Se connecterRome Game #1
นินิว วิศวะคอมฯ
‘คุณนลาภัศ เมธาปกรณ์ รับยาช่อง 2 ค่ะ’
น้ำเสียงอ่อนหวานของพยาบาลประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ขานเรียกชื่อฉันเพื่อให้ไปรับยาที่ช่องรับยา 2 หลังจากนั่งรอมาเกือบสิบนาที จึงลุกขึ้นเดินไปจ่ายเงินค่ายาและรับยามาตรวจเช็ก
“คุณหมอจะให้ยารับประทานสำหรับสามเดือนนะคะ นี่ใบนัดตรวจค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ”
“รับประทานยาตามที่แนะนำไว้บนซองได้เลยนะคะ”
ฉันฉีกยิ้มให้กับพยาบาลที่แนะนำเรื่องของยา แม้ว่าจะกินยาพวกนี้มาเกือบครบปี ยังไงเพื่อความปลอดภัยพยาบาลจะถามไถ่ทุกครั้งและบอกว่าควรกินเวลาไหนหรือถามเรื่องแพ้ยา เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยก็ยัดถุงยาใส่ลงกระเป๋าสะพายข้างสีขาว ออกจากโรงพยาบาลเอกชนและเงยหน้ามองท้องฟ้าที่วันนี้ถึงจะมีแดด ทว่าท้องฟ้ากลับมืดมิดไร้สีฟ้า... สีแห่งความสดใส
หลุบสายตามองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะได้เวลาเข้าเรียนวิชาเคมีแล้ว ดังนั้นฉันจึงสาวเท้าออกจากโรงพยาบาลเพื่อนั่งรถเมล์ต่อไปยังมหาลัย เพราะกลุ่มแชทที่มีเพื่อนสนิทสามคนเด้งมาหารัวๆ ฉันจึงมีเวลาตอบกลับไปเพียงแค่...
Ninew : กลับจากโรงพยาบาลแล้ว อีกประมาณยี่สิบนาทีถึง
Yel : รอที่เดิมนะเพื่อนเลิฟ ฉันซื้อชาเขียวเย็นหวานมากให้แก
Ninew : แต้งท์นะเยล
เพียงเท่านี้รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่... อย่างน้อยชีวิตของฉันที่เคยคิดว่ามันค่อนข้างเฮงซวยก็มีเพื่อนที่ดีที่คอยห่วงใยและไม่เคยหนีหายไปไหน ฉันรู้สึกดีใจที่คนรอบข้างของฉันยังคงให้กำลังใจดีมากยิ่งกว่าคนในครอบครัวจริงๆ เสียอีก ส่ายหน้าไปมาเพื่อสลัดความคิดที่ไม่ควรเอามาเป็นประเด็นให้ต้องคิดมาก
ฉันเป็นพวกที่พอคิดหรือมีเรื่องเครียดมากๆ จะทำให้หลงลืมเรื่องบางเรื่องไปชั่วขณะ เช่นเมื่อคืนก่อนจะกลับบ้าน แต่ดันคิดมากหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่ควรลืม ก็ดันมาหลงอยู่แถวหน้าผับ LC ชื่อดัง ดีหน่อยนะที่ดึงสติของตัวเองกลับมาได้ จากการโทรตามของเพื่อนชายคนสนิทอย่างเสือ ไม่งั้นฉันคงหลงเดินไปไกลจนทำให้เพื่อนเป็นห่วงแน่
มาถึงมหาลัยฉันก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในคณะ ด้วยความเร่งรีบของตัวเอง ฉันจะหยิบชีทเอกสารออกมาเพื่อทบทวนก่อนเข้าคลาสก็ดันทำถุงยาตกลงสู่พื้น กำลังจะก้มลงเก็บก็มีมือหนึ่งมาเก็บมันไปซะก่อนและคนที่หยิบไปทำให้ฉันลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“ขอคืนด้วยค่ะ”
“นี่คือเหตุผลที่หนูปฏิเสธพี่เหรอนินิว” รุ่นพี่วิศวะยานยนต์หรือพี่อัฐ ชูถุงยาขึ้นพลางยิ้มขำกับเพื่อน
“น้องเป็นบ้า”
“!”
