FAZER LOGINวันต่อมา
Ginny Vill Mansion วันนี้ผมตื่นโคตรเช้าเลย เพื่อจะมาหาโมนาที่หอ แต่ไม่ใช่มารับเธอไปมอเหมือนทุกวันนะ เพราะวันนี้วันหยุด แต่ที่ผมมา เพราะผมนัดติวหนังสือกับเธอไว้ อาทิตย์หน้ามีเทสย่อยน่ะครับ แล้วเธอยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาในบางเรื่อง ผมเลยอาสาจะติวให้ แต่กว่าเธอจะยอมให้ผมมาติวให้ที่หอเธอ เล่นเอาแอ๊คติ้งกันเหนื่อยเหมือนกัน คงเพราะมีประเด็นเรื่องอิมด้วยมั้ง เธอเลยตัดสินใจยากสักหน่อย อาจจะนึกระแวงผมขึ้นมาล่ะมั้ง แต่เดี๋ยวนะ งงใช่ป่ะ ว่าอิมคือใคร เพราะเหมือนผมยังไม่ได้เล่า งั้นเล่าเลยแล้วกัน เท้าความมาจากเรื่องเมื่อวานที่มหาลัย ตอนผมได้ยินเสียงร้องของโมนาแล้วรีบวิ่งไป ตอนนั้นสรุปว่าอิมกับเพื่อนเธอไปหาเรื่องโมนา สองคนนั้นจะทำร้ายโมนา เพราะคิดว่าโมนาเข้ามาแย่งผม ทั้งๆที่ผมไม่ใช่ของใครซะหน่อยแม่ง อิมก็เป็นแค่ของเล่นชิ้นนึงของผม ของเล่นที่ผมสะสมไว้ในคอลเลคชั่น แต่เธอสำคัญตัวผิดไง คิดว่าตัวเองเป็นมากกว่านั้น หนักไปกว่านั้นคือเธอไม่คิดจะอยู่ในที่ของตัวเอง แต่กลับไปหาเรื่องโมนา ตั้งใจจะไปประกาศให้โลกรู้ความสัมพันธ์ของเธอกับผม แล้วแบบนั้นเดี๋ยวแม่งก็ทำผมเสียแผน(ขย้ำ)หมดดิ ผมเลยต้องตัดไฟแต่ต้นลม ด้วยการโยนอิมทิ้งแม่งเลย จะได้จบๆ ก็บอกแล้วไง ว่าถ้าผมจะทิ้ง ผมก็ทิ้งง่ายๆนั่นแหละ ก็แค่ของเล่นชิ้นนึงที่ผมเบื่อแล้ว ไม่ได้มีค่าอะไรอีกแล้ว แถมยังจะมาทำผมเดือดร้อนอีก ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอคิดแตะต้องว่าที่ของเล่นชิ้นใหม่ของผม แล้วผมจะต้องเก็บไว้ทำไม ทิ้งๆไปนั่นแหละถูกแล้ว แต่ถ้าเธอยังไม่ยอมจบ ยังจะไปหาเรื่องโมนา ยังคิดจะไปแตะต้องผู้หญิงที่กำลังจะเป็นสมบัติของผม แล้วก็ยังพยายามจะประกาศเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับผมล่ะก็ ผมเล่นเธอแน่ คนอย่างผมไม่ใช่คนดีนักหรอก จัดว่าเลวเลยก็ได้ ก็เคยบอกไปแล้ว เพราะงั้นผมทำเรื่องเลวๆได้ทุกอย่างนั่นแหละ ถ้าเธออยากท้าทาย อยากจะลองของ ผมก็จะให้ลอง ผมยินดีมาก เพราะถ้าให้พูดกันตามจริง เรื่องเมื่อวานผมก็ยังโมโหไม่หาย เธอกล้าดียังไงวะ ถึงไปยุ่งกับโมนา ดีนะที่เธอยังไม่ทันทำอะไร โชคดีที่ผมเข้าไปทันซะก่อน ไม่งั้นผมได้หักคอเธอแน่ สมบัติของผม ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง นอกจากผมคนเดียว