Mag-log inบทที่6 เอก...ลาก่อนไอริน
ช่วงสายของวันถัดมาไอรินยังคงนอนพักอยู่บนเตียงข้างเตียงมีช่อดอกลิลลี่ขาวบริสุทธิ์วางไว้ และกล่องของขวัญเล็กๆ ที่ใครบางคนแอบวางไว้แต่เช้า เธอเงยหน้ามองเพดานสีขาว แล้วถอนหายใจเบาๆ หัวใจยังสับสนแต่ก็อบอุ่นแปลกๆ …เพราะคนคนนั้น เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ก๊อกๆ ... ประตูถูกเปิดเข้ามาเอกเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ขนาดเล็กในมือ “อรุณสวัสดิ์ครับคนป่วย” เสียงเขานุ่ม สุภาพ ตามแบบฉบับ ไอรินผุดยิ้มบางๆ “พี่เอก...” “พี่ได้ข่าว ซันไปบอกพี่...” เขาพูดพลางลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง “ห่ะ!...พี่ซันไปบอกพี่หรอค่ะ เขารู้ได้ไงว่าพี่อยู่ไหน?” “รู้สึกผิดชะมัดเลย ไอริน พี่ไม่ควรปล่อยหนูลงตรงนั้นคนเดียว” เธอส่ายหน้าเบาๆ “ไม่หรอกค่ะ หนูเป็นคนบอกพี่เองด้วยซ้ำ ว่าจะเดินขึ้นเอง...เพราะไม่อยากรบกวน” เธอยิ้มอ่อน “หนูก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนมาดักทำร้าย…” เอกมองเธอด้วยแววตาหนักแน่นแต่เจือความเศร้า “ถึงหนูจะบอกไม่ให้ส่งขึ้นห้อง แต่พี่ก็ควรยืนดูให้แน่ใจว่าหนูปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่ผู้ชายที่อยากดูแลผู้หญิงคนหนึ่ง...ควรทำ” “พี่เอก...” “ไม่เป็นไร ไม่ต้องพูดอะไรหรอก” เขายกมือห้ามเบาๆ ก่อนจะยื่นดอกไม้ให้เธอ “พี่มาขอโทษ และมาบอก...ว่าหนูไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่เลือกพี่” ไอรินชะงัก พี่เอกยิ้มบางๆ “ผู้ชายคนนั้น...หนูรู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าหนูรักเขา” ไอรินเงียบเธอไม่พูดอะไร แต่แค่ “รอยยิ้มบางที่ฉายขึ้นตรงมุมปาก” ก็ตอบทุกอย่างแทนคำพูด พี่เอกหัวเราะในลำคอเบาๆ “แค่นั้นก็พอแล้ว...” เขาคว้ามือเธอขึ้นมาจับเบาๆ มือของเขาอบอุ่น นุ่มนวล และปล่อยทันทีโดยไม่ยื้อ “พี่ยอมรับว่าพี่หลงรักเธอ...ไอริน จมมีวูบหนึ่งพี่คิดจะแย่งเธอมาเป็นของพี่” ไอรินเม้มปากแน่นดวงตาร้อนวูบ “พี่เอก...” เสียงเธอสั่นนิดๆ “ไม่เป็นไรจริงๆ” เขาพยักหน้า “พี่โอเค...แค่หนูมีความสุขก็พอ” เอกพูดเสียงเบา “ถ้าเขาทำให้หนูร้องไห้...หนูรู้เบอร์พี่ใช่ไหม” เหลือเพียงไอรินที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงมือยังถือช่อดอกไม้ที่เขาให้ไว้ แต่ใจของเธอ...ไม่ได้สั่นไหวอีกแล้ว เพราะในห้องนี้เธอรู้แล้วว่า...ใครอยู่ข้างเธอมาตลอดแม้ไม่ได้พูดเลยสักคำ หลังจากบทสนทนาสงบนิ่งระหว่างพี่เอกกับไอรินจบลงบรรยากาศในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงประตู...เสียงของไอรินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน “พี่เอก...” เขามองเธอ ดวงตายังอ่อนโยนเช่นเดิม เธอช้อนตาขึ้นมองเขาเล็กน้อยเสียงอ่อนลงราวกับไม่กล้าถาม…แต่ก็อดไม่ได้ “ของขวัญ...ที่วางไว้ทุกวันที่โต๊ะทำงานและการ์ดใบเล็กๆ เขียนข้อความบางอย่างที่แนบมาด้วยกับของขวัญ” “ไม่ใช่ของพี่...ใช่ไหมคะ?” พี่เอกนิ่งไปนิดจากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย — ยิ้มแบบคนที่ “รู้ตัวว่าไม่ใช่พระเอก” ตั้งแต่แรก เขาพยักหน้าช้าๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม “ไม่ใช่ของพี่ครับ” ไอรินขมวดคิ้วนิดๆ แต่ในดวงตากลับมีแววสงสัยปนรู้สึกแปลกใจบางอย่าง “งั้น...ของใครกัน” พี่เอกไม่ตอบแต่กลับยกคิ้วยิ้มให้แทนคำตอบ ก่อนจะพูดเพียงประโยคเดียว “ลองคิดดูสิ ว่า...ใครคือคนที่ทำแบบนั้น...ถ้างั้นพี่ออกไปซื้ออะไรมาไว้ให้หนูไว้กินตอนพักฟื้นก่อนนะเดี๋ยวพี่มาค่ะ” ... ประตูปิดลงช้าๆ ไอรินนั่งนิ่งอยู่บนเตียงใจเธอเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด มือกำช่อดอกไม้แน่นขึ้นเล็กน้อย ดอกไม้ที่เธอคิดว่ามาจากพี่เอก...กล่องขนมเล็กๆ และ กล่องของขวัญที่วางไว้ที่โต๊ะทำงาน ทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ของพี่เอก เธอนึกถึงเสียงในคืนนั้นเสียงที่พูดว่า… “อย่าเก็บพี่ไว้ในใจ ถ้าเธอคิดจะลืม แต่ถ้ายังอยากให้พี่อยู่ตรงนั้น…พี่จะไม่หายไปไหนอีก” ไอรินยกมือขึ้นแตะแก้มเบาๆ หัวใจที่เคยหนัก…กลับรู้สึกเบาขึ้นมาทีละน้อย เธอรู้แล้วว่า...ใครคือเจ้าของของขวัญพวกนั้น และเธอก็รู้...ว่าทำไมตอนเปิดฝากล่องพวกนั้น หัวใจเธอถึงเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เพราะมันมาจากเขา “ซัน...อาทิตย์ บารมีอนันต์” ไอรินกำลังนั่งพิงหมอนอย่างอ่อนแรง แต่ตื่นเต็มตาเมื่อเสียงประตูเปิดออกช้าๆ ชายในชุดสูทสีเทาเข้ม ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าดุแต่สายตาอ่อนโยน “ซัน...” เขาเดินเข้ามา ไม่พูดอะไรวางขวดน้ำ ชานม กับกล่องของโปรดเธอไว้บนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างเตียงทันที ไม่มีคำพูดแรก ไม่มีคำอธิบายมีเพียงสายตา...ที่มองเธอราวกับเธอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในห้องนี้ “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นค่ะ หนูไม่ได้ตาย” ไอรินพูดติดตลกกลบเกลื่อน ทั้งที่มือยังช้ำ ซันปรายตามองแผลที่แขนเธอเสียงเขาเย็นแต่ลึก “ถ้าฉันมาไม่ทัน มันอาจจะไม่แค่ช้ำ” เธอนิ่งริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไร ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่ พี่เอก จะเปิดประตูเข้ามาพร้อมผลไม้และของบำรุงร่างกายในมือ บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันทีซันหันไปมองพี่เอกด้วยสายตานิ่งสนิท “อ้าว...