เข้าสู่ระบบ
บทที่1 เธอคือ
เสียงเพลง EDM ดังกระหึ่มสะเทือนพื้นผับ "GrooveWizz" ยามค่ำคืน อุณหภูมิในห้องสั่นสะเทือนด้วยบีตจากลำโพงระดับพรีเมียม ผับหรูย่านกลางเมืองกรุงเทพที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นของเจ้าพ่อมาเฟีย เมฆ หรือ เมฆา บารมีอนันต์ แต่คืนนั้นเจ้าของตัวจริงไม่ได้อยู่ มีเพียง “ซัน” — อาทิตย์ บารมีอนันต์ (น้องชายแท้ๆ ของเมฆ) ผู้ชายในสูทดำตัดเย็บเนี้ยบ ที่นั่งอยู่มุม VIP ชั้นลอย ดวงตานิ่งเรียบใต้กรอบแว่นบาง หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ มองภาพผู้คนเบื้องล่างอย่างไม่ยี่หระ ในสายตาคนนอก เขาอาจเหมือนนักธุรกิจมาดเท่ แต่ในวงในไม่มีใครไม่รู้ว่า...เขาเป็น “มือประสานหลังฉาก” ของทั้งวงการมาเฟียและธุรกิจใหญ่ เป็นทั้งแฮกเกอร์ ทนาย และผู้คุมจัดการเงินในเงามืด และตอนนี้...เขาเห็น “ผู้หญิงคนหนึ่ง” กำลังเดินเข้ามาในผับ ไอริน อัครวัฒน์ ปรากฏตัวในเดรสเข้ารูปสีดำโชว์แผ่นหลัง เน้นหุ่นทรงนาฬิกาทรายจนหลายคนต้องเหลียวมอง ผมยาวสลวยม้วนลอนอย่างไม่ตั้งใจ แววตาดื้อรั้นแต่เศร้า... เธอเดินเข้ามากับเพื่อนสาวรวมกับเธอเป็นสี่คน สั่งเหล้ามายกเซต พร้อมเสียงหัวเราะที่ดูฝืน “คืนนี้กูจะเมาให้ลืมว่ากูเคยทำงานกับไอ้เหี้ยวิชัย!” ไอรินกระแทกแก้วลงโต๊ะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแค้น “แม่ง! เจ้านายอุบาทว์ จะจับกูไปเป็นเมียน้อย?” เพื่อนคนหนึ่งมองเธออย่างตกใจ “แล้วมึงทำไง?” “ก็ถีบมันไปทีนึง...ล้มหัวแตกเลยจ้า กะว่ามันจะเข็ด...ที่ไหนได้แม่งโทรมาขู่จะเอาเรื่องอีก!” ทุกคนฮาไม่ออก ไม่ถึงห้านาทีต่อมา ชายวัยห้าสิบกว่า ใส่สูทแพงแต่ท่าทางสกปรกในสายตาไอรินก็เดินเข้ามา — วิชัย “อ้อ นี่ไงล่ะ อีนังตัวแสบ กูรู้ว่ามึงต้องมาเสพแสงสีแบบผู้หญิงราคาถูก! มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้มึงกระโดดถีบกูฟรีๆ เหรอ!?” เสียงของวิชัยดึงดูดสายตาหลายคน รวมถึง "ซัน" ที่อยู่บนชั้นลอย สายตาของเขาเริ่มสนใจสถานการณ์ที่กำลังจะบานปลาย “แล้วไงวะ? อยากฟ้องก็ฟ้องไปสิ อย่ามาทำตัวต่ำๆ ใส่กูนะไอ้ควาย คนอย่างมึงน่ะ...ควรไปนอนตายคาโรงบาล!” ไอรินตอบเสียงดังลั่น ขึ้นเสียงใส่โดยไม่สนใจว่าอยู่ใน GrooveWizz — ผับของมาเฟีย! “ปากดี! เดี๋ยวกูจัดให้ใหม่อีกรอบ!!” วิชัยพุ่งเข้าหาไอรินทันที เพล้งงง!!! ขวดเหล้าหนักๆ ในมือลอยเข้าใส่หัวของวิชัยเต็มแรงก่อนที่มันจะสัมผัสตัวเธอ เลือดซิบ...ชายวัยกลางคนทรุดลงกับพื้น เสียงคนในผับกรี๊ดวุ่นวาย การ์ดเตรียมจะวิ่งเข้าไปจับ แต่— “หยุด!” เสียงทุ้มต่ำของซันดังขึ้น พร้อมร่างสูงในชุดสูทเดินลงจากชั้นลอยอย่างช้าๆ ทุกคนใน GrooveWizz หยุดนิ่ง ไม่มีใครกล้าขวางเขา ซันเดินมาหยุดข้างไอริน มองเธอด้วยแววตาประหลาดใจและเฉยเมยในคราวเดียว “เธอรู้มั้ยว่านี่...