เข้าสู่ระบบบทที่6 เอก...ลาก่อนไอริน
ช่วงสายของวันถัดมาไอรินยังคงนอนพักอยู่บนเตียงข้างเตียงมีช่อดอกลิลลี่ขาวบริสุทธิ์วางไว้ และกล่องของขวัญเล็กๆ ที่ใครบางคนแอบวางไว้แต่เช้า เธอเงยหน้ามองเพดานสีขาว แล้วถอนหายใจเบาๆ หัวใจยังสับสนแต่ก็อบอุ่นแปลกๆ …เพราะคนคนนั้น เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ก๊อกๆ ... ประตูถูกเปิดเข้ามาเอกเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ขนาดเล็กในมือ “อรุณสวัสดิ์ครับคนป่วย” เสียงเขานุ่ม สุภาพ ตามแบบฉบับ ไอรินผุดยิ้มบางๆ “พี่เอก...” “พี่ได้ข่าว ซันไปบอกพี่...” เขาพูดพลางลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง “ห่ะ!...พี่ซันไปบอกพี่หรอค่ะ เขารู้ได้ไงว่าพี่อยู่ไหน?” “รู้สึกผิดชะมัดเลย ไอริน พี่ไม่ควรปล่อยหนูลงตรงนั้นคนเดียว” เธอส่ายหน้าเบาๆ “ไม่หรอกค่ะ หนูเป็นคนบอกพี่เองด้วยซ้ำ ว่าจะเดินขึ้นเอง...เพราะไม่อยากรบกวน” เธอยิ้มอ่อน “หนูก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนมาดักทำร้าย…” เอกมองเธอด้วยแววตาหนักแน่นแต่เจือความเศร้า “ถึงหนูจะบอกไม่ให้ส่งขึ้นห้อง แต่พี่ก็ควรยืนดูให้แน่ใจว่าหนูปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่ผู้ชายที่อยากดูแลผู้หญิงคนหนึ่ง...ควรทำ” “พี่เอก...” “ไม่เป็นไร ไม่ต้องพูดอะไรหรอก” เขายกมือห้ามเบาๆ ก่อนจะยื่นดอกไม้ให้เธอ “พี่มาขอโทษ และมาบอก...ว่าหนูไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่เลือกพี่” ไอรินชะงัก พี่เอกยิ้มบางๆ “ผู้ชายคนนั้น...หนูรู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าหนูรักเขา” ไอรินเงียบเธอไม่พูดอะไร แต่แค่ “รอยยิ้มบางที่ฉายขึ้นตรงมุมปาก” ก็ตอบทุกอย่างแทนคำพูด พี่เอกหัวเราะในลำคอเบาๆ “แค่นั้นก็พอแล้ว...” เขาคว้ามือเธอขึ้นมาจับเบาๆ มือของเขาอบอุ่น นุ่มนวล และปล่อยทันทีโดยไม่ยื้อ “พี่ยอมรับว่าพี่หลงรักเธอ...ไอริน จมมีวูบหนึ่งพี่คิดจะแย่งเธอมาเป็นของพี่” ไอรินเม้มปากแน่นดวงตาร้อนวูบ “พี่เอก...” เสียงเธอสั่นนิดๆ “ไม่เป็นไรจริงๆ” เขาพยักหน้า “พี่โอเค...แค่หนูมีความสุขก็พอ” เอกพูดเสียงเบา “ถ้าเขาทำให้หนูร้องไห้...หนูรู้เบอร์พี่ใช่ไหม” เหลือเพียงไอรินที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงมือยังถือช่อดอกไม้ที่เขาให้ไว้ แต่ใจของเธอ...ไม่ได้สั่นไหวอีกแล้ว เพราะในห้องนี้เธอรู้แล้วว่า...ใครอยู่ข้างเธอมาตลอดแม้ไม่ได้พูดเลยสักคำ หลังจากบทสนทนาสงบนิ่งระหว่างพี่เอกกับไอรินจบลงบรรยากาศในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงประตู...เสียงของไอรินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน “พี่เอก...” เขามองเธอ ดวงตายังอ่อนโยนเช่นเดิม เธอช้อนตาขึ้นมองเขาเล็กน้อยเสียงอ่อนลงราวกับไม่กล้าถาม…แต่ก็อดไม่ได้ “ของขวัญ...