Home / วัยรุ่น / Rome Game วิศวะเกมรัก / วิศวะเกมรัก :: INTRO [100%]

Share

Rome Game วิศวะเกมรัก
Rome Game วิศวะเกมรัก
Author: Sweet_Moon

วิศวะเกมรัก :: INTRO [100%]

Author: Sweet_Moon
last update Last Updated: 2025-12-23 17:16:44

Rome Game วิศวะเกมรัก

Between us, it's just a game... where I'm a pawn on the board,

for him to place wherever he wants.

ระหว่างเรามันก็แค่เกม... ที่มีฉันเป็นเบี้ยอยู่บนกระดาน ให้เขาจับวางตรงไหนก็ได้

คำเตือนจากไรต์ : อ่านเพื่อความสนุกและความบันเทิง การพนันทุกชนิดผิดกฎหมายและไม่แนะนำให้ทำตาม ชีวิตจริงไม่ได้เป็นเหมือนในนิยายที่ไรต์สร้างขึ้นมานะคะ

ห้ามลอกเลียนแบบการเล่นพนันทุกชนิดที่มีในนิยายเรื่องนี้ พี่โฬมมีตัวตนแค่ในนิยายเท่านั้น การได้เงินจากพนันก็เช่นเดียวกัน

*โปรดใช้วิจารณญาณ ห้ามลอกเลียนแบบตัวละครพี่โฬมนะจ๊ะ ด้วยความหวังดี*

ติ๊ง~

ยอดเงินเข้า 50,000

“อ่า... กูนี่มันเจ๋งที่สุดเลยว่ะ”

“อะไร?”

“ปั่นสล็อต ลงไปห้าร้อยได้มาห้าหมื่น”

“ขี้โกง”

“กูไม่ได้โกงนะ กูเก่งต่างหาก”

ผมตอบไอ้เกียร์ที่นั่งกดมือถือโดยเอาเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสมองไอ้ตัวขี้เซาที่นอนตัวยาวอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนตัวเล็ก พอมันทิ้งตัวลงนอนปุ๊บผมก็ถามมันทุกวันนั่นแหละว่า ‘ชาติที่แล้วมึงเกิดเป็นหมีโคอาลาใช่ไหมไอ้เจค’ นอนได้ทั้งวี่ทั้งวันจริงๆ

คว่ำสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะหยิบซองบุหรี่สีดำฟ้า Marlboro ice blast คีบไว้ตรงมุมปากจุดไฟแช็กสูบเอาความเย็นสุดขั้วเข้าปอดอึกใหญ่และเงยหน้าพ่นควันสีเทาพวยพุ่งขึ้น กลิ่นจะเป็นเมนทอลคล้ายกับบุหรี่ยี่ห้อเดียวกันกับที่ไอ้เกียร์สูบ ของผมจะแรงกว่า กลิ่นเมนทอลจะติดปากบวกกับความเย็นแบบสุดๆ ผมชอบมากถึงขนาดสั่งมาไว้หลายคอตตอน หนึ่งซองจะมียี่สิบมวน ราคาก็แรงแบบสุดๆ หาไม่ค่อยจะได้ผมนี่ฝากหิ้วจากพี่ชายเลยนะ แบบไม่ต้องตามหาซื้อให้ยุ่งยากซื้อมาเก็บไว้แบบหมดก็หยิบมาสูบได้สบาย

“วันนี้ไอ้เจคแข่ง กูต้องไปลง”

“ชนะอยู่แล้ว” ไอ้เกียร์ตอบพลางคว่ำหน้าจอมือถือลง “มันร้อนเงิน”

“กูก็ร้อนนะ” เพราะเซียนพนันอย่างผมแพ้พนันไม่เป็นไร แต่แพ้บ่อยนี่ไม่ชินนะ “น้องปั้นหยายังไม่เลิกเรียนเหรอ”

“ใกล้แล้ว ไปทำงานต่อ”

“มึงนี่ก็ใจดีนะให้เมียไปทำงานที่ร้านปิ้งย่างเหมือนเดิม” ชี้หน้าไอ้เกียร์ข้างที่คีบบุหรี่ ไอ้ตัวที่คิดว่าจะหาเมียได้ยากที่สุดดันมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วหนึ่ง