มาแล้วเหรอครับคุณซัน” พี่เอกยิ้มสุภาพ “ครับ” ซันตอบสั้น แล้วหันกลับมามองไอริน ก่อนจะพูดชัดเจน ราวกับจงใจให้คนทั้งห้องได้ยิน “ไอริน...พักฟื้นครบเมื่อไหร่ ผมจะพาเธอย้ายออก” เธอขมวดคิ้ว “ย้ายออก?” “ไปอยู่กับพี่” ซันพูดช้า ชัด เยือกเย็นแต่หนักแน่น “พี่ไม่อยากให้เธออยู่ลำพังอีก” พี่เอกนิ่งไปครู่หนึ่งแม้จะไม่ได้แสดงออกชัด แต่แววตาเขามีรอยสั่นไหวเล็กๆ ไอรินนิ่ง ไม่ตอบ แต่ซันพูดต่อทันทีเสียงเขานิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “แล้วก็...ลาออกจากงานซะ” เธอหันขวับ “ว่าไงนะคะ?” “พี่เลี้ยงเธอได้” “ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องนั่งรถเมล์ ไม่ต้องหางาน ไม่ต้องตีกับใครอีก และถ้าไอ้วิชัยมันมาดักฆ่าเธออีกถ้าพี่ไปไม่ทันจะทำไง ไปอยู่กับพี่ แค่นั้นพอ” บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะไอรินจ้องเขาแน่นน้ำเสียงเธอเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ “พี่คิดว่าหนูต้องการเงินพี่เหรอ?” ซันไม่ตอบแต่สายตาเขาไม่ได้ดูถูกเลย…ตรงกันข้ามกลับมีแววรู้สึกผิดเต็มเปี่ยม พี่เอกลุกขึ้นทันทีรู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ในห้องนี้ต่อก่อนจะเดินออก เขาวางถุงผลไม้ไว้ แล้วพูดเบาๆ “พี่ฝากไว้...กินเยอะๆ จะได้หายไวๆ ลาก่อนไอริน” เขาหันไปพยักหน้าให้ซัน “ฝากดูแลเธอด้วย” ซันพยักหน้าเช่นกันแต่ไม่พูดอะไร ประตูปิดลงอีกครั้งคราวนี้...เหลือเพียงสองคนในห้อง ไอรินยังจ้องเขา “หนูไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการชีวิตสบายจากใครนะคะ พี่ก็น่าจะรู้ดี” ซันถอนหายใจยกมือขยี้ผมตัวเองเบาๆ แล้วพูดเสียงต่ำ “พี่รู้...แต่พี่แค่อยากให้เธอรู้ว่า ตั้งแต่วันที่เธอล้มลงตรงป้ายรถเมล์พี่ก็รู้แล้ว ว่าจะทำไงกับเธอ” “พี่ขอแค่...โอกาสได้ดูแล” ความเงียบเข้ามาอีกครั้งแต่คราวนี้ ไอรินไม่รู้จะตอบเขายังไงในเมื่อหัวใจเธอ...มันก็ไม่ได้ต่อต้านเขาอีกแล้ว ห้องพักฟื้น เงียบ และบรรยากาศเริ่มอึดอัดเพราะความเขินอาย ไอรินนอนพิงหมอนสูงอยู่บนเตียง แขนมีสายให้น้ำเกลือ สวมชุดคนไข้สีอ่อน ใบหน้าแม้ยังซีดแต่เริ่มมีเลือดฝาดกลับมานิดหน่อย ข้างเตียง มีถาดข้าวต้มวางอยู่แต่สิ่งที่ดูแปลกออกไป คือคนที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างเตียงนั้น…ใส่สูทเต็มยศ กำลังค่อยๆ ปอกแอปเปิ้ลเงียบๆ อย่างใจเย็น ซัน อาทิตย์ บารมีอนันต์ ผู้ชายที่ทั้งเมืองหลวงรู้จักว่าดุ โหด เย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็ง และไม่เคยแม้แต่จะสนใจผู้หญิงคนไหนนานเกินหนึ่งคืน แต่ตอนนี้ เขานั่งหั่นผลไม้ให้คนบนเตียง