ที่วางไว้ทุกวันที่โต๊ะทำงานและการ์ดใบเล็กๆ เขียนข้อความบางอย่างที่แนบมาด้วยกับของขวัญ” “ไม่ใช่ของพี่...ใช่ไหมคะ?” พี่เอกนิ่งไปนิดจากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย — ยิ้มแบบคนที่ “รู้ตัวว่าไม่ใช่พระเอก” ตั้งแต่แรก เขาพยักหน้าช้าๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม “ไม่ใช่ของพี่ครับ” ไอรินขมวดคิ้วนิดๆ แต่ในดวงตากลับมีแววสงสัยปนรู้สึกแปลกใจบางอย่าง “งั้น...ของใครกัน” พี่เอกไม่ตอบแต่กลับยกคิ้วยิ้มให้แทนคำตอบ ก่อนจะพูดเพียงประโยคเดียว “ลองคิดดูสิ ว่า...ใครคือคนที่ทำแบบนั้น...ถ้างั้นพี่ออกไปซื้ออะไรมาไว้ให้หนูไว้กินตอนพักฟื้นก่อนนะเดี๋ยวพี่มาค่ะ” ... ประตูปิดลงช้าๆ ไอรินนั่งนิ่งอยู่บนเตียงใจเธอเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด มือกำช่อดอกไม้แน่นขึ้นเล็กน้อย ดอกไม้ที่เธอคิดว่ามาจากพี่เอก...กล่องขนมเล็กๆ และ กล่องของขวัญที่วางไว้ที่โต๊ะทำงาน ทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ของพี่เอก เธอนึกถึงเสียงในคืนนั้นเสียงที่พูดว่า… “อย่าเก็บพี่ไว้ในใจ ถ้าเธอคิดจะลืม แต่ถ้ายังอยากให้พี่อยู่ตรงนั้น…พี่จะไม่หายไปไหนอีก” ไอรินยกมือขึ้นแตะแก้มเบาๆ หัวใจที่เคยหนัก…กลับรู้สึกเบาขึ้นมาทีละน้อย เธอรู้แล้วว่า...ใครคือเจ้าของของขวัญพวกนั้น และเธอก็รู้...ว่าทำไมตอนเปิดฝากล่องพวกนั้น หัวใจเธอถึงเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เพราะมันมาจากเขา “ซัน...อาทิตย์ บารมีอนันต์” ไอรินกำลังนั่งพิงหมอนอย่างอ่อนแรง แต่ตื่นเต็มตาเมื่อเสียงประตูเปิดออกช้าๆ ชายในชุดสูทสีเทาเข้ม ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าดุแต่สายตาอ่อนโยน “ซัน...” เขาเดินเข้ามา ไม่พูดอะไรวางขวดน้ำ ชานม กับกล่องของโปรดเธอไว้บนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างเตียงทันที ไม่มีคำพูดแรก ไม่มีคำอธิบายมีเพียงสายตา...ที่มองเธอราวกับเธอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในห้องนี้ “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นค่ะ หนูไม่ได้ตาย” ไอรินพูดติดตลกกลบเกลื่อน ทั้งที่มือยังช้ำ ซันปรายตามองแผลที่แขนเธอเสียงเขาเย็นแต่ลึก “ถ้าฉันมาไม่ทัน มันอาจจะไม่แค่ช้ำ” เธอนิ่งริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไร ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่ พี่เอก จะเปิดประตูเข้ามาพร้อมผลไม้และของบำรุงร่างกายในมือ บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันทีซันหันไปมองพี่เอกด้วยสายตานิ่งสนิท “อ้าว...