LOGIN“เร็ว รีบจับกลับมา อย่าให้ไปก่อเรื่องที่ด้านนอก” เดิมทีเห็นว่าชายหนุ่มหน่วยก้านดี สูงใหญ่เหมาะจะนำมาให้จงซื่อฝึกเป็นองครักษ์ไว้ใช้ทำงาน บุรุษข้างกายหัวเราะเสียงทุ้ม ขัดความคิดนาง
“ไม่เป็นไรขอรับ ทาสชายนั่นไม่มีแรงมากพอ ก่อนหน้านี้คงถูกทรมานมาปางตาย เห็นสลบอยู่แถวประตูเรือนด้านหลัง ข้าน้อยให้คนหามเข้าไปไว้ที่เรือนพักแล้วขอรับ” “.......” *** เซียวต้าเหรินลืมตาตื่นขึ้นในความมืด เสียงลูกคอแปดหลอดของพ่อบ้านเริ่นที่นอนด้านข้างกรนดังสนั่น แต่ชายหนุ่มกลับหลับสบาย แถมยังน้ำลายไหลยืดลงมาเป็นทาง ”นี่เขาหนีออกไปแล้วไม่ใช่รึไง? ทำไมมาโผล่อยู่เรือนพักอีกแล้วล่ะ!“ เฮ้อ ต้องโทษร่างกายเจ้าของร่างนี้อ่อนแอเหลือเกิน สะดุดล้มทีคงจะแข้งขาหักเลยละมั้ง ว่าแล้วจับเนื้อจับตัวตัวเองสำรวจไปทั่ว ตัวผอมกะหร่อง ข้าวคงไม่ค่อยตกถึงท้อง สมเป็นทาส บ่นไปก็เท่านั้น เขานึกอะไรไม่ออกเกี่ยวกับร่างนี้เหมือนกัน แต่ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ คงต้องหาทางใช้ชีวิตให้ดีต่อไป เซียวต้าเหรินชูไม้ชูมือทำท่าขึงขัง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หาของกินก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มทำท่าย่องเหมือนแมวไปตามทางเดินราวกับโจรผู้ร้ายเข้าไปในครัว เห็นเงาตะคุ่มแอบอยู่ในครัว โจร! ตัดหน้าเขาได้ไง! โจรผู้นั้นพลันเงยหน้ามาสบกับเขา แถมยังนั่งกินเปิดเผย จุดไฟสว่างโร่! อีกฝ่ายมีใบหน้าดูคมคาย ผิวค่อนข้างคล้ำ เศษแป้งขนมเปี๊ยะร่วงผล็อยจากริมฝีปาก ฟู่หมิงสะดุ้งตกใจจนของกินร่วง พอเห็นบุรุษตรงหน้าค่อยคลายใจลง “อ้าว เจ้ามาหาของกินยามนี้เช่นกันหรือ?“ ”ข้าคิดว่าเจ้าทำอะไรตก ทำย่องอยู่ตรงโถงทางเดินอยู่ตั้งนาน ทำไมเพิ่งมาถึงเล่า ออกมาก่อนข้าไม่ใช่หรือ?” “.......” คร่อกกก... ร่างสูงวูบหลับกลางอากาศไปอีกครั้ง “เป็นอะไรหรือเปล่า เฮ้ย นี่ เหมือนว่าจะวูบหลับ คงไม่เป็นไร“ ฟู่หมิงตกใจแทบตาย จู่ ๆ ชายหนุ่มดันมาล้มทับตนอย่างแรง ลองเอามืออังยังหายใจอยู่ เหมือนจะแค่หลับ คงจะเหนื่อยเกินไป ”ตื่นแล้วหรือ มาสิ เปี๊ยะไส้เนื้อสับกับผัดผักของวันนี้อร่อยมาก ข้าทำเอง ยังเหลือในซึ้งอีกหลายสิบลูกนะ“ เซียวต้าเหรินหัวเราะเฮอะฮะ เขามักจะอยากเก็บอาหารติดตัวไว้เสมอ ไม่รู้ทำไมเช่นกัน เหมือนเป็นนิสัยติดตัวร่างเดิม สองหนุ่มใหญ่หนุ่มเล็กนั่งลงแบ่งกันกินจนอิ่ม ชายหนุ่มลุกขึ้นกุมหัวมีท่าทีแปลก ๆ ฟู่หมิงรีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง ศีรษะกระแทกหรือเปล่า... มือผ่ายผอมจับของอีกฝ่ายจับฟู่หมิงไว้แน่น “นี่ที่ไหน... แล้วข้ามาทำอะไรที่นี่?” “ที่นี่จวนพักขององค์หญิงห้าอย่างไรเล่า เจ้าเป็นทาสที่เข้าจวนวันก่อน ข้ากับเจ้ากินเปี๊ยะเนื้อสับอยู่นี่ไงล่ะ ลืมแล้วหรือ?“ เขาตอบพลางมองคนตรงหน้าเหมือนเห็นตัวประหลาด คนอะไรยืนอยู่ยังหลับได้ เขาขมวดคิ้วมุ่น จำได้แล้ว ข้าเซียวต้าเหรินเป็นทาส หลังจากนั้นถูกหญิงร่ำรวยซื้อตัวมาจากพ่อค้าทาสเพราะรูปงาม ตอนนั้นถูกทุบตีจนเลือดอาบใกล้ตายรอมร่อ เคราะห์ยังดีรอดมาได้ นอกนั้นนึกอย่างไรนึกไม่ออก ทุกครั้งที่พยายามนึกเขาจะปวดหัวขึ้นมา ช่างเถิด ชายหนุ่มโยนความสงสัยทิ้งไป ให้ความสนใจกับของกินตรงหน้า มือใหญ่เริ่มห่อขนมเปี๊ยะใส่ผ้าผืนบางที่หาได้แถวนั้นอย่างคล่องแคล่ว “ได้ยินพ่อบ้านบอกว่าเจ้าคิดหนี แต่ถูกจับกลับมา แถมยังเป็นลมตรงประตูหลังจวนเสียอีก ใช่จริงเสียด้วย เมื่อกี้เจ้ายังเป็นลมอีก เจ้าคิดหนีไปที่ใด?“ ”หนีอันใด พูดไปเรื่อย ข้าเพียงเดินเล่นเท่านั้น ที่นี่มันกว้างใหญ่ขนาดนี้ ข้าแค่สำรวจลู่ทางจะได้จดจำถูก สำรวจจะได้ไม่หลงทางอย่างไรเล่า!“ เขาตบอกดังปึกเพื่อยืนยัน ”ข้าว่าเจ้าเลิกล้มความคิดนั้นเสียดีกว่า อยู่ที่นี่น่ะ ยังได้ใช้ชีวิตเป็นคน เจ้าอย่าได้หลงไปอยู่กับพวกคนรวยจวนอื่นเชียว ตายไม่รู้เรื่อง ยิ่งหน้าตาดีแบบเจ้าแล้วคงจะถูกขายเข้าหอโคมแดงเป็นแน่ เป็นบ่าวในเรือนน่ะอายุยืน เชื่อข้า“ ฟู่หมิงเข้ามาทำงานได้เกือบหนึ่งปี อยู่แต่ในโรงครัวไม่เคยเห็นองค์หญิงเลยด้วยซ้ำ แต่เขาคิดว่าพระองค์น่าจะใจดี จวนนี้ไม่ตะหนี่ บ่าวไพร่ล้วนกินดีอยู่ดี เป็นบ่าวไพร่ที่นี่ยังสุขสบายกว่ารับใช้ใกล้ชิดพวกขุนนางมาก หลายเดือนเลยกว่าที่เขาจะรู้ว่านายหญิงเป็นถึงคนในราชวงศ์ ทุกคนในจวนล้วนห้ามแพร่งพรายฐานะเจ้าบ้าน โดยเฉพาะยามออกไปด้านนอก นอกจากที่พ่อบ้านเตือนบ่าวทุกคนห้ามเข้าไปใกล้เรือนหลักใหญ่ด้านหลัง