بيت / รักโบราณ / set : เจ้าขา / ตอนที่1 ท่านอ๋องเจ้าขา ชายามาแล้ว

مشاركة

ตอนที่1 ท่านอ๋องเจ้าขา ชายามาแล้ว

last update تاريخ النشر: 2025-03-26 01:47:21

"ฮือๆ คุณหนู...ไม่ใช่สิ...พระชายา...ฮือๆ...ท่านฟื้นสิเจ้าคะ" 

"ฮือๆ...พระชายา...ได้โปรดอย่าจากบ่าวไปเลยเพคะ....ฮือๆ" เสียงร่ำไห้ของสตรีดังขึ้น จนทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงขมวดคิ้วหน่อยๆเนื่องจากรำคาญ จึงพูดว่า "ไอ้โบตั๋น ไอ้องุ่น ร้องไห้หาพระแสงอะไรวะ คนจะหลับจะนอน รำคาญโว้ย!" 

สตรีทั้งสองที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญ จึงหันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึงก่อนจะส่งเสียงอย่างดีใจว่า "พระชายา ท่านฟื้นแล้ว..ท่านยังไม่ตาย..บ่าวตกใจแทบแย่" 

"ฮึก...ฮือๆ...พระชายาท่านอย่าทรงทำเช่นนี้อีกนะเพคะ ถ้าหากไม่มีท่าน บ่าวก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วเพคะ" สตรีรูปร่างอวบเอ่ยขึ้น 

"พระชายา...ฮือๆ...ข้าสงสารท่านยิ่งนัก" สตรีร่างบางร่างผอมเอ่ยขึ้น 

"โอ๊ย คนจะหลับจะนอนร้องไห้อยู่ได้ เป็นบ้าอะไรฮะ ญาติใครเสียหรือไง!" ฉันที่นอนหลับอยู่บนเตียงรู้สึกหงุดหงิดสุดๆจึงตะโกนออกมา คนยิ่งแฮงค์ๆอยู่ ยัยสองคนนั้นไม่แฮงค์บ้างหรือไง มาโวยวายอะไรกันแต่เช้าเนี่ย:⁠-⁠( 

"พระชายาเพคะ...ท่านอย่าได้กริ้วเลยเพคะ บ่าวไม่พูดแล้ว" สตรีร่างอวบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียงสั่นเครือ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะเงียบและปล่อยให้นายของตนหลับ 

เวลาต่อมา 

"หาว~" ฉันบิดขี้เกียจก่อนจะลืมตาช้าๆ รู้สึกถึงอาการปวดหัวหน่อยๆ ต้องเป็นเพราะเมื่อคืนดื่มเยอะไปแน่ๆ ฉันจึงค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง 

"พระชายาท่านฟื้นแล้ว" สตรีร่างอวบยิ้มแย้มแล้วรีบเดินมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเตียง

"เธอเป็นใครล่ะเนี่ย" ฉันถามพลางมองสำรวจคนตรงหน้าก่อนจะหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า "เธอเป็นพนักงานของที่นี่เหรอ อืม ชุดสวยดีไม่ไก่กา ที่นี่ใช้ได้แฮะ" 

"พระชายา ท่านตรัสอะไรเพคะ บ่าวไม่เข้าใจ" 

"แน่ะๆ คำพูดคำจาโบราณเสียด้วย...ว่าแต่เธอเห็นเพื่อนของฉันไหม ผู้หญิงสองคนที่นอนอยู่บนเตียง ตรงนั้น" ฉันชี้ไปยังตำแหน่งของเตียงที่เมื่อคืนโบตั๋นกับองุ่นนอนอยู่ แต่ก็พบว่าไม่มีเตียง มีแค่โต๊ะเก้าอี้กับกาน้ำชาที่วางอย่างสวยงามเท่านั้น 

"เฮ้ย!" ฉันลุกพรวดด้วยความตกใจ แล้วหันมาถามพนักงานงานที่อยู่ในชุดจีนโบราณว่า "เพื่อนฉันล่ะ เพื่อนฉันอยู่ที่ไหน!!!"

"พระชายา" สตรีในร่างอวบทำหน้าซีด ก่อนจะลงไปนั่งคุกเข่าแล้วหมอบลงแทบเท้า สตรีร่างผอมที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฉัน 

"พระชายาโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ" 

"พระชายาบ้าบออะไรของพวกเธอ เลิกเล่นกันได้แล้ว และบอกฉันมาว่าเพื่อนของฉันอยู่ที่ไหน!!" ฉันตะโกนด้วยความโมโห สองคนตรงหน้าตัวสั่นเทาไม่กล้ามองหน้าไม่กล้าพูดอะไร 

"ถามก็ตอบสิ" 

"พระชายา...."