มาแล้วเหรอครับคุณซัน” พี่เอกยิ้มสุภาพ “ครับ” ซันตอบสั้น แล้วหันกลับมามองไอริน ก่อนจะพูดชัดเจน ราวกับจงใจให้คนทั้งห้องได้ยิน “ไอริน...พักฟื้นครบเมื่อไหร่ ผมจะพาเธอย้ายออก” เธอขมวดคิ้ว “ย้ายออก?” “ไปอยู่กับพี่” ซันพูดช้า ชัด เยือกเย็นแต่หนักแน่น “พี่ไม่อยากให้เธออยู่ลำพังอีก” พี่เอกนิ่งไปครู่หนึ่งแม้จะไม่ได้แสดงออกชัด แต่แววตาเขามีรอยสั่นไหวเล็กๆ ไอรินนิ่ง ไม่ตอบ แต่ซันพูดต่อทันทีเสียงเขานิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “แล้วก็...ลาออกจากงานซะ” เธอหันขวับ “ว่าไงนะคะ?” “พี่เลี้ยงเธอได้” “ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องนั่งรถเมล์ ไม่ต้องหางาน ไม่ต้องตีกับใครอีก และถ้าไอ้วิชัยมันมาดักฆ่าเธออีกถ้าพี่ไปไม่ทันจะทำไง ไปอยู่กับพี่ แค่นั้นพอ” บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะไอรินจ้องเขาแน่นน้ำเสียงเธอเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ “พี่คิดว่าหนูต้องการเงินพี่เหรอ?” ซันไม่ตอบแต่สายตาเขาไม่ได้ดูถูกเลย…ตรงกันข้ามกลับมีแววรู้สึกผิดเต็มเปี่ยม พี่เอกลุกขึ้นทันทีรู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ในห้องนี้ต่อก่อนจะเดินออก เขาวางถุงผลไม้ไว้ แล้วพูดเบาๆ “พี่ฝากไว้...กินเยอะๆ จะได้หายไวๆ ลาก่อนไอริน” เขาหันไปพยักหน้าให้ซัน “ฝากดูแลเธอด้วย” ซันพยักหน้าเช่นกันแต่ไม่พูดอะไร ประตูปิดลงอีกครั้งคราวนี้...เหลือเพียงสองคนในห้อง ไอรินยังจ้องเขา “หนูไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการชีวิตสบายจากใครนะคะ พี่ก็น่าจะรู้ดี” ซันถอนหายใจยกมือขยี้ผมตัวเองเบาๆ แล้วพูดเสียงต่ำ “พี่รู้...แต่พี่แค่อยากให้เธอรู้ว่า ตั้งแต่วันที่เธอล้มลงตรงป้ายรถเมล์พี่ก็รู้แล้ว ว่าจะทำไงกับเธอ” “พี่ขอแค่...โอกาสได้ดูแล” ความเงียบเข้ามาอีกครั้งแต่คราวนี้ ไอรินไม่รู้จะตอบเขายังไงในเมื่อหัวใจเธอ...มันก็ไม่ได้ต่อต้านเขาอีกแล้ว ห้องพักฟื้น เงียบ และบรรยากาศเริ่มอึดอัดเพราะความเขินอาย ไอรินนอนพิงหมอนสูงอยู่บนเตียง แขนมีสายให้น้ำเกลือ สวมชุดคนไข้สีอ่อน ใบหน้าแม้ยังซีดแต่เริ่มมีเลือดฝาดกลับมานิดหน่อย ข้างเตียง มีถาดข้าวต้มวางอยู่แต่สิ่งที่ดูแปลกออกไป คือคนที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างเตียงนั้น…ใส่สูทเต็มยศ กำลังค่อยๆ ปอกแอปเปิ้ลเงียบๆ อย่างใจเย็น ซัน อาทิตย์ บารมีอนันต์ ผู้ชายที่ทั้งเมืองหลวงรู้จักว่าดุ โหด เย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็ง และไม่เคยแม้แต่จะสนใจผู้หญิงคนไหนนานเกินหนึ่งคืน แต่ตอนนี้ เขานั่งหั่นผลไม้ให้คนบนเตียง ก้มหน้าจดจ่อเหมือนกำลังไล่ฮัคบั๊กในเซิร์ฟเวอร์ของกระทรวง “กินหน่อยไหม” เขาถามเสียงเรียบ ยื่นจานแอปเปิ้ลหั่นสวยพร้อมส้อมมาให้ “พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะคะ” ไอรินพูดเบาๆ หลบตาเล็กน้อย “ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรขนาดนั้น” ซันพูดง่ายๆ “แค่ปอกแอปเปิ้ล ไม่ได้ล้างตึก” เธอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก็ยอมรับส้อมที่เขาส่งมาให้ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงซันยังนั่งอยู่ที่เดิม มือถือวางอยู่ข้างตัว ไอรินนึกอยากจะถามจริงๆ ว่าเขาไม่มีงานเหรอ แต่ก่อนเธอจะทันพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ของซันก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเล็กน้อยก่อนจะรับสาย “ว่าไงครับพี่เมฆ” [เสียงหัวเราะของผู้ชายอีกคนดังลอดออกมา] “ไอ้ซัน มึงหายหัวไปไหนวะ เมฆาออยล์ที่สาขาวังทองหลางบัญชีโคตรจะเบี้ยว พรุ่งนี้ต้องไปไล่ไอ้ฝั่งบัญชีให้หมด” ซันกรอกเสียงลงไป “ผมอยู่โรงพยาบาล” [“หืม? มึงเป็นอะไร?”] “เปล่า อยู่กับแฟน” ซันพูดหน้าตาเฉย มืออีกข้างยังหั่นกล้วยให้อยู่เลย [เงียบไปสองวิก่อนเสียงพี่เมฆจะระเบิดหัวเราะดังลั่น] “เหี้ยยยยยยยยยยย ไอ้ซัน! สุดท้ายมึงก็มีแฟนกับเขาซะทีนะ!” ไอรินชะงัก หันมามองเขาตาโต “อะไรนะคะ…พี่บอกว่าอะไร!?” ซันชะงักนิดหนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง แต่ยิ้มมุมปาก “วางก่อนนะ วันนี้คงไม่ได้ไปไหน...แฟนไม่สบาย” “โอ้ย กูจะโทรหาไอ้ต้นกับไอ้เจษ ให้มึงพักเถอะว่ะ โคตรเซอร์ไพรส์ น้องคนไหนวะ เดี๋ยวกูจะแวะไปไหว้!” “ไม่ต้อง” ซันรีบตอบสั้นๆ “แค่ไม่ต้องโทรมาก่อกวนก็พอ” เขาวางสายแบบไม่แคร์เสียงหัวเราะของพี่ชายแล้วหันกลับมามองไอริน เธอยังค้างกับคำว่า "แฟนไม่สบาย" “พี่ซัน” เธอเบิกตากว้าง “พูดแบบนั้นได้ยังไง!” “พูดยังไง?” “ก็...บอกเขาว่าหนูเป็นแฟนพี่!” “แล้วไม่ใช่หรือไง?” ซันพูดหน้าตาย “ก็เรานอนห้องเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน ฉันเลี้ยงเธออยู่” “แต่อย่างอื่นมันยังไม่ชัดเจนเลยนะคะ!” เธอหน้าแดงจัด ซันมองเธอ แล้วพูดเสียงเบาลง แต่น้ำเสียงกลับจริงจังขึ้นทุกคำ “ฉันก็ไม่ใช่คนพูดมาก” “แต่ถ้าไม่คิดจะดูแลเธอจริงๆ ฉันคงไม่อยู่เฝ้าตรงนี้จนถึงตอนนี้” เธอเงียบลงทันทีจู่ๆ น้ำตาก็รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “หนู...ไม่เคยมีใครดูแล” ซันมองเธอ ดวงตาอ่อนลงเขาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ จับมือเธอไว้แน่น มือของเขาอุ่น และสั่นน้อยๆ อย่างที่ไอรินไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้ชายคนนี้ “กลัวเสียเธอ” ขนาดไหน “เธอมีแล้วนะ” ....... ช่วงเย็น แสงสีทองของพระอาทิตย์ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ละมุนละไมตกกระทบที่นวลแก้มของไอริน เธอเพิ่งทานข้าวเสร็จ ซันก็กำลังจัดช้อนจานอย่างเงียบๆ เหมือนจะไม่ปล่อยให้เธอลุกจากเตียงแม้แต่นิดเดียว ความเงียบอบอุ่นปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ไอรินจะพูดขึ้นเสียงเธอเบา แต่ชัดเจน “พี่ซัน…” ชายในสูทหันมามองเธอ “อะไร?” เธอกำผ้าห่มไว้แน่นดวงตาสั่นน้อยๆ แต่ก็มองสบเขาอย่างกล้าหาญ “ขอถามอะไรตรงๆ ได้ไหมคะ” “ก็ถามสิ” เขาตอบทันที เธอสูดหายใจลึก “พี่ไม่มีแฟนจริงๆ เหรอ?” ซันนิ่งไปนิด ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เดินกลับมานั่งลงข้างเตียง “ถ้ามี ฉันจะมานั่งปอกแอปเปิ้ลให้เธออยู่ตรงนี้เหรอ?” “ก็” เธอหลบตา “เผื่อแบบ...เคยคุยกับใคร แล้วเขายังอยู่ในชีวิตพี่...” ซันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่มีใครในชีวิตฉันเลยตอนนี้” “ที่ผ่านมา...มีบ้าง ก็แค่ความสัมพันธ์แบบที่เธอคงเดาได้” “แต่ไม่เคยมีใครที่ฉันพาไปกินข้าวกับพี่ชาย พาไปโรงพยาบาล หรืออยู่ด้วยแบบนี้” “แล้วผู้หญิงที่เคยคุยล่ะ...กี่คน?” เธอถามเบาๆ เขายิ้มขำ “ถ้านับเฉพาะคนที่ฉันจำชื่อได้...ไม่เกินสาม” “แล้วคนที่ไม่จำชื่อได้ล่ะคะ” เธอมองเขา หน้าแดง ซันหัวเราะในลำคอ “ไอริน” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ เสียงนั้น...อ่อนลงแบบที่เธอไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อนเลย “พี่รู้ว่าเธอไม่เชื่อ” “เธอเป็นผู้หญิงคนเดียว...ที่พี่ ‘รู้สึกว่าอยากดูแล’ ” เธอเม้มปากแน่นหัวใจเต้นโครมๆ จนแทบหลุดจากอก ซันพูดต่อ “พี่รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไรในอดีต” “แต่เธอเชื่อได้อย่างหนึ่ง...ว่า ‘ตั้งแต่เจอเธอ พี่ไม่ได้แตะใครเลย’ ” เธอเบิกตานิดๆ เขินจัด “...” “พี่ไม่ได้เอากับใครเลยตั้งแต่คืนนั้นหรอ...โหทนได้ไง” “ก็พูดความจริง” เขายักไหล่เบาๆ แล้วยื่นมือไปแตะหลังมือเธอเบาๆ “และถ้าเธอยังไม่มั่นใจ...” “จะทำทุกอย่างให้เธอเห็นเอง” “ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องแอบคิด ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร” “เพราะพี่ไม่เคยอายเลย...ที่คบกับเธอ” คำสุดท้ายนั้นเงียบ และชัด ราวกับสลักลงในอกของไอริน ดวงตาเธอร้อนผ่าวเพราะสำหรับผู้หญิงที่โตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คำว่า “ไม่เคยอายที่จะคบเธอ” มีค่ามากกว่าคำว่ารักเสียอีก เธอเบือนหน้าหนีซ่อนน้ำตา “แล้ว...