูมที่อยู่ภายใต้ปราการตัวจิ๋วของเธอ แทนที่เขาจ
“ อืม.. แต่ผมเพิ่งคบกับดาได้ไม่นานเอง คงต้องอีกสักพักใหญ่ๆ ผมอยากให้พี่ธันกับพี่แพทแต่งงานกันก่อนนะ ถึงถามอยู่นี่ไงว่าเมื่อไหร่พวกพี่จะแต่งงานกันสักที จะแต่งตัดหน้าก็เกร็งใจพวกพี่นะ ฮ่าๆ ” “ เอ่อ.. ก็กำลังคุยกับแพทอยู่เหมือนกัน กำลังให้ทางนั้นดูฤกษ์อยู่คิดว่าคงจะสิ้นปีนี้นะ รอเรือนหอสร้างเสร็จให้เรียบร้อยก่อนด้วย ม๊ากับป๊าก็เร่งแล้วเหมือนกัน ” “ ผมก็กะจะหาทำเลดีๆที่หัวหินทำเรือนหอเหมือนกัน ” “ อืม.. ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะอยากแต่งงานขนาดนี้เหมือนกัน คนนี้รักมากล่ะสิ ” “ ใช่..รักมาก แล้วก็เป็นคนที่ใช่สำหรับผมที่สุดแล้ว ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนี้ หึ..ความรักมันก็แปลกดีนะพี่ บทจะมาก็ปุบปับไม่ทันตั้งตัว ..พอรู้ตัวก็หลงรักเธอไปซะแล้ว ” ธีร์วัฒน์กระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ชายของเขา พวกเขายืนคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น สักพักใหญ่ๆธีร์วัฒน์ถึงพาเมลดาออกมาจากบ้านของเขา พวกเขายืนมองดูรถยนต์ของธีร์วัฒน์ขับออกไปจากบ้าน คุณหญิงเพ็ญศรีก็หันมาพูดกับลูกชายคนโต “ ม๊าคิดยังไงบ้างกับแฟนธี
“ ดา..แกไม่ต้องคิดมากเรื่องมันแล้วนะ ต่อจากนี้มันคงไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับแกอีก แต่พวกฉันก็สงสัยจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับไอ้เลวนั่นเหมือนกัน แต่แม่งช่างเถอะ.. เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ ” ฝ้ายพูดขึ้นสมทบกับมิ้น ก่อนจะหันมามองหน้าเธอ “ เอ่อ.. คุยเรื่องอื่นเถอะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นแล้วเหมือนกัน ” เมลดาพูดตอบเพื่อนๆของเธอ ถึงจะบอกว่าเธอไม่สนใจแต่ตอนนี้ในสมองของเธอก็เอาแต่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเพื่อนเธอเล่าให้ฟัง ‘… โรงพยาบาลบ้า? ..คุณไปทำอะไรเขาหรือเปล่านะธีร์วัฒน์ ที่เขาบอกว่าจะจัดการให้เหมือนที่มันทำกับเธอคงจะเป็นอย่างที่เพื่อนของเธอเล่าให้ฟัง บางครั้งเธอก็คิดว่าเขาเป็นคนน่ากลัวเหมือนกันในยามที่เขาโกรธ..’ เมลดามองดูเวลาในหน้าจอโทรศัพท์ขณะยืนรอเขามารับที่ด้านหน้าของร้าน ขณะที่พวกเพื่อนๆของเธอได้แยกย้ายไปเดินเที่ยวห้างที่อยู่บริเวณใกล้ๆร้านต่อ เมลดาไม่ได้ไปด้วยเพราะตอนเย็นเธอมีนัดทานข้าวกับครอบครัวของธีร์วัฒน์ วันนี้เธอรู้สึกเป็นวันที่ดีมากสำหรับเธอ ทั้งเจอครอบคัรวและเพื่อนๆ ตอนนี้ไม่อยากให้เรื่องนั้นกลับมากวนใจเธออีก สายตามองดูรถยนต์ของ
เวลานี้เธอรู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ร่างบางเบี่ยงตัวหลบสัมผัสอุ่นๆและเปียกชื้นบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ขยุกขยิกไปมา ฝ่ามือเล็กดึงผ้าห่มเนื้อนุ่มไว้แน่นขณะที่ฝ่ามือใหญ่ของเขาพยายามดึงมันออกไปจากเรือนร่างของเธอ “ อือ.. ดาง่วงแล้ว พอเถอะนะคะ ” เสียงพูดงัวเงียของเธอดังขึ้นเบาๆ
บรรยากาศของทะเลช่วงเย็นวันนี้ก็เหมือนเดิมทุกวัน แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฤดูกาลจะหมุนเวียนไปกี่ฤดูก็ตาม ทะเลก็ยังคงเป็นทะเลเช่นเดิม ยามเมื่อคลื่นลมสงบทุกอย่างก็ดู นิ่ง เงียบ แต่เมื่อยามใดมีพายุลมแรงทะเลก็พร้อมจะปั่นป่วนโหมกระหน่ำได้เช่นกัน จะว่าไปก็คล้ายอารมณ์ความรู้สึกของคนเรา จะแตกต่างกันก
“ ผมไม่ได้รักคุณ ผมมีคนรักแล้วนะเอมี่ คุณช่วยเข้าใจสักทีเถอะ ผมหวังว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะมาพูดแบบนี้กับคุณ ผมให้เวลาคุณ 3 วันไปแก้ข่าวซะ ถ้าถึงเวลานั้นคุณยังไม่ทำแล้วอย่าหาว่าผมใจร้ายใจดำก็แล้วกัน ผมกลับล่ะ ” “ เดี๋ยวค่ะธีร์ โอเคก็ได้ค่ะ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะคะ ถ้าคุณตกลงเ
ธีร์วัฒน์กดโทรศัพท์โทรออกและเดินกลับมาหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่นและถือสายรอสักพักใหญ่ๆ ปลายสายก็ยังไม่ยอมรับโทรศัพท์เหมือนเดิม เขาโยนโทรศัพท์ลงบนเบาะโซฟาหนังสีดำข้างๆอย่างหัวเสียและถอนหายใจออกมาเบาๆ ฝ่ามือใหญ่หยิบบุหรี่บนโต๊ะขึ้นมาจุดสูบขณะที่สายตาก็มองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้เวลา