“ถึงกับต้องกินยาเลยเหรอเนี่ย พี่ว่าบางทีน้องควรเช็กสมองบ้างก็ได้นะ จะได้ไม่โง่มองข้ามคนอื่นเขาแบบนี้”
“พี่ยุ่งอะไรด้วย” เค้นเสียงแข็งพลางจ้องคนตรงหน้าราวกับไม่ชอบใจ “สมองหนูดี แค่สมองมันสั่งไม่ให้ยุ่งกับผู้ชายใจทรามอย่างพี่อัฐมากกว่า”
“นินิว!”
“ขอคืน” แบมือไปตรงหน้า มีเหรอว่าเขาจะยอมแถมยังเบ้ปากและอ่านหน้าซองถุงยานึกสนุกปาก “เดี๋ยวนี้”
“เสียดายความสวยนะเนี่ย ไม่น่าเป็นบ้าเลย” ฉันสูดลมหายใจเข้าดีนะที่คนเดินผ่านไปมาเขาไม่ได้คิดจะสนใจ มีแต่ผู้ชายคนนี้ที่มาจีบ ฉันไม่เล่นด้วยก็หาข้ออ้างสารพัดวิธีมาทำลายฉัน นิสัยชายแท้เป็นอะไรที่น่ารังเกียจที่สุด
“ที่บ้านไม่ได้สอนเหรอคะว่าไม่ควรเอาปมคนอื่นมาพูดเล่น” ในเมื่อพูดดีๆ ด้วยไม่ยอมก็ต้องโดนด่ากลับ “พี่เองก็น่าเสียดายนะคะ หน้าตาก็หล่อ ไม่น่าทำตัวเป็นผู้ชายที่มีแค่ไอ้นั้นไว้แค่คั่นสมอง”
“นินิว ยัยเด็กบ้า!”
“แค่เพราะหนูไม่ชอบ พี่ก็เลยหาวิธีแกล้งแบบสกปรกๆ ดูเป็นนิสัยชายแท้สุดๆ เลยค่ะ” คิดว่าคนอย่างฉันจะยอมให้ตัวเองมาโดนด่าทั้งที่ตัวเองไม่ได้บ้าเหรอ ฝันไปเถอะ ฉันไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ใช่ว่าจะด่าใครไม่เป็นนะ “ผู้หญิงไม่ชอบก็ควรหัดยอมรับความจริงบ้างนะคะ ไม่ใช่ทำตัวให้มันดูน่าสมเพชมากกว่าเดิม”
“อยากโดนประจานใช่ไหมว่าตัวเองทำตัวหยิ่งจองหอง ที่แท้ก็เป็นแค่อีบ้าที่ต้องกินยาระงับประสาท!” เขาเดินต้อนฉันพลางกระตุกยิ้มมุมปาก แถมยังชูถุงยาขึ้นโดยที่ฉันจ้องหน้าเขาพลางกำหมัดแน่น “หึ โรคบ้ากำลังกำเริบหรือไง”
“...”
“เฮ้ย มึงโทรเรียกรถโรงบาลบ้ามารับยัยเด็กคนนี้ทีสิ ความบ้ากำลังจะถึงขีดสุดแล้วว่ะ ฮ่าๆ” ฉันกัดฟันกรอด รู้สึกหน้าตัวเองร้อนผะผ่าวเสียจนมันแทบจะลุกไหม้ถ้าหากมันทำได้ เกลียดผู้ชายสันดานแบบนี้ที่สุด
“หนูไม่ได้เป็นบ้า”
“อ๋อเหรอ แล้วนี่อะไร?” พี่อัฐยังคงเสมองถุงยาในมือเพื่อต้อนให้ฉันจนมุม หากแต่ว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร ก็มีมือปริศนาเจ้าของร่างสูงใหญ่สวมช้อปสีแดงเลือดหมูดึงถุงยาออกจากมือพี่อัฐ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งแลสัมผัสถึงได้ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกจากตัวเขาและคนรอบข้าง ฉันลอบกลืนน้ำลายขณะเอี้ยวมองเสี้ยวหน้าด้านข้าง
เขาไม่พูดอะไรกลับโยนถุงยาให้ฉันที่แทบจะรับมันเอาไว้ไม่ทัน ก่อนที่เขาจะยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์และจ้องหน้ากลุ่มพี่อัฐด้วยสายตาราบเรียบ “เกะกะ”
“ไอ้เจค”
“ถอย” น้ำเสียงแหบพร่าและด้วยความสูงของเขามันสูงกว่ากลุ่มพี่อัฐ หนำซ้ำแม้แต่ใครก็ตามแต่ได้เผชิญหน้ากับเขาก็แทบจะไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยสักเท่าไหร่ คณะวิศวกรรมศาสตร์หนุ่มฮอตที่มีดังในมหาลัยมากถึงมากที่สุดก็มีแค่พวกเขาสามคนเท่านั้น เด็กวิศวะโยธาพี่เกียร์ พี่เจคและอีกคนที่ฉันชังน้ำหน้าเขาอย่างพี่โฬม ทว่าส่วนใหญ่คนจะไม่ชอบพี่เกียร์ เกรงพี่เจคและรู้สึกดีกับพี่โฬม สามคาเรกเตอร์จะแตกต่างกัน