พี่ไม่กลัวถูกนินทาเหรอคะ?” ซันยิ้ม “กลัวสิ” เธอหันมามองอย่างแปลกใจ “แต่สิ่งที่กลัวมากกว่าคือ “กลัวเธอจะไม่อยู่กับพี่มากกว่า” ไอรินยิ้มมือของเขายังกุมมือเธอไว้บรรยากาศในห้องอุ่นกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะเครื่องปรับอากาศ…แต่เป็นเพราะ “ใจสองดวงที่เริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน”บทที่20 ให้20ล้านเลยNCหลังจากจบการประชุมวันนั้นไอรินเดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมซัน ทุกคนในทีมมองมาด้วยรอยยิ้มโล่งใจ สุดท้ายความเข้าใจผิดระหว่างสองคนนี้ก็คลี่คลายลงได้ซักทีซันก้มลงกระซิบที่ข้างหูไอรินเสียงเบา“ขึ้นรถเลยครับคุณแม่ของลูก… พ่อจะเลี้ยงดูให้เหมือนเป็นทองคำแท่งพันล้าน”ไอรินเลิกคิ้วหัวเราะหึๆ เบาๆ“พันล้านเลยเหรอ...เว่อร์นะเธอ”“ถ้าเมียจะน่ารักขนาดนี้… โอนให้เลยก็ได้นะ”ไอรินยังไม่ทันตอบอะไร โทรศัพท์ของเธอก็เด้งแจ้งเตือนจากแอปธนาคารติ๊ง! เงินเข้าบัญชี 10,000,000 บาทเธอเบิกตากว้าง หันขวับไปมองซันที่กำลังนั่งทำหน้ายิ้มร้าย ๆ อยู่ข้าง ๆ“สิบล้านแรก สำหรับลูกเรา”“ส่วนอันนี้…”ติ๊ง! เงินเข้าบัญชีอีก 10,000,000 บาท“สิบล้านที่เมียพี่ให้อภัย อย่าหนีอีกนะเว้ย ไม่งั้นจะตามถึงดวงจันทร์”ไอรินทั้งอึ้งทั้งขำ จนต้องตบอกเขาเบาๆ“บ้าเอ๊ย! โอนมาแบบนี้จะให้เอาไปทำไร!?”“จะได้ไม่มีข้ออ้างหนีผัวอีกไง... อยู่ด้วยกันยันลงโลงเลยน่ะเมียจ๋า”พอขึ้นรถได้ ซันก็พาไอรินไปที่ร้านอาหารหรูริมแม่น้ำ ซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า(ทั้งที่เพิ่งคืนดีกันเมื่อกี้นั่นแหละ)พอไปถึง ก็จัดเมนูที่เธอชอบที่สุด ทั้ง
บทที่19 อยู่คนเดียวณ มุมร้านกาแฟในห้างเซ็นทรัล – ช่วงสายวันจันทร์“ไอริน?” เสียงเรียกของพลอยดังขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยในชุดสุภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เดินออกมาจากร้านรับสมัครงานไอรินชะงัก หันไปมอง ตาเบิกโพลง “พี่พลอย? พี่พลับ?”ลูกพลับยกมือทักพลางรีบเดินเข้าไปกอด “หายไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน ทุกคนเป็นห่วงมากรู้มั้ย?”“พี่ซันตามหาทั้งคืนเลยนะ” พลอยพูดพลางจ้องเธอเขม็งแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย “นี่หน้ายังซีดอยู่เลย กินข้าวหรือยัง?”ไอรินยิ้มจาง ๆ ก่อนตอบเบา ๆ “กินแล้วค่ะ...เหนื่อยนิดหน่อย”ทั้งสามพากันนั่งลงในร้านกาแฟมุมสงบ ลูกพลับเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“เรารู้ว่าพี่ซันผิด ไม่เคลียร์ตั้งแต่แรก แต่พี่ซันรักไอรินนะ เชื่อพี่เถอะ”“หนูก็เคยเชื่อคะ...” ไอรินยิ้มเศร้า น้ำเสียงปนแข็งเล็กน้อย “แต่ภาพที่เห็น มันเจ็บจนไม่อยากกลับไปซ้ำอีก”พลับเหลือบไปเห็นถุงยาโรงบาลและใบฝากครรภ์วางอยู่ข้างกระเป๋าไอริน เธอเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่เก็บถุงนั้นไว้ในใจไอรินสังเกตสายตาของพลับเหมือนจะถามอะไร แต่เธอกลับนิ่ง เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแทน“หนูขอตัวก่อนนะคะ มีธุระต่อ ต้องรีบไป...” ไอรินพูดเสียงเบา
บทที่18 ไม่คุย ไม่มอง ไม่สนใจหลังจากกลับมาถึงเพนต์เฮ้าส์ ไอรินไม่พูดอะไรกับซันอีกแม้แต่คำเดียวเธอเดินเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว…ล็อกประตูห้องนอนอีกต่างหาก ทิ้งให้ซันนั่งเงียบ ๆ อยู่โซฟาคนเดียวเสียงล็อกประตูดัง แกร๊ก!เหมือนเสียงกรีดลงกลางหัวใจซัน“ไอริน…เปิดประตูเถอะ พี่ขอโทษ…”ไม่มีเสียงตอบกลับจนเช้าไอรินตื่นก่อน ฟ้าเพิ่งสาง เธอแต่งตัวเงียบ ๆ จนเรียบร้อยเดินผ่านหน้าซันที่หลับอยู่บนโซฟา…แบบ ไม่แม้แต่จะมองซันสะดุ้งตื่นตอนประตูเปิด“ไอริน… จะไปไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง…”“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเรียกแท็กซี่เอง”เธอพูดสั้น ๆ เย็นชา แล้วเดินออกจากห้องทันทีซันได้แต่มองตามหลังเธอไป…แบบหมดคำพูดหัวใจเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนลงโทษด้วย “ความเงียบ” ที่ทรมานกว่าการถูกตบวันนี้ไอรินยังคงมาทำงานตรงเวลา แต่งตัวเรียบร้อยสมบทบาทแต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ — เธอ ไม่พูดกับซันเลยแม้จะต้องเข้าไปในห้องทำงานเดียวกันแม้จะต้องทำงานตรงข้ามกัน ไอรินก็ไม่พูดแม้แต่คำว่า “ค่ะ” หรือ “พี่ซัน”แม้แต่ตอนพักกลางวัน ไอรินก็ลงไปกินข้าวคนเดียวปล่อยให้ซันนั่งมองข้าวในกล่องอย่างหมดอารมณ์อยู่คนเดียวทุกครั้งที่ซันพยายามจ
บทที่17 จ้องมองหลายเดือนผ่านไป—ชีวิตของไอรินดูจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อน…เช้าแต่ละวันเธอลุกขึ้นมาแต่งตัวไปทำงานพร้อมกับซัน ได้ทำงานที่ชอบ ได้อยู่ใกล้คนที่รัก และมีครอบครัวของซันที่ให้ความอบอุ่นเหมือนครอบครัวจริง ๆ ไม่ว่าจะพี่เมฆ พี่ภูผา พลับ พลอย หรือหลานฝาแฝดที่มักจะมากอด มาอ้อนเธอทุกครั้งที่เจอทุกคนรักไอริน…แต่ในเงามืด ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีกับความสุขของเธอที่ตึกเก่าร้างในเขตชานเมือง รถเก๋งสีดำเก่า ๆ คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดสนิท ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาธรรมดา แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายเปิดประตูลงมา เขาคือ "ยศ" ลูกน้องคนสนิทของวิชัยเขาเดินเข้าไปในห้องที่มีกลิ่นอับ ภายในห้องมีเพียงเก้าอี้ตัวหนึ่ง กับชายผู้หนึ่งนั่งสูบบุหรี่อย่างใจเย็น“เป็นไง มึงตามดูมันมานานแล้ว มีอะไรคืบหน้า”เสียงห้าวกระด้างของวิชัยถามโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองยศพยักหน้า ก่อนส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้ไป พร้อมพูดเสียงต่ำอย่างเคารพ“ไอ้ซัน—มันจะออกจากเพนเฮ้าพร้อมกับไอริน ไปถึงตึกเมฆาประมาณแปดโมงกว่า ๆ ทุกวันครับ ทำงานที่นั่น เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของมัน...วันไหนเจ้านั่นยุ่งมาก ๆ