ผับของใคร?” “ไม่รู้ค่ะ” ไอรินเชิดหน้า “แต่ฉันก็ไม่คิดจะอยู่เฉยๆ หรอกนะถ้าโดนลวนลาม ถึงจะอยู่ในนรก ฉันก็จะถีบให้ได้!” ซันเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกนิดๆ เป็นรอยยิ้มขำ “แรงดีไม่เบา” เขาหันไปทางลูกน้อง “ลากไอ้แก่นี่ออกไปจากที่นี่ อย่าให้เข้ามาในพื้นที่เราอีก ไม่งั้นจะไม่ได้เดินออกไปอีกเลย” การ์ดลากวิชัยออกไปอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาคนทั้งผับ “แล้วเธอ...” “อะไรอีก?” ไอรินยังไม่ลดการ์ด “อยากได้เหล้าอะไรเพิ่มไหม ฉันเลี้ยงคืนนี้” เธอเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าจะมีคนพูดแบบนี้ในสถานการณ์นี้ “อ้าว...อ้าว เดี๋ยวนะ นี่ฉันจะไม่โดนจับส่งตำรวจเหรอ?” “จับ? ทำไมต้องจับ? เธอแค่ป้องกันตัว” ซันหัวเราะในลำคอ “แล้วก็ทำได้โหดดีด้วย” ไอรินยังอึ้ง แต่เพื่อนๆ รีบสะกิดเธอให้ไปนั่งโต๊ะ VIP ด้วยกัน เพลงเปลี่ยนจังหวะเป็น EDM เบสหนักๆ แทรกจังหวะกลิ่นเหล้าและไฟสลัวในโซน VIP ไอรินโยกตัวเต้นเบาๆ อยู่ตรงมุมโซฟา รอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยจัดของเธอ “มึงงง! เหล้าฟรีจากมาเฟียกรุงเทพที่โคตรหล่ออะคิดดู๊!” เพื่อนสาวคนหนึ่งกระซิบตื่นเต้น “ไม่รู้จะขอบคุณหรือรีบหนีดีว่ะ” อีกคนหัวเราะ ไอรินยกแก้วขึ้นดื่มอีกช็อต แล้วหันไปมองซันที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโซฟา ตัวเขายังนิ่ง เหมือนไม่มีอะไรสะทกสะท้าน “คุณเป็นอะไรกับที่นี่เหรอ?” เธอถามขึ้นตรงๆ “แค่คนดูแล...ชั่วคราว” เขาตอบเรียบๆ “แต่เหมือนจะใหญ่กว่าใครเลยนะในนี้” เธอยกคิ้ว ซันหัวเราะในลำคอ มองเธอด้วยแววตานิ่งสนิท “แล้วคุณล่ะ... เป็นอะไรกับไอ้นั่น? ฟาดโหดขนาดนั้น” “มันคือศัตรูของฉันและผู้หญิงทุกคนค่ะ” ไอรินวางแก้วลง แล้วทอดสายตามองเขาอย่างไม่ยี่หระ “มันพยายามจะเอาฉันไปเป็นเมียน้อย ขู่ บังคับ ล็อกห้องประชุม แล้วเสนอเงินเป็นปึกๆ” ซันกระตุกคิ้วนิด “มันบ้า” “ฉันเลยกระโดดถีบมันในห้องประชุมล้มหัวแตกค่ะตอนอยู่ที่ทำงาน” ไอรินพูดหน้าตาย สะบัดผมยาว “แล้วมันยังจะตามมาวุ่นวายอีก สงสัยเสียดายหัวล้านที่แตก” “ฮาฮ่าๆ” เพื่อนๆ ขำพรืด ซันยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้เธอได้ยิน “คุณไม่กลัว?” “กลัวค่ะ...แต่กลัวตัวเองจะกลายเป็นคนที่ยอมอะไรแบบนั้นมากกว่า” เขามองเธอนิ่งกว่าทุกที แววตาที่เคยดูเบื่อโลก เริ่มเปลี่ยนเป็นสนใจจริงจัง “แล้วทำไมไม่แจ้งความ?” “แจ้งไปแล้วค่ะ แต่เขามีเส้นมีสาย คนอย่างฉัน...เด็กกำพร้า ไม่มีบ้าน ไม่มีเส้น ไม่มีเงิน...