Home / วัยรุ่น / Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน / ตอนที่ 21 ชมรมเลือกคนเข้า 2

Share

ตอนที่ 21 ชมรมเลือกคนเข้า 2

last update Last Updated: 2025-12-23 09:22:08

ในช่วงเช้าของวันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทุกอย่างเป็นปกติ นักเรียนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เริ่มปรับตัวได้ภายในไม่กี่วัน และดูเหมือนว่าความสงบสุขเริ่มกลับมาเยือนสำหรับความรู้สึกของเด็กเก่า

“จะเที่ยงแล้ว เก็บสมุด” เจสมองค้อนป๊อบที่นั่งจดงานยังไม่เสร็จ

“ยังไม่เสร็จเลยแก นี่ก็เหลือเวลาอีกตั้งสิบนาที” สาวน้อยเจียดเวลามองนาฬิกาข้อมือชั่วพริบตา

“แกมองดูรอบข้างสิ เหลือใครไหม ?” เพื่อนในห้องหายออกจากห้องไปกินข้าวกันหมด ด้วยครูให้จดงานในหนังสือ ใครเสร็จก็ไปทานข้าวได้ เพื่อนในห้องจึงไม่อยู่จดงานสักคน เพราะบางคนไม่เสร็จแต่ก็ไป เหลือเพียงเธอและเธอสองคนในห้องที่พัดลมเพดานเสียงดังกว่าเสียงพูดคุย

“ว่าแต่แกเหอะ ... เสร็จยัง ?” ป๊อบเอ่ยถามพลางก้มหน้าง่วนจดงานต่อ

“ไม่อะ ... แต่เดี๋ยวค่อยทำ” เจสตอบกลับแทรกด้วยเสียงขำแห้ง ๆ

“เร็ว ! ตอนบ่ายมีคอนเสิร์ตเลือกชมรมนะ”

“ห้ะ ! --- เห้ย ลืมไปเลย” สาวน้อยเงยหน้าตกใจ

“ไปกันเถอะ ต้องรีบไปแล้ว” สาวน้อยหยิบทุกอย่างบนโต๊ะกวาดเข้ากระเป๋าไปทั้งหมดไม่สนประเภทของอะไรทั้งสิ้น

“ยัยนี่ ! บทจะตื่น ก็ชั่วพริบตาเลย” เธอทั้งสองเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

.

.

.

ณ โรงอาหาร

“นั่งนี่แล้วกันเนอะ” สาวน้อยวางกระเป๋าพร้อมจานข้าวราดแกงง่าย ๆ กับน้ำเปล่าหนึ่งขวด บนโต๊ะขอบท้าย ๆ ของโรงอาหาร

“แกก็มานั่งไกลจัง ไม่มีผู้ให้ส่องเลย” เจสบ่นพึมพำ

“ขอโทษนะแก เราไม่อยากเจอผู้คนเท่าไหร่น่ะ” สาวน้อยเอ่ยกล่าวด้วยสายตาที่ขอโทษจากใจจริง

“เดี๋ยวพาไปส่องผู้หน้าเวที”

“แกพูดแล้วนะ”

“จ้า”

“ดีล” ทั้งสองเกี่ยวนิ้วก้อยส่งสายตาที่รู้ใจ ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันนับวันได้ แต่ด้วยอยู่ด้วยกันตลอดเวลาก็ไม่น่าแปลกใจที่จะรู้ใจกันได้เร็วขนาดนี้

“รีบกินกันเถอะ เดี๋ยวไม่มีที่” ทั้งสองสาวมุ่งสมาธิมาที่จานของตัวเอง จ้วงเอา ๆ เพื่อทำเวลา ไม่นานนัก อาหารที่เต็มพูนก็เกลี้ยงเหลือเพียงลายจาน