ทว่าพี่เจคที่แทบจะไม่ยุ่งเรื่องของใครเลยนะ ย้ำ เขาไม่ยุ่งเรื่องของใคร กลับมาช่วยฉันหรือแค่พวกเรายืนขวางทางเดินก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเขามาได้ทันเวลาก่อนที่พวกพี่อัฐจะทำตัวระยำหมาใส่ฉัน
“น่ารำคาญ” ยกมือเกาเส้นผมสีดำสนิทและยกมือปิดปากหาว “กูจะนอน”
“เกี่ยวอะไร”
“เสียงดัง” ไม่รู้ว่าพี่เจคไปแอบหลับตรงไหนนะ เขาถึงได้ตื่นมางัวเงียขนาดนี้ “มึงมันบ้า”
“อะ ไอ้เจค”
“ว่าน้อง” น้อง... เขากำลังหมายถึงฉันใช่ไหมอะ น้องก็มีแค่ฉันที่เป็นผู้หญิงยืนอยู่ในวงล้อมผู้ชายแค่คนเดียว “หน้าตัวเมีย”
“!” เป็นคำพูดที่ไม่ได้แรงอะไร พอออกจากปากพี่เจคกลับทำให้ฉันรู้สึกสะใจเสียดื้อๆ
“รุ่นพี่หัดทำตัวให้น่าเคารพ” พี่เจคถอนหายใจพลางเสมองฉัน นัยน์ตาสีดำสนิทค่อนข้างลึกลับเหมือนมหาสมุทรที่นิ่งสงบไร้คลื่นกลางทะเล นิ่งและดูล้ำลึกเสียจนพอได้มองเหมือนตัวเองถูกดึงให้จมลงในน้ำทะเลทันทีที่เหยียบมัน “ไปได้แล้ว”
“ค่ะ”
เขาเอ่ยปากและเดินนำฉันผ่านวงล้อมพี่อัฐที่โวยวายพลางสะบัดหน้าหนี กระทั่งฉันเดินตามหลังพี่เจคมาถึงลานเกียร์ เขาก็เดินเลี้ยวเข้าไปในตึกคณะ สองเท้าของฉันจึงพามาหยุดที่ข้างๆ ลานเกียร์มีโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ นักศึกษาหลายคนกำลังนั่งๆ นอนๆ เล่นกันหรือไม่ก็อ่านหนังสือเพื่อทบทวนการเรียนก่อนเข้าคลาส
“นิว ทางนี้!” เสียงสดใสของเยลเพื่อนสาวในกลุ่มที่เป็นสายปาร์ตี้ดื่มเก่ง โบกมือเรียกฉันให้ไปนั่งประจำโต๊ะหินอ่อน คนตรงข้ามเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาตีและมีนิสัยค่อนข้างเงียบขรึมชื่อว่าเสือ ส่วนทอยเพื่อนอีกคนก็เป็นพวกรักสนุก ติดเล่นพวกเราเจอกันตอนเรียนปีหนึ่งจนถึงปีสอง สนิทกันได้เพราะทำกิจกรรมกลุ่มกันเนี่ยล่ะ
“หาหมอมาเป็นไง” เสือเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เหมือนเดิม หมอนัดอีกทีก็สามเดือน”
“เมื่อวานนี้เสือบอกเธอเดินหลงเหรอวะ บอกแล้วให้ฉันไปส่งก็ไม่เอา” ทอยบ่นอุบ “เกิดไปหลงที่ที่ไม่เคยไป จะแย่”
“ไม่เป็นไร ฉันโอเค” ตอบเพื่อนให้สบายใจ “ยังไงฉันก็ต้องหัดดูแลตัวเองให้ได้ เกิดมีพวกแกช่วย มันจะไม่หาย”
“เลิกเครียด”
“ได้ก็ดีน่ะสิ” หัวเราะในลำคอ คนเรานะจะเครียดหรือจะมีปัญหาอะไรก็ตามแต่ ถ้าหากมันเลิกได้ง่ายๆ ก็คงไม่มีใครเป็นโรคแบบนี้หรอก อีกอย่างฉันเป็นโรคนี้มาเกือบปีแล้ว มันไม่หายเองดังนั้นถึงต้องพึ่งพาหมอและยา อย่างน้อยก็อาการมันจะได้ไม่แย่ลงเพราะไม่ได้พบแพทย์
“ว่าจะถาม เมื่อวานแกเป็นบ้าอะไรนิว ไปมองรุ่นพี่แบบนั้น”
“หมายถึงมองรุ่นพี่โฬมปะ” ทอยตอบ “นั่นดิ”
“เกลียดพี่เขาเหรอ?”
“จะเกลียดได้ไง ไม่ได้รู้จักกัน”
“งั้น...”
“แค่ไม่ชอบ ในสิ่งที่เขาทำ”
[50%]
*----------------------------------------------*
หลังจากกินปิ้งย่างและต่อด้วยของหวานจนอิ่มท้อง เราสองคนก็โบกมือให้กับน้องปั้นหยาและพี่เกียร์ที่ยังคงรอแฟนสาวเลิกงาน “พี่เจคยังไม่กลับอีกเหรอคะ”“ถามหามันทำไม” เอาอีกละ ถามอะไรเกี่ยวกับพี่เจคคือไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย“หนูก็แค่ถามเองนะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่หนูอีกแล้ว”“มันน่าจะอยู่สนามแข่ง” ตอบแค่นี้ก็จบปะ ทำไมพี่โฬมจะต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยก็ไม่รู้ “ไอ้เจคเหมือนจีบหนู”“ห๊ะ! ปะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เจคจะมา...” พอเห็นหน้าพี่โฬมที่เอี้ยวมองฉันแวบหนึ่ง เขาก็ถอดเสื้อช้อปออกตามด้วยเสื้อยืดสีดำ “นี่อย่าบอกนะคะที่พี่โฬมไม่พอใจหนูเรื่องพี่เจค คือเรื่องนี้”“ไม่ใช่แค่นี้ อีกหลายเรื่องที่หนูปิดบังพี่”“ฟังหนูนะ” เดินไปดักหน้าพี่โฬมก่อนเขาจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ “หนูไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”เออ อาจจะมีช่วงแรกที่มีหวั่นไหวบ้างก็แค่นิดเดียวเอง หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับพี่เขาเลยนะ แค่พี่เจคเขาเข้าใจอาการหรือโรคที่ฉันเป็นต่างหาก“ยอมรับค่ะ เคยหวั่นไหวกับพี่เจค”“ว่าไงนะ!”“แค่นิดเดียวค่ะ” ปิดบังไปก็เท่านั้นอะ พี่โฬมเล่นมองหน้าฉันราวกับไม่ชอบใจสุดๆ แบบนี้ เกิดมีเรื่องปิดบังเขาอีก เรื่องที่จะขอร
Rome Game #16เปิดประสบการณ์ใหม่‘แกดูสดใสมากขึ้นด้วยซ้ำตั้งแต่ได้รู้จักกับพี่โฬม’‘พี่เขาน่ะดูเป็นห่วงเธอจะตายไป’“นินิว”“...”“นิว!”“คะ มะ มีอะไรคะ”“หนูเป็นอะไร เหม่อนานแล้วนะ ไม่สั่งเค้กเหรอ?” หลุดจากภวังค์สบตากับพี่โฬมที่พยักเพยิดหน้าไปทางพนักงานที่กำลังรอฉันสั่งเครื่องดื่มกับเค้กที่อยากมากินก่อนไปกินปิ้งย่าง ฉันจึงเลือกสั่งชาเขียวเย็นและเค้กบลูเบอร์รี่ ส่วนพี่โฬมนั่งแค่น้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวเท่านั้น “คิดมากเรื่องอะไรอีก”“เปล่าค่ะ” ไม่ได้คิดมากเรื่องอดีตหรอก แต่เป็นปัจจุบันเสียมากกว่าก็คำพูดของเยลกับทอยดังเข้ามาในโสตประสาท เรื่องที่ก่อนฉันจะหายไป พี่โฬมไปตามหาฉันกับเพื่อน เรื่องนี้พี่โฬมไม่ได้บอกดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะถาม ตอนเขาว้าวุ่นหน้าตาจะเป็นยังไงนะ ให้เพื่อนอธิบายให้ฟังก็นึกไม่ออกอยากเห็นกับตาตัวเองมากกว่า“มีอะไรก็บอกพี่ เคยบอกแล้วใช่ไหม”“หนูรู้ค่ะ แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย” อ้างเรื่องเรียนดีกว่า อย่างน้อยพี่โฬมจะได้ไม่ถามซ้ำเนื่องจากฉันขาดเรียนไปหลายวัน จะคิดเรื่องเรียนก็คงไม่แปลกใจอะไร“วันหยุดที่จะถึงพี่จะไม่อยู่นะ”“เอ๊ะ? ไปไหนคะ” พนักงานเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร
ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากแดงคล้ำกดแนบลงมาจนฉันหลับตาลงจิกนิ้วระบายบนถุงขนมปังนึ่งจนป่านนี้มันคงจะขดกันเป็นก้อนกลมๆ จากฝีมือของฉัน มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่โฬมบดคลึงกลีบปากฉันด้วยจูบที่แสนร้อนแรง แม้เป็นเพียงจูบเพียงแค่ด้านนอกไม่ได้สัมผัสเข้ามาในโพรงปาก ก็เล่นงานหัวใจไม่รักดีดวงนี้ให้เต้นถี่ราวกับกลองรบ หนำซ้ำยังหวั่นไหวขยับบดเบียดริมฝีปากสู้กับพี่โฬมจนเขาครางอย่างพึงพอใจเรื่องบอกอาการที่เป็นก็อีกส่วนไม่เกี่ยวกับเอกสาร หากแต่ว่าเรื่องทำให้เขาพอใจ ทำตัวดีมันก็ยังสำคัญกับฉันอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่พูดพร่ำเพรื่อจนทำให้พี่โฬมคิดว่าที่ฉันทำมันมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ถึงยังไงก็ยังอยากรู้จุดอ่อนของพี่โฬม จะถามได้จากใครล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนของเขา คุณพ่อแค่แนะนำว่าพี่โฬมไม่ได้ง่ายก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของลูกชายนี่นา ในเมื่อพี่โฬมคลุกคลีกับเพื่อนมากกว่าพ่อกับแม่“เก่งมาก” ถอนจูบออกเอ่ยปากชมฉัน ไม่วายก็กดจูบลงบนพวงแก้มใส “หนูจูบเก่งขึ้น”ดีใจเหรอ... คำชมของพี่โฬมทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด จำต้องกัดผนังในปากเพื่อดึงสติของตัวเอง“หนูทำดีแล้วใช่ไ
Rome Game #15หลุมพรางของคู่หมั้นเมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขาหนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ“หนูจะแต่งตัวเหรอ”“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่
“ขอบใจนะ หยา”“หนูขอเบอร์พี่นิวได้ไหม”“ได้สิ” ฉันก้มหน้ามองมือถือของน้องปั้นหยาเห็นว่าหน้าจอล็อกเป็นรูปของพี่เกียร์และพอหน้าจอหลัก เป็นรูปคู่ที่ถ่ายแบบแก้มแนบแก้ม ถึงพี่เกียร์จะดูสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันก็สัมผัสได้จากแววตาที่เขามองน้องเลยนะ คือคลั่งรักน้องปั้นหยามาก “น่ารักมากเลยนะ รูปคู่เนี่ย”“แหะ กว่าจะให้พี่เกียร์ถ่ายได้ เล่นเอาเหงื่อตกเลยค่ะ” น้องน่ารักมากจริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ พี่เกียร์ผู้ชายที่ใครต่อใครก็ไม่ค่อยชอบหน้าในคณะวิศวะ ได้แฟนสาวรุ่นน้องที่น่ารักน่าหยิกแบบว่าเหมือนมาเติมเต็มชีวิตเขา ดูแล้วน้องปั้นหยาน่ะเหมาะกับพี่เกียร์มากจนฉันเองก็มองไม่ออกว่าจะมีใครเหมาะกับพี่เกียร์ได้มากเท่าน้อง “กว่าจะได้คบกัน ผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเยอะมากเลยค่ะ”“แต่ก็ผ่านมาได้”“เพราะพี่เกียร์มั่นคงกับหนูค่ะ หนูโชคดีที่ได้เจอกับพี่เกียร์” ไม่ใช่แค่พี่เกียร์แล้วล่ะที่คลั่งน้องปั้นหยา น้องเองก็นะคลั่งแฟนหนุ่มวิศวะโยธามากเช่นกัน “หนูรักพี่เกียร์ที่สุดในโลกเลยค่ะ”“บอกรักพี่ต่อหน้านิว”“...”