บ่าวไพร่รู้เพียงองค์หญิงห้าต้องการความสงบจึงมาซื้อเรือนไว้ที่นี่เท่านั้นแม้มีขุนนางเข้าออก แต่ภายในจวนใหญ่แห่งนี้มักเป็นพ่อบ้านเริ่นฉงกับแม่นางอิ่นเม่ยออกหน้าคอยดูแลจัดการ ทั้งสองมีคนของตนเอง พวกบ่าวที่เหลือแค่ทำหน้าที่ของตนก็พอ งานสบายเจ้านายไม่เรื่องมาก ใครไม่ชอบเล่า“ในจวนบางทีมักจะมีคนตายถูกพาออกไป ข้าไม่รู้หรอกว่าจริงหรือไม่ พวกที่ฝ่าฝืนคำสั่งน่ะไม่เคยได้กลับมา ข้าได้ยินคนอื่นพูดกัน ไม่เห็นหรือส่วนเรือนหลังมีองครักษ์เยอะมาก““นายหญิงเป็นถึงสายเลือดโอรสสวรรค์ เจ้าน่ะ ทำตัวให้ดีเถอะ แอบหนีหลายครั้งแต่ยังไม่มีใครมาทำโทษ โชคดีแค่ไหนแล้ว””คิดว่าองครักษ์พวกนั้นจะใจดี ปล่อยเจ้าหนีโดยไม่รายงานหรือไง เจ้าทำอะไร เจ้านายในจวนรู้หมดนั่นแหละ“ หนุ่มใหญ่หน้าคล้ำเตือนอย่างเป็นห่วง”พี่ชายชื่ออะไร พี่รู้มากเหมือนกันนะ ข้าอยู่นี่ตั้งหลายวันยังไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่มีใครสนใจพูดกับข้าเลย นอกจากลุงเริ่น“”ข้าฟู่หมิง ข้าถูกซื้อขายเคยเป็นทาสมาหลายปีแล้วล่ะ สุดท้ายส่งต่อมาเป็นบ่าวที่นี่ จะบอกให้ที่นี่น่ะดีที่สุดเชื่อข้า ใช่ว่าจะเข้ามาที่นี่ได้ง่ายนะ“”ข้าเชื่อท่าน เอาเช่นนี้ ต่อไปพวกเรามาเป็นพี่น้องกันดีหรือไม่ล่ะ ข้าชื่อต้าเหริน ไม่รู้ว่าตนเองอายุเท่าใดเหมือนกัน ข้าขอเป็น
“เร็ว รีบจับกลับมา อย่าให้ไปก่อเรื่องที่ด้านนอก” เดิมทีเห็นว่าชายหนุ่มหน่วยก้านดี สูงใหญ่เหมาะจะนำมาให้จงซื่อฝึกเป็นองครักษ์ไว้ใช้ทำงาน บุรุษข้างกายหัวเราะเสียงทุ้ม ขัดความคิดนาง“ไม่เป็นไรขอรับ ทาสชายนั่นไม่มีแรงมากพอ ก่อนหน้านี้คงถูกทรมานมาปางตาย เห็นสลบอยู่แถวประตูเรือนด้านหลัง ข้าน้อยให้คนหามเข้าไปไว้ที่เรือนพักแล้วขอรับ”“.......”***เซียวต้าเหรินลืมตาตื่นขึ้นในความมืด เสียงลูกคอแปดหลอดของพ่อบ้านเริ่นที่นอนด้านข้างกรนดังสนั่น แต่ชายหนุ่มกลับหลับสบาย แถมยังน้ำลายไหลยืดลงมาเป็นทาง”นี่เขาหนีออกไปแล้วไม่ใช่รึไง? ทำไมมาโผล่อยู่เรือนพักอีกแล้วล่ะ!