ณ หอประชุมศิษย์เก่าสัมพันธ์วาสอุดมวิทยา

อีกสามสิบนาทีบ่ายโมง เหล่านักเรียนทุกชั้นปีเริ่มทยอยเดินกรูเข้ามาจับจองพื้นที่ที่ตัวเองต้องการ เสียงซาวน์เช็คเครื่องดนตรีแทรกเสียงประชาสัมพันธ์ชมรม เหล่านักเรียนอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน หน้าเวทีตอนนี้ก็คงหาพื้นที่ให้แทรกไม่ได้เลยสักวาเดียว

เสียงกระเดื่องกลองดังผ่านลำโพงใหญ่มาเป็นระยะ เสียงเมโลดี้หวานผ่านคีย์บอร์ด เคล้าเสียงกีต้าร์ตีคอร์ด เสียงเบสตบเส้นดังเย้าอารมณ์ เสียงกรี๊ดของเหล่าหนุ่มสาวดังขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีผ่านเหล่ารุ่นพี่วงดังในโรงเรียนที่แทบจะคัดหน้าตามาแบบเน้น ๆ

เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าสาวน้อยมอต้น กล่าวและบ่งบอกถึงความเป็นเมนพี่คนไหนในวง ดูท่าว่าตอนนี้พี่แจ็คกี้มือกีต้าร์น่าจะมาแรงสุด รองลงมาก็พี่หมอกมือกลองที่มุ่งมั่นตั้งใจกับการซาวเช็คมากเป็นพิเศษ พี่ผักโขมมือคีย์บอร์ดตี๋ขาวดูสะอาดก็มีแฟนคลับไม่น้อยไปกว่าคนอื่น ส่วนคนที่น่าจะแฟนคลับน้อยสุดก็น่าจะเป็นพี่นายที่แสนจะขี้อาย ยืนหลบมุมหันหลังให้เวทีไม่ยอมให้เหล่าสาวน้อยได้ยลโฉมง่าย ๆ เลย

เสียงเคาะไมค์ผ่านลำโพงดังก้อง สาวสวยที่เปี่ยมไปด้วยออร่ามากมาย เดินปรี่ขึ้นไปยืนตรงกลางเวที “ประกาศ ! จากพี่แจนประธานนักเรียนนะคะ เนื่องด้วยระยะเวลาในการทำกิจกรรมของเรามีจำกัด พี่จึงอยากจะถามความคิดเห็นทุกคน จะขอเปลี่ยนกำหนดการจากเดิมที่ว่าเล่นคอนเสิร์ตเสร็จแล้วเลือกชมรม เป็นเลือกชมรมก่อนแล้วค่อยเล่นคอนเสิร์ต ดีไหม --- เราจะได้สนุกกันยาว ๆ ไปเลย ไม่ขาดตอน ทุกคนว่าไง ถ้าเห็นด้วยตะโกนกรี๊ดออกมาดัง ๆ”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดดังลั่นทั่วหอประชุม คงเป็นเสียงเอกฉันท์ที่สุดแล้ว ถ้าจะมีคนค้านก็คงสู้คนเห็นด้วยไม่ได้แน่ ๆ

“โอเค เห็นพ้องต้องกัน ตามนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ ” พี่แจนเดินลงเวทีพร้อมยื่นไมค์ให้กับนักร้องนำหลังเวที ที่หลายต่อหลายคนต่างอยากรู้ว่าเป็นใคร

สิ้นเสียงพี่แจน เหล่านักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนต่างวิ่งไปหาชมรมที่ตนสนใจ ทุกอย่างเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะในบางชมรมความสนใจมากกว่าจำนวนที่รับ เช่น อีสปอร์ตที่รับแค่ 30 คน แต่เด็กมอต้นทั้งชั้นนับร้อยนั่งจ้องกระดาษลงชื่อแผ่นเดียวบาง ๆ นั้นไม่คลาดสายตาตั้งแต่กระดาษแผ่นนั้นถูกนำมาวางเมื่อตอนสาย ๆ

กานต์ยืนอ้ำอึ้งมองซ้ายขวา เพื่อนที่มาด้วยกันก็แยกหายไปตามชมรมที่ตัวเองสนใจ จริง ๆ กานต์แค่อยากถามป๊อบถึงเรื่องชมรม เผื่ออยากอยู่ชมรมเดียวกัน เพราะตอนนี้กานต์ไม่มีชมรมในหัวเลยสักอัน กานต์ยกมือถือแนบหูโทรหาป๊อบเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบรับกลับมา

“ป๊อบน่ะ อยู่ไหนกันนะ” หนุ่มน้อยพึมพรำ

“น้องครับ สนใจไหม ถ้าสนใจเซ็นชื่อได้เลยครับ” รุ่นพี่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามร้องเรียกให้สนใจ

“เอิ่ม ... ยังครั...”