แต่อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าผมเป็นห่วงโมนานะ ไม่เลยสักนิด ไม่ได้หวงอะไรเลยด้วย เรื่องแอบรักแอบชอบที่ไอ้พวกเหี้ยสี่ตัวมันกล่าวหาผมยิ่งไม่มีใหญ่เลย ก็บอกแล้วไงไม่ใช่สเปค แต่ที่ตอนนั้นผมรีบวิ่งไปหาโมนาอย่างร้อนรนใจแถมยังโมโหอิมมาก แล้วตอนนี้ก็ยังเคืองๆอยู่ นั่นเพราะผมเป็นห่วงแผนผมต่างหาก ผมกลัวแผนผมพัง แล้วผมจะไม่ได้ขย้ำเหยื่อที่ผมอุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมเอาไว้อย่างดี เพราะหวังจะอดเปรี้ยวไว้กินหวาน เรื่องมันก็มีแค่นั้น ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เคลียร์นะ เพราะงั้นอย่าเผลอคิดไปไกลล่ะ แต่จะว่าไป การที่อิมไปหาเรื่องโมนาเมื่อวาน มันก็มีส่วนดีอยู่นิดนึงนะ เพราะมันทำให้ผมได้มาติวให้โมนาที่หอวันนี้ไง ครับ เรื่องที่อิมไปหาเรื่องโมนาเมื่อวานกับเรื่องที่ผมมาติวให้โมนาที่หอวันนี้มันเกี่ยวข้องกัน คือตอนนั้นพอเคลียร์เรื่องผมกับอิมให้โมนาฟังแล้ว เพราะตอนแรกเธอติดใจคำพูดของอิม เลยถามผม ผมก็เคลียร์ไปแล้ว โชคดีที่โมนาเชื่อผม แต่โง่ๆซื่อๆแบบนั้นก็ต้องเชื่ออยู่แล้วล่ะครับ หึ นั่นแหละ ที่นี้พอเคลียร์กันเสร็จ ผมก็ชวนเธอไปเที่ยวกันวันนี้ หวังให้เธอลืมๆเรื่องเมื่อวานไป แต่เธอไม่ไป เพราะจะอ่านหนังสือสอบ ผมเลยรีบอาสาจะติวให้ แล้วก็บอกว่าจะมาติวให้ที่หอเธอ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสไงครับ ผมจะได้ขึ้นไปบนหอเธอ เพราะที่ผ่านมาก็ได้แค่อยู่หน้าหอ แต่ตอนแรกโมนาก็ไม่ยอมหรอกครับ เธอบอกว่าไม่เหมาะที่ผู้หญิงกับผู้ชายจะอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสอง สงสัยคงยังระแวงผมอยู่นิดๆแหละครับ เพราะบังเอิญไปรับรู้เรื่องผมกับอิมเข้า จนผมต้องแอ๊คติ้งเป็นผู้ชายขี้ใจน้อยอยู่ยกใหญ่ ก็อย่างที่บอกไปตอนแรก จนสุดท้ายแล้ว เธอก็ยอม ยอมให้ผมมาติวให้ที่หอเธอ ผมนี่แอ๊คติ้งเก่งโคตรเลยใช่ป่ะ บวกกับเธอคงหลงรักผมหัวปักหัวปำไปเรียบร้อยแล้วล่ะ เธอถึงแคร์ผมกลัวผมจะโกรธมากกว่ากลัวเรื่องความเหมาะสมไม่เหมาะสม และใช่ แบบนี้ก็โคตรเข้าทางผมสุดๆ ผมจะได้เผด็จศึกสักที บ่มมานาน ป่านนี้เนื้อเธอคงหวานสุดๆ และแน่นอนว่าพอเผด็จศึกแล้ว ผมก็จะจบเกมนี้ด้วยการโยนเธอทิ้งถังขยะซะ ของเล่นจืดชืดแบบเธอ ไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ในคอลเลคชั่นของเล่นของผมให้เสียเวลาหรอกครับ แบบเธอเล่นครั้งเดียวพอ ครั้งเดียวคือจบ โยนทิ้ง ไปหาของเล่นชิ้นใหม่ ไอ้พวกเหี้ยสี่ตัวมันจะได้เลิกกล่าวหาผมด้วย เรื่องแอบชอบยัยนั่น เพราะมันไม่ใช่ความจริง ผมไม่ได้ชอบยัยนั่น คนอย่างผมไม่มีทางชอบยัยเซ่อนั่นหรอก อย่างยัยนั่นอ่ะนะ ใครได้เป็นเมียคงเฉาตาย เพราะไม่มีอะไรเร้าอารมณ์เลยสักนิด แบบนั้นใครจะเอา ใช่! ก็ไม่เอาไง แล้วไอ้พวกเหี้ยนั่นแม่งคิดได้ไงว่าผมจะเอา น่าขำชะมัด! จริงสิครับ มัวแต่สาธยายห่าเหวอยู่ตั้งนาน จนลืมไปเลยว่าต้องโทรบอกโมนาว่าผมอยู่หน้าหอเธอแล้ว งั้นเดี๋ยวผมขอล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแป๊บ หมับ! ตู๊ด ตู๊ดด.. (“ฮัลโหล”) เธอรับสายแล้วล่ะครับ “ฮัลโหลโมนา ฉันอยู่หน้าหอเธอแล้วนะ” (“โอเค เดี๋ยวเราลงไปรับ”) “เค” ผมตอบรับ เธอเลยวางสายไป ส่วนผมก็ยืนรอ รอขึ้นไปจับเธอขึ้นเขียง! 3 นาทีผ่านไป “ซีดี!” เธอลงมาถึงแล้วล่ะครับ ก่อนเธอจะเรียกผม ผมก็ยิ้มตอบ ก่อนเดินเข้าไปหาเธอ จากนั้นก็เดินเข้าหอพักไปพร้อมเธอ แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นสอง เดี๋ยวนะ จะว่าไป เมื่อกี้ข้างล่างทำไมไม่มีลุงยามวะ ปกติเวลาผมมารับโมนา ก็เห็นแกทุกวัน ผมยังหวัดดีแกอยู่เลย สงสัยไปห้องน้ำมั้ง “ห้องเธออยู่ชั้นนี้เหรอ” ผมสลัดเรื่องลุงยามไปแล้วหันไปถามโมนา แล้วชั้นนี้ที่ว่า ก็หมายถึงชั้นสองนั่นแหละครับ “อืม ห้องนั้นน่ะ” เธอชี้ไปที่ห้องที่อยู่ถัดจากบันไดไปสามห้อง จากนั้นก็เดินนำไป พอเดินมาถึงหน้าประตู ผมเลยเห็นว่าเลขห้องคือ 203 แต่ผมคงไม่จำเป็นต้องจำหรอกครับ เพราะคงมาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แบบว่าครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ส่วนเหตุผลมันเพราะอะไร ผมคงไม่ต้องบอกหรอกนะ“เกี่ยวดิ แบบว่าผัวรู้ใจเมียไง พอลูกออกมา ลูกเลยรู้ใจแม่ เห็นมั้ย ลูกได้เชื้อรู้ใจจากพ่อมาเต็มๆ” ไง ทีนี้ชัดมั้ยล่ะครับ เมียเองก็คงได้ยินชัดแล้วล่ะ เธอถึงเปลี่ยนจากยิ้มแปลกเป็นยิ้มพร้อมมองผมอย่างหมั่นไส้แทน“หืออ หลงตัวเอง” หลงตัวเองเหรอ? เอ.. หรือจะจริง เค งั้นเลิกก็ได้“โอเค งั้นไม่หลงตัวเองแล้วก็ได้ แต่ให้เมียหลงได้ป้ะ” ผมหยอดไปเต็มๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่พูดนะ แต่ผมเลื่อนหน้าไปหาเมียสุดที่รักพร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ ให้เธอด้วย ทำเอาเธอยิ้มกว้าง หน้าแดงทันควันด้วยความเขิน“บ้า พอเลย อย่ามาอ่อยแถวนี้นะ อายเขา..