"โอ๊ย พระชายาอะไรอีกล่ะ เอ๊ะ...." ฉันที่โมโหอยู่หยุดชะงักทันที พลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่ฉันได้ป้ายหยกของอ๋องอะไรสักอย่างนั่นมา นี่ต้องเป็นแผนของพวกมันที่แกล้งฉันเล่นแน่เลย เล่นใหญ่ไปไหมเนี่ย ฉันเหลือบมองคนทั้งสองที่กำลังหมอบกราบตัวสั่นเทา ยัยโบตั๋นกับยัยองุ่นไปหานักแสดงมาจากไหนเนี่ย เล่นสมบทบาทจริงๆ จ้างร้อยเล่นล้าน อืม แบบนี้ก็ต้องจ้างท่านอ๋องอะไรนั่นด้วยสิ คิดได้ดังนั้นฉันจึงหัวเราะออกมา "คิกๆ" เล่นตามน้ำหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวยัยสองคนนั้นจะเสียใจ 

"พวกเธอสองคนชื่ออะไร" 

"เอ่อ...หม่อมฉันชื่อจู..จู...เจ้าค่ะ...เอ่อ...เพคะสตรีร่างอวบตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา 

"หม่อมฉันชื่อ...เสี่ยวฮวาเพคะ" สตรีร่างผอมตอบ 

"โอเค...จูจู เสี่ยวฮวา พวกเจ้าลุกขึ้นเถิด" ฉันลุกขึ้นไปพยุงทั้งสองคน แต่เมื่อไปใกล้ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อยและมีท่าทีหวาดระแวง 

"เป็นอะไร หืม กลัวอะไรเหรอ" 

"ไม่มีเพคะ" สองคนตอบพร้อมกัน แล้วลุกขึ้นตามแรงดึงของเจ้านายสาว ทั้งสองลอบส่งสายตาให้กันเพราะรู้สึกว่าเจ้านายของตนดูแปลกไป 

"หิวข้าวแล้วอ่ะ ที่นี่มีร้านสะดวกซื้อไหม อยากกินแฮมเบอร์เกอร์อ่ะ" ฉันถามเสี่ยวฮวากับจูจู ทั้งสองมองหน้าฉันแล้วร้องไห้ออกมาพร้อมกับคุกเข่าลง "ฮือๆ...พระชายา...ท่านพูดจาแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วนะเพคะ" เสี่ยวฮวาพูด 

"พระชายา...ฮึก...ท่านไม่สบายตรงไหน...บ่าวจะตามท่านหมอมาให้เพคะ" จูจูพูด 

"อะไรล่ะเนี่ย...พอๆปวดหัว" ฉันห้ามทั้งสองคนที่กำลังร้องไห้ ก่อนจะรีบวิ่งออกมาจากห้องเพราะทนนักแสดงสองคนนี้ไม่ไหว เอะอะก็ร้องไห้ เอะอะก็คุกเข่า และต้องการจะไปหาโบตั๋นกับองุ่นซึ่งต้องซ่อนตัวแอบดูฉันอยู่แน่ๆ

พอวิ่งออกมาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อที่พักไม่ได้เป็นแบบเดิมแล้ว ที่นี่แต่งอย่างงดงามหรูหราราวกับวังที่ฉันเห็นในซีรี่ส์ มีสวนดอกไม้ มีศาลาจีน และเรือนต่างๆที่ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นระเบียบ 

"พระชายา...ท่านโดนกักบริเวณอยู่นะเพคะ...พระชายา...แฮ่กๆ...ถ้าท่านอ๋องทราบ...เดี๋ยวท่านอ๋องจะกริ้วนะเพคะ" จูจูหอบแฮ่กๆวิ่งตามมาจากด้านหลัง 

"พระชายา...ท่าน...ได้โปรดหยุดวิ่งเถิดเพคะ" 

"โอ๊ย เลิกตามได้แล้ว เลิกเล่นได้แล้ว เหนื่อยโว้ย" ฉันตะโกนลั่น แล้ววิ่งหนี แต่สองคนนั้นยังคงวิ่งตามไม่ หยุด ทุ่มเทกับงานมากจริงๆ ฉันล่ะนับถือ(⁠T⁠T⁠) 

"ไอ้องุ่น ไอ้โบตั๋น พวกแกออกมาเลยนะ ฉันไม่เล่นแล้วโว้ย" ฉันร้องเรียกเพื่อนทั้งสอง 

