MasukRome Game #9
เบี้ยล่าง
วันนี้แม่นัดให้ฉันไปเข้าสปาเพื่อเสริมสวย ถึงจะบอกว่าฉันสวยอยู่แล้วก็ตามทีและแม้ว่างานหมั้นจะจัดแบบภายในครอบครัวแม่ก็อยากทำให้ฉันสวย เพื่อพาไปขัดผิว ทำผมใหม่ทั้งหมด เลิกเรียนบ่ายนี้จำต้องรีบกลับบ้านตามคำสั่งของแม่ พอฉันทำตามอย่างว่าง่าย แม่ก็เอาใจใส่ฉันเอาแต่พร่ำบอกว่าให้เอาอกเอาใจท่านรณกร อยากได้หรืออยากให้ท่านยกหนี้ให้ก็อ้อนเขา สำคัญเลยคือกอบโกยเงินทองมาให้ได้มากที่สุด อย่างหลังฉันไม่ได้ต้องการหรอกนะที่ต้องการก็คือให้ท่านยกหนี้สิบล้านให้ก็เพียงพอ ถึงจะต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ในฐานะเมียเก็บก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่มีใครพูดก็คงไม่มีใครรู้หรอก
“ไปกินติมกัน”
“ไม่อะ ฉันมีนัดกับแม่”
“หือ ถามจริง” เยลเองก็คงจะตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ฉันกับแม่ก็สนิทสนมกัน ระหว่างเดินออกจากคณะเพื่อตรงดิ่งกลับบ้าน จังหวะนั้นฉันก็เหลือบมองโต๊ะหินอ่อนหน้าคณะ หลายวันมานี้ฉันไม่เห็นพี่โฬมเลย เห็นบอกว่าเด็กวิศวะโยธาเรียนค่อนข้างหนักกลับก็ดึก เขาเองก็ไม่ได้ติดต่อหรือส่งข้อความมาหาฉันหรอกนะ
มันดีที่สุดแล้ว... ไม่มีอะไรดีไปกว่าเราสองคนค่อยๆ จางหายไปจากกันและกัน
“กระดี๊กระด๊าเหลือเกินนะ” ละสายตาจากโต๊ะหินอ่อนมองเดือนที่ยังอุตส่าห์แวะมาทักทาย ทั้งที่คณะนิเทศฯ อยู่ไกลกว่าวิศวะมากพอควร เธอกอดอกมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าพลางแสยะยิ้ม “แหงสิ กำลังจะได้หมั้นกับผู้ชายนี่”
“ห๊ะ!”
“อะไรกันเยล นี่เธอไม่รู้เหรอว่าเพื่อนรักของเธอน่ะกำลังจะหมั้น” เดือนยกมือปิดปากตัวเอง แสร้งทำเป็นหลุดปากออกมาทั้งที่เธอตั้งใจ “ก็นะใครจะอยากบอกกัน ในเมื่อผู้ชายที่หมั้นด้วยเป็นถึงคนใหญ่คนโต รุ่นพ่อ”
รุ่นพ่อเหรอ?
หล่อนจงใจพูดให้เพื่อนของตัวเองได้ยินและแน่นอนว่าเยลถึงกับไปไม่เป็นเลย เพื่อนมองหน้าฉันราวกับต้องการคำตอบที่อยากได้ตอนนี้และเดี๋ยวนี้
“เลิกคบกับนินิวไปเถอะ เพราะหลังจากหมั้นก็จะกลายเป็นเมียน้อยเขาเพื่อใช้หนี้ที่พ่อบังเกิดเกล้าไปยืมเขาเอาไว้”
“อย่าบอกนะว่าหมั้นขัดดอกน่ะเดือน”
“อุ้ย อย่าพูดแบบนั้นสิ ท่านน่ะเสนอเองเลยนะว่าอยากหมั้นกับนินิว”
“อาจจะมีเมียแล้วหรือเปล่า ผู้ชายคราวพ่อเชียวนะ” เพื่อนเธอสมทบและนั่นทำให้ฉันกำหมัดแน่น
“รู้ถึงไหนอายไปถึงนั้นเลยนะ ยังเด็กและเป็นสาวสวยขนาดนี้ ต้องกลายไปเป็นเมียน้อยเมียเก็บ”
“นี่!” เยลตวาดใส่เดือนที่แลดูไม่สะทกสะท้านอะไร
“ต้องไปบำเรอชายแก่บนเตียง คิดแล้วก็น่าสมเพชจริงๆ ชีวิตของเธอจากเป็นหงส์อยู่ดีๆ กลายเป็นอีกาซะงั้น” เดือนหันไปหัวเราะกับเพื่อนตัวเองราวกับเยาะเย้ยฉันเสียเต็มประดา “จากนี้พอเจอกันก็คงจะไม่อยากเสวนาด้วยนะ ฉันรังเกียจอะ ผู้หญิงที่ไปเป็นเมียน้อยชายแก่คราวพ่อ ฮ่าๆ”
เพียะ
“!”