ก้มหน้าจดจ่อเหมือนกำลังไล่ฮัคบั๊กในเซิร์ฟเวอร์ของกระทรวง “กินหน่อยไหม” เขาถามเสียงเรียบ ยื่นจานแอปเปิ้ลหั่นสวยพร้อมส้อมมาให้ “พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะคะ” ไอรินพูดเบาๆ หลบตาเล็กน้อย “ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรขนาดนั้น” ซันพูดง่ายๆ “แค่ปอกแอปเปิ้ล ไม่ได้ล้างตึก” เธอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก็ยอมรับส้อมที่เขาส่งมาให้ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงซันยังนั่งอยู่ที่เดิม มือถือวางอยู่ข้างตัว ไอรินนึกอยากจะถามจริงๆ ว่าเขาไม่มีงานเหรอ แต่ก่อนเธอจะทันพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ของซันก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเล็กน้อยก่อนจะรับสาย “ว่าไงครับพี่เมฆ” [เสียงหัวเราะของผู้ชายอีกคนดังลอดออกมา] “ไอ้ซัน มึงหายหัวไปไหนวะ เมฆาออยล์ที่สาขาวังทองหลางบัญชีโคตรจะเบี้ยว พรุ่งนี้ต้องไปไล่ไอ้ฝั่งบัญชีให้หมด” ซันกรอกเสียงลงไป “ผมอยู่โรงพยาบาล” [“หืม? มึงเป็นอะไร?”] “เปล่า อยู่กับแฟน” ซันพูดหน้าตาเฉย มืออีกข้างยังหั่นกล้วยให้อยู่เลย [เงียบไปสองวิก่อนเสียงพี่เมฆจะระเบิดหัวเราะดังลั่น] “เหี้ยยยยยยยยยยย ไอ้ซัน! สุดท้ายมึงก็มีแฟนกับเขาซะทีนะ!” ไอรินชะงัก หันมามองเขาตาโต “อะไรนะคะ…พี่บอกว่าอะไร!?” ซันชะงักนิดหนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง แต่ยิ้มมุมปาก “วางก่อนนะ วันนี้คงไม่ได้ไปไหน...แฟนไม่สบาย” “โอ้ย กูจะโทรหาไอ้ต้นกับไอ้เจษ ให้มึงพักเถอะว่ะ โคตรเซอร์ไพรส์ น้องคนไหนวะ เดี๋ยวกูจะแวะไปไหว้!” “ไม่ต้อง” ซันรีบตอบสั้นๆ “แค่ไม่ต้องโทรมาก่อกวนก็พอ” เขาวางสายแบบไม่แคร์เสียงหัวเราะของพี่ชายแล้วหันกลับมามองไอริน เธอยังค้างกับคำว่า "แฟนไม่สบาย" “พี่ซัน” เธอเบิกตากว้าง “พูดแบบนั้นได้ยังไง!” “พูดยังไง?” “ก็...บอกเขาว่าหนูเป็นแฟนพี่!” “แล้วไม่ใช่หรือไง?” ซันพูดหน้าตาย “ก็เรานอนห้องเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน ฉันเลี้ยงเธออยู่” “แต่อย่างอื่นมันยังไม่ชัดเจนเลยนะคะ!” เธอหน้าแดงจัด ซันมองเธอ แล้วพูดเสียงเบาลง แต่น้ำเสียงกลับจริงจังขึ้นทุกคำ “ฉันก็ไม่ใช่คนพูดมาก” “แต่ถ้าไม่คิดจะดูแลเธอจริงๆ ฉันคงไม่อยู่เฝ้าตรงนี้จนถึงตอนนี้” เธอเงียบลงทันทีจู่ๆ น้ำตาก็รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “หนู...