"พระชายา...ท่านอย่าตะโกน...เดี๋ยวท่านอ๋องได้ยินนะเพคะ...แฮ่กๆ" เสี่ยวฮวาเตือนเจ้านายของตนด้วยเสียงหอบเหนื่อย 

"ท่านอ๋องอะไรอีกล่ะ เล่นไม่เลิกนะพวกเธอเนี่ย ไอ้สองคนนั้นจ้างมาเท่าไหร่ฉันให้สองเท่าเลย" ฉันหันหลังไปตอบเสี่ยวฮวาพร้อมกับวิ่งไปด้วย จากนั้นก็หันมาตะโกนเรียกเพื่อนทั้งสองคนอีกครั้ง "ไอ้องุ่น ไอ้โบตั๋น ถ้าพวกแกยังไม่ออกมา ฉันจะโกรธจริงๆแล้วนะ" 

"ไอ้องุ่น ไอ้โบตั๋น~"  

"พวกแก...ฉันโกรธจริงๆแล้วนะ!!" ฉันพูดด้วยความไม่พอใจ เมื่อเรียกพวกมันเท่าไหร่พวกมันก็ไม่ยอมออกมา 

"พระชายา...โปรดระงับโทสะเพคะ" 

"พระชายา กลับกันเถิดเพคะ เดี๋ยวท่านอ๋องจะทรงกริ้ว" จูจูกับเสี่ยวฮวายังคงวิ่งตามและพูดคำพวกนี้ไม่หยุด 

"ท่านอ๋องอะไรอีกล่ะ จะโกรธก็โกรธไปสิ พูดถึงอยู่ได้ น่ารำคาญ" ฉันหันไปพูดกับจูจูกับเสี่ยวฮวา จากนั้นจึงหันหน้ามาเพื่อวิ่งต่อ "โอ๊ย" ฉันร้องเมื่อรู้สึกว่าตัวเองชนเข้ากับอะไรสักอย่างที่แข็งราวกับหิน จนฉันซวนเซล้มลงที่พื้น

"พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่!" เสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจพูดขึ้น 

"ทะ...ท่านอ๋อง" เสี่ยวฮวาและจูจูร้องเรียก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสี่ยงสั่นเทาว่า "คะ...คาราวะท่านอ๋องเพคะ" แล้วจากนั้นจึงคุกเข่าหมอบกราบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง 

"หึ...ใครให้เจ้าออกมาเพ่นพ่านอยู่ข้างนอก" เสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยอำนาจดังขึ้น บรรยากาศพลันอึมครึม ฉันจึงลุกขึ้นยืนพลันมองหน้าคนพูด 'โอ้ มายก็อด คือมาหล่อคักหล่อแหน่แท้สู ยัยเพื่อนรัก ฉันไม่โกรธพวกแกแล้วค่า อิอิ คิ้วดั่งกระบี่ ตาเรียวแต่แฝงไปด้วยอำนาจ จมูกได้รูป ริมฝีปากหยัก ใบหน้าสันเป็นคม ก็หล่อแบบตะโกนไปเลยสิคะ'

"เปิ่นหวางกำลังถามเจ้าอยู่นะ" เสียงดุดันของบุรุษตรงหน้าพูดขึ้นอีกครั้ง พลางขมวดคิ้วจ้องหน้าสตรีตรงหน้า 

"โธ่...คนหล่อคะ...อย่าดุสิคะ...หลินหลิน...หลินหลิน...กลัวง่า~" ฉันดัดเสียงให้อ่อนหวานพลางบิดตัวไปมา แล้วใช้นิ้วชี้ทั้งสองจิ้มเข้าหากัน 

".........." เขาไม่พูดอะไร ได้แต่มองสตรีตรงหน้าแล้วเหยียดยิ้มดูว่าเจ้าหล่อนจะมาไม้ไหน 

"คุณชื่ออะไรเหรอคะ ฉันชื่อหลินหลินค่ะ" ฉันยื่นมือไปตรงหน้าเขาหวังให้เขาจับมือกลับ แต่เขายังคงเงียบและจ้องหน้าฉันอยู่เหมือนเดิม ฉันจึงถามเขาต่อว่า "มีอะไรติดหน้าหลินหลินเหรอคะ ทำไมคุณถึงเอาแต่มองล่ะ" ฉันพูดจบก็ลูบใบหน้าของตัวเองแล้วทำหน้างง

