Perangkap Cinta Sang Intelijen

Perangkap Cinta Sang Intelijen

last updateLast Updated : 2023-01-09
By:  Joya JanisOngoing
Language: Bahasa_indonesia
goodnovel18goodnovel
10
1 rating. 1 review
9Chapters
1.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

Synopsis

Meski tidak akur, Tara dan Neo tidak bisa menolak pernikahan yang telah ditetapkan nenek Neo. Neo memiliki terlalu banyak rahasia, sedangkan Tara selalu ingin tahu. Hal tersebut sering menimbulkan cekcok di rumah tangga mereka. Namun, semua berubah setelah kedatangan Salim. Pria itu membuat Tara tak lagi mencari masalah dengan Neo. Awalnya, Neo mengira semuanya baik-baik saja sampai dia merasa kekosongan di hati. Lantas, bagaimana kisah keduanya? Apakah cinta akan hadir dan menyelamatkan pernikahan mereka?

View More

Chapter 1

Pernikahan Mustahil

“อะไรนะ?! คุณหลินจะทำแท้งงั้นเหรอ? แต่เมื่อเช้าตอนคุณรู้ว่าท้อง คุณยังตื่นเต้นที่จะบอกข่าวดีนี้กับแฟนอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ?”

หมอมองฉันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เสียงร้องอุทานดังลั่นไปทั่วห้องตรวจอันว่างเปล่า

ฉันก้มหน้าลง นิ้วมือจิกกำชายกระโปรงแน่น น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณอย่าถามอีกเลยค่ะ สรุปว่าเด็กคนนี้ ฉันไม่เอาแล้ว”

หมอมองฉันอย่างลึกซึ้ง สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“คุณหลินครับ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจอเรื่องอะไรมา แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของคุณยังไม่คงที่ รอให้ใจเย็นลงกว่านี้แล้วค่อยกลับไปคิดทบทวนใหม่อีกรอบดีไหมครับ”

เขาเลื่อนใบยืนยันการยุติการตั้งครรภ์กลับมาตรงหน้าฉัน สายตาจับจ้องไปที่ภาพอัลตราซาวด์บนนั้น ก่อนจะเสริมอีกประโยค “ยังไงนี่ก็เป็นหนึ่งชีวิตนะครับ”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเงาดำเล็กๆ บนผลตรวจ ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง

ผ่านไปเนิ่นนาน ฉันก็เก็บใบนั้นใส่กลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วเดินออกจากโรงพยาบาล

ฉันเดินกลับบ้านทีละก้าวอย่างคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จู่ๆ รถเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งก็เบรกกะทันหันตรงหน้าฉัน

รองเท้าหนังขัดมันเหยียบลงในแอ่งน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏขึ้นต่อสายตา เสิ่นสืออี้กางร่มแล้วรีบวิ่งตรงดิ่งมาหาฉัน

เขาดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดทันที ถอดเสื้อสูทออกมาคลุมตัวฉันไว้ “โตขนาดนี้แล้ว ออกจากบ้านทำไมไม่รู้จักพกร่ม? ร่างกายคุณยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง?”

ฉันเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเขา ราวกับได้ย้อนกลับไปปีแรกที่เราเพิ่งคบกัน เขาก็ทะนุถนอมฉันไว้กลางฝ่ามือแบบนี้

แต่ฉันรู้ดีว่า มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว

ฉันมองชุดสูทสีน้ำเงินเข้มบนตัวเขา แล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

นี่คือชุดที่เขาสั่งตัดเป็นพิเศษเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเพื่องานเลี้ยงวันเกิดของฉันโดยเฉพาะ

แต่ทว่าวันนี้ ในวันที่เขาสวมชุดนี้ มันกลับไม่ใช่เพื่อฉลองวันเกิดให้ฉัน

ช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่ฉันกำลังเตรียมงานวันเกิด จู่ๆ ก็เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนัก ตอนแรกนึกว่าเป็นโรคกระเพาะกำเริบ แต่หมอกลับบอกว่าฉันตั้งครรภ์

การได้รับรู้ว่ามีชีวิตน้อยๆ อยู่ในท้องในวันเกิดตัวเอง ฉันรู้สึกว่านี่คือของขวัญที่สวรรค์ประทานให้

ฉันรีบกลับบ้านเพื่อเตรียมจะบอกข่าวดีนี้กับเสิ่นสืออี้ แต่เขากลับหายตัวไปตอนไหนก็ไม่รู้

แม่บ้านสังเกตเห็นความสงสัยของฉัน “ประธานเสิ่นบอกว่าจะไปรับคนสำคัญที่สนามบินครับ แล้วยังสั่งไว้อีกว่าถ้าคุณผู้หญิงหิวก็ทานก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ”

ไม่ต้องรอเขา? วันนี้เป็นวันเกิดฉันนะ เขาเคยสัญญาว่าจะจัดงานวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ให้ แต่ตอนนี้กลับบอกว่าไม่ต้องรอ?

ฉันข่มความโกรธในใจลง แล้วหันไปถามแม่บ้าน “คนสำคัญอะไร?”

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตอบอ้อมแอ้ม “ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รู้แค่ว่าตอนประธานเสิ่นออกจากบ้านดูมีความสุขมาก ยืนส่องกระจกอยู่นานสองนานเลย”

ได้ยินคำตอบนี้ ในใจฉันก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉันก็ตัดสินใจให้คนขับรถพาไปที่สนามบิน

สนามบินผู้คนพลุกพล่าน แต่เสิ่นสืออี้กลับหาง่ายมาก เขาตัวสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา มักจะดึงดูดสายตาผู้คนอยู่เสมอ

และก็เป็นไปตามคาด เสิ่นสืออี้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน

แต่ฉันไม่ได้เดินเข้าไป เพราะนอกจากเขาแล้ว หลินเจ๋อเฟิงพี่ชายของฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย

ส่วนเสิ่นสืออี้ถือช่อดอกไม้สดไว้ในมือ จ้องมองไปที่ทางออกตาไม่กะพริบ ริมฝีปากเม้มแน่น ดูเหมือนกำลังตื่นเต้น

ฉันไม่เคยเห็นเสิ่นสืออี้เป็นแบบนี้มาก่อน

ต่อให้ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของเราเกือบจะถูกพี่ชายจับได้ เขาก็ยังสงบนิ่ง รับมือได้อย่างสบายๆ

เพราะฉะนั้น เป็นใครกันนะที่ทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้?

ฉันจ้องเขม็งไปที่ทางออก เห็นหญิงสาวท่าทางเปี่ยมเสน่ห์คนหนึ่งเดินออกมา

เสิ่นสืออี้รีบโบกมือเรียกเธอทันที “อวิ๋นเหยา!”

หญิงสาวถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินเนิบนาบตรงไปหาพวกเขา แต่เธอกลับไม่ได้รับดอกไม้ในมือเขา กลับเดินผ่านหน้าเสิ่นสืออี้ไป แล้วควงแขนหลินเจ๋อเฟิงแทน

วินาทีนั้น ฉันเห็นแววตาของเสิ่นสืออี้ฉายแววไม่ยินยอมอย่างชัดเจน

ถึงแม้เสิ่นสืออี้จะเคยเจ้าชู้ประตูดิน แต่ผู้หญิงพวกนั้นเขาก็แค่เล่นๆ อย่าว่าแต่ไม่ยินยอมเลย แม้แต่จะง้อเขายังขี้เกียจทำด้วยซ้ำ

ฉันอดไม่ได้ที่จะมองผู้หญิงคนนั้นให้ชัดๆ อวิ๋นเหยา… เจียงอวิ๋นเหยางั้นเหรอ?

ฉันนึกออกแล้ว

ฉันใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายที่อยู่เมืองจีนมักจะเล่าเรื่องเพื่อนสนิทสมัยเด็กสองคนให้ฟังเสมอ คนหนึ่งคือเสิ่นสืออี้ อีกคนคือเจียงอวิ๋นเหยา พวกเขาคือ ‘สามทหารเสือ’ ที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง

แต่ดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ความสัมพันธ์ของเสิ่นสืออี้กับเธอดูจะไม่ใช่แค่มิตรภาพธรรมดาเสียแล้ว