บทที่16 เริ่มงานวันแรกด้านไอ้วิชัยหลังจากถูกซันและวิทย์กระทืบจนยับและโยนร่างที่มีแต่บาดแผลทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจในตอนนั้น ชื่อของ “วิชัย” ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากแวดวงที่เขาเคยแวะเวียนและกร่างไว้มากมาย ใคร ๆ ก็คิดว่าเขาคงรามือแล้ว... แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในหัวของมัน ยังเต็มไปด้วยไฟแค้นที่รอวันลุกโชนอีกครั้ง“มึงคิดว่ากระทืบกูครั้งเดียว แล้วเรื่องจะจบง่าย ๆ เหรอ ไอ้ซัน... ไอ้สันดานมาเฟีย”“อีเด็กห้าวนั่น... กูจะเอาคืนให้ได้ กูไม่ลืมหรอก ว่ากูเคยโดนเอาขวดฟาดหัวไว้ยังไง”มันเก็บงำความอาฆาตไว้เงียบ ๆ ไม่ปรากฏตัว ไม่เคลื่อนไหวอะไรให้สะดุดตาแต่ในเงามืด “ยศ” มือขวาคนสนิทที่มันไว้ใจที่สุด ถูกสั่งให้คอย ตามดูไอรินอย่างลับ ๆ ตลอดสองปีที่ผ่านมา“ไปดูมันให้แน่ ๆ ว่าตอนนี้มันอยู่กับใคร อยู่ที่ไหน ไปไหนมาไหนยังไง กูจะเอาทุกอย่างมาวางแผนชำระหนี้เลือดเอง”ยศทำตามคำสั่งอย่างเงียบเชียบ ด้วยความที่มันชำนาญในการติดตาม ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่า “ไอริน” ถูกจับตามองมานานแล้วตอนออกจากคอนโด กระทั่ง…ช่วงที่เธออยู่กับซันในเพนเฮ้าหรู มันก็ยังมีคอยจับจ้องคอยรายงานทุกอย่างกลับไปให้วิชัยเสมอ“ตอนนี้อยู่กับไอ้ซันจริง ๆ
บทที่15 ไม่ให้นอนNCซันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หันมามองไอรินที่นอนแผ่หราอยู่ข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากประจำตัว“จะนอนแล้วเหรอ? อย่าเพิ่งนอน”“หายยัง?”“ไม่หาย” เธอตอบเสียงเรียบ ซันโน้มตัวลงมาใกล้ แล้วใช้นิ้วเขี่ยเบา ๆ ที่เอวเธอ “แต่พี่จะรักษาให้เอง...ด้วยการ จี้เอว”“อ้ะ! พี่ซัน!! ไม่เอาาา ฮ่าๆๆๆ” ไอรินสะดุ้งสุดตัวทันทีเมื่อมือใหญ่ของเขาจี้เอวข้างหนึ่ง ก่อนจะไถลนิ้วลูบเบา ๆ ขึ้นมาตามลำตัว“หนูมันขี้งอน ต้องให้พี่ปูไต่ไล่ระดับความดื้อ... เริ่มจากเท้า...ขึ้นมาน่อง...ต้นขา...”“พอเลย! เดี๋ยวโดนตบ!” ไอรินยกหมอนมาตีเขาเบา ๆ แต่ซันก็หลบได้ทัน แล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์“ปูไต่ขึ้นมาแล้วนะครับ... ต่อไปก็สะโพก... เอว... ท้องน้อย...”“กรี๊ดดดด!! พอแล้วพี่ซัน! หนูยอมแล้ว ฮ่าๆๆๆ” เธอทั้งหัวเราะทั้งดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากอ้อมแขนเขาสักทีแล้วเขาก็โน้มหน้าไปหอมแก้มซ้าย “หอมตรงนี้...”แล้วก็แก้มขวา “หอมตรงนี้อีก...”ตามด้วยจุ๊บเบา ๆ ที่ปลายจมูก “ตรงนี้น่ารักที่สุดเลย”แล้วก็ไล่จุ๊บไปที่หน้าผาก “ตรงนี้...ของคนพิเศษของพี่เท่านั้น”จุ๊บที่คางเบา ๆ แล้วหัวเราะ “ตรงนี้...ก็เอาไว้จุ๊บอ้อนเมีย เวลาทำหน้าเหมือนจะกัดพี่อ







