Share

บทที่ 7 คนมารับ

last update publish date: 2026-09-03 17:46:47

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่เพราะมีสอบ ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญ... แต่เป็นเพราะข้อความสั้น ๆ จากใครบางคนเมื่อคืนนี้ที่บอกว่าจะมารับ

พี่พันไท

แค่คิดถึงชื่อนี้ ฉันก็แทบอยากเอาหมอนฟาดหน้าตัวเอง จะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย! ก็แค่รุ่นพี่ของพี่ชายมารับไปโรงเรียนตามประสาคนรู้จักเท่านั้นเอง

ฉันยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเป็นรอบที่สาม ก้มสำรวจชุดนักเรียนอย่างถี่ถ้วน เรียบร้อยดี ผมยาวถักเปียเรียบร้อย กระเป๋านักเรียนจัดพร้อม ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นจังหวะหัวใจที่เต้นระสับผิดปกติไปหมด

“หวาน! ลงมาได้แล้ว!” เสียงพี่เมฆร้องเรียกจากชั้นล่าง

“มาแล้วค่ะ!” ฉันรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงบันได แต่พอเปิดประตูออกมาถึงหน้าบ้านก็ต้องหยุดกึก

รถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งอยู่หน้ารั้ว เจ้าของรถยืนพิงประตูฝั่งคนขับ เสื้อช็อปวิศวะพาดไว้บนแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือกำลังไถโทรศัพท์ ใบหน้าหล่อคมคายเงยขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงประตู ร่างสูงกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจดเท้าจนฉันต้องก้มมองตัวเองตามโดยอัตโนมัติ

“ทำไมมองแบบนั้นคะ”

“ช้า”

“อะไรนะ”

“ให้รอตั้งนาน”

ฉันอ้าปากค้าง “พี่เพิ่งมาถึงไม่ถึงห้านาทีเองนะ!”

“สำหรับพี่ มันนาน”

ฉันนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบ ทว่าคนพูดกลับเดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับอย่างหน้าตาเฉย

“ขึ้นรถ”

“แล้วพี่เมฆล่ะคะ”

“มันไปก่อนแล้ว”

“อ้าว?”

“มันบอกให้พี่มารับเธอ”

ฉันกะพริบตาปริบ ๆ พี่เมฆเนี่ยนะ? เมื่อวานยังทำหน้าจริงจังบอกว่าจะถามพี่พันเรื่องคิดยังไงกับฉันอยู่เลย วันนี้กลับปล่อยให้เขามารับฉันสองต่อสองซะงั้น

ฉันเดินไปหยุดอยู่ข้างประตูรถ แต่ก่อนจะก้าวขึ้นก็ชะงักมือไว้ “พี่พัน”

“หือ”

“ทำไมต้องมารับหวานด้วยคะ”

เขามองหน้าฉันนิ่ง “ก็บอกแล้วไงว่าไอ้เมฆฝาก”

“แต่เมื่อวานพี่บอกว่าพี่ว่าง”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ สีหน้าของคนตรงหน้ากระตุกไปนิดเหมือนโดนจับไต๋ได้ ฉันเลยถามซ้ำ

“ตกลงมารับเพราะพี่เมฆฝาก หรือเพราะพี่ว่างกันแน่คะ”

พันไทจ้องตาฉันอยู่อีกหลายวิ ก่อนจะยื่นมือมาเขกหน้าผากฉันเบา ๆ หนึ่งที

“อ๊ะ! เจ็บนะ”

“ถามมาก ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวสาย”

“ก็พี่ไม่ตอบอ่ะ!”