ฉันเก็บความสงสัยไว้ในใจ อาศัยจังหวะที่พี่ชายเดินไปเอากระเป๋าอีกด้าน โทรหาเขา “พี่คะ ได้ยินประธานเสิ่นบอกว่าเจียงอวิ๋นเหยากลับมาแล้ว เธอกับประธานเสิ่นเป็นอะไรกันเหรอ? ฉันเห็นประธานเสิ่นตื่นเต้นใหญ่เลย ประชุมก็ไม่เข้าแล้ว”

พี่ชายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “เรื่องแค่นี้เขาก็บอกเธอเหรอ? ดูท่าเจ้านั่นจะตื่นเต้นจริงๆ แฮะ เขากับเจียงอวิ๋นเหยาเคยคบกันอยู่หลายปี ช่วงนั้นรักกันปานจะกลืนกิน สุดท้ายเจียงอวิ๋นเหยาเลือกไปเมืองนอกตอนที่เขารักเธอที่สุด เสิ่นสืออี้ถึงกับคลั่งไปเลย”

“เธออย่าเห็นว่าประธานเสิ่นของเธอปกติจะดูเย็นชานะ ช่วงนั้นมาเกาะแกะร้องห่มร้องไห้กับพี่ทุกวัน บอกว่าจะไปฆ่าตัวตาย สุดท้ายดันไปหาตัวแทนมาตั้งเยอะแยะ…”

“ตัวแทน?”

มือที่ถือโทรศัพท์ของฉันเริ่มสั่นเทา

หลินเจ๋อเฟิงตอบรับในลำคอ “ใช่ เธอน่าจะยังไม่เคยเจอเจียงอวิ๋นเหยา เดี๋ยวพอได้เจอเธอจะรู้เองว่าผู้หญิงพวกนั้นของหมอนั่นหน้าตาเหมือนเจียงอวิ๋นเหยาขนาดไหน”

“เอ๊ะ พอพูดแล้ว พี่ชักจะรู้สึกว่าเธอก็หน้าคล้ายยัยนั่นหน่อยๆ เหมือนกันนะ แต่แน่นอนว่าน้องสาวสุดที่รักของพี่สวยกว่าอยู่แล้ว…”

ประโยคหลังจากนั้นฉันไม่ได้ยินอีกเลย

หูของฉันอื้ออึงไปหมด ทุกคำที่เขาพูด ร่างกายของฉันก็ยิ่งเย็นเฉียบลงไปทุกที ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย มองไปที่หญิงสาวทรงเสน่ห์ตรงหน้า

ที่จริง ฉันได้เจอเธอแล้ว

“หยวนชิง? ทำไมไม่พูดล่ะ? จริงสิ ว่าแต่เธอถามเรื่องพวกนี้ทำไม?”

เสียงพี่ชายดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ไม่หยุด แต่ฉันไม่มีแรงจะตอบโต้ ทำได้เพียงพูดเบาๆ ว่า

“ก็เป็นห่วงเจ้านายน่ะค่ะ เป็นเรื่องธรรมดา”

“จริงสิพี่คะ อย่าบอกประธานเสิ่นนะว่าวันนี้ฉันถามเรื่องนี้กับพี่”

หลังจากได้รับคำตอบรับ ฉันก็รีบวางสายทันที

วินาทีที่หน้าจอดับลง หน้าจอสีดำสะท้อนเงาใบหน้าของฉัน

ฉันเงยหน้ามองผู้หญิงที่อยู่ไม่ไกลคนนั้นอีกครั้ง

เหมือนเหรอ?

ฉันแสยะยิ้มขมขื่น

ลักยิ้มที่มุมปากนั่น เหมือนกับผู้หญิงตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน

เหมือนกันมากจริงๆ ด้วย

วันนั้น ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกจากสนามบินมาได้ยังไง รู้แค่ว่าข้างนอกฝนตกหนักมาก

พอกลับถึงบ้าน เสิ่นสืออี้ก็เอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้ แล้วยังไปต้มน้ำซุปแก้หนาวมาป้อนฉันอีก

เขาลูบผมฉันพลางชวนคุย “ที่รัก คุณรู้ไหม? วันนี้ผมเกือบความแตกแล้วนะ พี่ชายคุณบอกว่ามีเพื่อนอยากรู้จักคุณ อยากนัดให้เจอกัน ผมทนไม่ไหวรีบกระโดดผลุงขึ้นมาบอกว่าไม่ได้ พี่ชายคุณถึงกับอึ้งไปเลย”

ฉันยิ้มออกมา แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม “แล้วยังไงต่อคะ? เขาจับได้หรือเปล่า?”