“คืนนี้พี่จะบอกรักหยาบ้าง” พี่เกียร์กับพี่โฬมที่คุยกันเสร็จก็โผล่พรวดเข้ามา กระทั่งคำตอบของพี่เกียร์หลัง
Rome Game #14ขึ้นชื่อว่าลาภิศ ไม่มีคำว่าง่ายลาภิศ ความหมายของชื่อเขาคือ ‘เจ้าแห่งลาภและมีลาภได้มาก’ เป็นชื่อที่เหมาะกับเขามากจนหาที่ติไม่ได้ เพราะชื่อเป็นหน้าต่างของลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคนๆ นั้นและพี่โฬมคือเจ้าแห่งลาภที่มีลาภได้มากจากการเป็นเซียนพนันตัวยง“ว่างๆ แวะไปหาแม่บ้างนะ”“ได้ค่ะ”“น่ารักที่สุดเลยลูก แม่กอดหน่อย” ฉันตรงเข้าสวมกอดคุณแม่พี่โฬม หลังจากที่พูดคุยธุระกับคุณพ่อเรียบร้อย เราสี่คนก็ออกจากโรงแรมของท่าน ยืนรอส่งท่านทั้งสองขึ้นรถโรลอยซ์ที่จอดรออยู่ “พี่โฬมรังแกอะไร หนูบอกแม่เลย แม่จะรีบมา”“ค่ะ” คุณแม่กระซิบบอกฉันที่ตอบตกลงว่าถ้าพี่โฬมรังแกปุ๊บ ต้องรีบแจ้นไปฟ้องคุณแม่ “ขอบคุณนะคะ”ยกมือไหว้ขอบคุณท่านทั้งสองและสบตากับคุณพ่อที่ระบายยิ้มที่แสนอบอุ่นมา กระทั่งท้ายรถโรลอยซ์ขับออกจากตัวโรงแรมไป พี่โฬมก็จับมือฉันสอดประสานกับนิ้วมือตัวเอง“หนูคุยอะไรกับพ่อพี่ตั้งนาน”“ไว้ถึงห้องหนูค่อยบอกได้ไหม”“ได้สิ แต่ตอนนี้... ไปผับ LC กันก่อนดีกว่า”“ไปทำไมคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง ก็ยอมเดินตามพี่โฬมมาถึงรถคันโปรดของเขาเพิ่งจะรู้ว่ารถของพี่โฬมเป็นรถมัสแตงสปอร์ตราคาไม่ต้องพูดถึงหร
อาหารบนโต๊ะถูกจัดการเรียบร้อยและต่อด้วยของหวาน คุณพ่อเป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินไปยังโซนที่นั่งของแขกที่แยกออกมาพอควร ฉันจึงขอตัวเดินตามท่านที่นั่งบนโซฟาตวัดขาไขว่ห้างโดยมีฉันทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามท่าน รอยยิ้มที่อ่อนโยนและความสุขุมทำให้กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเอ่ยถามเรื่องที่ชวนให้น่าสงสัย“หนูขออนุญาตคุณพ่อนะคะ”“
Rome Game #13เล่นเกมณ โรมแรมหรูระดับห้าดาว“ที่นี่เป็นโรงแรมที่ใช้พื้นที่ของพ่อพี่เอง พ่อพี่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่ะ” พี่โฬมหันมาระบายยิ้มให้ จากนั้นเขาก็เดินนำฉันเข้าไปในเครือโรงแรมที่ใช้พื้นที่ดินของท่านรณกร ร่ำรวยขนาดนี้แบบว่าคงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องหนี้ที่พ่อฉันติดอยู่ใช่ไหมล่ะ เพีย
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่