“ขึ้นรถก่อน”

สุดท้ายฉันก็ต้องยอมก้าวขึ้นไปนั่งแต่โดยดี ทันทีที่ประตูรถปิดลง กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาก็ลอยมาเตะจมูก ฉันเกร็งตัวนั่งหลังตรงเป๊ะ ไม่กล้าขยับขยับขยับตัวมากนัก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราสองคนอยู่ด้วยกันตามลำพังในพื้นที่แคบ ๆ แบบนี้

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้าน ผ่านไปเกือบห้านาที ไร้เสียงพูดคุยจนฉันเริ่มอึดอัด เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถแก้เก้อ ทว่าจู่ ๆ ถุงกระดาษจากร้านสะดวกซื้อก็ถูกโยนมาวางบนตัก

“อะไรคะ”

“เปิดดูดิ”

ฉันเปิดถุงออก ข้างในมีขนมปังไส้ครีมหนึ่งชิ้นกับนมสตรอว์เบอร์รี่กล่องโปรด ฉันหันขวับไปมองคนขับทันที

“พี่ซื้อให้หวานเหรอ”

“อืม”

“ทำไมอ่ะ”

“ยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม”

“รู้ได้ไงคะ”

“หน้าเธอมันบอก”

ฉันขมวดคิ้ว “หน้าหวานบอกตรงไหนว่าหิว”

“หน้าคนหิว”

“...” ฉันเงียบกริบ ก้มมองของกินบนตักแล้วแอบอมยิ้มออกมาเล็ก ๆ “ขอบคุณนะคะ”

“ไม่ต้องขอบคุณ”

“ทำไมล่ะ”

“กินให้หมดก็พอ”

ฉันจัดการฉีกซองขนมปังเข้าปากคำโต ความหวานหอมของครีมทำให้ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นมือหนาที่กำลังจับพวงมาลัยแน่น ฉันนึกอะไรขึ้นมาได้

“พี่พัน”

“ว่า”

“พี่ซื้อขนมพวกนี้จากไหนคะ”

“ถามทำไม”

“ก็หวานเห็นพี่ซื้อให้บ่อย”

“แล้วไง”

“พี่จำได้ด้วยว่าหวานชอบกินอะไร”

มือใหญ่ที่จับพวงมาลัยชะงักไปเล็กน้อย ฉันเอียงคอหันไปจ้องหน้าเขา “พี่จำได้จริงๆ ใช่ไหม”

“เปล่า”

“โกหก”

“รู้ได้ไง”

“ก็พี่เคยบอกว่าหวานซื้อเมนูเดิมทุกวัน”

“เออ ก็เลยจำได้ไง”

“งั้นก็แปลว่าพี่แอบสังเกตหวานสิ”

คราวนี้เขาเงียบกริบ ฉันยิ่งได้ใจ รอยยิ้มกว้างขยายขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว “พี่พัน...”

“อะไร”

“พี่แอบมองหวานใช่ป่ะ”

เอี๊ยด!

รถเบรกกะทันหันจนตัวฉันเซถลำไปข้างหน้า

“กรี๊ด! พี่พัน!”

“คาดเข็มขัดด้วย” เสียงทุ้มเข้มขึ้นทันควัน ฉันรีบดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดอย่างไว ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งเฉย บัดนี้ใบหูและลำคอขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

“พี่เป็นอะไรเนี่ย”

“ไม่ได้เป็นอะไร”

“หูแดง หน้าก็แดงด้วย”

“มันร้อน”

ฉันเหลือบมองช่องแอร์ “แต่พี่เปิดแอร์ฉ่ำมากเลยนะคะ”

“หวาน”

“คะ?”

“ถ้ายังไม่เลิกพูดมาก พี่จะจอดให้เดินไปเองจริงๆ ด้วย”

ฉันรีบยกมืออุดปากตัวเองทันที แต่แอบหลุดหัวเราะหิ ๆ ในคอ... ปากแข็งชะมัด!

รถแล่นมาจนถึงหน้าประตูโรงเรียน ทันทีที่ฉันลงจากรถ ก็มีเสียงคุ้นหูร้องทักมาจากด้านหลัง

“หวาน!”

ฉันหันไปมอง “อ้าว ต้น”

ต้น เพื่อนร่วมชั้นเรียนเดินยิ้มร่าเข้ามาหา “เมื่อวานส่งการบ้านวิชาคณิตให้เราหน่อยได้ไหม เราทำไม่ทันอ่ะ”

“ได้สิ เดี๋ยวหวานส่งให้นะ”

“ขอบใจนะหวาน” ต้นยิ้มกว้างอย่างใจดี ก่อนจะยื่นมือมาหมายจะช่วยถือกระเป๋า “เดี๋ยวเราถือกระเป๋าให้ มา”

“ไม่เป็นไร เราถือเองได้”

ยังไม่ทันที่ต้นจะได้แตะสายกระเป๋า มือใหญ่ปริศนาก็ยื่นผ่านหน้าฉันไปคว้าหูกระเป๋านักเรียนแย่งไปต่อหน้าต่อตา!

“ไม่ต้อง” เสียงทุ้มเย็นเยียบดังขึ้นขัดจังหวะ

ฉันหันไปมอง พันไทยืนถือกระเป๋าเป้ของฉันไว้ด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่สายตาที่มองต้นกลับคมกริบจนน่ากลัว

ต้นชะงักมือค้าง “เอ่อ... พี่คือ?”

“กระเป๋าน้องกู” พันไทตอบสั้น ๆ น้ำเสียงกดต่ำ “กูถือเองได้”

ฉันอ้าปากค้าง “พี่พัน...”

เขาไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น ออกตัวเดินถือกระเป๋านักเรียนใบเล็กของฉันตรงเข้าไปในเขตโรงเรียนหน้าตาเฉย ฉันรีบซอยเท้าวิ่งตามไปติด ๆ

“พี่พัน! หยุดก่อน!”

“อะไร”

“เอากระเป๋าคืนมานะ!”

“มันหนัก”

“หวานถือเองได้จริง ๆ เอาคืนมา”

“ไม่ให้”

“ทำไมล่ะคะ!”

เขาหยุดเดินกะทันหัน แล้วหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าฉัน สายตาคมลึกคู่นั้นสบประสานกับตาฉันจนฉันอึดอัดและชะงักไป

“เพราะพี่จะถือให้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 8 คนหึง

    “เพราะพี่จะถือให้”คำพูดตัดรำคาญแบบนั้นทำให้ฉันยืนนิ่งเป็นตอไม้อยู่กับที่หลายวินาที คนอะไร... ชอบทำให้หัวใจคนอื่นเต้นวุ่นวายแล้วก็เดินหนีไปหน้าตาเฉย“หวาน!” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ฉันหันกลับไปมองต้นกำลังเดินแกมวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าสงสัย “เมื่อกี้... รุ่นพี่คนนั้นคือใครเหรอ”ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของพันไทที่กำลังเดินไกลออกไป ก่อนตอบตามตรง “พี่พันไท เพื่อนพี่ชายเราเอง”ต้นมองตามแววตาที่เคยเป็นมิตรเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีจนสังเกตได้ “อ๋อ... พันไท”“ต้นรู้จักเหรอ”“เคยได้ยินชื่อน่ะ” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะส่งยิ้มกลับมาตามปกติ “ว่าแต่เย็นนี้ว่างไหม”“ทำไมเหรอ”“เรามีอะไรจะให้”“อะไรเหรอ”“เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้” เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินแยกเข้าห้องเรียนไป ฉันได้แต่มองตามอย่างงุนงง ต้นดูแปลกไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... เหมือนเขากำลังมองพี่พันด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออกทว่าฉันไม่มีเวลาคิดมาก เพราะเสียงอาจารย์ดังขึ้นเตือนให้เข้าเรียน ตลอดช่วงเช้า ต้นนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ... เขามองฉันบ่อยมาก บ่อยจนฉันเริ่มเกร็ง“มีอะไรติดหน้าหวานหรือเปล่า” ฉันถามออกไปในที่สุดต้นสะดุ้งเล็กน้อย “เปล