“แน่นอนว่าไม่ พี่ชายคุณความรู้สึกช้าจะตาย เขาไม่มีทางนึกออกหรอกว่าเพื่อนสนิทที่สุดดันมาจีบน้องสาวตัวเองติด ถ้าขืนรู้เข้า ผมคงไม่ได้กลับมาแบบครบสามสิบสองหรอก”

ได้ยินน้ำเสียงทีเล่นทีจริงของเขา ฉันยกมือขึ้นจับมือที่กำลังเช็ดผมของเขาไว้ ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสิ่นสืออี้ คุณเห็นฉันเป็นแฟนจริงๆ เหรอ?”

เสิ่นสืออี้ชะงัก ก่อนจะหัวเราะออกมา เดินมานั่งยองๆ ตรงหน้าฉัน ยกมือบีบแก้มฉันเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยน

“ถ้าไม่ใช่ ตอนพี่ชายคุณบอกว่าจะแนะนำผู้ชายให้ ผมจะโกรธขนาดนี้ทำไม?”

พอพูดถึงผู้ชายที่ยังไม่เคยเจอหน้าคนนั้น สีหน้าของเสิ่นสืออี้ก็ดูแย่ลง เขาดึงฉันเข้าไปกอด ริมฝีปากบางแนบชิดลำคอระหง “แค่คิดว่าคุณจะไปคบกับคนอื่น แม้แต่จะนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน ผมก็ทรมานจะตายอยู่แล้ว”

ลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอ ร่างกายฉันอ่อนระทวย ทว่าวินาทีถัดมาที่ฉันกำลังจะเคลิบเคลิ้ม ฉันก็ผลักเสิ่นสืออี้ออกอย่างแรง “สืออี้ ฉันเหนื่อยแล้ว”

เสิ่นสืออี้ตะลึงไปเล็กน้อย นึกว่าฉันตากฝนจนไม่สบาย จึงรีบอุ้มฉันขึ้นไปวางบนเตียง

จนกระทั่งฉันหลับ เขาถึงได้เอามือมาอังหน้าผาก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีไข้แล้วถึงหันหลังเดินออกไป

มองดูประตูบานใหญ่ที่ปิดลง ฉันที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ฉันซุกหน้าลงกับหมอน ร้องไห้จนแทบขาดใจ

แฟนบ้าบออะไรกัน…

ฉันก็แค่ผู้หญิงที่ถูกใช้เป็นตัวแทนของเจียงอวิ๋นเหยาก็เท่านั้น

พอนึกถึงเมื่อก่อนที่เสิ่นสืออี้มักบอกว่าชอบรอยยิ้มของฉันที่สุด และบอกให้ฉันยิ้มเยอะๆ ฉันก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที!

น้ำตาทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว อุณหภูมิในร่างกายค่อยๆ สูงขึ้น

ท่ามกลางความมึนงง วูบหนึ่งฉันก็นึกถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว

ปีนั้นฉันอายุสิบแปด พี่ชายพาเสิ่นสืออี้มารับฉันกลับประเทศ ตั้งแต่แรกเห็น ฉันตกหลุมรักผู้ชายตัวสูงหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ทันที

ต่อมา ฉันยอมทิ้งชีวิตคุณหนูผู้สุขสบาย ขอให้พี่ชายส่งฉันเข้ามาฝึกงานในบริษัทของเสิ่นสืออี้

แรกเริ่มเดิมที เราแทบไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน ถ้าเสิ่นสืออี้ไม่คุยธุรกิจ ก็จะไปซิ่งรถในสนามแข่ง ส่วนผู้หญิงที่นั่งข้างคนขับก็เปลี่ยนคนแล้วคนเล่า

จนกระทั่งในงานเลี้ยงธุรกิจครั้งหนึ่ง เขาพลาดท่าถูกคู่แข่งวางยา พอรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติก็โซซัดโซเซหนีเข้าไปในห้องน้ำ

ฉันกลัวเขาจะเป็นอะไรไปเลยรีบตามไป แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็คลาดสายตา ฉันร้อนใจจนกระทืบเท้าอยู่กับที่ จู่ๆ มือใหญ่คู่หนึ่งก็กระชากฉันเข้าไปในห้องเก็บของ

