Masukเรือยอร์ชลำหรูค่อย ๆ ชะลอเครื่องยนต์ลงจนเงียบสนิท ก่อนที่หัวเรือจะเกยเข้ากับหาดทรายขาวละเอียดราวกับแป้งพิมมาดาก้าวลงจากเรือด้วยความรู้สึกทึ่งในความงามเบื้องหน้า เกาะทั้งเกาะดูราวกับภาพวาดที่หลุดออกมาจากนิตยสารท่องเที่ยวระดับโลก ต้นมะพร้าวสูงสง่าเอนลู่ลมรับกับวิลล่าหรูสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นฝูงปลา
“พ่อแม่ของฉลามคงต้องรวยขนาดไหนเนี่ย ถึงได้ครอบครองเกาะส่วนตัวที่สวยงามได้ขนาดนี้” พิมมาดาพึมพำคิดในใจ ทว่าเผลอเอ่ยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนัก สายตาของเธอทอดมองไปรอบ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“คุณปู่ผมเป็นนักธุรกิจครับ ท่านซื้อที่นี่ไว้เมื่อ 40 กว่าปีก่อนแล้ว” ฉลามเดินเข้ามาขนาบข้าง น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูผ่อนคลาย
“ตอนนั้นที่นี่ยังเป็นเกาะร้างอยู่เลยมั้งครับ แต่ท่านมองการณ์ไกล เลยสร้างวิลล่าหลังนี้ไว้ให้ครอบครัวมาพักผ่อน”
“แต่พี่ว่าที่นี่สวยนะ เงียบสงบ... และเป็นส่วนตัวมากจริง ๆ” เธอหันไปสบตาชายหนุ่ม ลมทะเลหอบเอาไอเย็นมาปะทะผิวหน้า แต่กลับทำให้พิมมาดารู้สึกประหม่าเมื่อรู้ว่าบนเกาะที่กว้างขวางแห่งนี้มีเพียงเธอ ลูกสาว และชายหนุ่มรุ่นน้องที่อันตรายต่อหัวใจคนนี้เท่านั้น
เมื่อดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนสี เจ้าเอยในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ววิ่งร่าลงไปเล่นน้ำทะเลอย่างเริงร่า โดยมีฉลามที่เปลือยท่อนบนอวดแผงอกล่ำสันและซิกแพ็กที่ขึ้นลอนชัดเจนคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ผิวสีแทนเข้มของเขาเมื่อต้องหยดน้ำและแสงอาทิตย์ยามเย็นดูราวกับรูปสลักที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างความรู้สึกของพิมมาดา
พิมมาดานั่งอยู่บนโขดหินริมชายหาด เธอสวมบิกินี่สีน้ำเงินเข้มที่ขับให้ผิวขาวจั๊วะดูสว่างวาบจนตาพร่า มือบางคอยปัดทรายออกจากหน้าขาเนียนละเอียด
“คุณแม่ขา! มาเล่นน้ำด้วยกันสิคะ น้ำเย็นสบายมากเลย!” เจ้าเอยตะโกนเรียกพลางกวักน้ำใส่แม่ด้วยรอยยิ้มสดใส
พิมมาดาได้แต่นั่งยิ้มและโบกมือปฏิเสธลูกสาวของเธอ สายตาคอยเฝ้าดูลูกสาวอย่างอาทร ทว่าในใจกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นฉลามในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน ยืนตระหง่านอยู่กลางเกลียวคลื่น ผิวสีแทนของเขาดูเซ็กซี่อย่างเหลือร้ายเมื่อต้องหยดน้ำและแสงอาทิตย์ยามเย็น
“แม่ขอนั่งดูอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะเจ้าเอย แม่ไม่อยากตัวเปียก” พิมมาดาตอบเลี่ยง พยายามรวบรวมชายผ้าคลุมที่เหลือเพียงน้อยนิดมาปิดบังเรียวขานวลเนียน เธอรู้ดีว่าหากบิกินี่ตัวจิ๋วนี้เปียกน้ำ มันจะแนบสนิทจนเผยสัดส่วนทุกตารางนิ้วให้สายตาคมกริบคู่นั้นเห็นจนหมดเปลือก
“คุณแม่ขา มาเล่นกับเจ้าเอยเถอะค่ะ!” เด็กน้อยเริ่มอ้อนวอน เมื่อเห็นผู้เป็นแม่ยังคงนิ่งเฉย แกจึงหันไปหาที่พึ่งสุดท้าย
“พี่ฉลามคะ! คุณแม่ไม่ยอมลงมาค่ะ พี่ฉลามช่วยไปอุ้มคุณแม่ลงมาเล่นน้ำกับเจ้าเอยหน่อยได้มั้ยคะ?”