ไม่เคยมีใครดูแล” ซันมองเธอ ดวงตาอ่อนลงเขาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ จับมือเธอไว้แน่น มือของเขาอุ่น และสั่นน้อยๆ อย่างที่ไอรินไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้ชายคนนี้ “กลัวเสียเธอ” ขนาดไหน “เธอมีแล้วนะ” ....... ช่วงเย็น แสงสีทองของพระอาทิตย์ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ละมุนละไมตกกระทบที่นวลแก้มของไอริน เธอเพิ่งทานข้าวเสร็จ ซันก็กำลังจัดช้อนจานอย่างเงียบๆ เหมือนจะไม่ปล่อยให้เธอลุกจากเตียงแม้แต่นิดเดียว ความเงียบอบอุ่นปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ไอรินจะพูดขึ้นเสียงเธอเบา แต่ชัดเจน “พี่ซัน…” ชายในสูทหันมามองเธอ “อะไร?” เธอกำผ้าห่มไว้แน่นดวงตาสั่นน้อยๆ แต่ก็มองสบเขาอย่างกล้าหาญ “ขอถามอะไรตรงๆ ได้ไหมคะ” “ก็ถามสิ” เขาตอบทันที เธอสูดหายใจลึก “พี่ไม่มีแฟนจริงๆ เหรอ?” ซันนิ่งไปนิด ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เดินกลับมานั่งลงข้างเตียง “ถ้ามี ฉันจะมานั่งปอกแอปเปิ้ลให้เธออยู่ตรงนี้เหรอ?” “ก็” เธอหลบตา “เผื่อแบบ...เคยคุยกับใคร แล้วเขายังอยู่ในชีวิตพี่...” ซันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่มีใครในชีวิตฉันเลยตอนนี้” “ที่ผ่านมา...มีบ้าง ก็แค่ความสัมพันธ์แบบที่เธอคงเดาได้” “แต่ไม่เคยมีใครที่ฉันพาไปกินข้าวกับพี่ชาย พาไปโรงพยาบาล หรืออยู่ด้วยแบบนี้” “แล้วผู้หญิงที่เคยคุยล่ะ...กี่คน?” เธอถามเบาๆ เขายิ้มขำ “ถ้านับเฉพาะคนที่ฉันจำชื่อได้...ไม่เกินสาม” “แล้วคนที่ไม่จำชื่อได้ล่ะคะ” เธอมองเขา หน้าแดง ซันหัวเราะในลำคอ “ไอริน” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ เสียงนั้น...อ่อนลงแบบที่เธอไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อนเลย “พี่รู้ว่าเธอไม่เชื่อ” “เธอเป็นผู้หญิงคนเดียว...ที่พี่ ‘รู้สึกว่าอยากดูแล’ ” เธอเม้มปากแน่นหัวใจเต้นโครมๆ จนแทบหลุดจากอก ซันพูดต่อ “พี่รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไรในอดีต” “แต่เธอเชื่อได้อย่างหนึ่ง...ว่า ‘ตั้งแต่เจอเธอ พี่ไม่ได้แตะใครเลย’ ” เธอเบิกตานิดๆ เขินจัด “...” “พี่ไม่ได้เอากับใครเลยตั้งแต่คืนนั้นหรอ...โหทนได้ไง” “ก็พูดความจริง” เขายักไหล่เบาๆ แล้วยื่นมือไปแตะหลังมือเธอเบาๆ “และถ้าเธอยังไม่มั่นใจ...” “จะทำทุกอย่างให้เธอเห็นเอง” “ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องแอบคิด ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร” “เพราะพี่ไม่เคยอายเลย...ที่คบกับเธอ” คำสุดท้ายนั้นเงียบ และชัด ราวกับสลักลงในอกของไอริน ดวงตาเธอร้อนผ่าวเพราะสำหรับผู้หญิงที่โตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คำว่า “ไม่เคยอายที่จะคบเธอ” มีค่ามากกว่าคำว่ารักเสียอีก เธอเบือนหน้าหนีซ่อนน้ำตา “แล้ว...