อุ๊ย! ไอศกรีมนี่ ไปกินกันมั้ย รำลึกความหลังตอนเราไปฮันนีมูนกันไง จำได้มั้ย ว่าตอนนั้นเราไปนั่งกินไอศกรีมที่ม้านั่งแล้วรับลมตอนเย็นๆ กัน จะว่าไป ตอนนี้มันก็ใกล้เย็นแล้วเหมือนกับวันนั้นเลย”โมนายิ้มเขินแล้วจู่ๆ สายตาก็คงบังเอิญเหลือบไปเห็นร้านไอศกรีมที่เปิดขายอยู่ในสวน ผมเลยหันมองตาม ถึงได้เห็นว่ามันเป็นร้านไอศกรีมเล็กๆ ดูน่ารักอยู่เหมือนกัน และโมนาคงชอบ ผมเลยละจากร้านไอศกรีมแล้วหันกลับไปยิ้มให้เธอ“จำได้ดิ งั้นไปซื้อกันเลยมั้ย เสร็จแล้วค่อยไปนั่งกินตรงนั้นกัน ตรงนั้นมีที่นั่งพอดี”ผมหมาย
“นี่ค่ะ ถึงจะเป็นของธรรมดา แต่พวกเราก็ตั้งใจให้แม่กับป๊านะคะ” มีอาตอบรับ ก่อนก้มหยิบซองอะไรสักอย่างจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองขึ้นมาแล้วส่งให้ผมกับโมนา “อะไรเหรอลูก” โมนาถามเสียงเรียบ แต่ผมก็พอดูออก ว่าเธอกำลังตื่นเต้นไม่น้อย ไม่ต่างจากผม เพราะผมก็กำลังตื่นเต้น ไม่รู้ว่าในซองสีชมพูอ่อนนั่นมีอะไร “ลองเปิดดูสิคะ เป็นของขวัญจากเราสี่คนค่ะ” ยังคงเป็นมีอาที่ตอบคำถาม ส่วนหนุ่มๆอีกสามคนกำลังยิ้มมองแบบลุ้นๆ “โอเค งั้นแม่เปิดละนะ โมเปิดละนะ” โมนายิ้มบอกลูกๆ ก่อนหันมายิ้มกับผม “อือฮึ อยากรู้แล้วเหมือนกัน ว่าลูกให้อะไรเรา” “โอเค ฮืออ ตื่นเต้น” ครั้งนี้โมนายอมพูดและแสดงอาการออกมาพร้อมรอยยิ้มมีความสุข ก่อนจะรับซองสีชมพูนั่นมาจากมือของมีอาแล้วจัดการเปิดมันออกท่ามกลางความตื่นเต้นและโคตรลุ้นระทึกของผม ลูกๆเองก็เหมือนจะกำลังลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าพอผมกับโมนาเห็นของในซองแล้วจะเป็นยังไง กึก! แล้วก็เป็นแบบนี้ไง คือผมกับโมนาชะงักด้วยความคาดไม่ถึง “นะ..นี่มัน..” “ตั๋วออกเดทค่ะ” มีอาแทรกโมนาขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและหวังดี ไม่ต่างกับสามหนุ่มที่ก็กำลังมองเราสองคนด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกั
“อะ..อ๊าา~” ทุกจังหวะที่ผมกำลังกระหน่ำปรนเปรอให้เธอมันคงถึงใจเธอโคตรๆ เธอถึงยังครางสะท้านจนแทบลืมหายใจไม่หยุดหย่อน มือบางขยุ้มผมของผมแรงขึ้น ส่วนมืออีกข้าง เธอเอาไปจับมือผมข้างที่กำลังแหวกกลีบดอกไม้สีสวยของเธอเอาไว้อีกทีแบบค่อนข้างแรง ราวกับว่าจะให้มันช่วยระบายความเสียว ความร้อน และความอึดอัด ทั้งๆที่เธอก็คงจะรู้ดีนั่นแหละครับ ว่าทำยังไงก็ไม่ช่วยหรอก