แชร์

ตอนที่ 11 เพื่อนใหม่ 2

ผู้เขียน: สล็อคโก้
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-10 10:45:36

ทั้งคู่เดินออกจากบ้าน ด้วยมือถือกล่องนมคนละกล่อง พร้อมมุ่งหน้าไปยังโรงเรียน ที่อยู่ไม่ไกลจากนี้มากนัก สาวน้อยกระโดดโลดเต้น เชิดหน้าให้สะท้อนกับแดดอ่อน เผยความงามของใบหน้าให้ชาวซอยได้เชยชม

“โห ... หนูป๊อบ วันนี้สวยสดใสมากเลยน๊า” ลุงสมจิตบ้านข้าง ๆ ที่กำลังรดน้ำต้นไม้ ทักทายก่อนใครเพื่อน

“กานต์ เอ็งมากับใครน่ะ ข้าไม่คุ้นหน้าเลยว่ะ” น้าแจ่มร้านข้าวกำลังจัดเตรียมร้าน เอ่ยแซวสาวน้อย พลางเสียงหัวเลาะหยอกล้อ

“ไอ้ป๊อบ เอ็งแพ้กุ้งเหรอวะ ทำไมมันแดงอย่างนั้นล่ะ” พี่กุ่ยร้านซ่อมรถ ที่คอยซ่อมจักรยานให้ตั้งแต่เด็ก นั่งงัดล้อ แซวจนสาวน้อยโกรธหน้าแดง

“สวยแล้วไอ้ป๊อบ อย่าไปฟังไอ้กุ่ยมัน เอ็งสวยขึ้นเหมือนเดิมอยู่แล้ว” ลุงก๊ง พ่อพี่กุ่ย ที่นั่งจิบกาแฟบนม้าหินอ่อน พร้อมตาหมายที่เป็นคู่เล่นหมากรุกขาประจำ แก้ต่างให้ลูกชาย พลางหัวเราะชอบใจ

สาวน้อยพอได้ยินอย่างนั้นก็เริงร่ามากขึ้นกว่าเดิม เธออยากจะไปถึงโรงเรียนให้เร็ว เพื่อที่จะเอาหน้าสวย ๆ ไปให้คนอื่น ๆ ได้เชยชมบ้าง

ทั้งสองเร่งฝีเท้าฝ่าแดดอ่อน จนมาถึงโรงเรียน

ด้วยวันนี้เป็นวันประกาศห้องเรียน นักเรียนส่วนมากจะรวมตัวกันตรงบอร์ดหน้าหอประชุม ส่วนนักเรียนชั้นอื่นก็กระจัดกระจายกันตามจุดประจำของตนเอง

เสียงดีใจ เสียงผิดหวังดังแทรกกันอยู่เป็นระยะ บางคนได้อยู่ห้องเดียวกันกับเพื่อน จับมือกันกระโดดโลดเต้นด้วยความเปรมปรีดิ์ บางคนไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ก็เสียใจไปตามระเบียบ

หนุ่มน้อยเดินเอื่อยไปยังบอร์ด ที่มีใบรายชื่อนักเรียนห้องพิเศษติดอยู่ ส่วนสาวน้อยวิ่งมุ่งไปก่อนหน้าแล้ว เบียดแทรกตัวเองไปจนหน้าชิดกระดาน

หนุ่มน้อยยังก้าวไปไม่ถึงกระดาน สาวน้อยก็วิ่งมาส่งข่าว

“กานต์ ตั้งใจฟังดี ๆ นะ” สาวน้อยเอ่ยเกริ่นด้วยน้ำเสียงเรียบ

“อื้อ”

“กานต์ติดห้องพิเศษ” สาวน้อยยิ้มร่าด้วยความดีใจ แต่ ...

“แล้วป๊อบล่ะ ติดไหม ?” หนุ่มน้อยย้อนถามด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

“ป๊อบ ... ไม่ติด” สาวน้อยทำหน้าหงอย

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็อยู่ในโรงเรียนเดียวกัน” หนุ่มน้อยคว้ามือสาวน้อย ขึ้นกุมให้กำลังใจ

“เนอะ ยังไงเราก็อยู่โรงเรียนเดียวกัน เจอกันทุกวันอยู่แล้ว” สาวน้อยฝืนยิ้ม ตาแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้

หนุ่มน้อยสัมผัสได้ถึงรังสีความเสียใจจากสาวน้อย เขาสวมกอดสาวน้อยที่ยืนแข็งทื่อ ลูบแผ่นหลังปลอบใจ ส่งความอบอุ่นและห่วงใยไปยังสาวน้อย จนสาวน้อยกั้นไว้ไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

“ไม่เป็นไรนะ” หนุ่มน้อยปลอบใจเธอ พลางลูบหลังของเธอเบา ๆ

“อย่าร้องไห้เลย ป๊อบอุตส่าห์แต่งหน้ามาสวย ๆ จะเลอะเอานะ” หนุ่มน้อยดึงตัวเธอออกช้า ๆ มองหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยน้ำตา