“ เฮ้อ ต้องโทษร่างกายเจ้าของร่างนี้อ่อนแอเหลือเกิน สะดุดล้มทีคงจะแข้งขาหักเลยละมั้ง ว่าแล้วจับเนื้อจับตัวตัวเองสำรวจไปทั่ว ตัวผอมกะหร่อง ข้าวคงไม่ค่อยตกถึงท้อง สมเป็นทาส บ่นไปก็เท่านั้น เขานึกอะไรไม่ออกเกี่ยวกับร่างนี้เหมือนกัน แต่ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ คงต้องหาทางใช้ชีวิตให้ดีต่อไปเซียวต้าเหรินชูไม้ชูมือทำท่าขึงขัง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หาของกินก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มทำท่าย่องเหมือนแมวไปตามทางเดินราวกับโจรผู้ร้ายเข้าไปในครัวเห็นเงาตะคุ่มแอ
บรรยากาศเงียบสงบ เสียงปลาหลีฮื้อสะบัดน้ำผลุบโผล่ สะท้อนแสงสีส้มระยิบระยับไปกับแสงแดดอ่อนเหลืองนวล ใบบัวสีเขียวมีดอกบัวชมพูปนขาวนวล ลอยปริ่มน้ำเบ่งบานสะพรั่ง ทิวทัศน์งดงามผ่อนคลาย .....ในศาลาไม่มีคนอยู่ มีเพียงโต๊ะน้ำชาเล็ก ๆ วางอยู่ด้านข้าง หรือบางทีนางอาจชอบแบบเอาท์ดอร์?สมกับเป็นคนใหญ่คนโต อยากจะรับทาสเข้าฮาเร็มสักคน... ยังจะวางมาดเหลือเกิน... ชายหนุ่มบ่นอยู่ในใจ“เจ้ารออยู่ที่นี่ นายหญิงยังไม่ว่าง สักพักจะเข้ามา...” เขาพยักหน้ารับฟังแต่ไม่รับรู้...“ขอรับ” ร่างสูงเข้าไปนั่งเกาะราวระเบียงในศาลามองดูฝูงปลาแหวกว่ายใต้ใบบัวไปมา...รออยู่เกือบสองชั่วโมงแล้วมั้ง... ยังไม่เห็นแม้แต่ชายเสื้อผู้เป็นนาย... แถมเพิ่งกินขนมเปี๊ยะไปชิ้นเดียว แค่นี้มันพอยาไส้ที่ไหนกัน.... หิวอีกแล้ว ท้องของชายหนุ่มส่งเสียงราวกับฟ้าร้อง....เหลือบมองโต๊ะน้ำชาที่มีฝาปิดครอบไว้ตรงกลาง ด้านในมีขนมเผือกกวนวางอยู่ ของเจ้านายไหมนะ? เขาแอบหยิบแทะกินไปชิ้นหนึ่ง.... แค่ชิ้นเดียวไม่มีใครรู้หรอกน่า... ไม่เรียกว่าขโมยรออยู่นานยังไม่มีใครมา บางทีนายหญิงอาจเตรียมไว้ให้เขาก็ได้ ตรงนี้ก็มีแค่เขาคนเดียว คิดไปคิดมาเขาก็เก็บทั้งหม
ตรงกันข้ามกับโลกฮาเร็มที่เขาคิด บุรุษตัวเหม็นถูกองครักษ์หน้าตายในจวนหิ้วปีกมาโยนเข้าไปในโรงครัว “ไปทำความสะอาดเนื้อตัวซะ... จากนี้ไปเจ้าจะได้ทำงานที่นี่..” ห๋าาา... ทำงานในครัวเนี่ยนะ.. นี่มันผิดจากที่เขาคิดไปไกลเลย ไม่ใช่ว่าข้ารูปงามหรือ โอกาสสุขสบายไม่ต้องเป็นทาสของข้า นายบำเรอบ้าบออะไรกัน แม้แต่เล็บขบของนางเขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว! บ้าบอที่สุด! นี่มันต่างจากที่คิดไปไกลโขเลย แต่ต้าเหรินไม่ได้สนใจอะไรมาก หลังจากตื่นยังคงมึนงง ท้องของเขาส่งเสียงโครกคราก พ่อบ้านใหญ่เริ่นฉงที่กำลังมองดูบ่าวไพร่ในจวนจัดเตรียมวัตถุดิบ หันมามองบ่าวทาสคนใหมอย่างพิจารณา.... ใบหน้านั้นสกปรกมอมแมม แต่ยังเห็นเค้าความหล่อเหลาเจ้าสำอาง.. ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง เจ้าหนุ่มผู้นี้อาจจะได้ดิบได้ดี เข้าไปปรนนิบัติรับใช้เจ้านายจนได้ดีก็เป็นได้ คนเราไม่ควรดูถูกผู้อื่น ไม่ว่าสภาพตรงหน้าจะเหมือนขอทานแค่ไหนก็ตาม ไม่เคยเห็นนายหญิงซื้อทาสกลับจวนสักครั้ง... ไม่เป็นมิตรก็อย่าได้สร้างศัตรู ยิ่งกับคนไม่รู้ที่มา นี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครสอน เขาเห็นขุนนางเข้าออกจวนมากมาย ทั้งคนตายและคนเป็น คนฉลาดที่รู้จักโง่เท่านั้นถึ
“ไม่ใช่ว่าเหล่าพวกพ่อค้าทาสร่ำรวย จากการซื้อขายทาสหรอกหรือ? งานประมูลจัดขึ้นคราใด ได้ยินว่า เงินที่หมุนเวียนสะพัดไม่ต่ำกว่าสิบล้านตำลึงเลยหนิ” ” ข้า ข้าน้อยเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ จะไปมีเงินมากมายเช่นนั้นได้อย่างไรล่ะขอรับ นายท่าน “ เขาเพิ่งสังเกตชัดว่า แม้รถม้าจะดูธรรมดา แต่เกือกม้าของขบวนตรงหน้าไม่ใช่เหล็ก แต่กลับเป็นทองคำแท้ เหลียนก่งกลืนน้ำลายอย่างฝืดเฝื่อน คนที่จะใช้ของมีค่าอย่างทองคำมาทำเกือกม้าต้องเป็นคนชั้นสูงแค่ไหน คงต้องเป็นพวกราชวงศ์แล้ว เสียงหวานใสดังออกมาเบาๆ ราวกับเสียงระฆังเงิน “ยังอีกนานหรือไม่? “ คนในรถยื่นปลายนิ้วเรียวเล็กขาวนวล โผล่พ้นม่านออกมาเคาะกรอบหน้าต่างรถม้าเสียงเบา เพียงแค่นิ้วมือของนางเหลียนก่งยังจินตนาการได้ ว่านางคงงดงามยิ่งนัก หนุ่มใหญ่เหม่อมองเคลิ้มจนตาลอย ” เก็บสายตาของเจ้าด้วย! “องครักษ์ชักดาบพาดลำคอเขาอย่างรวดเร็ว ซวยจริง ข้าขัดใจผู้ใดไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งโรงประมูล หรือขบวนรถคันนี้ ยิ่งกว่านั้นคือคนมีอำนาจหลายฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังเขา หากทำให้แหล่งรายได้หลักของคนพวกนั้นเสียไปจนกระทบกับงานใหญ่ของเขาผู้นั้น เขาได้ตายจริงแน่ พ่อค้าทาสหลับตาทำใ