“นะ นิว”
ไม่รู้ว่าอารมณ์ของฉันมันดำดิ่งไปมากแค่ไหน ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ตัวเองฟาดมือลงบนแก้มของเดือน หนำซ้ำยังคงตรงเข้าไปจิกทึ้งศีรษะของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมีเพื่อนของหล่อนพยายามช่วยเอาไว้ หากแต่ว่าพอคนเราโมโหต่อให้ช้างมาฉุดมันก็ฉุดอารมณ์โกรธไม่ได้หรอกนะ เพราะสิ่งสำคัญคือหล่อนดูถูกฉันต่อหน้าทุกคนและต่อหน้าเพื่อนของฉัน
“กรี๊ด! ฉันจะไปฟ้องคุณแม่”
“เชิญ” สภาพของหล่อนดูไม่ได้เลยด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับฉันที่แทบจะไม่มีรอยขีดข่วน “ฟ้องให้หมดนะ”
“...”
“แม่ไม่กล้าทำตัวฉันเป็นรอยหรอก!” เพราะฉันต้องดูสวยและดูดีในวันที่ท่านรณกรมาหมั้นยังไงล่ะ เดือนมองหน้าฉันอย่างโกรธแค้นและสะบัดหน้าหนีไป ผ่านสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่มุงดูเรา
“นิว นี่มันเรื่องอะไรกัน” หันไปสบตากับเยลและต้องเบิกตากว้างสุดขีดเมื่อเห็นเสือยืนมองฉันอยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หวังแค่ว่าเพื่อนจะไม่ได้ยินนะ มันน่าอายเกินกว่าจะบอกพวกเขาหากแต่ว่าถ้าได้ยินไปจนหมดก็ไม่มีอะไรจะต้องปิดบังกันอีกต่อไป “ไม่จริงใช่ไหมนิว แกบอกฉันสิ”
ฉันมองเสือ เยลและทอยซึ่งพากันมานั่งที่ร้านกาแฟหน้ามหาลัย มันเงียบสงบและไร้ผู้คน ดังนั้นเรื่องที่ถูกปิดเอาไว้พอเดือนเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนจึงถูกเล่าออกไปโดยใช้เวลาแค่เพียงสิบห้านาที เยลถึงกับยกมือกุมศีรษะตัวเองพลางทำหน้าไม่สบายใจไม่ต่างจากทอย
“เอาจริงดิ ทำไมแกไม่บอกพวกเราวะ”
“ปัญหาของฉัน ต้องแก้มันด้วยตัวเองและฉันไม่อยากให้พวกแกมายุ่ง”
“แล้วคือจะไปหมั้นกับตาแก่นั่นจริงดิ” ทอยเอามือทุบโต๊ะ “กูจะบ้า”
“ท่านให้โอกาสแม่ใช้หนี้ท่านมาสามปี เงินสิบล้านไม่ใช่สิบบาทนะ” เสมองเสือที่ยังคงนั่งกอดอกนิ่งๆ เขาไม่มีแม้แต่คำพูดอะไรออกมาเลยกระทั่งกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ
“ฉันไม่ยอม” คำว่าไม่ยอมของเขาทำให้ฉันเอื้อมไปจับมือหนา บีบกระชับเบาๆ จนเสือกลอกตาขึ้นบน “ขอร้องเลยนิว อย่ามองแบบนี้”
“ไม่เป็นไร ฉันโอเค”
“แกจะเอาตัวไปผูกติดกับท่าน ในฐานะเมียน้อยเมียเก็บเหรอนิว” เยลถึงกับน้ำตาคลอ ฉันน่ะเหนื่อยจะร้องไห้และฟูมฟายแล้วล่ะ มันไม่ได้ช่วยให้ปัญหาคลี่คลายไปได้ ดังนั้นการตัดสินใจของฉันมันถูกต้อง
“รังเกียจฉันไหม”
“ใครจะไปเกลียด ถ้าจะเกลียดแม่งขอเกลียดแม่เธอก็แล้วกัน!” ทอยโวยวายพลางถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ยังไงก็เพื่อนกันปะ โอเคถ้าติดหนี้สักล้าน กูยังพอหาทางช่วยได้นะ นี่ตั้งสิบล้าน”
“ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่อยากให้พวกแกต้องเดือดร้อนไง มันก็แค่การหมั้นอะ” ใช่ แค่หมั้นเอง ไม่ได้ตบแต่งและอีกอย่างฉันคงจะต้องอยู่แบบไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นเด็กของท่านรณกรแค่นั้น คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกับท่านด้วย “ท่านดูใจดีมากเลยนะ”