พี่ไม่กลัวถูกนินทาเหรอคะ?” ซันยิ้ม “กลัวสิ” เธอหันมามองอย่างแปลกใจ “แต่สิ่งที่กลัวมากกว่าคือ “กลัวเธอจะไม่อยู่กับพี่มากกว่า” ไอรินยิ้มมือของเขายังกุมมือเธอไว้บรรยากาศในห้องอุ่นกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะเครื่องปรับอากาศ…แต่เป็นเพราะ “ใจสองดวงที่เริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน”บทที่45 ตอนพิเศษซันไอรินเช้าวันอากาศสดใสในเพนเฮ้าส์แสนอบอุ่น ไอรินสะดุ้งลุกขึ้นมาจากเตียงแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนรีบวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ“ไอริน!” ซันที่ยังนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นรีบดีดตัวขึ้นตามไปทันที ใจหายวาบ เพราะเสียงไอรินอาเจียนดังสะท้อนออกมาจากในห้องน้ำเขาผลักประตูเข้าไปอย่างร้อนรน เจอเธอนั่งคุกเข่าอยู่ตรงชักโครกใบหน้าซีดนิด ๆ เหงื่อซึมตามขมับ มือเล็ก ๆ กำขอบอ่างไว้แน่น“เป็นอะไร ทำไมไม่ปลุกพี่ก่อน!” เสียงเข้มแฝงความห่วงใยดังขึ้นทันที ก่อนที่เขาจะรีบเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างหลัง ใช้มือใหญ่ลูบหลังเบา ๆ “ไหวไหมครับ หื้ม?”ไอรินเงยหน้ามองเขานิดหน่อย พยายามฝืนยิ้ม แต่เสียงยังแผ่ว“หนู… อ้วกค่ะตั้งแต่เมื่อคืน รู้สึกแปลก ๆ ด้วย”ซันขมวดคิ้วทันที ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาคือ หรือว่า… แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงเคาะประตู ตึกตัก ๆ ก็ดังขึ้น“แม่ แม่ๆ ค้าบ~”เสียงทะเลดังมาก่อน ตามด้วยเสียงตะวัน “แม่ หนูหิว หม่ำ ๆๆ”สองแฝดวัยสองขวบกว่า ๆ ยืนดุกดิ๊กอยู่หน้าประตู เคาะไม่หยุด ซันได้ยินก็ถอนหายใจยาว แต่หันไปมองไอรินที่ยังนั่งอ่อนแรงอยู่ เขารีบเอาผ้าขนหนูเช็ดปากเช็ดหน้าเมียให้เรียบร้อย
บทที่44 ทะเลหมอกหนึ่งสัปดาห์ถัดมารถเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างสง่างาม รถเบนซ์คันหรูสองคันตามด้วย ทั้งสามครอบครัวนั่งกันมาพร้อมหน้า พร้อมลูกน้องติดตามคุ้มกันอีกห้าคน“โอ้โห…วิวแบบนี้ สุดกว่านี้ไม่มีแล้วมั้งคะพี่ซัน!” ไอรินที่นั่งข้างซันหันมาเบิกตากว้าง ขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าสู่ถนนลาดขึ้นเขา โอบล้อมด้วยสายหมอกบาง ๆ ลอยเคลื่อนขนาบสองข้างทาง“แค่เห็นหนูตื่นเต้น พี่ก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ” ซันยิ้มมุมปาก ลูบหัวภรรยาเบา ๆ ขณะสายตายังจับที่เส้นทางข้างหน้าอย่างมั่นคงพอรถมาถึงหน้าบ้านพักที่เช่าไว้ — บ้านพักสไตล์วิลล่าหรู 4 หลัง แยกเป็นสัดส่วน มีวิวหันหน้าสู่ไหล่เขา เปิดม่านกระจกกว้างปุ๊บ เจอหมอกปั๊บ! ด้านข้างมีสนามหญ้ากว้างไว้ให้เด็กวิ่งเล่น และโซนบาร์บีคิวที่เตรียมไว้พร้อมกับเก้าอี้ไม้ยาว ๆ พร้อมมุมถ่ายรูปที่ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์เลยแม้แต่นิดเดียว“บ้านของพี่กับพลับตรงนี้เลยนะ” เมฆลงจากรถ พาเด็ก ๆ วิ่งไปดูสนามหญ้า ส่วนพลับยืนถ่ายวิดีโอไว้ลงสตอรีพร้อมเสียงหัวเราะแสบหู“บ้านของเราหลังนี้นะคะ!” ไอรินหันมายิ้มกว้างแล้วเปิดประตูรั้วเข้าไปสำรวจ ก่อนหันกลับมาโบกมือเรียกเด็ก ๆ แล
