Share

ตอนที่ 37 ทะเลก็ดีนะ

last update Last Updated: 2026-01-20 08:29:59

วันคืนแห่งความอบอุ่นใจของครอบครัว ผ่านไปเร็วราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยวแล้วก็หาย เหลือไว้เพียงความทรงจำดี ๆ ที่เก็บไว้ในหัวใจ เสียงไก่แซ่ซ้องร้องประสานปลุกในเช้าตรู่ เพื่อเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นของวันใหม่ เสียงเหล็กปะทะกันของรถยนต์เก่า ๆ ขับเข้าไปยังสวน เสียงกระทะกระทบตะหลิวดังลั่นมาจากครัว กลิ่นหอมของกระเทียมลอยล่องปลุกคนในบ้านที่กำลังหลับใหลท่องนิทราให้ฉุดตื่นทีละคน รวมถึงสาวน้อย

สาวน้อยลืมตา มองฝ้าเพดานไม้ที่ไม่คุ้นเคย ทบทวนความฝันอันเลือนรางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะฝืนดึงร่างเล็กลุกนั่งทบทวนมันอีกครั้ง แต่ความฝันที่เพิ่งพบเจอกลับค่อย ๆ จางหายไปทีละนิด ๆ จนหมดสิ้น เธอลุกไปตามเสียงพูดคุยแทรกซ้อนไปพร้อมกับเสียงปะทะของกระทะกับตะหลิว เคล้าเสียงไก่ขันเรียงตัว

“ตื่นแล้วเหรอลูก” ย่าเดินมารับสาวน้อยที่เพิ่งก้าวขาออกจากห้อง มือเหี่ยวนุ่มเช็ดคราบขี้ตาโดยไม่รังเกียจ พร้อมคนอื่น ๆ ที่นั่งจิบกาแฟหันมายิ้มต้อนรับวันใหม่อย่างสดชื่น “อาบน้ำแปรงฟันแล้วมากินข้าวนะ” เสียงหวานนุ่มบอกกล่าว เธอเดินกลับเข้าห้องหยิบสัมภาระของตัวเอง ทำตามอย่างไม่ขัดขืน

ทุกคนในบ้านล้อมวงกินข้าวตรงชานบ้านกว้าง ถึงแม้จะมีโต๊ะทานข้าว แต่การนั่งล้อมวงย่อมได้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ขันโตกลายสวยของย่าเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิด สีเขียวของผักหลากหลายล้อมรอบจานอาหารอย่างลงตัว ชวนให้น้ำย่อยทำงานทั้งที่ยังไม่ได้หิวเลยสักนิด

“น่าจะอยู่อีกสักคืนนะ” เสียงเรียบทุ้มของปู่พูดแทรกขึ้น พร้อมสีหน้าเรียบ บ่งบอกความในใจว่าอยากให้อยู่ต่อจริง ๆ

“นั่นสิลูก แม่ยังไม่หายคิดถึงเลย” ย่าพูดเสริม พลางกุมหัวไหล่ของลูกชาย

“ไว้คราวหน้านะครับแม่ พ่อ รอบนี้ผมมาไม่กี่วัน ก็ต้องกลับไปประชุมอีก” พ่อเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่ฝืนใจสุด ๆ

ปู่และย่าได้เพียงแต่ถอนหายใจเบา ทำใจที่เวลาแห่งความสุขล้น จะผ่านไปอย่างน่าใจหาย

สาวน้อยตักข้าวเข้าปาก จากตาปรือที่ต้องตื่นเช้า กลับเบิกกว้างกับรสชาติที่แปลกใหม่ อร่อยอย่างที่ไม่เคยลิ้มรส เธอจ้วงข้าวเข้าปากไปหลายคำ จนผู้ใหญ่ที่นั่งดูอดยิ้มเอ็นดูไว้ไม่ไหว

“กินเยอะ ๆ เลยนะลูก จะได้โตไว ๆ” ย่าตักเนื้อไก่บ้านที่ไม่มีกระดูกใส่จานเธอ

“แค่นี้ก็โตจนล้นบ้านแล้วแม่” พ่อพูดติดตลก เพิ่มเสียงหัวเราะกลบเสียงเคี้ยวไปจนหมด

และแล้วเวลาที่แสนทรมานของปู่และย่าก็มาถึง กระเป๋าใบสุดท้ายถูกยัดเข้าท้ายรถยนต์ ปิดฝาท้ายสนิท สีหน้าของปู่ย่าเต็มไปด้วยความอาลัย ความคิดถึง อย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้

“กลับกันแล้วนะแม่ พ่อ” พ่อไหว้ปู่กับย่า เดินเข้าไปกอดท่านทีละคน แม่ และสาวน้อยก็เช่นกัน คำอวยพรของท่านทั้งสองเรียงร้อยมอบให้ลูกหลานอย่างเต็มปริ่ม น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไม่ไหวที่จะเก็บอยู่ ไหลอาบแก้มอย่างไม่น่าอาย พ่อ แม่ร้องไห้รับ สาวน้อยที่หันไปเห็นน้ำตาแม่ที่ไหลปนรอยยิ้ม ก็กลั้นไว้ไม่อยู่เช่นกัน จากน้ำตาที่ไหลบ่งบอกให้รู้ถึงความรัก ความห่วงใยที่มีให้กันตลอดเวลา โอบกอดแห่งความอบอุ่นไม่อยากพรากออกจากอ้อมอกเลยสักวินาที