แจ้งไปก็แค่นั้น” “เด็กกำพร้า?” ซันทวน “ค่ะ ออกจากบ้านเด็กตอนสิบแปด หางานทำ ส่งตัวเองเรียนจบบัญชี สี่ปีเต็ม” เธอยิ้ม “จนมาเจอผู้ชายชั่วๆ ในคราบเจ้านาย” ซันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงต่ำลงกว่าเดิม “แล้วคืนนี้ คุณตั้งใจมาดื่มให้ลืม?” “เปล่าค่ะ” เธอยิ้ม มองตรง “ฉันแค่มาดื่มกับเพื่อนๆ และเพื่อเตือนตัวเอง ว่าฉันยังอยู่ได้ และจะไม่ยอมให้ใครมารังแก” ซันไม่ตอบ ริมฝีปากของเขาขยับขึ้นน้อยๆ เหมือนจะยิ้ม แต่นัยน์ตานั้นกลับนิ่งสนิทอยู่ลึกๆ เวลาล่วงเลยเกือบตีสอง แสงไฟใน GrooveWizz เริ่มสลัวลง บีตของดีเจช้าลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า...ผับใกล้ปิดแล้ว เสียงหัวเราะ เสียงชนแก้ว และเสียงเพลงที่ฟังเหมือนห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ ไอรินนั่งเอนตัวบนโซฟา VIP หน้าของเธอขึ้นสีจัด ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อยจากการเต้น และดวงตาก็เริ่มปรือจนแทบไม่ลืม เธอยังยกแก้วขึ้นชูด้วยมือหนึ่งแล้วพูดเหมือนฝัน “ฮึ่ม...ใครว่าชีวิตมันง่าย...แดกลงไป!! กินให้หมด! เอาให้มึนเลยยยย!!” “ถึงเวลากลับแล้ว” เพื่อนสาวคนหนึ่งกระซิบกับซัน พลางพยุงตัวเองลุก “แฟนหนูกำลังมารับ เดี๋ยวหนูฝากไอรินไว้กับพี่ก่อนนะค่ะ” “นี่เธอ!...จะทิ้งเพื่อนหรือไง แล้วแฟนยัยนี่ละ” “ไอรินไม่เคยมีแฟนค่ะพี่ ไหนๆ พี่ก็เลี้ยงเล้าแล้วฝากไปส่งเธอด้วยนะคะ...ขอบคุณจ้า” “เดี๋ยวๆ ...เธอ ยัยเด็กพวกนี้...พวกเธอจะทิ้งเพื่อนรึไงว่ะ” “อือๆ ไปด้วย ร่างจะไม่ไหวล้าว” เพื่อนอีกสองคนหัวเราะ ขยับตัวโซเซ พากันเดินออกจากผับไป ซันเหลือบมองหญิงสาวที่ยังนั่งซบพนักพิง ริมฝีปากเธอขยับพึมพำเพลงไม่เข้าจังหวะ มือยังจับแก้วเปล่าเอาไว้เหมือนกลัวหาย “เธอ...” ซันพูดเรียบๆ “ไอริน?” “หืออออ?” เธอเงยหน้าขึ้น ตาปรือๆ พร้อมรอยยิ้มมึนเมา “ผับจะปิดแล้ว เธอกลับยังไง?” “อื้ออออ...ไม่รู้สิคะ...” เธอลากเสียงยาว “เพื่อนกลับหมดแล้ววว แฟนก็ไม่มี รถก็ไม่มี งงไปหมดเลย...” “ที่อยู่เธอ?” “หือ?” เธอเลิกคิ้วงงๆ “อยู่แถว...เอ่อ...อะไรซักอย่างอะค่ะ จำไม่ได้...” ซันถอนหายใจเบาๆ พลางยกมือถือขึ้นโทรหาผู้จัดการร้านเพื่อสั่งปิดระบบ แล้วจึงหันกลับมามองหญิงสาวที่เริ่มฟุบลงบนโซฟา เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดกับตัวเอง “ถ้าทิ้งไว้แบบนี้...มีหวังโดนลากออกไปยำแน่” เขาเดินไปใกล้ ใช้แขนประคองร่างของเธออย่างเบามือ ไอรินโอบไหล่เขาไว้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นเหล้าอ่อน ๆ ลอยแตะจมูกเขา “อือตัวพี่อุ่นจัง” เธอพึมพำในคอ “...” ซันพยักหน้าให้ลูกน้องเปิดทาง แล้วอุ้มเธอออกจากผับท่ามกลางสายตาการ์ดที่รู้ดีว่า...