อะไรๆก็ช่วยเธอไม่ได้มากเท่ากับผม ผมเท่านั้นที่ช่วยเธอได้ดีที่สุด และผมยินดีช่วย โคตรยินดีแล้วก็โคตรเต็มใจ แถมเต็มใจช่วยทั้งคืนเลย ไม่เสร็จไม่หยุด ไม่อิ่มไม่เลิก เอาให้สำลักความสุขกันไปข้าง ก็ต่างคนต่างโคตรหื่นนี่ครับ แล้วมันจะไปจบที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่เอากันจนอิ่ม เอากันจนหมดแรง เอากันจนสำลักน้ำ เอ้ย! เอากันจนสำลักความสุขให้ยันเช้าไปเลย แล้วถ้าพรุ่งนี้เมียตื่นมาเลี้ยงเจ้าตัวแสบไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ผมจะดูแลให้เอง ผมก็เคยช่วยเธอเลี้ยงนี่ครับ ผมจัดการได้อยู่แล้ว มั้งนะ ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าผมทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ อีกอย่าง ผมอยากให้โมนาพักบ้าง ชวนเธอทำ(ลูก) แล้วจะไม่ให้เธอพักได้ไง แถมไม่ใช่ชวนทำแป๊บๆ แต่ก็อย่างที่บอก ว่าคงชวนทำทั้งคืน ไม่อิ่มไม่เ
“ได้สิครับ” ผมตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด ก่อนยกเธอขึ้นมานั่งคร่อมขาผม โดยที่ผมเหยียดขายาวออกไป สองมือกอดแผ่นหลังและลำตัวที่เริ่มชื้นเหงื่อไม่ต่างจากผมของเธอ ในขณะที่เธอกอดคอผมไว้แล้วขย่มผมแรงๆทันทีอย่างรู้งาน คราวนี้เสียงสั่นของเตียงยิ่งชัดเจนเข้าไปอีก ก่อนแสงสวรรค์จะมาเยือนเราสองคนพร้อมกัน ทีนี้ก็ถึงเวลายิงกระสุนแล้วล่ะครับ รับรองว่าไม้ได้น้องแน่นอน ฟุ่บ! “อืมม” โมนาฟุบหน้าลงกับบ่าผมพร้อมกับกอดคอผมแน่นขึ้นทันทีด้วยลมหายใจเหนื่อยหอบ หลังจากกรำศึกที่ร้อนระอุมาพักหนึ่ง ตอนนี้เธอกระตุกเกร็งถี่ๆ ในขณะที่ผมเพิ่งจะยิงกระสุนผลิตลูกอุณหภูมิอุ่นๆใส่ช่องรองรับในตัวเธอจนหมดทุกหยด สองมือโอบกอดเธอแน่นพร้อมกับหายใจหอบเหนื่อยพอๆกับเธอ ไม่สิ น่าจะน้อยกว่าเธอ เพราะพอผ่านไปไม่นาน ลมหายใจร้อนผ่าวของผมก็ไม่ได้อยู่ในจังหวะหอบเหนื่อยแล้ว หมายถึงตอนนี้ผมเริ่มหายเหนื่อยแล้ว แม้บนตัวจะยังมีเม็ดเหงื่อผุดพรายก็ตาม แต่ผมก็เริ่มหายเหนื่อยแล้ว ในขณะที่เธอยังคงหายใจเหนื่อยๆอยู่ แม้จะไม่มากเท่าตอนเพิ่งเสร็จ(กิจ)ใหม่ๆก็ตาม “เมียจ๋า” ผมเรียกเธอเบาๆ เธอที่ยังคงสวมกอดผมพร้อมกับซุกใบหน้าไปกับบ่าแกร่งชื้นเหงื่อ