ฉันกรีดร้องดิ้นรน แต่พอได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเสิ่นสืออี้ก็สงบลง

ชายหนุ่มด้านหลังหอบหายใจถี่ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกสามเม็ด ฤทธิ์ยาทำให้กล้ามหน้าอกภายใต้เสื้อเชิ้ตแดงระเรื่อ ดูเซ็กซี่อย่างที่สุด

ฉันเผลอกลืนน้ำลาย และภาพนี้ก็ตกอยู่ในสายตาของเสิ่นสืออี้อย่างชัดเจน

เขาหัวเราะในลำคอ เชยคางฉันขึ้น น้ำเสียงเกียจคร้านและแหบพร่า “ชอบมากเลยเหรอ?”

เมื่อถูกจับได้ ฉันก็รีบผลักเขาออกแล้วแก้ตัว “ปละ… เปล่า...”

แต่ชายหนุ่มกลับดึงฉันกลับเข้ามาในอ้อมกอด จับมือฉันแนบแน่นกับแผงอกของเขา

เขาขมวดคิ้ว ดูทรมาน “ในเมื่อชอบ งั้นก็ช่วยฉันหน่อยสิ…”

ไม่รอให้ฉันตอบรับ เสิ่นสืออี้ก็ก้มลงจูบทันที ดวงตาฉันเบิกกว้าง ก่อนจะค่อยๆ ตกอยู่ในภวังค์จูบที่เต็มไปด้วยการรุกรานแต่ก็แฝงไว้ด้วยความยับยั้งชั่งใจ

ตื่นมาอีกที เรานอนเปลือยกายอยู่บนเตียง เสิ่นสืออี้เท้าศีรษะตะแคงมองฉัน

ทั้งที่ฤทธิ์ยาหมดไปแล้ว แต่แววตาของเขากลับยังเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยังไม่จางหาย

วันนั้น เขาพูดว่า “ฉันจะรับผิดชอบเธอเอง”

เสิ่นสืออี้ทำตามคำพูดจริงๆ เขาเลิกทำตัวเสเพล หันมาคบหาดูใจกับฉันอย่างจริงจัง

ส่วนฉันก็ปฏิเสธการดูตัวเพื่อแต่งงานหลายต่อหลายครั้ง ยอมอยู่ที่บริษัทของเขา และอยู่ข้างกายเขา

ทุกครั้งที่พี่ชายเห็นคุณหนูบ้านอื่นไปพักร้อนที่บาร์เซโลนา แต่น้องสาวสุดที่รักกลับต้องมานั่งแช่อยู่ที่โต๊ะทำงานอันน่าอุดอู้ เขาก็อดถามไม่ได้ว่าบริษัทนี้มีดีอะไรหนักหนา

ฉันอยากบอกความสัมพันธ์กับเสิ่นสืออี้ตั้งหลายครั้ง แต่เสิ่นสืออี้ที่มักจะตามใจฉันกลับไม่ยอมถอยในเรื่องนี้ ตอนแรกฉันนึกว่าเขากลัวพี่ชายจะว่า

จนกระทั่งวันนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้ว

พี่ชายเป็นพยานรักของเขากับเจียงอวิ๋นเหยามาตลอด เห็นกับตาว่าเขาจะเป็นจะตายเพื่อเจียงอวิ๋นเหยาขนาดไหน แล้วจะยอมยกน้องสาวสุดที่รักให้เขาได้ยังไง

เขาไหนเลยจะกล้าให้หลินเจ๋อเฟิงรู้

แต่ว่า ต่อไปนี้เขาไม่ต้องกลัวอีกแล้ว

เพราะฉันกับเสิ่นสืออี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป

เจียงอวิ๋นเหยากลับมาแล้ว ฉันจะคืนเสิ่นสืออี้ให้เธอแบบครบถ้วนสมบูรณ์

ส่วนความรักและวันเวลาหลายปีมานี้ ฉันรักได้ ก็เลิกได้เหมือนกัน
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

To Readers

Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.

reviews

Joya Janis
Joya Janis
kisah seru dua orang yang berbeda seru dengan bumbu thriller dan actionnya. cinta yang akan menyelamatkan nyawa!
2023-01-10 18:53:28
0
0
9 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status