“หยาอยากทำ ไม่อยากห้าม”

“ขยันที่สุด” น้องปั้นหยาคือตัวอย่างผู้หญิงนักสู้จริงๆ น้องนี่ผ่านอะไรมามากจนมาเจอกับไอ้เกียร์ ตอนนี้เหรอสบายเพราะได้มันเป็นแฟนนี่ล่ะ แต่น้องก็ยังคงทำงานหาเงินอยู่เลย เป็นผู้หญิงที่ผมชมจากใจจริงเลยว่านอกจากจะน่ารัก หน้าตาจิ้มลิ้มทำให้ไอ้เกียร์หลงหัวปรักหัวปรำ ยังขยันขันแข็งไม่ง้อเงินแฟนสักนิดก็ไม่มี

“เอาล่ะ ไปเรียนดีกว่า” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงผมก็จิ้มกรองบุหรี่ลงบนโต๊ะหินอ่อน เดินไปสะกิดขาหน้าไอ้เจค (หมายถึงแขน) ให้มันลุกขึ้นเตรียมตัวไปเรียน เดี๋ยวเลิกเรียนเย็นก็ต้องไปสนามแข่งพร้อมกันอีก ไอ้เจคลุกขึ้นนั่งเอามือยีเส้นผมของตัวเอง งัวเงียแค่ไหนก็ลุกขึ้นเดินตามหลังผมกับไอ้เกียร์ผ่านลานเกียร์เพื่อเข้าไปเรียนในตึกของคณะ

ระหว่างนั้นก็เดินผ่านกลุ่มนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ สวมเสื้อช้อปสีกรมท่า คนที่อยู่ข้างหน้าเป็นหญิงสาวตัวเล็กและผิวสีขาวซีดขลับกับสีช้อป เธอมีใบหน้าที่สวยมากๆ เป็นผู้หญิงที่มีเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเล็กบาง โครงหน้าเรียว ผมสีดำยาวมัดรวบไว้ท้ายทอยและปล่อยเส้นผมปล่อยด้านข้างเปิดรับหน้าผากมน

เธอมองหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าสายตาที่มองเล่นเอาผมขมวดคิ้ว... เธอมองผมแบบนี้มาสักพัก ใช่ ผมจำได้สิ อยู่คณะเดียวกันแต่เธอเรียนวิศวะคอมฯ สวยแบบนี้ไม่มีพลาดสายตาเหยี่ยวของโฬมหรอก จึงหยุดชะงักดักหน้ากลุ่มของเธอที่มีชาย 2 และหญิง 1 ไอ้เกียร์กับไอ้เจคที่เดินตามมาก็หยุดชะงักตาม

“น้องมองหน้าพี่แบบไม่พอใจ”

“...” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มีอะไรข้องใจหรือเปล่า?”

“ไม่นี่คะ” น้ำเสียงเย็นชาบวกกับหน้าตาและท่าทางทำให้ผมขมวดคิ้ว “ทำไมพี่คิดแบบนั้น”

“ไม่รู้สิ พี่เห็นน้องมองพี่แบบนี้หลายครั้งแล้ว”

“ทำไมพี่ไม่คิดว่าหนูมองพี่ว่าหล่อบ้าง” คำตอบของเธอทำให้ผมยกยิ้มมุมปาก ถ้ามองผมหล่อคงไม่ใช้สายตาเชิงมองเหยียดกันหรอก ดูก็รู้สายตาของเธอมันบ่งบอกว่ามองแบบผมหล่อหรือมองผมแบบน่ารังเกียจ “คิดมากนะ”

“หึ”

หัวเราะในลำคอขณะที่เดินสวนผมไปแบบแทบจะไม่เฉียดโดนตัวสักนิด เอี้ยวใบหน้ากลับไปมองก็เห็นเพื่อนของเธอเอาแต่ถามว่ามองผมทำไม มีเหตุผลอะไรไปมองรุ่นพี่แบบนั้น ผมได้แต่ส่ายหน้าไปมากับท่าทางที่หยิ่งผยองของรุ่นน้อง

“ไปทำอะไรเขาไว้”

