LOGINผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แผลบนใบหน้าก็หายสนิท ฉันยืนมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองผ่านกระจก ถึงแม้ฉันจะสวย แต่ก็ไม่เคยมั่นใจว่ารูปร่างจะดี การที่พี่วินซ์อยากมีเซ็กซ์กับฉันอีกครั้งจึงมองหาเหตุผลของเขาไม่เจอ
ติ๊ง! เสียงแชทร้องเรียกให้ฉันรีบเร่งแต่งตัว ไม่ต้องหยิบมันมาดูเลยว่าเป็นแชทของใครเพราะมีคนจอดรถรอฉันอยู่ด้านหน้าอะพาร์ตเม้นต์แล้ว และเขาคงจะส่งแชทมาเร่ง
ฉันเลือกสวมใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขากระบอกธรรมดา เดินลงมาที่รถซูเปอร์คาร์คันสีน้ำเงินพร้อมกระเป๋าเป้ที่บรรจุชุดนักศึกษากับหนังสือเรียน
พี่วินซ์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ฉันหันมองซ้ายขวาดูว่ามีใครเห็นเราหรือไม่ แม้ที่นี่จะไม่มีนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันพักอาศัยอยู่ แต่เพราะเขาแต่งตัวมาเป็นจุดสนใจเกินไป สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้ม มีพร็อพเป็นแว่นตากันแดด ความหล่อเหลาของเขาเสียดแทงสายตาแม้แต่ฉันเองยังมองอย่างสนใจเลย คนอื่นก็คงไม่ต้องสืบ
"พี่น่าจะบอกเราก่อนจะมา"
"รอได้" เขายิ้มแล้วยื้อแย่งกระเป๋าเป้ของฉันไปถือให้ก่อนจะเปิดประตูรถเชื้อเชิญ
"ชิ! คล่องเชียวนะ" แอบพูดประชด เอาใจสาวดีทุกกระเบียดนิ้วถึงว่าทำไมถูกเรียกว่านักรัก
"กินข้าวก่อนไหม"
รถเคลื่อนตัวออกมาไม่นานพี่วินซ์ก็โยนคำถาม ภายในรถบรรยากาศฟุ้งไปด้วยเพลงรัก ฟังสบายและฉันก็รู้สึกผ่อนคลายเอ่ยตอบด้วยความไม่กลัดเกร็ง
"เรากินมาแล้ว แต่ถ้าพี่จะกินก็แวะได้ค่ะ"
"ถ้างั้นไม่แวะเพราะอยากกินผลไม้"
ฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง "กีวี่?"
"อือหึ"
"พี่เป็นคนตรงดีเนอะ"
"อ้อมค้อมเพื่ออะไร เสียเวลา"
"ถ้าไม่อยากเสียเวลาพี่ก็ควรบอกผลงานที่ไปทำให้เรารู้ก่อน"
"ก็ไม่มีใครไปกวนไม่ใช่เหรอ"
"พี่จัดการได้จริงๆ เหรอคะ จัดการยังไง"
"เอาเป็นว่าจัดการได้แล้วกัน"
มือใหญ่ยื่นมาจับปลายคางมนล็อกให้หยุดนิ่ง ในช่วงจังหวะที่รถติดสัญญาณไฟจราจร พี่วินซ์ก้มหน้าลงมากดจูบริมฝีปากอวบอิ่มของฉัน กดย้ำหนักแล้วทิ้งเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้รุกล้ำและไม่ได้ดูดดึงให้ฉันตื่นกลัว เพียงไม่นานเขาก็ผละออกแล้วยิ้มซุกซน
"เตรียมตัวลอกเปลือกกีวี่แล้วป้อนใส่ปากพี่ได้เลย"
"พี่มันน่ากลัวจริงๆ"
พอเห็นว่าฉันแอบสั่นก็มีเสียงหัวเราะขบขันเล็ดลอดออกจากริมฝีปากหนา พี่วินซ์ขับรถต่อ ส่วนฉันเบือนหน้าหนีมองนอกกระจกพยายามข่มความกลัว ความตื่นเต้น กดมันให้ลึกสุดเท่าที่จะทำได้เพราะฉันไม่มีทางคืนคำให้เขาสบประมาทเด็ดขาด
เราเดินจับมือกันขึ้นมาบนชั้นที่สี่สิบสอง ออกจากลิฟต์ฉันก็หยุดเดิน มองเลขชั้นที่ติดอยู่เหนือประตูลิฟต์ด้วยความแปลกใจ
"ทำไมครั้งก่อนถึงไม่ใช่ชั้นนี้คะ"