เมื่อได้รับบัญชาจากลูกสาวตัวน้อยของเธอ มีหรือเขาจะกล้าขัด ฉลามหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นเร่าร้อนในทันที
“ไม่นะฉลาม! อย่า!!!...” พิมมาดาร้องอุทานพลางจะลุกหนี แต่ไม่ทันเสียแล้ว
ชายหนุ่มสาวเท้าขึ้นจากน้ำเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอ เขาโน้มกายลงช้อนร่างระหงขึ้นแนบอกด้วยพละกำลังมหาศาล อ้อมแขนแกร่งโอบรัดใต้พับขาและแผ่นหลังของเธอจนหน้าอกอวบอิ่มเบียดชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ พิมมาดาสะดุ้งเฮือก มือบางเผลอคว้าไหล่กว้างที่มีหยดน้ำเกาะพราวไว้แน่น
“ปล่อยพี่ลงนะฉลาม!...” เธอซบหน้าลงกระซิบชิดแผงอกเขา กลิ่นฟีโรโมนชายหนุ่มผสมกลิ่นไอทะเลทำให้อารมณ์ของเธอเตลิดไปไกล
“เจ้าเอยเป็นคนอนุญาตเองนะครับ... พี่พิมอย่าขัดใจเด็กเลย” เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบตอบ ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดข้างแก้มเนียน
ฉลามก้าวยาว ๆ กลับลงไปในน้ำทะเล ขณะที่เจ้าเอยกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจพลางร้องเสียงใส
“เย้! พี่ฉลามเก่งที่สุดเลย!”
“ฉลามอ่า...ว้ายยย!!!” เสียงอุทานหวานล้ำขาดห้วงไปพร้อมกับร่างระหงที่ถูกปล่อยลงสู่ผืนน้ำสีคราม แม้จะเป็นเพียงการหยอกเย้าและฉลามก็ประคองเธอลงอย่างนุ่มนวล ทว่าแรงกระเพื่อมของน้ำทะเลกลับทำให้พิมมาดาเสียการทรงตัวสั้น ๆ จนร่างทั้งร่างถลาเข้าหาอ้อมกอดแกร่งที่รอรับอยู่ก่อนแล้ว
ความนุ่มหยุ่นอวบตึงของเต้านมคู่สวยที่เบียดอัดอยู่ภายใต้ผ้าบิกินี่เนื้อบาง ปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง สัมผัสที่แนบชิดชนิดไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่านทำเอาทั้งคู่ชะงักงันไปชั่วขณะ
พิมมาดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ผิวเนื้อที่เย็นเฉียบจากน้ำทะเลกลับร้อนฉ่าขึ้นมาทันทีในจุดที่ร่างกายเสียดสีกัน ยิ่งเมื่อเธอพยายามจะดันตัวออก มือบางกลับสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนผิวกายร้อนระอุของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง ความแข็งแกร่งของร่างกายเขาทำเอาเธอใจสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่
น้ำทะเลเย็นเฉียบที่โอบล้อมกายกลับไม่ได้ช่วยดับอุณหภูมิในร่างกายของพิมมาดาให้ลดลงได้เลย เมื่อวงแขนแกร่งของฉลามยังคงเกี่ยวกระหวัดเอวคอดของเธอไว้มั่น สายตาคมกริบของเขาจ้องมองหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนลาดไหล่เนียนและยอดอกอวบอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงภายใต้บิกินี่เปียกชุ่ม
“พี่พิมว่ายน้ำเป็นมั้ยครับ?” ฉลามกระซิบถาม เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าอยู่ชิดใบหู ขณะที่เขาแกล้งขยับกายพาเธอมุ่งหน้าออกสู่ส่วนที่ลึกขึ้นจนน้ำปริ่มอยู่ระดับอก
“พี่ว่ายน้ำไม่เป็นฉลาม! อย่าพาพี่ลงไปลึกซิ...” พิมมาดาอุทานเสียงหลง มือบางทั้งสองข้างรีบคว้าเกาะไหล่กว้างของเขาไว้แน่น ร่างกายของเธอเบียดเสียดเข้าหาความแข็งแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณของการกลัวจมน้ำ