“ทำเหี้ยอะไร เพิ่งจะเคยเจอครั้งแรก” ตวาดใส่ไอ้เกียร์ “ข้องใจฉิบหาย”

“อาจจะเคยนอนด้วยกัน” ไอ้เจคทำให้ผมส่ายหน้า ไม่มีทางหรอก สวยๆ แบบนั้นผมนอนด้วยต้องจำได้แน่นอน “มึงลืม”

“ไม่มีทาง”

“แล้วเขาจะมองมึงแบบรังเกียจทำไม” คำถามของไอ้เกียร์ทำให้ผมคิดหนักเหมือนกันนั่นแหละ แต่ก็ช่างแม่งแล้วกัน มีคนชอบเยอะก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเกลียด แต่เกลียดด้วยเหตุผลอะไรผมเองก็ไม่รู้... เด็กบ้าอะไรมามองผมด้วยสายตาไม่พอใจ ผมไปทำอะไรให้กันแน่วะ มันเหมือนมีอะไรติดค้างในใจจนเรียนแทบจะไม่เข้าหัว

สนามแข่งรถเถื่อน พัทยา 20.45 น.

‘ผลการแข่งขันแบบดริฟต์อย่างเป็นทางการ ผู้ชนะในการแข่งขันนี้คือ... เจคแลค Winner!’

รอยยิ้มของผมผุดขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของใครบางคนที่ผู้ชนะในการแข่งขันแบบดริฟต์ ยืนกอดอกอยู่บนอัฒจันทร์ ทอดสายตามองร่างสูงของไอ้เจคที่ออกจากรถพร้อมถอดหมวกกันน็อกกับโม่งสีดำออก ผมเดินลงบันไดไปหามันพร้อมตรงไปหาพี่บอยที่ยื่นซองสีน้ำตาลให้ผมกับไอ้เจค

“ผับพี่รัก”

“อือ”

รับซองเงินจำนวนห้าแสนมาไว้กับตัว ส่วนของไอ้เจคก็ได้มาเช่นเดียวกันแน่นอนว่าผมแบ่งสัดส่วนตรงนี้ให้เพื่อนด้วยนะ รู้ว่ามันกำลังลำบากหาเงินเพื่อหาคอนโดไว้สักที่ ตอนนี้ก็มีเงินมากพอจะไปจองคอนโดหรูๆ อยู่แทนการกลับไปที่บ้าน เพราะโดนตัดบัตรและตัดทุกช่องทาง เป็นการตัดหางปล่อยวัดที่แบบงี่เง่าที่สุด คุณลุงพ่อของไอ้เจคคิดผิดว่าถ้าไอ้เจคไม่มีเงินก็คงจะกลับไป เปล่าเลย... รอบนี้มันตั้งใจแข่งให้ชนะเลยนะเพื่อเงินรางวัล ไม่ใช่แมวดำที่เอาแต่ขี้เกียจเหมือนที่ผ่านมา

“เฮียไจ๋บอกจะให้รถมึงมาขับ ไม่ไปดูวะ”

“เดี๋ยวไป”

“อย่าเกรงใจเฮียเลย มึงทำเงินให้เฮียเขาเยอะ รถคันไม่กี่ล้านเขาให้มึงขับฟรียังได้”

“รู้” ไอ้เจคขยับตัวเล็กน้อยและปรับเบาะเอนลง “ถึงแล้วปลุก”

“เออ!”

กระแทกเสียงใส่ไอ้เจคที่หัวได้หนุนอะไรสักอย่างก็หลับทันที อยากจะพามันไปหาหมอ เป็นอะไรมากไหมกับการนอนทุกที่ของมันเนี่ย ผมถอนหายใจพลางกดลดกระจกคีบบุหรี่ออกจากมุมปากยื่นแขนออกไปข้างนอก เพื่อรอสัญญาณไฟกำลังจะแปรเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเพื่อเข้าตัวเมืองในช่วงดึกของวัน เพียงแค่ไม่กี่นาทีรถก็มาจอดที่ผับ LC ผับชื่อดังที่มีคนมีระดับมาเที่ยว ผมปลุกไอ้เจคมันก็เดินงัวเงียตามผมมาถึงวีไอพีเพื่อสั่งเหล้ากินตามประสา

Laphit : อยู่ LC มาแดกเหล้าปะ พาน้องปั้นหยามาด้วยก็ได้

GEAR 1 : ไม่ จะนอน

Laphit : ตอแหล!