ไม่มีใครควรถามอะไรทั้งนั้น — ห้องเพนต์เฮาส์ของอาทิตย์ บารมีอนันต์ เสียงประตูอัตโนมัติเงียบกริบขณะเปิดออก ซันวางร่างของไอรินลงบนโซฟากลางห้อง “อือออ...” ไอรินขยับตัวไปมา ก่อนจะพูดเบาๆ “นี่ฉันอยู่ไหนอะ...” “คอนโดฉัน” ซันตอบสั้นๆ เดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดหน้าผากให้เธอเบาๆ “อะไรนะ? หืออ...งั้นก็...ไม่ได้โดนลักพาตัวใช่ไหม?” เธอพูดเสียงอ้อแอ้ พลางทำหน้าตกใจแบบมึน ๆ “ลักพาตัวหรอ...หึ กูจะบ้า” เขาพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไร “แปลว่า...คุณเป็นคนดีเหรอ?” เธอยิ้มตาหวานปรือ ๆ “เปล่า” ซันตอบทันที “แต่ฉันไม่ทิ้งผู้หญิงไว้กลางถนนตอนตีสาม กลัวขี้ยาจะลากเธอไปข่มขืน” เธอหัวเราะคิก “ไม่เหมือนที่คิดเลย...ฉันนึกว่าคุณจะเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง...ที่แท้ก็น้ำอุ่นนะคะเนี่ย” “อย่าพูดมาก” เขาบอกขำ ๆ พลางห่มผ้าให้เธอ “นอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” “หืม...” เสียงเธออ่อนลงเรื่อย ๆ “ถ้าฉันเผลอละเมอ...ห้ามฟังนะคะ” “ละเมอว่าอะไร?” “ว่า...ฉันคิดว่าคุณ...ก็หล่อดีนะ” แล้วเธอก็หลับไปโดยไม่ทันเห็นว่า ริมฝีปากของซันกระตุกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะคำชมนั้น ...แต่เพราะผู้หญิงคนนี้ กล้าพูดทุกอย่างแม้กระทั่งในฝัน ซันยืนพิงขอบโซฟา มองหญิงสาวที่หลับสนิทใต้ผ้าห่มผืนหนาในแสงไฟห้องที่หรี่ลงแล้ว เหล้าวิสกี้ในมือเขาลดลงไปครึ่งแก้ว แต่สมาธิไม่ได้อยู่ที่รสชาติแอลกอฮอล์อีกต่อไป ...เงียบเกินไป เขากำลังจะหันหลังกลับไปที่ห้องทำงาน ทันใดนั้น—เสียงผ้าลู่ลงกับพื้นเบาๆ ดังขึ้นด้านหลัง ซันหันขวับอย่างอัตโนมัติ แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง “เฮ้ย...!” ไอรินยืนอยู่กลางห้อง ตัวตรง แต่เมาอย่างชัดเจน เดรสสีดำสนิทที่เธอสวมอยู่ตอนอยู่ที่ผับ...ตอนนี้กองอยู่กับพื้นเรียบร้อยแล้ว เธอสวมเพียงชุดชั้นในลูกไม้บางๆ พร้อมเอียงคอพูดเสียงอ้อแอ้ “ร้อนอะ...ฮือออ...ร้อนจะแย่แล้ว...ขออาบน้ำหน่อยได้มั้ยคะ?” ซันรีบวางแก้วลง พุ่งเข้าไปคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเธอไว้ทันควัน “หยุดเลย! จะทำอะไรของเธอเนี่ย!” “อื้อออ ก็ร้อนไง...” ไอรินบ่นพลางสะบัดไหล่เหมือนจะดึงผ้าห่มออก “ชุดมันแน่น มันร้อน! ตัวจะละลายอยู่แล้ว!” “แล้วถอดกลางห้องแบบนี้เนี่ยนะ?” ซันพยายามรวบผ้าห่มให้แน่นเข้า “รู้มั้ยว่าเธออยู่ที่ไหน?” “...บนเตียง? บนโซฟา? ไม่ใช่เหรอ?” “เธออยู่กลางห้องฉัน ในคอนโดฉัน แล้วก็...ไม่ใช่แฟนฉัน เข้าใจไหม?” “แต่...