“ใจดีกับผีน่ะสิ มีอย่างที่ไหนมาหมั้นกับเด็กรุ่นลูก”
“ท่านไม่มีทางเลือก เหมือนกับฉัน” อันนี้ท่านรณกรก็ถูกแม่บีบเหมือนกันไง บีบทางอ้อมให้รับฉันไปขัดดอก ไม่เช่นนั้นแม่จะส่งฉันไปให้เจ้าหนี้คนอื่นที่แม่ยังชดใช้ไม่หมด สำหรับของท่านรณกรมันมากกว่าเจ้าหนี้คนอื่นที่แม่ทยอยใช้ไป
“นังเดือนก็นะ ลูกเลี้ยงแท้ๆ ใช้ชีวิตสุขสบายยังกับลูกตัวจริง” ฉันเองก็สมเพชตัวเองตรงนี้เหมือนกันนั่นแหละ แม่อยากเฉดหัวฉันออกจากบ้านเพื่อจะได้เสวยสุขกับครอบครัวใหม่ “แกแน่ใจแล้วใช่ไหมนิว”
“อืม” ตอบเยลเพราะถ้าหากไม่แน่ใจฉันคงไม่ตอบตกลงหมั้นกับท่านรณกรหรอก “เดี๋ยวฝันร้าย มันก็ผ่านไปเอง”
“ท่านคงไม่คิดจะทำอะไรแกแบบ...” สบตากับเยลที่ไม่พูดต่อก็พอเข้าใจถึงความหมายของมัน
“ไม่รู้สิ ก็ต้องไปปรนนิบัติดูแลท่านนี่นา” สิ้นคำพูดฉันเสือก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ราวกับทนฟังไม่ได้จึงออกจากร้านไปอย่างหงุดหงิด เขาอยากช่วยแต่รู้ว่าฉันไม่ได้ต้องการ เสือเองไม่ได้มีเงินทองมากมายพอจะช่วยใช้หนี้ตรงนี้ได้ ดังนั้นฉันก็เลยเลือกที่จะบอกเพื่อนว่าขอให้ฉันได้แก้ปัญหามันเองดีกว่า “คงมีมั้ง”
“55 แล้วปะ คงไม่มีแรง” ทอยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ถ้ามันทำบอกนะ กูจะไปต่อยให้หน้าพังเลย”
“เฮ้อ ฉันปวดหัวแทนแกเลยอะนิว ทำไมชีวิตแกถึงได้เป็นแบบนี้วะ!”
เป็นเพราะพ่อนั่นแหละ พ่อคนเดียวที่ทำให้ชีวิตของฉันต้องพังพินาศและแม่ก็หยิบยื่นความพินาศมาให้ฉัน ไม่มีใครสักคนที่เข้าใจความรู้สึกของฉันได้ดีเท่าเพื่อน เท่าพี่เจคหรือเท่ากับพี่โฬมอีกแล้ว ยิ่งพี่โฬมเขายิ่งเข้าใจฉัน เชื่อใจฉันและเชื่อว่าฉันจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะคำพูดของเขาและมีเขา ฉันถึงได้เข้มแข็งมากขนาดนี้ยังไงล่ะ
หลังจากแยกย้ายกับเพื่อน มาถึงบ้านก็เจอกับแม่ที่แหกบ้านตะโกนหาฉันลั่นบ้าน พร้อมเดือนกับพ่อเลี้ยงที่สภาพเยินจนดูแทบไม่ได้ แม่ตรงปรี่เข้ามาหาฉันคว้าต้นแขนและบีบอย่างแรง
“แกตบหน้าเดือนทำไม”
“ถามเดือนสิคะว่าทำอะไร หนูถึงตบ”
“เดือนไม่ได้ทำอะไรนะคะแม่ เดือนแค่ไปถามเรื่องหมั้นกับท่านเฉยๆ นิวโกรธก็เลยตบเดือน”
“แกนี่มันสร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ” แม่ไม่คิดจะฟังและฉันจะอธิบายไปเพื่ออะไรล่ะจริงไหม
“ผมไม่ยอมนะนารี ยังไงผมก็อยากเห็นคุณลงโทษนินิว คุณดูลูกเราสิ” ฉันถอนหายใจพลางเสมองเดือนที่กอดเอวพ่อออเซาะร้องไห้ว่าเจ็บมาก เหอะ ทีตัวเองแซะฉันคนฟังไม่เจ็บเลยมั้ง
“ไม่ได้ ฉันทำร้ายนิวได้ที่ไหนคุณก็รู้” คลายมือที่ต้นแขนฉัน “มันจะมีรอยไม่ได้ ไม่งั้นท่านไม่ชอบใจแน่”
[50%]
*-------------------------------------------*
หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ
Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า
“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่