กึงงง!! ม้าสะดุ้งตกใจจนสะบัดกรงไม้พลิกคว่ำโครมใหญ่ ส่วนชายหนุ่มด้านในสลบไปอีกแล้ว.. เสียงเอะอะโวยวาย ม้าร้องลั่นต่อกันดังเป็นทอดไปทั่วบริเวณ ขบวนรถหยุดชะงักทั้งขบวน เหลียนก่งที่กำลังได้ที่ กระโดดลงมาจากรถด้านหลัง เขาวิ่งเข้ามาด้านหน้าขบวนด้วยความโมโห “พวกบ่าวสารเลว ข้าบอกให้ระวังสินค้าให้ดีไงล่ะ นี่เป็นสินค้าชั้นเลิศนะ จะให้ข้าขาดทุนให้ได้ใช่ไหม พวกโง่! “ หนุ่มใหญ่ร้องด่าไม่หยุด เขากำลังปฏิบัติกามกิจในรถอย่างขะมักเขม้น เหมือนเช่นหลายวันที่ผ่านมา ไม่ทันไร ดันเกิดปัญหาอีกจนได้ แถมยังเป็นรถม้าคันที่ไอ้ตัวปัญหาถูกขังอยู่อีก “ข้าบอกให้ระวังยังไงละวะ เดี๋ยวมันได้ตายจริงพอดี ข้าเพิ่งให้หมอหลี่รักษามันไป นี่เพิ่งจะหัววัน ใครหน้าไหนกล้ามางัดข้อกับข้าเหลียนก่งผู้นี้” โวยวายไม่ทันจบ เหลียนก่งพลันเห็นขบวนรถเกวียนม้าสามคัน มีองครักษ์ล้อมเกวียนด้านหลังสุดไว้อย่างแน่นหนา คนใหญ่คนโตที่ใดกัน ดูแล้วเป็นเพียงรถม้าธรรมดา คนด้านในไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด ถึงได้พกพาองครักษ์นับสิบคนเช่นนี้ เขาหุบปากเงียบทันที “เกิดอะไรขึ้นวะ? ทำไมคนพวกนี้ ถึงมาล้อมรถพวกเรา” ชายผู้เป็นหัวหน้าก้มตัวกระซิบกระซาบกับค
“อ่าา.......โยกเยกเป็นบ้าเลย ขับรถให้มันดีดีหน่อยไม่ได้รึไงเนี่ย? เมารถจนจะอ้วกอยู่แล้วนะ” ชายหนุ่มได้ยินเสียงเอะอะดังอยู่รอบตัว แต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก “พวกนี้ทำอะไรกันอยู่วะ หนวกหูเป็นบ้าเลย” โคตรจะมึนหัวเลยให้ตายเถอะ ร่างสูงใหญ่บ่นพึมพำในลำคอไม่กี่ประโยค ก่อนจะล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่ที่
ไฟราคะยังคงโหมกระพือ ร่างใหญ่ยักษ์ใบหน้าโฉดราวกับโจรภูเขา สาวเท้าก้าวเดินไปด้านหลังขบวน ไม่วายด่าคนในกรงที่เขาเดินผ่านตามประสาคนพาล “โชคร้ายที่พวกแกเกิดมาอัปลักษณ์แล้วยังจะจนอีก โชคดีแล้วที่เจอข้า ไปเป็นทาสบ้านพวกคนรวยไม่แน่ว่าอาจจะได้ดิบได้ดี อย่างน้อยไม่ต้องรองรับอารมณ์บนเตียงไงเล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เขาไม่คิดขายสินค้าเช่นนี้ไปในราคาต่ำแน่ แววตาพ่อค้าทาสลุกโชนไปด้วยความโลภ หลี่หยุนได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ ตัวเขานั้น ไม่ได้ดีไปกว่าเหลียนก่งสักเท่าใด ต้องมาเป็นหมออยู่ในขบวนรถค้าทาส ช่างขัดกับจริยธรรมแพทย์ของชายชราที่อยากช่วยเหลือผู้คนนัก.. แต่ครอบครัวหมอหลี่นั้นยากจน ไม่มีทางเลือก ยังดีที่มีควา