คุณหล่ออะ” “....” ซันชะงักไปสองวินาที มือที่กำลังจับผ้าห่มชะงักเหมือนค้างอยู่ตรงนั้น ไอรินไม่ได้สนใจอาการเขาเลย เธอถอนหายใจแล้วดึงเสื้อชั้นในออกหน้าตาเฉย ซันหลับตาปี๋ พลางสบถเบาๆ “ยัยบ้าเอ๊ย...” เขาพูดเสียงต่ำอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะหันหน้าหนี ซันไม่กล้ามองกลับไปอีกเลย ได้แต่ยืนหันหลังและพึมพำกับตัวเอง “ยัยเด็กบ้า...เธอจะเป็นคนแรกที่ทำฉันปวดหัวขนาดนี้” เสียงน้ำจากฝักบัวกระทบกระเบื้องดังแว่วออกมาจากห้องน้ำ ไอรินโยนผ้าห่มออกทางประตูเหมือนไม่แคร์โลก ร่างบางเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้ม่านน้ำอุ่นที่ไหลผ่านผิวเนียน ซันถอนหายใจแรงขณะยืนมองผ้าห่มจากพื้นหน้าห้องน้ำ ใบหน้าเคร่งเครียดปนเหนื่อยใจ “ถ้ามีใครมาเห็น...กูจะอธิบายยังไงดีวะ” เขาสะบัดหัว พยายามห้ามไม่ให้ภาพในหัวพาไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ถึงสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกอีกครั้ง ไอรินเดินออกมาด้วยร่างที่มีเพียงผ้าห่มผืนเดิมพันกายไว้หลวมๆ ผมเปียกน้ำแนบแก้ม เสื้อผ้าภายใต้ผ้าห่ม...ไม่มีสักชิ้น เธอเซๆ เดินเข้ามาแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงของซัน เหมือนเป็นบ้านตัวเอง “หนาวจัง...” เสียงเธอแผ่วเบา ปนสะอื้นเล็กๆ “...แต่ใจมันร้อน” น้ำตาเธอไหลรินออกมาจากหางตา ซันยืนมองอยู่อีกฟากของเตียง ราวกับเวลาหยุดไปชั่วขณะ เขาถอดสูทตัวเองออก เหวี่ยงพาดพนักเก้าอี้ แล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูสะอาดมาเช็ดผมให้เธอช้า ๆ มือของเขาลูบผมเธอเบา ๆ จังหวะนั้นเกินกว่าคำว่า “ช่วยเช็ดให้” ในแสงไฟสลัว...เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น สบกับดวงตาคมเข้มของซัน นานเกินกว่าจะเรียกว่าบังเอิญ “คุณใจดีจัง” เธอพึมพำเสียงเบา ขณะมองเขา “ไม่ใช่หรอก” ซันตอบเสียงเรียบ “ฉันแค่ไม่อยากให้ใครไม่สบายในห้องฉัน” “งั้นเหรอ” ไอรินพูดเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าใกล้ใบหน้าเขาเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นสบู่และกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยปะปนกันในอากาศ เธอสบตาเขาแน่นิ่ง ก่อนที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มจะโน้มเข้าหา... จุ๊บ... มันเริ่มจากสัมผัสบางเบา ซันชะงัก แขนที่ถือผ้าเช็ดผมค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสั่นวูบในวินาทีนั้น “ไอริน” เขาเรียกชื่อเธอราวกับจะเตือน ทั้งเธอ และตัวเขาเอง แต่ก่อนจะทันพูดอะไร เธอจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้ลึกขึ้น…และชัดเจนบทที่20 ให้20ล้านเลยNCหลังจากจบการประชุมวันนั้นไอรินเดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมซัน ทุกคนในทีมมองมาด้วยรอยยิ้มโล่งใจ สุดท้ายความเข้าใจผิดระหว่างสองคนนี้ก็คลี่คลายลงได้ซักทีซันก้มลงกระซิบที่ข้างหูไอรินเสียงเบา“ขึ้นรถเลยครับคุณแม่ของลูก… พ่อจะเลี้ยงดูให้เหมือนเป็นทองคำแท่งพันล้าน”ไอรินเลิกคิ้วหัวเราะหึๆ เบาๆ“พันล้านเลยเหรอ...เว่อร์นะเธอ”“ถ้าเมียจะน่ารักขนาดนี้… โอนให้เลยก็ได้นะ”ไอรินยังไม่ทันตอบอะไร โทรศัพท์ของเธอก็เด้งแจ้งเตือนจากแอปธนาคารติ๊ง! เงินเข้าบัญชี 10,000,000 บาทเธอเบิกตากว้าง หันขวับไปมองซันที่กำลังนั่งทำหน้ายิ้มร้าย ๆ อยู่ข้าง ๆ“สิบล้านแรก สำหรับลูกเรา”“ส่วนอันนี้…”ติ๊ง! เงินเข้าบัญชีอีก 10,000,000 บาท“สิบล้านที่เมียพี่ให้อภัย อย่าหนีอีกนะเว้ย ไม่งั้นจะตามถึงดวงจันทร์”ไอรินทั้งอึ้งทั้งขำ จนต้องตบอกเขาเบาๆ“บ้าเอ๊ย! โอนมาแบบนี้จะให้เอาไปทำไร!?”“จะได้ไม่มีข้ออ้างหนีผัวอีกไง... อยู่ด้วยกันยันลงโลงเลยน่ะเมียจ๋า”พอขึ้นรถได้ ซันก็พาไอรินไปที่ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำ ซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า(ทั้งที่เพิ่งคืนดีกันเมื่อกี้นั่นแหละ)พอไปถึง ก็จัดเมนูที่เธอชอบที่สุด ทั้ง
บทที่19 อยู่คนเดียวณ มุมร้านกาแฟในห้างเซ็นทรัล – ช่วงสายวันจันทร์“ไอริน?” เสียงเรียกของพลอยดังขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยในชุดสุภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เดินออกมาจากร้านรับสมัครงานไอรินชะงัก หันไปมอง ตาเบิกโพลง “พี่พลอย? พี่พลับ?”ลูกพลับยกมือทักพลางรีบเดินเข้าไปกอด “หายไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน ทุกคนเป็นห่วงมากรู้มั้ย?”“พี่ซันตามหาทั้งคืนเลยนะ” พลอยพูดพลางจ้องเธอเขม็งแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย “นี่หน้ายังซีดอยู่เลย กินข้าวหรือยัง?”ไอรินยิ้มจาง ๆ ก่อนตอบเบา ๆ “กินแล้วค่ะ...เหนื่อยนิดหน่อย”ทั้งสามพากันนั่งลงในร้านกาแฟมุมสงบ ลูกพลับเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“เรารู้ว่าพี่ซันผิด ไม่เคลียร์ตั้งแต่แรก แต่พี่ซันรักไอรินนะ เชื่อพี่เถอะ”“หนูก็เคยเชื่อคะ...” ไอรินยิ้มเศร้า น้ำเสียงปนแข็งเล็กน้อย “แต่ภาพที่เห็น มันเจ็บจนไม่อยากกลับไปซ้ำอีก”พลับเหลือบไปเห็นถุงยาโรงบาลและใบฝากครรภ์วางอยู่ข้างกระเป๋าไอริน เธอเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่เก็บถุงนั้นไว้ในใจไอรินสังเกตสายตาของพลับเหมือนจะถามอะไร แต่เธอกลับนิ่ง เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแทน“หนูขอตัวก่อนนะคะ มีธุระต่อ ต้องรีบไป...” ไอรินพูดเสียงเบา
บทที่18 ไม่คุย ไม่มอง ไม่สนใจหลังจากกลับมาถึงเพนต์เฮ้าส์ ไอรินไม่พูดอะไรกับซันอีกแม้แต่คำเดียวเธอเดินเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว…ล็อกประตูห้องนอนอีกต่างหาก ทิ้งให้ซันนั่งเงียบ ๆ อยู่โซฟาคนเดียวเสียงล็อกประตูดัง แกร๊ก!เหมือนเสียงกรีดลงกลางหัวใจซัน“ไอริน…เปิดประตูเถอะ พี่ขอโทษ…”ไม่มีเสียงตอบกลับจนเช้าไอรินตื่นก่อน ฟ้าเพิ่งสาง เธอแต่งตัวเงียบ ๆ จนเรียบร้อยเดินผ่านหน้าซันที่หลับอยู่บนโซฟา…แบบ ไม่แม้แต่จะมองซันสะดุ้งตื่นตอนประตูเปิด“ไอริน… จะไปไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง…”“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเรียกแท็กซี่เอง”เธอพูดสั้น ๆ เย็นชา แล้วเดินออกจากห้องทันทีซันได้แต่มองตามหลังเธอไป…แบบหมดคำพูดหัวใจเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนลงโทษด้วย “ความเงียบ” ที่ทรมานกว่าการถูกตบวันนี้ไอรินยังคงมาทำงานตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อยสมบทบาทแต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ — เธอ ไม่พูดกับซันเลยแม้จะต้องเข้าไปในห้องทำงานเดียวกันแม้จะต้องทำงานตรงข้ามกัน ไอรินก็ไม่พูดแม้แต่คำว่า “ค่ะ” หรือ “พี่ซัน”แม้แต่ตอนพักกลางวัน ไอรินก็ลงไปกินข้าวคนเดียวปล่อยให้ซันนั่งมองข้าวในกล่องอย่างหมดอารมณ์อยู่คนเดียวทุกครั้งที่ซันพยายามจ
บทที่17 จ้องมองหลายเดือนผ่านไป—ชีวิตของไอรินดูจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อน…เช้าแต่ละวันเธอลุกขึ้นมาแต่งตัวไปทำงานพร้อมกับซัน ได้ทำงานที่ชอบ ได้อยู่ใกล้คนที่รัก และมีครอบครัวของซันที่ให้ความอบอุ่นเหมือนครอบครัวจริง ๆ ไม่ว่าจะพี่เมฆ พี่ภูผา พลับ พลอย หรือหลานฝาแฝดที่มักจะมากอด มาอ้อนเธอทุกครั้งที่เจอทุกคนรักไอริน…แต่ในเงามืด ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีกับความสุขของเธอที่ตึกเก่าร้างในเขตชานเมือง รถเก๋งสีดำเก่า ๆ คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดสนิท ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาธรรมดา แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายเปิดประตูลงมา เขาคือ "ยศ" ลูกน้องคนสนิทของวิชัยเขาเดินเข้าไปในห้องที่มีกลิ่นอับ ภายในห้องมีเพียงเก้าอี้ตัวหนึ่ง กับชายผู้หนึ่งนั่งสูบบุหรี่อย่างใจเย็น“เป็นไง มึงตามดูมันมานานแล้ว มีอะไรคืบหน้า”เสียงห้าวกระด้างของวิชัยถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองยศพยักหน้า ก่อนส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้ไป พร้อมพูดเสียงต่ำอย่างเคารพ“ไอ้ซัน—มันจะออกจากเพนเฮ้าพร้อมกับไอริน ไปถึงตึกเมฆาประมาณแปดโมงกว่า ๆ ทุกวันครับ ทำงานที่นั่น เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของมัน...วันไหนเจ้านั่นยุ่งมาก ๆ