“หืม? อะไรกัน อิจฉา อื้อ อิจฉาแม้กระทั่งลูกอ่ะเหรอ” เธอถามยิ้มๆปนเสียงคราง แววตาที่เงยมองผมยังคงร้อนผ่าวและสอดแทรกด้วยความต้องการ “อิจฉาสิ เพราะงั้นคืนนี้ผัวขอกินบ้างนะ ได้มั้ย” “ได้มั้ยเหรอ มาทำคนอื่นเขาหื่นขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาถามอีกนะ” เธอพูดมาแบบนี้ ผมก็มั่นใจในคำตอบแล้วล่ะ “ก็ถามเพื่อความแน่ใจไง” ฟึ่บ! “อุ๊ย!” จู่ๆผมก็อุ้มเธอขึ้นมาอย่างไม่บอกไม่กล่าว เธอก็เลยตกใจมั้งครับ “จะอุ้มทำไมไม่บอก” “อยากให้ตื่นเต้น ไม่ตื่นเต้นมาพักใหญ่แล้ว” ผมยิ้มบอกเสียงพร่า นัยน์ตามีเพียงไฟร้อนจากความต้องการ ก่อนผมจะพาเธอตรงไปที่เตียง ปึก! ผมวางเธอลงเบาๆ ก่อนจะขึ้นไปคร่อมแล้วก้มลงไปจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มกับเธอทันที แต่เป้าหมายหลักของผมมันไม่ได้มีแค่นี้ ก็บอกไปแล้ว มือผมมันถึงลูบไล้เรือนร่างบอบบางของเธอแค่พอหอมปากหอมคอ ก่อนจัดการปลดกระดุมเสื้อเธอแล้วบีบคลึงอกอวบเบาๆ ในขณะที่ปากเรามันจูบกันจนพอใจ ถึงได้ถอนจูบออกเพื่อพักหายใจบ้าง แต่ผมพักเดี๋ยวเดียวพอ เพราะความหื่นกระหายและความร้อนรุ่มจนแทบขาดใจมันสั่งให้ไม่จำเป็นต้องพัก ผมถึงก้มลงไปจูบดูดดึงเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นซอกคอและใบหูของเธอ ผมจูบ
ส่วนโมนา ตั้งแต่เราแต่งงานกันและรู้ว่าเธอท้องเจ้าตัวแสบ ผมก็ไม่ให้เธอทำงานอีกเลย คนท้องคนไส้ จะให้ทำงานได้ไงกัน แต่ความจริงผมก็กะจะไม่ให้เธอทำงานตั้งแต่เราแต่งงานกันใหม่ๆแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่อยากให้เธอเหนื่อย ผมอยากทำงานหาเลี้ยงเธอเอง แต่เธอไม่ยอม บอกว่าอยากทำงานน่ะครับ อยากช่วยกันสร้างครอบครัว ผมออดอ้อน(ออเซาะ)เธอแค่ไหน เธอก็ไม่ยอม จนสุดท้ายผมก็จนปัญญา ต้องยอมให้เธอทำงาน แต่พอรู้ว่าเธอท้อง ผมก็รีบอ้างเรื่องลูกทันที อ้างโน้นอ้างนี่ว่าคนท้องไม่ควรทำงานอะไรที่มันเหนื่อย เดี๋ยวมันจะไอ้นั่น เดี๋ยวมันจะไอ้นี่ เดี๋ยวแม่จะไม่แข็งแรง เดี๋ยวลูกของเราก็จะไม่แข็งแรงตามไปด้วย ผมเป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก ผมโน่นผมนี่ บลาๆๆ สารพัดเหตุผลที่ผมใช้เอาไปอ้าง และสารพัดเหตุผลที่ผมร่ายไป สรุปว่ามันใช้ได้ผลเว้ย เพราะโมนายอมลาออกจากงานแล้วมาอยู่บ้าน จริงสิครับ ลืมบอก คือพอเราแต่งงาน ผมก็ใช้เงินเก็บของผมซื้อบ้าน เพราะคิดว่าเวลาเรามีลูกกันสักครึ่งทีมฟุตบอล ลูกๆจะได้มีสนามหญ้ากว้างๆเอาไว้วิ่งเล่น และนอกจากซื้อบ้าน ผมก็ออกมาเปิดธุรกิจของตัวเอง จะได้สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ได้สร้างอะไรเอาไว้ให้ลูกๆแบบเป็นช