เปลือกตาที่บรรจงปัดสวย แก้มชมพูที่ส่องแล้วส่องอีก ตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตา ไหลรวมกันหยดลงพื้นไปหมด

หนุ่มน้อยหยิบผ้าเช็ดหน้า ที่พกเป็นประจำขึ้นซับใบหน้าที่เปรอะนองไปด้วยน้ำตา

“ไปดูกัน ว่าป๊อบได้อยู่ห้องไหน” หนุ่มน้อยจูงมือสาวน้อย ชะโงกมองหาชื่อแต่ละห้อง โดยไม่สนใจจะไปดูชื่อของตัวเอง

“นี่ไง เจอแล้ว ป๊อบอยู่ห้องแปด ห้องเดียวกันกับข้าวฟ่าง ป๊อบมีเพื่อนอยู่นะ” หนุ่มน้อยหันมาบอกสาวน้อยที่กำลังจะหยุดร้องไห้ เหลือเพียงแค่สะอื้นนิดหน่อย

แต่สาวน้อยกลับร้องไห้โฮขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้หนักกว่ารอบแรก จนคนรอบข้างหันมองกันหมด แต่เธอก็ไม่สนใจ ร้องออกมาราวกับฟ้าจะถล่ม

ตึ่ง ตึง ตึ้ง ~

‘ประกาศ วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนวาสอุดมวิทยา สำหรับนักเรียนมอหนึ่งและนักเรียนมอสี่ ไม่ต้องเข้าแถว ให้นักเรียนดังกล่าวเข้าห้องพบครูประจำชั้นตามใบรายชื่อห้องที่ติดไว้ให้ ขอบคุณครับ’

“ป๊อบต้องหยุดร้องไห้แล้วแหละ เพราะกานต์จะไปห้องตามที่ครูประกาศแล้ว” หลังจากสิ้นเสียงประกาศ หนุ่มน้อยก็วางมือออกจากเธอ พร้อมจะไปยังห้องของตัวเอง

“ป๊อบก็ต้องไปห้องป๊อบนะ”

“นั่นไงข้าวฟ่าง ... ข้าวฟ่าง ...” หนุ่มน้อยตะโกนโบกมือเรียกเพื่อนสาว

“ป๊อบไปเองได้” ว่าแล้วสาวน้อยก็เดินแจ้นออกจากตรงนั้น ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปห้องไหน จนต้องวนกลับมาดูห้องในกระดาน แล้วค่อยก้าวขาช้า ๆ พลางท่องเลขห้องไปจนถึงที่หมาย

นักเรียนแต่ละคน ก็กระจัดกระจายแยกออกจากกลุ่มหน้าหอประชุม ไปยังห้องของตนเอง

ห้อง ม.1/1

“สวัสดีครับนักเรียน”

/ สวัสดีค่ะ / ครับ

“ยินดีกับนักเรียนทุกคนที่สอบผ่าน และได้อยู่ห้องนี้นะครับ ครูชื่อครูทินกร หรือเรียกว่าครูทิน เป็นครูที่ปรึกษาห้องเรานะครับ” ครูหนุ่มเนิร์ดใส่แว่นตัวเล็ก แนะนำตัวหน้าห้องเรียน

“นักเรียนรู้จักครูกันแล้วเนอะ ทีนี้ตานักเรียนบ้าง ที่ต้องออกมาแนะนำตัวให้เพื่อน ๆ รู้จัก”

นักเรียนยืนแนะนำตัวทีละคน จนมาถึง

“สวัสดีครับ ผมเด็กชายกานต์ทวี ก้องกิจตระกูล ชื่อเล่นกานต์ ครับ” สิ้นการแนะนำตัวของหนุ่มน้อย ครูก้มหน้ามองดูใบรายชื่อ แล้วพูดแทรกขึ้น ก่อนที่คนต่อไปจะเอ่ยแนะนำตัว

“กานต์ทวี --- นักเรียนทุกคนครับ กานต์ทวี ก้องกิจตระกูล คือคนที่สอบได้คะแนนสูงสุด ปรบมือให้เพื่อนด้วยครับ” ครูทินยืนปรบมืออยู่หน้าห้อง หนุ่มน้อยโค้งคำนับไหว้ขอบคุณเสียงปรบมือ แล้วจึงนั่งลงพร้อมรอยยิ้มที่ปริ่มบนใบหน้า