GEAR 1 : อย่ากวน นอนดูหนังกับเมียอยู่

Laphit : เออ! ไอ้สันขวาน กูขอโทษที่ทักมาชวน

เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าหงุดหงิด ถึงแบบนั้นพอเห็นสาวสวยตรงหน้าที่ฉีกยิ้มให้ผมก็หายหงุดหงิดทันที พอเสมองเพื่อนอีกตัวที่ชวนมาแดกเหล้าตอนนี้ก็นอนตัวยาวอยู่บนโซฟา แม่งอยากจะถาม เสียงดังขนาดนี้ไอ้เจคหลับลงได้ไง?

“ลาภิศ” ชื่อจริงถูกเรียกขึ้นมา แน่นอนว่าไม่มีใครเรียกชื่อจริงผมนอกเสียจาก...

“ไงครับ พี่ชาย” ผมฉีกยิ้มกว้างและยกแก้วคริสตัลชูให้กับร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก ท่อนแขนมีรอยสักลวดลายสวยงาม ท่าทางแบดบอยหน้าตาดูหล่อเหลา ใช่ หล่อน้อยกว่าผมนะเพราะผมหล่อกว่าพี่ชายตัวเองล้านเท่า

“หายหัวเลยนะ”

“ผมมาผับพี่รักทุกวันนะ พี่แค่ไม่เห็นผม”

“กูไม่ได้หมายถึงมาผับ กูหมายถึงมึงไม่โผล่หัวไปที่บ้าน” เรื่องนี้เองเหรอ “หูกูชาหมดแล้ว แม่ถามหาแต่มึง”

“ผมต้องอยู่กับไอ้เจค” พยักเพยิดหน้าไปหาเพื่อนสนิทที่นอนหลับ “มันมีปัญหาที่บ้าน มันมานอนที่ห้อง”

“เกี่ยวอะไร ไอ้เจคมันแค่ไปนอนห้องมึง ไม่ได้หมายความว่ามันรั้งมึงไม่ให้ไปหาแม่นี่”

“ขี้เกียจอะ” เอนหลังพิงพนักโซฟาและยกยิ้มมุมปากให้กับสาวตรงหน้า “ฝากพี่รักบอกแม่ด้วยว่าผมสบายดีมาก”

“เฮ้อ ลาภิศ มึงทำอะไรคิดให้เยอะๆ นะ”

“หมายถึงเรื่องพนันเหรอ” พี่รักจ้องหน้าผม มีเรื่องเดียวนะที่พี่รักมักจะเตือน “เล่นเอาสนุก ได้เงินก็จบ”

“กูรู้ว่ามึงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน เพลาๆ หน่อยก็ดี แค่พนันรถก็พอ”

“อือ” ตอบไปแบบส่งเดช ก็ถ้าไม่มีใครส่งเว็บมาให้ผมเล่นคิดว่าผมจะเล่นหรือเปล่าล่ะ บอกเลยว่าไม่เด็ดขาด เว็บพนันพวกนั้นส่งมาท้าทายผมเอง พอโดนไปผมยังไม่ทันลบทิ้งมันก็เขี่ยผมทิ้งแทนแล้ว อีกอย่างผมก็เริ่มไม่สนุกกับเกมพนันออนไลน์แล้วเหมือนกัน มันแบบเล่นได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำจนเบื่อ

อยากหาเกมอะไรเล่นสนุกๆ มากกว่านี้ ส่วนเรื่องพนันรถมันอยู่ในสายเลือด อันนี้ผมไม่หยุดแน่นอน

“มาบ่นผม ไม่บ่นพ่อบ้างอะ”

“พ่อเขาเซียนแล้วปะ รายนั้นเขาเล่นถูกกฎหมาย แต่มึง...” พี่รักชี้หน้าผมและเลือกจะเงียบ “เอาเป็นว่าเชื่อกูหน่อยเหอะลาภิศ เค”