“ไม่ต้องกลัวครับ... ผมไม่ปล่อยให้พี่จมหรอก” ฉลามตอบพลางรั้งร่างระหงเข้ามาจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน สัมผัสจากแผงอกเปลือยเปล่าที่บดเบียดกับความนุ่มหยุ่นของทรวงอกสาวทำให้พิมมาดาสะท้านเฮือก เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวจากกายชายหนุ่มที่แผ่ซ่านออกมาผ่านสายน้ำ
“ปล่อยพี่นะฉลาม... พี่ใจคอไม่ดีเลย” เธอประท้วงพลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองเขา ผิวขาวจัดของเธอตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อน่ามองไปทั้งตัว
“ใจไม่ดี... หรือใจสั่นเพราะผมกันแน่ครับ?” เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับใช้มือหนาที่อยู่ใต้ผิวน้ำลากไล้จากสะโพกผึ่งผายขึ้นมาตามสีข้าง จนปลายนิ้วเฉียดกรายไปโดนฐานปทุมถันที่ชูชันเพราะความเย็นและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
“พิม... คุณแพ้ท้องหรือเปล่า?” ฉลามเอ่ยถามขณะที่มองใบหน้าซีดเซียวของภรรยา พิมมาดาตวัดหางตาค้อนเขา แต่สายตานั้นไม่อาจทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย“ยังไม่แน่ใจค่ะ”“ผมอยากมีลูกกับคุณจังเลย พิมจ๋า” เขากระซิบเสียงพร่า พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่น“มีน้ำยาก็ทำสิคะ แต่เดี๋ยวค่ะ... ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” หญิงสาวพยายามดันใบหน้าของสามีออกห่างจากร่องอกอวบอิ่มของเธอ“โธ่... ผมก็อุตส่าห์ดีใจ” ฉลามถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู เขาเดินไปเปิดก็เห็นปลาวาฬยืนอยู่ตรงหน้า มือถือจานมะม่วงส่องประกายยั่วยวน“พี่เตรียมมาให้แล้ว เห็นบอกว่าอยากทานของเปรี้ยวใช่ไหม!” ปลาวาฬตะโกนบอกน้องสะใภ้ที่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟาด้านใน ฉลามรีบรับจานมะม่วงมาถือไว้ก่อนที่พี่สาวจะได้เดินเข้ามาในห้อง“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมป้อนเมียผมเอง” เขาพูดพลางส่งยิ้มกวน ๆ“แหม่! บริการทุกระดับเชียวนะ” ปลาวาฬอดแซวไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพังฉลามเดินกลับมานั่งข้างพิมมาดา ป้อนมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดเข้าปากภรรยาอย่างเอาใจ ไม่นานนักคุณพราวตะวันก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เป็นอะไรหรือเปล่าพิม ด
การฮันนีมูนที่ฟินแลนด์ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของเมืองเฮลซิงกิ พิมมาดาทอดสายตามองมหาวิหารสีขาวโดดเด่นและสถาปัตยกรรมสไตล์ออโธดอกซ์ขณะล่องเรือท่องเที่ยว ความสงบของทะเลบอลติกทำให้นึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงที่นี่ถาวร“ถ้าช่วงใกล้คริสต์มาส คุณพาพิมไปเที่ยวทางเหนือได้มั้ยคะ”“ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมน่าจะกลับไปรับปริญญาพอดี เสร็จงานแล้วเราจะมาอยู่กันที่นี่ถาวรเลย คุณว่าไงครับ?” ฉลามถามพลางโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น“ก็แล้วแต่คุณสิคะ พิมอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามีคุณ” เธอตอบเสียงหวาน“หึหึ...ฉลามจะกินคุณทุกวันเลย?” สามีหนุ่มหยอดมุกเสี่ยวพลางยิ้มกริ่ม“ไม่หรอกค่ะ กินบ่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามเบื่อ... โอเคไหมคะ?” พิมมาดาหันไปจ้องตาเขาอย่างจริงจัง จนฉลามต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก “ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกครับพิม ผมรักคุณแล้วก็เจ้าเอย และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ ลูก ขอบคุณที่ยอมทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยเพื่อมาสร้างครอบครัวกับผมนะครับ”ทั้งคู่คุยกันถึงแผนการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่แลปแลนด์ ความตื่นเต้นที่จะได้พาเจ้าเอยไปดูแสงเหนือและนั่งรถลา
“โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววว!” เสียงโห่ร้องกึกก้องกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำดำเนินสะดวก ขบวนกลองยาวรัวจังหวะสนุกสนานเร้าใจ นำขบวนโดยเรือพายลำใหญ่ที่มี เพชรตะวัน หรือ ฉลาม ในชุดไทยประยุกต์สีขาวครีมดูหล่อเหลาสง่างามราวกับพระเอกวรรณคดี เขานั่งอยู่บนหัวเรือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดในชีวิต เบื้องหลังคือขบวนเรือนับสิบลำที่บรรทุกขันหมาก เงินทองสินสอดมหาศาล และพานพุ่มคาวหวานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมุ่งตรงสู่คุ้มรีสอร์ตไม้สักทองภายในงานพิมมาดา เจ้าสาวที่สวยสง่าในชุดไทยจักรีสีชมพูกลีบบัว ยืนกระวนกระวายด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังบานเฟี้ยมไม้ นี่คืองานวิวาห์ครั้งที่สองที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หัวใจดวงน้อยสั่นรัวเมื่อได้ยินเสียงกลองยาวที่ใกล้เข้ามาทุกที“มาแล้วครับ! ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้ววว!”เตโช เพื่อนสนิทของฉลามที่เป็นต้นเสียงตะโกนอย่างคึกคะนองอยู่บนเรือลำหนึ่ง เขาตื่นเต้นจนรีบยืนขึ้นกวักมือเรียกแขกเหรื่อ แต่ด้วยจังหวะที่เรือโครงเครงบวกกับการทรงตัวที่ไม่ดีพอ ร่างสูงหนาของเตโชจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับหญิงสาวร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนพากันล้มตึงตูมมมม!เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับ
บรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์เมื่อค่ำคืนก่อนดูจะมลายหายไปพร้อมกับไอหมอกยามเช้า พิมมาดาส่งยิ้มละไมพลางเดินเคียงข้างร่างสูงสง่าลงมาจากบันไดวนหินอ่อน กลิ่นอายความรักจากการพลอดรักเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวจนพวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อ ฉลามอุ้มเจ้าเอยเอาไว้แนบอกกว้างอย่างหวงแหน ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่านี่คือแก้วตาดวงใจของเขาทว่าที่เชิงบันได ทั้งสองกลับต้องชะงักเมื่อเห็น คุณพราวตะวัน ยืนรออยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด“คุณแม่จะไปไหนครับ?” ฉลามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งระแวดระวัง เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมมาดาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ“แม่ก็จะมาชวนฉลาม กับหนูพิม แล้วก็เจ้าเอยไปทานมื้อเช้าด้วยกันไงลูก” พราวตะวันแย้มรอยยิ้มที่พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้ใหญ่สาวจะหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้โดยตรง“หนูพิมจ๊ะ... เรื่องเมื่อวานแม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกที่แม่พูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น เป็นเพราะแม่คิดน้อยไปหน่อย แม่ห่วงลูกชายจนหลงลืมความรู้สึกของหนู”คำกล่าวขอโทษที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาพิมมาดาตื้นตันจนขอบตาเกือบเบลอด้วยน้ำตา เธอรีบส่ายหน้าเบาๆ อย่างถ่อมต
