เข้าสู่ระบบณ บ้านจงใจรัก
(07.00 น.) กริ้งงงงงง ~ กริ้งงงงงง ~ เสียงนาฬิกาปลุก ฉุดสาวน้อยที่งัวเงียลุกนั่งหลังค่อม พร้อมสีหน้าที่หงุดหงิดให้กับเสียงปลุก อันน่ารำคาญ “เช้าเร็วจังอ่า ขออีกนิดได้ไหม” สาวน้อยทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง หลังจากปิดเสียงนาฬิกาปลุก “แต่ ...” สาวน้อยโพลงดีดตัวขึ้นนั่ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีนัดเดินไปโรงเรียน “แม่ !” เสียงแหลมตะโกนลั่นบ้าน ด้วยคำที่คุ้นหู “แม่ !!!” “อะไร๊ ---” แม่ยืนนิ่งค้ำเอวเอียงคอ รอสาวน้อยที่กำลังวิ่งแจ้นลงมาจากบันไดไม้เสียงดัง อย่างรีบร้อน “แหกปากแต่เช้า มีอะไรเหรอจ้ะลูกรักของแม่” ประโยคแสนหวาน ที่ผ่านเสียงอ่อนนุ่มเชิงประชดประชัน ทำสาวน้อยตาเบิกกว้าง ด้วยความตกใจ “กระจกหนูอะ” “อยู่ในรถ แม่ซื้อให้ใหม่แล้ว” “แม่ไปเอามาให้หนูได้ไหม จะสายแล้วเนี่ย” “โนจ้ะ ซื้อก็ซื้อให้แล้ว เชิญไปหยิบเองได้ตามสะดวกเลยจ้ะ ลูกรักของแม่” แม่เบะปากยิ้มกรุ่ม ก่อนจะเดินกลับไปที่ซิงค์ล้างจาน ที่เปิดน้ำท่วมจานไว้ “แม่อ่า ---หึ... ก็ได้” สาวน้อยเดินบิดปากบ่นลม สาวน้อยเดินกลับมา พร้อมกระจกบานใหญ่ลายเดิมกับที่แม่ทำแตก “วันนี้ยังไงจ้ะลูกรัก ให้แม่ไปส่งไหมจ้ะ” แม่เอ่ยถามทันที ที่ลูกสาวก้าวขาเข้าบ้าน “คุณแม่ขา อย่าพูดแบบนี้ได้ไหม คุณลูกทำตัวไม่ถูกค่ะคุณแม่ขา” สาวน้อยแกล้งยิ้มร่าตอบกลับ “คุณแม่พูดผิดตรงไหนคะคุณลูก ก็คุณลูกคือลูกรักของแม่นี่คะ” แม่ยิ้มหวานฝืนเจื่อน ๆ “แม่ --- หนูขอล่ะ” สาวน้อยทำหน้านิ่ง “โอเค สรุปจะเดินไปเองใช่ไหม ?” “เดินไปกับกานต์ค่ะ” สาวน้อยยิ้มกรุ่ม ก่อนจะยกกระจกขึ้นกอด แล้วพรวดกลับขึ้นห้อง ณ บ้านก้องกิจตระกูล (06.00 น.) “กานต์ลูก ตื่นเช้าจัง นี่เพิ่งจะหกโมงเองนะลูก” แม่เอ่ยทักทันที ที่เห็นหนุ่มน้อยเดินลงมาจากบันได “ผมอยากไปโรงเรียนแต่เช้าน่ะแม่ ไปรอเข้าแถว” หนุ่มน้อยยิ้มร่ารับเช้าวันใหม่ อย่างสดชื่น “เดี๋ยวแม่เอาน้ำมาให้นะ นั่งรอแม่ก่อน” แม่รีบเดินสับขา เปิดตู้เย็นเทน้ำลงในแก้วใส ยื่นให้กับหนุ่มน้อย “ดื่มน้ำหลังตื่นนอน จะช่วยให้ขับถ่ายดี / ดื่มน้ำหลังตื่นนอน จะช่วยให้ขับถ่ายดี” แม่กับลูกพูดประโยคประจำพร้อมกัน แล้วยิ้มรับกันอย่างสุขใจ “วันนี้ให้แม่ไปส่งไหม ?”แม่นั่งลงตรงข้าม เอ่ยถามลูกชาย “ไม่ครับแม่ ผมจะเดินไปกับป๊อบครับ” หนุ่มน้อยกระดกน้ำในมือจนหมด “วันนี้ประกาศผลสอบใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ติดก็ไม่เป็นไรนะลูก เรียนห้องปกติก็ไม่ได้แย่นะ” แม่กุมมือลูกชาย พร้อมประโยคคำถามเชิงปลอบใจ “ครับแม่” หนุ่มน้อยยิ้มกลับ หลังจากที่บทสนทนายามเช้าที่แสนสดใสของแม่ลูกจบลง หนุ่มน้อยก็ขึ้นห้องทำธุระส่วนตัว อาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จสรรพ หยิบสะพายกระเป๋าสีดำใบประจำขึ้นหลัง เดินลงมาข้างล่างพร้อมรับประทานอาหารเช้า “มาแล้วเหรอลูก นั่งก่อนเดี๋ยวแม่ตักโจ๊กให้” แม่วางไอแพด ที่ดูรายการแข่งทำอาหารค้างไว้ลงบนโซฟาหนังขาว ลุกเร่งไปตักโจ๊กใส่ถ้วยให้ลูกชาย พร้อมแวะหยิบแก้วนมจืด ที่เทไว้ก่อนหน้าในตู้เย็น วางตรงหน้าลูกชายที่นั่งรออยู่ อย่างเป็นกิจวัตร “ขอบคุณครับ” หนุ่มน้อยเอ่ยขอบคุณ พร้อมรอยยิ้มอ่อนนุ่ม หนุ่มน้อยก้มหน้าจัดการอาหารแสนอร่อยตรงหน้า จนหมดเกลี้ยง ตามด้วยนมแก้วโต จนหมดทุกหยด นั่นทำให้ผู้เป็นแม่เผยยิ้มออกมาอย่างชื่นใจ “ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ” หนุ่มน้อยสะพายกระเป๋าสีดำขึ้นหลัง “ตั้งใจเรียนนะลูก” แม่หยิบไอแพดขึ้นมาดูรายการที่ค้างไว้ต่อ “ครับ” ด้วยบ้านของทั้งสองอยู่ในระแวกเดียวกัน ห่างกันแค่ซอยเดียว เพียงไม่ถึงห้านาที หนุ่มน้อยก็เดินมาถึงบ้านของสาวน้อย กริ้งงงงง ~ กริ้งงงงง ~ หนุ่มน้อยกดกริ่งหน้าบ้าน “ป๊อบ ! กานต์มาแล้วนะ เสร็จหรือยัง ?” แม่ของสาวน้อยตะโกนเรียกลูกสาว ที่ยังแต่งองค์ทรงเครื่องไม่เสร็จ “แม่ ! ให้กานต์มานั่งรอในบ้าน” สาวน้อยตอบกลับสั้น ๆ แม่ถอนหายใจยาวส่ายหัวไปมา ก่อนจะเดินออกมานอกบ้าน “สวัสดีครับป้าประภา” หนุ่มน้อยยกมือไหว้สวัสดี “สวัสดีหนูกานต์” แม่ยกมือไหว้รับ พร้อมเลื่อนเปิดประตูรั้วบ้านให้หนุ่มน้อย “หนูกานต์ลูก แม่ต้องขอโทษแทนหนูป๊อบด้วยนะลูก พอดีว่าหนูป๊อบยังแต่งตัวไม่เสร็จ หนูกานต์เข้ามารอข้างในก่อนนะ” “ครับแม่” หนุ่มน้อยถอดรองเท้าผ้าใบสีดำ ก้มลงจับวางข้างประตูอย่างเป็นระเบียบ “นั่งรอไปก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ขึ้นไปเรียกหนูป๊อบ” แม่หยิบนมกล่องวางบนกระจกใสบานใหญ่ “ครับ” หนุ่มน้อยก้มหัวขอบคุณ “ป๊อบลูก ! หนูกานต์มารอแล้วนะ” แม่ขึ้นมาตะโกนหน้าห้อง พร้อมเคาะเสียงดัง “แม่ !!! หนูยังไม่เสร็จเลย !” สาวน้อยตะโกนกลับ “แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ !” “เนี่ยะ --- จะเสร็จแล้ว !” “ให้เพื่อนรอแบบนี้มันไม่ดีนะลูก” “ก็จะเสร็จแล้วเนี่ย ~” สาวน้อยส่องกระจก ตรวจเช็คความเรียบร้อยของร่างกายและใบหน้า ร่างบางเล็กขาวอมชมพูใส ถูกลูบไล้ไปไปด้วยโลชั่นกลิ่มหอม ผมเรียบยาวถูกมัดรวบตึงยาว ด้วยยางสีดำรับใบหน้าที่เรียกได้ว่าหน้าแบบปากนิดจมูกหน่อย แม้คิ้วจะบางรับกับหน้าผากโหนกนูน แต่ก็ยังพอมีสีน้ำตาลให้มองเห็นว่าเป็นคิ้ว เธอไม่จำเป็นต้องเขียนซ้ำเลยสักนิด แต่วันนี้เธอกลับเขียนซ้ำจนดำเข้มจัด ขัดกับผิวขาวชมพูของเธอนิดหน่อย ตากลมโตพร้อมขนตาที่หนาเป็นแพขัดกับคิ้ว ก็ไม่วายที่จะถูกวาดสรร จมูกสันดันสวย ปลายโค้งหยดราวกับเสริมราคาแพง น่าจะเป็นส่วนเดียวบนใบหน้า ที่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไร ปากเล็กเป็นกระจับบางมันวาวถูกวาดวนเม้มเข้าออก ด้วยลิปกลอสชมพูอ่อน ส่วนของปากนั้นน่าจะเป็นส่วนที่เธอทำได้ดีที่สุด สำหรับการแต่งหน้าเลียนแบบบิวตี้บล็อกเกอร์ครั้งแรกของเธอ สองแม่ลูกตะโกนคุยกันผ่านประตูไม้ไปมา หนุ่มน้อยนั่งหลังตรงยิ้มเงยมองชั้นบนตรงจุดกำเนิดเสียง ในมือถือกล่องนมจืด พลางดูดไป พร้อมกับฟังเสียงแม่ลูกตะโกนคุยกัน ราวกับดูเป็นสื่อบันเทิงฆ่าเวลา เวลาผ่านไปราวห้านาที สาวน้อยเดินเฉิดฉายลงมาจากชั้นสอง พร้อมกลิ่นน้ำหอมกรุ่นบ้าน คิ้วดำหนา เปลือกตาสีชมพูอ่อนพร้อมแก้มที่สีเดียวกัน ทำเอาหนุ่มน้อยที่หันไปมองเผลอไอสำลักนมที่กำลังคาบดูด “อะ ไร วะ เนี่ย ?” แม่อุทานออกมาเสียงดัง พร้อมสีหน้าตกตะลึงปนจะขำ “ตะลึงคนสวยใช่ไหมล้า --- คนสวยมาแล้วจ้า พร้อมไปโรงเรียนแล้วจ้า” สาวน้อยหมุนตัวร่าลงมา มุ่งอ้อมหลังโซฟาสีครีม มาตรงที่หนุ่มน้อยนั่งสำลักมือกวักหากระดาษชำระอยู่ “ไปกันเถอะ” สาวน้อยดึงมือหนุ่มน้อยลุกยืน “ไม่กินอะไรหน่อยเหรอลูก” แม่เอ่ยขัด “ไม่อะแม่ เดี๋ยวอ้วน” “ป๊อบกินข้าวเถอะนะ กานต์รอได้” หนุ่มน้อยยิ้มพร้อมพยักหน้าบอก “งั้น ...ขอนมกล่องนึงค่ะแม่” “โอเค รอแป๊บ” แม่เดินไปหยิบนมในตู้เย็น ยื่นให้เธอ “ไปแล้วนะคะ”1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ
“ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท
หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป
“กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั
เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ
สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้