“รู้แล้ว”

“ว่างๆ ก็ไปหาพ่อกับแม่บ้าง”

ยักไหล่ไหวและมองร่างสูงของพี่ชายวัย 28 ปี เดินออกจากห้องวีไอพีไป สาวสวยที่เล็งเอาไว้ก็เดินนวยนาดมานั่งกับผมพลางพูดคุยกันเพื่อจะไปหลับนอนที่ห้องใครสักคน ผมน่ะเป็นพวกที่หน้าตาดีจนผู้หญิงเห็นต้องหันมามอง มีเสน่ห์ดึงดูดผู้หญิงแต่ก็เข้าถึงตัวผมยาก ถ้าหากผมไม่เล่นด้วยก็คือจบ อย่าพยายามเพราะจะทำให้ผมยิ่งตีตัวออกห่าง

‘ทำไมพี่ไม่คิดว่าหนูมองพี่ว่าหล่อบ้าง’

จู่ๆ คำพูดของยัยเด็กจองหองอวดดีคนนั้นก็แล่นเข้ามาในสมอง ให้ตายสิ ก็ถ้ามองด้วยสายตาที่หลงเสน่ห์ผมจะไม่ข้องใจหรอก เล่นมองผมเหมือนเหยียดและรังเกียจขนาดนั้น บอกไว้เลยนะไม่เคยมีใครมองโฬม วิศวะโยธาด้วยสายตาที่น่าขยะแขยงมาก่อน ยัยเด็กบ้านั่นกล้าดียังไงวะ พอถามก็ได้คำตอบที่โคตรจะไม่จริงเลย

“คิดอะไรอยู่คะพี่โฬม”

“เปล่า ไปสูบบุหรี่แปบ” เพราะคำพูดของยัยเด็กคนนั้นแท้ๆ ทำให้ผมอารมณ์เสีย จำต้องเดินออกจากผับมายืนรับลมสูบบุหรี่ตรงรถของตัวเอง สายตาทอดมองไปยังท้องถนนที่รถกำลังวิ่งสัญจรไปมา ตรงข้ามจะมีย่านการค้าและมินิมาร์ทให้นักท่องราตรีหาอะไรกินกันนอกจากมาเที่ยวผับ

ควันบุหรี่สีเทาลอยคลุ้งไปทั่วลานจอดรถ ด้วยความสูบบุหรี่กระหายน้ำผมจึงเดินข้ามทางม้าลายไปยังฝั่งตรงข้ามที่เป็นย่านการค้า เข้ามินิมาร์ทเข้ามาซื้อน้ำเปล่าหนึ่งขวด พอออกมายืนกรอกน้ำผ่านลำคอหลังสูบบุหรี่เสร็จ ร่างบอบบางที่สูงเลยไหล่ผมมาแค่เซ็นเดียว ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาสวมช้อปสีกรมท่าอยู่เลย ผมลอบมองเธอที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย กระทั่งเธอเดินไปแค่แปบเดียวก็หยุดพลางยกมือเกาศีรษะ

“ฉันจะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ” บ่มพึมพำและกวาดสายตามองไปตามย่านการค้า โดยมีผมยืนพิงเสาหน้ามินิมาร์ทมองการกระทำของเธอ “มาอยู่ตรงนี้ได้ไง”

อะไรของยัยเด็กคนนี้... ยังไม่แก่ถึงขนาดจะต้องขี้ลืมเลยไม่ใช่หรือไง

“เฮ้อ”

ถอนหายใจและเดินผ่านผมกลับไปนั่งรถตรงป้ายรถเมล์ ด้วยความที่อยากรู้ว่าเธอเป็นอะไรผมจึงแกล้งไปยืนพิงป้ายโฆษณาข้างป้ายรถเมล์ ลอบมองเธอที่หยิบมือถือสุดหรูสีขาวยี่ห้อดังที่ผมใช้แต่ของผมจะเป็นสีดำขึ้นมา

“ยังไม่ถึงบ้านเลย สมองมันเบลอๆ น่ะ เดินหลงมาแถวผับ LC อือ ไม่ต้องห่วงนะเสือ ถึงบ้านจะส่งข้อความบอก ไม่เป็นไร... รอบนี้กลับถึงบ้างแน่นอน”