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 7 คนมารับ

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่เพราะมีสอบ ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญ... แต่เป็นเพราะข้อความสั้น ๆ จากใครบางคนเมื่อคืนนี้ที่บอกว่าจะมารับพี่พันไทแค่คิดถึงชื่อนี้ ฉันก็แทบอยากเอาหมอนฟาดหน้าตัวเอง จะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย! ก็แค่รุ่นพี่ของพี่ชายมารับไปโรงเรียนตามประสาคนรู้จักเท่านั้นเองฉันยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเป็นรอบที่สาม ก้มสำรวจชุดนักเรียนอย่างถี่ถ้วน เรียบร้อยดี ผมยาวถักเปียเรียบร้อย กระเป๋านักเรียนจัดพร้อม ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นจังหวะหัวใจที่เต้นระสับผิดปกติไปหมด“หวาน! ลงมาได้แล้ว!” เสียงพี่เมฆร้องเรียกจากชั้นล่าง“มาแล้วค่ะ!” ฉันรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงบันได แต่พอเปิดประตูออกมาถึงหน้าบ้านก็ต้องหยุดกึกรถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งอยู่หน้ารั้ว เจ้าของรถยืนพิงประตูฝั่งคนขับ เสื้อช็อปวิศวะพาดไว้บนแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือกำลังไถโทรศัพท์ ใบหน้าหล่อคมคายเงยขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงประตู ร่างสูงกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจดเท้าจนฉันต้องก้มมองตัวเองตามโดยอัตโนมัติ“ทำไมมองแบบนั้นคะ”“ช้า”“อะไรนะ”“ให้รอตั้งนาน”ฉันอ้าปากค้าง “พี่เพิ่งมาถึงไม่ถึงห้านาทีเองนะ!”“สำหรับพี่

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 6 คนที่บอกว่าไม่ได้ชอบ

    ฉันไม่รู้เลยว่าเย็นวันนั้น มีสายตาของใครบางคนกำลังมองตามฉันมาจากอีกฝั่งของสนามเพราะสิ่งเดียวที่แล่นอยู่ในหัวตอนนี้คือ... กล่องนมสตรอว์เบอร์รี่ในมือ กับประโยคทิ้งท้ายของพี่เมฆ‘ถ้าพี่ไม่ได้คิดไปเอง... พี่ว่าไอ้พันมันกำลังคิดไม่ซื่อกับน้องสาวพี่แล้วล่ะ’ฉันพยายามสลัดความคิดนั้นออกจากหัวตลอดทางเดินกลับบ้าน ไม่มีทางหรอก... พี่พันไทเนี่ยนะจะมาชอบฉัน? ตั้งแต่จำความได้ เขาก็เอาแต่เรียกว่าเด็กอ้วน ยัยเบาหวานบ้าง ยัยกลมบ้าง ถ้าชอบกันจริง ผู้ชายที่ไหนจะตั้งหน้าตั้งตาแกล้งผู้หญิงทุกครั้งที่เจอหน้า เพี้ยนแล้ว... ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่เอาคำพูดไร้สาระของพี่เมฆมาคิดจริงจังฉันก้มมองกล่องนมในมืออีกครั้ง แต่แค่เห็นรูปสตรอว์เบอร์รี่บนกล่อง หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลก็แค่ของกิน... ใช่ มันก็แค่ของกิน!ฉันย้ำกับตัวเองรอบที่ร้อยก่อนจะเดินเข้าบ้าน“กลับมาแล้วค่ะ”“อ้าว หวาน” เสียงแม่ดังมาจากในครัว ฉันถอดรองเท้าแล้วเจาะกล่องนมยกขึ้นดื่มแก้เขิน ทว่ายังไม่ทันดูดได้สองอึก เสียงพี่เมฆก็ลอยมาจากห้องนั่งเล่น“นมใครซื้อให้”ฉันชะงักกึก “พี่เมฆจะถามอะไรอีกเนี่ย”“ก็ถามเฉย ๆ”“พี่พันไทซื้

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บบที่ 5 จับผิดคน

    ในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาสพันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง""มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่""กูเปล่า"ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"ปึก!ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ"ไม่ได้เขิน""เออ ๆ""ไม่ได้ชอบด้วย""คร้าบ ๆ""กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง""มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้อ

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 4 คิดไม่ซื่อ?

    "อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆพี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท"มีแมลง""...""เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว""ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มพี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วมีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้วส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกทีหลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต..."เบาหวาน!"ฉันที่กำลังเดินก

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 3 ติดเบาหวาน

    คนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขาพันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลยฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 2 คนอกหัก

    เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียนหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงีย

  • My Engineer ยั่วรักพี่รหัส   บทที่ 1 ยัยเบาหวาน

    "หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่""เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ"...""ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status