บทที่43 โกรธNCเสียงน้ำอุ่นจากฝักบัวไหลรินเป็นสายบางเบา ไอน้ำลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องน้ำขนาดใหญ่ของเพนเฮาส์ ไอรินกำลังใช้มือถูฟองสบู่เบา ๆ ที่แขนตัวเอง ท่ามกลางความรู้สึกเหนื่อยอ่อนทันใดนั้น — แกร๊ก“พี่ซัน!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเห็นร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดตัวพาดบ่า“อย่าไล่เลยน่า...” ซันยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมคู่อย่างกับเสือย่องเข้ามาในคอก “ก็เมียทั้งคนจะปล่อยให้อาบน้ำคนเดียวได้ยังไง”“อาบก็อาบไปสิคะ อย่ามาทำเนียน—” ไอรินถอยหนี แต่ก็ชนเข้ากับผนังพอดีซันโน้มตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่น ๆ แผ่วที่แก้มเธอ “ยังโกรธอยู่เหรอ”“โกรธสิคะ...พี่ทำลูกหัวโน แฝดร้องจ้าเลยเห็นมั้ย!”“พี่ขอโทษแล้วไง คนมันเผลอไปหน่อย แฝดน่ะตัวหนักจะตาย” เขายื่นมือไปลูบผมเธอเบา ๆ“อย่าอ้อน หนูยังโกรธอยู่!” ไอรินเบะปาก สะบัดหน้าหนี แต่ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อเพราะแรงสายตาที่อีกฝ่ายส่งมาซันไม่ยอมแพ้ เอามือโอบเอวเธอเข้ามาแนบตัว แล้วกระซิบเสียงพร่า “แล้วต้องทำยังไงหนูถึงจะหายโกรธล่ะ หื้ม?”ไอรินชะงัก “ก็...ก็ไม่รู้ แต่...อุ้ย! อะไรมันทิ่มหน้าท้องหนูอะ!”ซันหัวเราะเบา ๆ “อ้าว...หายโกรธแล้วเหรอ ยังไม่ทันได้อธิบา
บทที่42 เพนเฮ้าส์เช้าวันใหม่ที่เพนเฮ้าส์ครอบครัวบารมีอนันต์หลังจากวันที่ไปเยือนบ้านพี่เมฆกับพลับอย่างเต็มอิ่ม ครอบครัวเล็กๆ ของซันก็กลับมาใช้เวลาสงบ ๆ ในเพนเฮ้าส์ของตัวเองบ้างไอรินกับซันนอนตื่นสายกว่าปกตินิดหน่อยเพราะความเหนื่อย แต่ก็ยังมีโมเมนต์น่ารัก ๆ กันตั้งแต่เช้า ไอรินในเสื้อยืดตัวโคร่งของซัน เดินมาหอมแก้มสามีหนึ่งที ก่อนที่เจ้าลูกชายฝาแฝดตัวจ้อยจะมานอนซ้อนทับทั้งพ่อทั้งแม่แล้วส่งเสียงงอแงเบา ๆ"หิว หิว หิว พะโล้!""ปะป๊า หิวแล้วอะ หม่าม๊าไข่พะโล้~"ซันหัวเราะเบา ๆ ลูบผมลูกชายแล้วหันไปมองไอรินที่กำลังลุกจากเตียง"พี่ว่าเราเลี้ยงหมูน้อยสองคนรึเปล่า...ทำไมกินจุเหมือนคนโตเลย?"ไอรินหัวเราะแล้วหอมแก้มลูกชาย "ก็ลูกพี่ซันไงล่ะคะ! สงสัยได้พ่อมาเต็ม ๆ"เธอรีบเดินไปที่ครัว เตรียมวัตถุดิบแบบมืออาชีพ ทั้งไข่ต้ม หมูสามชั้น ซอสซีอิ๊วหอม ๆ และเครื่องเทศครบชุด ซันเดินตามมาแบบเนียน ๆ แล้วกอดจากด้านหลังแน่นขณะเธอกำลังหั่นหมู"เดี๋ยวโดนมีดนะคะ พี่ซัน!""ไม่ต้องมาห้ามเลย พี่อยากหอมเมีย" เขากระซิบเสียงต่ำใกล้หู จนไอรินหน้าร้อนวูบ"อย่าหยอดตอนหนูหั่นของได้มั้ย!""โอเค ๆ งั้นพี่ไปจัดโต๊ะก็ได้"ลูก
บทที่41 20นาทีNC“พะ...พี่ซัน อื้อ” ซันกดริมฝีปากลงที่ปากหยักได้รูปของไอรินทันทีเมื่อวางเธอบนเตียง แล้วจุมพิตเบาๆ ไปทั่วซอกคอ ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายบางเบาของไอริน และเธอก็เอียงคอรับปากและลิ้นร้อนๆ ชองเขาซันเอาเข่าแทรกกลางหว่างขาไอรินให้อ้าออก แล้วกดนิ้วแทรกลงไปที่เนินสาวอย่างรวดเร็ว แล้วนิ้วร้อนก็หลุบเข้าไป“อื้ออ...อ๊ะ”ไอรินยกเอวขึ้นเล็กน้อย เธอเกร็งเสียวไปทั้งตัว มืออีกข้างของซันก็บดเบียดที่ติ่งเสียวของไอรินไม่หยุด“อ๊า อ๊า หนูชอบแบบนี้ อ้าส์”“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” ไอรินครางกระเส่า แล้วดึงใบหน้าเขาขึ้นมาจูบซอกคอและบดจูบที่ริมฝีปากเขาอย่างดูดดื่ม ท่อนล่างของไอรินก็ส่ายร่อนรับความเสียวซันชักเรียวนิ้วกระหนำจนไอรินหน่ำใจ ปลดปล่อยน้ำรักใสๆ พุ่งออกมา และถอนนิ้วออกก่อนเขาจะจับลำรักท่อนใหญ่จ่อไปที่เนินสาวของเธอ แล้วค่อยๆ เสียบแทงลงไป“อ๊ะ อ๊า”เมื่อลำรักเข้าจนมิดลำไอรินสะท้านทั้งตัวด้วยความเสียว มือสองข้างโอบไหล่เขาแล้วซบหน้าไปที่ซอกคอของซันเอวสอบขยับข้าเนินนาบก่อนจะเร่งจังหว่ะเร็วแรงขึ้น“อ๊ะ อื้อ อ๊า”ขาที่อ้าออกของไอรินเป็นรูปตัวเอ็มเริ่มยกขึ้นสูงตามแรงกระแทก และมือหนาสองข้างของซั
บทที่40 ทำลายไฟสปอตไลต์ฉายวับวาบกลางลานจัดแสดงแฟชั่นโชว์หรูของแบรนด์ฝรั่งเศสชื่อดัง บรรยากาศคึกคักไปด้วยแขกวีไอพี ดารา นางแบบ นายแบบ และเหล่าผู้จัดจำหน่ายหรูทั้งไทยและต่างประเทศ แฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่ม และหนึ่งในพรีเซนเตอร์หลักของแคมเปญนี้…ก็คือ แอนนา นางแบบสาวระดับเอเชียที่หวนคืนสู่วงการไทยด้วยเสียงฮือฮาเสียงประกาศจากพิธีกรเริ่มต้นขึ้น พร้อมไฟบนเวทีที่หรี่ลง เหลือเพียงแสงจากรันเวย์… และทันทีที่แอนนาเดินก้าวออกมาด้วยชุดเดรสปักคริสตัลหรูหรา บรรยากาศในฮอลล์ก็เปลี่ยนไปทันทีเสียงปรบมือดังขึ้น...แต่ไม่ทันถึงกลางรันเวย์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากฝั่งประตูด้านข้าง“ปัง!!”“หยุดการแสดงทั้งหมดเดี๋ยวนี้!!”เสียงทุ้มต่ำ แหลมคมของชายคนหนึ่ง ดังแทรกทะลุกำแพงหูของทุกคนในงานซัน ในชุดสูทดำเรียบขรึม เดินตรงเข้ามากลางฮอลล์ พร้อม พี่เจษ และลูกน้องในแก๊งค์เมฆาของซันอีกสองคน เดินแหวกกลุ่มแขกวีไอพีอย่างไม่แยแสเขาหยุดยืนตรงกลางรันเวย์ข้างหลังคือฉากแบรนด์หรูข้างหน้า คือแอนนา ที่ชะงักอยู่กลางเวทีซันยกมือขึ้นและพูดเสียงนิ่ง ชัดถ้อยชัดคำ“ผมคือเจ้าของห้างนี้—เมฆา ผมมีเรื่องจำเป็นต้องแจ้งให้ทุกท่านท