ห้อง ม.1/8

สาวน้อยเดินเอื่อยเฉื่อยตามเพื่อนคนอื่นเข้าไปในห้อง นั่งลงตรงเก้าอี้ว่าง เยื้องสายตาข้าง ๆ เห็นเพื่อนเก่าที่นั่งคุยกับเพื่อนใหม่ของหล่อน อย่างสนิทสนมปนความสนุกสนาน ส่วนเธอนั้นนั่งเงียบบึ้งตึงมองโต๊ะ ที่เต็มไปด้วยลอยขีดเขียนหลากสีอย่างเงียบ ๆ

“สวัสดีครับนักเรียน” เสียงคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินดังแว่วเข้ามา ก่อนที่ครูหนุ่มคนนั้น ... คนที่คุมสอบห้องพิเศษจะเข้ามา ทำให้เธอเบิ่งตากว้างขึ้น ด้วยความตกใจ

“ครูชื่อครูวิทยา หรือเรียกว่าครูวิท เป็นครูประจำชั้นมอหนึ่งทับแปดครับ” ครูหนุ่ม แนะนำตัวหน้าห้อง

“ครูจะให้แนะนำตัวทีละคนนะครับ เริ่มที่คนแรกครับ ...” ครูวิทผายมือให้คนที่นั่งติดหน้าต่างแนะนำตัวคนแรก แต่ละคนก็แนะนำตัวกันจนเกือบหมด จนมาถึงสองคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ปลาย ๆ หลังห้อง

“สวัสดีค่ะ ดิฉันเด็กหญิง ขวัญฤดี ปิ่นสุข ชื่อเล่นข้าวฟ่างค่ะ”

“อะ คนสุดท้าย ... เอ๊ะ ครูคุ้นหน้าคนนี้มาก เหมือนเคยเห็น” สาวน้อยก้มหน้าพยายามหลบสายตา ท่ามกลางสายตาเพื่อน ๆ ที่มุ่งจ้องมาที่เธอ

“ยืนขึ้นแนะนำตัวครับ” ครูวิทผายมือให้เธอ ที่พยายามนั่งตัวเล็กหดหลบสายตา

“สะ... สวัสดีค่ะ เด็กหญิงปานใจ จงใจรัก ชื่อเล่น ป๊อบค่ะ” สาวน้อยพูดติดขัดตะกุกตะกักอยู่ในลำคอ พอพูดเสร็จเธอก็รีบนั่งลงทันที แต่ก็ไม่แคล้วที่จะโดนแซว

“รอบนี้ไม่ขอเวลาเพิ่มแล้วเนอะ” ครูหนุ่มหัวเราะออกมา

“ไม่ค่ะ” สาวน้อยกลับมาก้มหน้าก้มตาต่อ

“หลังจากนี้ครูจะปล่อยให้พวกเธอทำความรู้จักกัน แล้วรอฟังประกาศอีกทีนะ”

“ขอบคุณครับ/ค่ะ” พูดเสร็จครูหนุ่มก็ออกจากห้องไป พร้อมหันมองสาวน้อย ยิ้มพลางหัวเราะให้เธอ

หลังจากที่ครูเดินพ้นห้องไป ในห้องเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างสุดชีวิต เพื่อนแต่ละคนลุกเดินไปมา วุ่นวายกันทั่วห้อง ถามชื่อ ถามบ้านกันจ้าละหวั่น ยกเว้นเธอที่นั่งซึม ๆ อยู่คนเดียว

“หวัดดี” หนุ่มน้อยท่าทางตุ้งติ้งผมหน้าม้ายาวเรียงแทบ เดินมาหยุดต่อหน้าเธอ พร้อมทักทาย

“หวัดดี” สาวน้อยทักทายกลับ

“เราชื่อเจสซี่นะ เป็นกะเทย”

“เค ...เราชื่อป๊อบ”

“เราเห็นเธอนั่งอยู่คนเดียว เราก็ไม่อยากมีเพื่อนเยอะ แต่เราอยากเป็นเพื่อนกับเธอ เป็นเพื่อนกันนะ เพื่อนสองคน จบ ๆ”

“ได้ เป็นเพื่อนกัน” สาวน้อยยิ้มเจื่อนคิ้วชนกันรับเพื่อนใหม่

“เรานั่งด้วยนะ”

“ได้ ๆ” เจสซี่ยกโต๊ะข้าง ๆ มาชิดกับโต๊ะที่เธอนั่ง

ตึ่ง ตึง ตึ้ง ~

‘ประกาศ ถึงนักเรียนชั้นมอหนึ่งและมอสี่ ในสัปดาห์หน้าจะมีกิจกรรมเปิดบ้านรับนักเรียนใหม่ มีคอนเสิร์ตจากพี่มอปลาย และเลือกชมรม ณ หอประชุมศิษย์เก่าสัมพันธ์วาสวิทฯ ในเวลาบ่ายโมง ให้นักเรียนตรวจดูรายชื่อชมรมที่สนใจ ในเพจของโรงเรียน หรือบอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าหอประชุม ขอบคุณครับ’

ตึ่ง ตึง ตึ้ง ~

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status