ใช้คำว่าเดินหลงเนี่ยนะ? ผมยกมือเกาศีรษะตัวเอง ยืนมองร่างเล็กที่ยกมือนวดคลึงขมับและบ่นพึมพำออกมา ‘สติหน่อย เกิดหลงไปในที่ที่ไม่รู้ คงแย่แน่’ มีปัญหากระทบกระเทือนด้านสมองหรือเปล่า ถ้าหากเป็นแบบนั้นก็พอจะเข้าใจว่าทำไมถึงได้มองผมด้วยสายตารังเกียจขนาดนั้น คนบ้านี่เอง กล้าออกมาใช้ชีวิตได้ยังไงป่วยก็ควรไปรักษาสิ

ยืนมองเธอประมาณยี่สิบนาทีได้ รถเมล์ที่เธอต้องการก็มาถึง พอเห็นว่าร่างบอบบางเดินขึ้นไปนั่งบนรถเมล์ด้านหลังผมก็ขยับตัวออกมามองเธอที่ยืนแขนเท้าขอบหน้าต่างและเอาหน้าโต้ลม จากนั้นรถเมล์ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปไกลจนผมเบ้ปาก

“พอจะเข้าใจเหตุผลที่เธอมองฉันแบบเหยียดๆ แล้ว”

ที่แท้ก็แค่ยัยเด็กบ้ามีปัญหาด้านสมองนี่เอง เหอะ ใส่ใจไปก็เท่านั้นล่ะ

ติ๊ง~

เสียงข้อความจากมือถือดังขึ้นทำให้ผมละสายตาจากรถเมล์ที่ห่างออกไปไกล หมุนตัวเดินกลับมายืนรอข้ามถนนไปยังผับ LC คนที่ส่งข้อความมาเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้เจค

Jakelack : กลับห้องเอง

Laphit : เค กูไปกกสาว เจอกันที่คณะ

ยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ช่วงนี้ไอ้เจคมีปัญหาก็เลยมาอยู่กับผมที่คอนโดเนื่องจากคอนโดผมมีสองห้องนอน มันก็เลยขนเสื้อผ้าของตัวเองมาไว้ที่ห้องของผม แน่นอนว่าของไอ้เจคมันไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก ส่วนมากก็ใช้ของผมซะส่วนใหญ่ พอสัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวรูปคนให้ข้ามถนน ผมก็กลับมาหยุดที่หน้าผับ LC และค่ำคืนนี้ผมก็ไปนอนกกกับสาวสวยต่างมหาลัยรุ่นเดียวกัน

ไม่รู้ทำไม... ในหัวถึงเอาแต่คิดเรื่องของยัยเด็กคนนั้นด้วยก็ไม่รู้สิ ทั้งที่ผมควรเลิกคิดเพราะยัยนั่นเป็นโรคประสาท มองคนด้วยสายตาเยียดหยาม ก็น่าจะปล่อยๆ ไป คนอย่างโฬมไม่เคยเอาเรื่องรกสมองมาคิด ดังนั้นผมจึงสลัดเรื่องของเด็กคนนั้นไปเสียหมด หวังแค่ว่ารอบต่อไปถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น คงต้องจับเข่านั่งคุยกันซะแล้ว

มีเหตุผลอะไรมามองพี่โฬม วิศวะโยธาด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ ผมจำได้นะว่าไม่เคยทำอะไรเธอ อีกอย่างสวยๆ อย่างเธอผมก็ต้องจำได้อยู่แล้ว น่าเสียดายความสวยแต่ดันเป็นโรคประสาทซะงั้น

*-------------------------------------------*

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 12 คู่หมั้นขัดดอก [100%]

    หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 12 คู่หมั้นขัดดอก [50%]

    Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 11 การหมั้นหมายเริ่มขึ้น [100%]

    “ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 11 การหมั้นหมายเริ่มขึ้น [50%]

    Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 10 ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร [100%]

    ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ

  • Rome Game วิศวะเกมรัก    วิศวะเกมรัก :: CHAPTER 10 ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร [70%]

    “กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status