"เพิ่งนึกได้ว่าเป็นเจ้าของ ทำไมจะต้องไปอยู่แออัดกับลูกบ้านคนอื่น"
เจ้าของจะทำอะไรก็ได้ จะย้ายไปนอนชั้นไหนก็ทำได้ง่ายๆ ฉันพยักหน้ารับรู้ เดินตามหลังเขาต้อยๆ ยิ่งใกล้ถึงห้องหัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ประหนึ่งวัวที่ถูกพาตัวไปโรงฆ่าสัตว์ จะหนีก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงทำใจเท่านั้น
ปึง! เมื่อเข้ามาภายในห้องความรู้สึกและบรรยากาศที่เคยสัมผัสก็แปลกไป ห้องนี้ดูกว้างกว่าห้องเดิมของเขาหลายเท่า เขาเรียกว่าอะไรนะ.. ฉันยืนนิ่งครุ่นคิด
อ่อ เรียกว่าเพ้นเฮ้าส์ แต่กว่าจะคิดออกก็มีคนนั่งยองลงก้มถอดรองเท้าผ้าใบสีขาวให้
"ไม่ต้อง เราถอดเอง"
ห้ามไม่ทันแล้ว รองเท้าหลุดออกจากเท้าของฉันเรียบร้อย และแทบจะทันทีที่ลำตัวของฉันลอยหวือจากการโอบอุ้ม พี่วินซ์อุ้มฉันมานอนลงบนโซฟา แนบริมฝีปากเข้าด้วยกันแนบชิด ไม่เหมือนกับตอนอยู่ในรถ ครั้งนี้เขาดูดดึงและสอดเรียวลิ้นเข้ามาเล่นในโพรงปากของฉัน
"อื้อ" ฉันไม่เป็นตัวของตัวเองครางอื้ออึง จูบของเขาทำหัวสมองของฉันขาวโพลน ร่างกายอ่อนแรงและร้อนรุ่ม
อยากมากนักหรือไง ทำราวกับว่าไม่ได้ปลดปล่อยมานาน
จูบดั่งไฟหลอมละลายสติเกิดขึ้นเนิ่นนาน ฉันเคลิบเคลิ้มยากเกินจะต้านทานโอนอ่อนให้พี่วินซ์ทุกอย่าง ไม่ว่าเขาจะจับตรงไหนหรือรั้งเสื้อผ้าของฉันออกจากร่างกายทีละชิ้น ทุกอย่างเกิดจากความเต็มใจทั้งสิ้น กระทั่งเปลือยเปล่าเผยต่อหน้าเขา ฉันเม้มริมฝีปากเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอาย
ครั้งก่อนฉันมึนเมาไร้สติ ครั้งนี้มีครบถ้วนทุกอย่างกระทั่งความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย ฉันยกสองมือปิดบังเรือนร่างของตัวเอง ทว่าพี่วินซ์กลับจับมือของฉันไปวางแนบหน้าท้องลอนคลื่นของเขาที่แหวกกระดุมเสื้อเผยให้เห็น
รอยยิ้มร้ายที่ผุดพรายบนริมฝีปากหนาบอกให้รู้ว่าเขาพึงพอใจ แต่ฉันกลับรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง มือสั่น หัวใจสั่น ครั้งแรกเลยที่เคยได้สัมผัสเนื้อตัวของผู้ชายจังๆ
"อย่าข่วน"
"โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ"
ฉันคงตื่นเต้นไปหน่อยเลยรีบผละมือออก พี่วินซ์ลูบแก้มนวลบอกให้รู้ว่าเขาไม่โกรธ ก่อนจะก้มลงมาจูบเนินอกให้ฉันสั่นสะท้าน วินาทีที่เราสบตากันในระยะใกล้ พลันภาพจำบางอย่างก็แทรกทับ ฉันเคยจดจ้องดวงตาคู่นี้ในอารมณ์ไม่ต่างกันและรู้สึกได้ว่าริมฝีปากของเขาแตะต้องผิวเนื้อของฉันจนร้อนฉ่า ฉันผงกศีรษะมองไปยังจุดที่เขากำลังเล่น พี่วินซ์กำลังจูบรอยสักตรงสะโพกที่บ่งบอกตัวตนของฉัน จูบย้ำมันอยู่หลายครั้งก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นมาจูบริมฝีปากกันอีกครั้ง
"รอยสักน่ารักดี" เขายิ้ม "พี่ชอบว่ะ"
"ไม่ได้สักมาให้พี่ชอบ" ย้อนด้วยความขัดเขิน มันก็แค่รอยสักมินิมอลธรรมดามาสวยอะไรกัน
"แต่สักมาให้พี่เห็นคนเดียว"
ก็ใช่.. มีแค่เขาที่เห็น สองมือของฉันผลักดันบ่าแกร่ง ดีดดิ้นเริ่มเล่นตัว
"พี่ช้า.. เริ่มหมดอารมณ์"
"โทษที สวยไปหน่อยเลยเพลิน"
คนบ้า! ชมสวยมันดื้อๆ เนี่ยนะ
พี่วินซ์รีบร้อนขึ้นมาทันที เขาอุ้มฉันเข้ามาในห้องวางลงบนเตียง ส่วนเขาผละไปถอดเสื้อผ้า สวมใส่เครื่องป้องกันก่อนจะกลับมากดสองขาเรียวแยกกว้าง เขามองตรงนั้น แตะปลายนิ้วลงตรงช่องทางนุ่มนิ่มแผ่วเบาแล้วดึงนิ้วนั้นออกมาใช้ลิ้นปาดเลีย
ยังไปไม่ถึงไหนหัวใจก็จะวาย พี่วินซ์เซ็กซี่และร้อนแรงเกินไปเพียงแค่ขยับตัว
"ทำหน้าดีๆ ไม่เจ็บหรอก"
เชื่อได้เหรอ.. ดูท่าทางหื่นกามของเขาสิ ฉันหลับตาปี๋กัดริมฝีปากตัวเกร็งยามพี่วินซ์จัดการฉันดั่งฆาตกรคนเลือดเย็น แต่เพียงไม่นานบรรยากาศก็วาบหวาบ ร้อนสลับหนาวอยู่แบบนั้น ฉันสำลักอากาศที่หายใจเข้าออกไม่ทัน คอเจ็บเพราะครวญครางเยอะเกินไปและช่วงล่างจะพังเพราะมีคนสะบัดเอวใส่ฉันดั่งคนบ้า
ฉันมายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพี่วินซ์ เฝ้ารออย่างใจจดจ่อและตื่นเต้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ถึงคำว่าป่วยและเจ็บที่พี่เก้าพูด ห้านาทีประตูจึงแง้มอ้าออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาพี่วินซ์ตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่พบเจอว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่คงไม่เท่าฉันที่ตกใจกับสภาพของเขา"พี่เป็นอะไรคะ"ไม่รีรอจะเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาจดจ้องท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปิดกาย ผิวเนื้อของเขามันมีแต่รอยฟกช้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หน้าอก หน้าท้องและท่อนแขน ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ถึงได้เห็นชัดเจนว่าบนใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฟกช้ำเช่นกัน"กลับมาเมื่อไหร่"เขาโยนคำถามกลับมา และฉันดูออกว่าพี่วินซ์พยายามปั้นสีหน้าให้ดีอยู่"พี่ตอบคำถามเราก่อนสิว่าเป็นอะไร ที่พี่หายไป.. ไปทำอะไรมา"ใบหน้าของเขาพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าพี่วินซ์มีผลต่อความรู้สึกของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว"คือ..." มือใหญ่ยื่นมาจับมือฉัน ทว่าฉันสะบัดออก นี่ฉันน้ำตาเอ่อล้อมดวงตาขนาดนี้ ถ่อมาหาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่คิดพูดบอก นั่นหมายความว่าฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดที่จะต้องรู้เรื่องของเขา"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เราลืมไปว่าจะเ
มีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละวันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ“ไปเดินตลาดไหมวี่”พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้านฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชท
มีคนเนียนนอนที่ห้องของฉัน แม้เตียงนอนจะแค่ห้าฟุตแต่พื้นที่กลับเหลือเฟือเพราะพี่วินซ์นอนกอดฉันแน่น และได้รู้หนึ่งอย่างว่าพี่วินซ์ขี้โม้มาก เขาพูดนั่นพูดนี่ให้ฉันฟังก่อนนอน บอกว่าตัวเองชอบแข่งรถ ชอบเล่นเกม เรียนเกือบเก่ง พ่อเป็นนักการเมืองและยังสามารถกินพริกสดได้เป็นกำๆ เดี๋ยววันไหนฉันจะขอเทสต์ข้อหลังสุดสักหน่อย ทำไมได้อย่างที่โม้จะผลักไสไล่ส่งไปให้ไกลเลยน่าแปลกที่ทั้งคืนฉันกลับหลับสนิทโดยไม่อึดอัดจากการถูกโอบกอด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าท่อนแขนแกร่งก็ยังคงกอดรัดแน่น"ชอบฉวยโอกาส"บ่นงึมงำใส่คนหล่อที่ตอนหลับอย่างกับเด็กสามขวบ ดีนะที่เมื่อคืนฉันบ่นง่วงนอนเลยรอดพ้นมือของคนหื่นได้อย่างหวุดหวิด"พี่วินซ์.. ขอเราลุกหน่อย"เขาขยับตัวเป็นนอนหงายทันที "พี่มีประชุมกับฝ่ายขาย""ถ้างั้นก็ลุกสิคะ"เป็นฉันที่กระเด้งตัวจากที่นอนแล้วดึงรั้งท่อนแขนใหญ่โตให้เจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พี่วินซ์ไม่ดื้อดึง ยอมนั่งแต่โดยดี ระหว่างให้เขาหายเมาขี้ตา ฉันก็มาเตรียมผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันให้เขา ส่วนเสื้อผ้าพี่วินซ์เตรียมมาแล้ว ดูเหมือนจะมีสำรองเอาไว้ในรถตลอดเวลา"ไปค่ะ อาบน้ำแล้วไปทำงาน""คร้าบคุณวีวี่ของผม แม่พี่คงดีใจตายเลย"เ
ร้านข้าวต้มเจ้าเด็ดของพี่วินซ์คือในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ในเมื่อเคยย้ำแล้วว่าเรื่องแซ่บๆ ของเราที่เกิดขึ้นต้องเป็นความลับ ฉันเลยค้านที่จะไปกินที่นั่น พี่วินซ์จึงต้องเป็นคนไปซื้อมาให้ฉันกินบนรถผู้ชายที่อยากได้ฉันเป็นแฟนก็จัดให้ตลอดไม่มีบ่น แถมยังบริการเป่าแล้วป้อนให้ด้วย"อาย่อย" ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ ทำตาโต เคี้ยวหมดก็อ้าปากรอคำต่อไป พี่วินซ์ก็ป้อนฉันต่อเรื่อยๆ เขายิ้ม บ้างก็หัวเราะดูมีความสุขที่ให้ผู้ชายป้อนไม่ใช่ว่าฉันหลงระเริงได้ใจว่ามีคนมาเอาใจหรอกนะ การกระทำที่พิสูจน์ความจริงใจคือการเอาใจใส่ ฉันกำลังดูว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาตอแหลแกล้งทำหรือไม่"พี่.. มีอะไรกับคนอื่นนอกจากเราไหม"แค้กๆๆ พี่วินซ์สำลักน้ำเปล่าที่กำลังกระดกดื่มหลังจากที่กินข้าวต้มเหลือจากของฉัน เขาปิดฝาขวดน้ำ ส่ายหน้าพรืด"ตั้งแต่มีอะไรกับน้อง.. พี่ก็หลอกน้องมาเย็บคนเดียวเลยครับ""เหรอ.. ไม่น่าเชื่อ"ฉันจ้องหน้าเขาพยายามจับผิด ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงห้ามไม่ได้ ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่คำตอบดันไปในทิศทางที่ดีเกินคาด"เป็นคนซื่อๆ.. ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรไม่น่าเชื่อหรอก ลองรักดูไหม แล้วจะ..""อุ๊ย! สายแล้วเราไป