“เดินทางปลอดภัยนะลูก ว่าง ๆ ก็มาเยี่ยมแม่เสมอนะ” เสียงสั่นเครือเคล้าน้ำตาของย่า โบกมือลาให้ทั้งสามคนก้าวเข้ารถอย่างสุขใจ

รถเคลื่อนออกจากหน้าบ้าน กระจกรถเลื่อนลงโบกมือลา สาวน้อยที่ไม่เคยคุ้นเคยกับปู่ ย่า เพียงแค่วันเดียวทำให้เธอรับรู้สายใยสัมพันธ์ที่แสนวิเศษ ความรัก ความอบอุ่นกรุ่นในใจเธออย่างที่จะปัดทิ้งไม่ได้ เธอยื่นมือพร้อมชะโงกหน้าออกมาจากกระจกรถ โบกมือลาสองเฒ่าปู่ย่า ที่ยืนมองรถเคลื่อนออกจนสุดสาย “ไว้หนูกลับมาหานะคะ รักปู่รักย่า นะคะ”

ล้อเคลื่อนบนถนนใหญ่อย่างเรื่อย ๆ บรรยากาศในรถกลับมาคึกคัก เริ่มมีประเด็นพูดคุยหลังจากเงียบใจหายกันไปพักใหญ่ ส่วนมากแล้วพ่อก็จะเป็นคนถามสารทุกข์สุกดิบ ชีวิตของสาวน้อย จนมาถึงประเด็นในเรื่องของความรัก

“มีแฟนยังเราน่ะ” พ่อหันครึ่งหน้ามาถาม เธอเลิ่กลั่กที่จะตอบ เพียงคำถามสั้น ๆ ทำเอาเธอหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด แม่ก็ได้แต่อมยิ้มอยู่เงียบ ๆ รอฟังคำตอบของเธอเช่นกัน

“ยั้ง ยังไม่มี พ่อน่ะถามอะไรก็ไม่รู้” เธอตอบปัด หลบหน้าหลบตา มองออกนอกหน้าต่าง พ่อพยักหน้าเบ้ปากตามองบน

“แล้วคนที่ชอบล่ะ --- มันต้องมีบ้างแหละ” พ่อยิงคำถามมาอย่างต่อเนื่อง สาวน้อยพยายามที่จะเงียบ เลี่ยงคำตอบ แต่พ่อก็ยังถามคำถามเดิม คล้ายกับว่าถ้าไม่ตอบ พ่อก็จะถามซ้ำ ๆ จนกลายเป็นประโยคล้อประจำวัน เหมือนที่แม่เคยทำแบบนี้อยู่บ่อย ๆ

“ก็... มีอยู่ค่ะ” สาวน้อยตอบกลับเบา ๆ อย่างเหนียมอาย

“เขาเป็นคนดีไหม ?” พ่อยกระดับความจริงจังด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น หลังจากนี้เธอจะตอบแบบผ่าน ๆ ไม่ได้แล้ว

“ดีมากเลยค่ะ” สาวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ พร้อมหันหน้ามองตรงเผชิญกับคำถาม คล้ายกับว่าข้าศึกมาถึงหน้าบ้าน ยังไงก็ต้องหยิบมีดทำครัวมาสู้

“ลูกชอบความดีเขาใช่ไหม ?” คำถามของพ่อทำเธอเผยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ประมาณนั้น ... จริง ๆ เขาเป็นคนที่เรียนเก่งมาก ตั้งใจเรียนมาก หนูไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกยังไง แต่หนูชอบมองตอนที่เขาตั้งใจเรียน” สาวน้อยคว้ามีดไล่ฟันศัตรู เธอตอบกลับอย่างกล้าหาญไร้ซึ่งความกลัว ถึงแม้จะมีคำถามต่อ ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็พร้อมที่จะสู้ไม่มีถอย ทำให้ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่เยื้องหน้า เผยยิ้มออกมา คล้ายจะรู้แล้วว่าเป็นใคร หรืออาจจะรู้มาโดยตลอดอยู่แล้ว เหลือเพียงแค่ให้เธอมาเฉลย

“แล้วลูกคิดว่าเขาชอบลูกไหม ?” สาวน้อยนึกคิดอยู่สักครู่กับคำถามของพ่อ คิดยังไงก็หาคำตอบไม่ได้ เธอจึงชะโงกหน้าแสกกลางระหว่างพ่อแม่ “หนูก็ไม่รู้ค่ะพ่อ”

“หนูต้องทำยังไงถึงจะรู้” สาวน้อยถามกลับด้วยสายตาที่ตรงความรู้สึก ในความอยากรู้ ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วที่พ่อจะถาม เพราะเธอเต็มใจที่จะบอกเองหมดเปลือก

“การกระทำไง ผู้ชายส่วนมากเขาไม่ค่อยพูดให้เข้าใจง่าย ๆ หรอก ถ้าอยากรู้ว่าเขาชอบลูกไหม ลูกลองดูการกระทำ” พ่อพูดเสร็จ สาวน้อยดึงตัวกลับ พิงหลังแนบเบาะ “การกระทำ” เธอนึกคิดถึงการกระทำต่าง ๆ ที่เขาคนนั้นทำกับเธอ แต่ ...

แทนที่จะมีภาพเดียว จู่ ๆ ก็กลับมีภาพชายสองคนสลับกันเข้ามา เธอเริ่มสับสนจากภาพของทั้งสองคนนั้น และคำว่า การกระทำ จนเธอต้องสะบัดหน้าเอาภาพทั้งสองคนนั้นให้หลุดไปจากหัวก่อน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status