บทที่16 เริ่มงานวันแรกด้านไอ้วิชัยหลังจากถูกซันและวิทย์กระทืบจนยับและโยนร่างที่มีแต่บาดแผลทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจในตอนนั้น ชื่อของ “วิชัย” ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากแวดวงที่เขาเคยแวะเวียนและกร่างไว้มากมาย ใคร ๆ ก็คิดว่าเขาคงรามือแล้ว... แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในหัวของมัน ยังเต็มไปด้วยไฟแค้นที่รอวันลุกโชนอีกครั้ง“มึงคิดว่ากระทืบกูครั้งเดียว แล้วเรื่องจะจบง่าย ๆ เหรอ ไอ้ซัน... ไอ้สันดานมาเฟีย”“อีเด็กห้าวนั่น... กูจะเอาคืนให้ได้ กูไม่ลืมหรอก ว่ากูเคยโดนเอาขวดฟาดหัวไว้ยังไง”มันเก็บงำความอาฆาตไว้เงียบ ๆ ไม่ปรากฏตัว ไม่เคลื่อนไหวอะไรให้สะดุดตาแต่ในเงามืด “ยศ” มือขวาคนสนิทที่มันไว้ใจที่สุด ถูกสั่งให้คอย ตามดูไอรินอย่างลับ ๆ ตลอดสองปีที่ผ่านมา“ไปดูมันให้แน่ ๆ ว่าตอนนี้มันอยู่กับใคร อยู่ที่ไหน ไปไหนมาไหนยังไง กูจะเอาทุกอย่างมาวางแผนชำระหนี้เลือดเอง”ยศทำตามคำสั่งอย่างเงียบเชียบ ด้วยความที่มันชำนาญในการติดตาม ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่า “ไอริน” ถูกจับตามองมานานแล้วตอนออกจากคอนโด กระทั่ง…ช่วงที่เธออยู่กับซันในเพนเฮ้าหรู มันก็ยังมีคอยจับจ้องคอยรายงานทุกอย่างกลับไปให้วิชัยเสมอ“ตอนนี้อยู่กับไอ้ซันจริง ๆ
บทที่15 ไม่ให้นอนNCซันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หันมามองไอรินที่นอนแผ่หราอยู่ข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากประจำตัว“จะนอนแล้วเหรอ? อย่าเพิ่งนอน”“หายยัง?”“ไม่หาย” เธอตอบเสียงเรียบ ซันโน้มตัวลงมาใกล้ แล้วใช้นิ้วเขี่ยเบา ๆ ที่เอวเธอ “แต่พี่จะรักษาให้เอง...ด้วยการ จี้เอว”“อ้ะ! พี่ซัน!! ไม่เอาาา ฮ่าๆๆๆ” ไอรินสะดุ้งสุดตัวทันทีเมื่อมือใหญ่ของเขาจี้เอวข้างหนึ่ง ก่อนจะไถลนิ้วลูบเบา ๆ ขึ้นมาตามลำตัว“หนูมันขี้งอน ต้องให้พี่ปูไต่ไล่ระดับความดื้อ... เริ่มจากเท้า...ขึ้นมาน่อง...ต้นขา...”“พอเลย! เดี๋ยวโดนตบ!” ไอรินยกหมอนมาตีเขาเบา ๆ แต่ซันก็หลบได้ทัน แล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์“ปูไต่ขึ้นมาแล้วนะครับ... ต่อไปก็สะโพก... เอว... ท้องน้อย...”“กรี๊ดดดด!! พอแล้วพี่ซัน! หนูยอมแล้ว ฮ่าๆๆๆ” เธอทั้งหัวเราะทั้งดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนเขาสักทีแล้วเขาก็โน้มหน้าไปหอมแก้มซ้าย “หอมตรงนี้...”แล้วก็แก้มขวา “หอมตรงนี้อีก...”ตามด้วยจุ๊บเบา ๆ ที่ปลายจมูก “ตรงนี้น่ารักที่สุดเลย”แล้วก็ไล่จุ๊บไปที่หน้าผาก “ตรงนี้...ของคนพิเศษของพี่เท่านั้น”จุ๊บที่คางเบา ๆ แล้วหัวเราะ “ตรงนี้...ก็เอาไว้จุ๊บอ้อนเมีย เวลาทำหน้าเหมือนจะกัดพี่อ