ช่วยด้วยฉันพลาดท่าพี่วินซ์!!เพราะมัวแต่หัวใจเต้นและครุ่นคิดกับประโยคนั้นของเขา รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกคนกึ่งเปลือยโอบอุ้มขึ้นมานอนบนโซฟา มอมเมาหัวสมองของฉันด้วยจูบเร่าร้อนแล้วจัดการดั่งคนบ้าเหมือนที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าท้องฟ้ามืดสนิทและฝนเทลงมาสร้างบรรยากาศให้เป็นใจ ในเมื่อพลาดไปแล้ว ฉันเลยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสกอบโกยความฟินมันเสียเลย"น้องกีวี่ ซี้ด!"พี่วินซ์บีบขยำก้นของฉัน แหงนเงยใบหน้าส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเขาสุขสมแค่ไหน ไม่นานฉันก็เป็นฝ่ายกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งบ้าง พี่วินซ์เองก็ตามมาติดๆ อีกครั้งฉันทิ้งตัวนอนทาบทับเขา ออนท็อปครั้งแรกทำฉันล้าไปทั้งขาและหมดเรี่ยวแรง"โคตรเก่งเลยว่ะ"พี่วินซ์โอบกอดฉัน ลูบหัวและแผ่นหลังช่วยให้ฉันผ่อนคลาย ฉันเขินที่เขาชม แต่ขอฉันรวบรวมแรงฮึดก่อนนะ จะฟาดเขาให้ตายเลย นี่มาทำเล็บนะ นอกจากเล็บจะไม่ได้ทำ ดันเย็บกันจนยับ ฉันจะคิดเงินคูณห้าสิบ ยังไงก็ห้าสิบ"หิวข้าวได้ยัง""หิว""ป่ะ กินกันเถอะ"เขาขยับสะโพกช้าๆ ฉันเลยต้องรีบหยัดตัวขึ้นใช้เล็บข่วนหน้าอกแกร่งเพราะทำท่าจะเสียรู้คนหื่นอีกหน"ไม่กิน เราจะกลับ พี่หลอกเรามาได้ยังไงเนี่ย"หมับ! พี
[Winz Part]ไอ้เก้าบ่นเหงาผมเลยชักชวนมันมานั่งดื่มด้วยกันที่ผับเพราะผมเองก็ชักจะเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ผมมองไปยังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มีหนึ่งคนยิ้มให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบพร้อมกับที่เท้าถูกปลายเท้าของไอ้เก้าสะกิด"จะดีลเหรอวะ""ไม่ว่ะ" ผมเบือนหน้ากลับมามองผู้คนที่เต้นกันอยู่ตรงหน้า"แปลก ปกติมึงเก็บเรียบตลอด เครียดเคลียร์งาน?""งานเคลียร์จบแล้ว เฉียดเกียรตินิยมขนาดนั้นเอาไรมาเครียดวะ กูก็แค่เบื่อๆ""มึงเล่นงานคนซะยับยังมีอะไรให้น่าเบื่ออีกเพื่อน"ท่อนแขนของไอ้เก้าพาดผ่านบ่าของผม ก่อนจะหยิบแก้วเหล้ามาชนกัน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งๆ เกี่ยวกับการจัดการคนให้มังกร รวมถึงจัดการคนในฝั่งของผมเริ่มจากผู้หญิงที่อดีตเคยเป็นลูกบ้านในคอนโดมิเนียม เธอถูกลูกน้องของผมนำหลักฐานเมื่อครั้งเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วสูบบุหรี่ ข่มขู่เธอไปว่าถ้าไม่อยากให้ภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่ก็เลิกวุ่นวายกับกีวี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็หายไปทันทีส่วนไอ้บาสหลานชายนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเล่นงานมันคงต้องทำอะไรให้รัดกุมและหลักฐานชัดเจน ผมจึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเจาะและเสาะหาจนพบว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน