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับระอุไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจากการโต้เถียงของคุณพงษ์เพชรและคุณพราวตะวัน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าดุดันของผู้เป็นสามีที่ยืนจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง“ก็ลูกอุตส่าห์พาแฟนกลับบ้านมาหาเราทั้งที แล้วเจ้าฉลามก็ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย พาพิมกับลูกมาหาเราด้วย แล้วคุณไปพูดแบบนั้นได้ยังไง! คิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิพราว! และอีกอย่างเจ้าฉลามก็ไม่ได้รักยัยหนูเลน่าของคุณเลยสักนิด ผมบอกไว้ตรงนี้เลย” พงษ์เพชรตวาดเสียงกร้าว“แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจะหลอกลูกชายเรานะคะ” พราวตะวันเริ่มเสียงสั่น ยอมออ่อนข้อลงเมื่อเห็นสามีเอาจริง“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาหลอก! หนูพิมอาจจะรักลูกเราจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันก็คือความสุขของลูก คุณไม่ควรเข้าไปขวาง” พงษ์เพชรเอ่ยถึงพิมมาดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเห็นความอ่อนน้อมและกิริยาที่พิมมาดาสอนเจ้าเอยมาอย่างดี เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาคนนั้นทำให้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เล่นด้วย“ก็ปลาวาฬบอกว่าเธออายุมากกว่าลูกเรานะคะพราวว่าแม่คนนี้ต้องเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนแน่ ๆ เจ้าฉลามคงไม่ทันเล
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ เจ้าเอยตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ขยับกายตื่นขึ้นมา พิมมาดารีบหันไปโอบกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ฉลามเองก็เอื้อมวงแขนแกร่งไปโอบกอดทั้งคุณแม่และคุณลูกไว้พร้อมกัน เจ้าเอยเอานิ้วก้อยของเขาไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงมือบางของมารดามาสัมผัสประสานนิ้วก้อยของเขาเข้าด้วยกัน“คุณพ่อฉลามอย่าดุคุณแม่นะคะ วันนี้คุณแม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย” เสียงใสไร้เดียงสาทำเอาหัวใจคนฟังสะท้าน“คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะครับ และตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบพลางสบตาพิมมาดา“จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณแม่กับคุณพ่อห้ามปล่อยมือออกจากกันนะคะ”“ได้สิครับเจ้าเอย พ่อให้สัญญา” ฉลามรีบบอกก่อนจะก้มลงหอมแก้มทั้งคู่คนละฟอดใหญ่ เพียงไม่นานเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง“ลูกหลับแล้ว... งั้นก็คงถึงเวลาของเราแล้วล่ะ” ครั้งนี้ฉลามไม่รอช้าและไม่สนเสียงค้านแผ่วเบา เขาโผเข้าหาพิมมาดาอย่างหิวโหย ริมฝีปากหยักประกบลงบนเรียวปากบาง ดูดซับความหวานอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงน่าอาย ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ มือหนาเริ่มดึงทึ้งชุดนอนบางเบาจนขาดพ้นร่างระหง ก่อนจะขยับกายหนาขึ้นทาบทับลงบนตัว