จู่ ๆ ก็มีสาวน้อยสองนางวิ่งจับมือกัน เดินชนหลังของหนุ่มน้อยเข้าอย่างแรง จนลำตัวโถมพาดกับโต๊ะลงทะเบียนที่อยู่ต่อหน้า

“น้องครับ ไม่คิดจะขอโทษคนอื่นเขาหน่อยเหรอ” พี่รับลงทะเบียนยืนขึ้นประคองหนุ่มน้อยพร้อมตะโกนด่าตามหลังสาวน้อยสองคนนั้น แต่ก็น่าจะช้าไป เพราะหันมาอีกทีก็เห็นแต่หลังไว ๆ

“ว่าแต่น้องเป็นอะไรมากไหม”

“ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณครับ”

“เอาหนิ” พี่รับลงทะเบียนยัดปากกาใส่มือหนุ่มน้อย

“ครับ ?” หนุ่มน้อยทำหน้ามึนงง

“ไม่ต้องงง น้องแค่เขียนชื่อลงไปครับ”

“เขียนชื่อ ?”

“ครับ เขียนชื่อ ... ช่องนี้”

“ชมรมวอลเลย์บอล ... พี่ครับ ผมเล่นไม่เป็นเลยนะครับ”

“ฮ่า ๆ อย่าบอกใครนะ พี่ก็เล่นไม่เป็น” พี่รับลงทะเบียนกระซิบเบา ๆ ข้างหูหนุ่มน้อย

“มาเล่นไม่เป็นเป็นเพื่อนพี่หน่อย พี่เล่นไม่เป็นคนเดียวโคตรจะเหงา”

“อือ ... ก็ได้ครับ” หนุ่มน้อยก้มหน้าบรรจงเขียนชื่อลงอย่างงง ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่ชื่อพี่ฟ้า มอสี่”

“ผมกานต์ครับ”

“แล้วเจอกันนะ ... น้องกานต์”

“ครับ”

เพียงไม่กี่นาทีทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเริ่มเป็นระเบียบมากขึ้น เนื่องด้วยเจอชมรมที่สนใจกันบ้างแล้ว ชมรมบางชมรมแถวยาวเกินจำนวนรับ แต่ก็มีเด็กไม่ย่อท้อทั้งที่รู้ว่าเกินก็ขอเข้าแถวไว้ก่อน บางชมรมแทบจะไม่มีใครเข้าใกล้เลยสักนิด เด็กหลายคนเลือกที่จะยืนหยัดต่อชมรมที่ตัวเองอยากเข้าทั้งที่รู้ว่ามันเต็ม กว่าการที่จะต้องมาเลือกชมรมเหล่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประธานชมรมที่อยากได้สมาชิกกันเท่าไหร่ สามารถเพิ่มลดได้ตลอดเวลา

ไม่ถึงสามสิบนาที ความวุ่นวายเมื่อก่อนหน้าสงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อ เด็กนักเรียนเริ่มกลับไปนั่งที่ที่จับจองเอาไว้ หลาย ๆ ชมรมเริ่มเก็บลูกโป่งที่เอามาห้อยโตงห้อยเตงเพื่อดึงดูด เพราะได้จำนวนที่ต้องการ บางชมรมยังคงรอคอยอย่างมีความหวังให้มีคนสนใจเข้ามาเลือก บางชมรมล้มเลิกไป เก็บของได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ปีหน้าว่ากันใหม่ ช่วงเวลาของการเลือกชมรมมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status