"หึ" เขาแค่นเสียงให้กับความเสแสร้งของสตรีตรงหน้า 

"ทำแบบนี้หมายความว่าไง" ฉันถามเพราะเริ่มจะไม่พอใจบ้างแล้ว ดูสายตาที่มองด้วยความเหยียดหยามนั้นสิ เหอะ หล่อแต่นิสัยไม่ดี ไม่มีมารยาท ให้ตายอีหลินหลินคนนี้ก็ไม่เอา ชิ มีดีแค่หน้าตาจริงๆ:⁠-⁠( 

"เปิ่นหวางกักบริเวณเจ้าอยู่ เจ้าออกมาเพ่นพ่านเช่นนี้...แม้แต่คำพูดของเปิ่นหวานเจ้าก็ไม่ฟัง เจ้าไม่กลัวเปิ่นหวานลงโทษเจ้าหรือ!" เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและยื่นมือมาบีบคอฉัน 

"ท่านอ๋อง...ท่านอ๋องเพคะ" จูจูร้องเรียกแล้วร้องไห้เสียงดัง 

"ไอ้บ้านี่ จะฆ่ากันให้ตายเหรอไงวะ" ฉันสบถแล้วใช้แรงดึงแขนเขาออก แต่ไอ้คนบ้านี่เหมือนมันจะไม่ขยับเลย และเขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นเมื่อได้ยินฉันสบถใส่ ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยโทสะ แล้วพูดด้วยเสียงดุดันว่า"กล้าด่าเปิ่นหวาง...สตรีเช่นเจ้ามีกี่ศีรษะกัน" 

"แค่กๆ...ปล่อยนะโว้ย...ไอ้คนบ้า...จะตายแล้วนะ แค่กๆ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...เขาจะฆ่าคนแล้ว" ฉันแค่นเสียงออกมา ใบหน้าแดงจนเกือบจะม่วงเพราะหายใจไม่ออก แต่ไม่มีใครสังคนขยับเลย มีแต่เสียงร่ำไห้ของจูจูกับเสี่ยวฮวาที่ร่ำไห้ "ท่านอ๋อง...ฮือๆ...โปรดระงับโทสะด้วยเพคะ" จูจูโขกศรีษะดังโป๊กๆจนมีเลือดไหล  

"ท่านอ๋องเพคะ...ทรงปล่อยพระชายาเถิด...เป็นความผิดของบ่าว...ที่ไม่ได้ดูแลพระชายาให้ดีเพคะ" เสี่ยวฮวาร้องไห้พร้อมกับโขกศีรษะจนมีเลือดไหลเช่นกัน 

"หึ" เขาแค่นเสียงแล้วปล่อยฉัน ฉันยืนสูดหายใจ โอ๊ย จะเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะ ฉันโมโหแล้ว 

"ไอ้ชาติชั่ว รังแกผู้หญิง ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับแก" ฉันชี้หน้าด่าเขา ก่อนจะเดินเข้าไปตบหน้าเขาแต่เขาจับข้อมือไว้แล้วพูดว่า "บังอาจ!!" 

"ฮือๆ...พระชายา...หยุดเถิดเพคะ" เสี่ยวฮวากับจูจูลุกขึ้นมากอดฉันไว้แล้วพยายามทำให้ฉันคุกเข่าลง "ท่านอ๋องกริ้วแล้ว...พระชายาเพคะ...ท่านรีบสำนึกผิดเถิดเพคะ" เสี่ยวฮวารีบร้องบอก 

"สำนึกผิดบ้าอะไร ไอ้บ้านั่นมันบีบคอฉันนะ" ฉันตะคอกเสียงดังแล้วสะบัดจูจูกับเสี่ยวฮวาออก

"เจ้าอยากโดนตัดศีรษะหรือไร ถึงกล้าหมิ่นเกียรติเปิ่นหวางเช่นนี้" เขาเดินเข้ามาแล้วหยิบดาบขององครักษ์ชี้มาที่ฉัน 

"ฮือๆ...พระชายา...ท่านรีบคุกเข่า...ท่านรีบขอร้องท่านอ๋องสิเพคะ...ฮือๆ..." เสี่ยวฮวากับจูจูร้องไห้รีบมาดึงฉันอีกครั้ง 

"ก็แค่ดาบปลอมๆ คิดว่ากลัวเหรอ" ฉันเท้าสะเอวตะโกนแล้วยื่นมือไปปัดดาบเล่มนั้น "ว้าย" ฉันมองเลือดที่ไหลลงมาจากฝ่ามือของตน 

"นะ...นี่....นี่...ดาบจริง...มันคือดาบจริง..." ฉันเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา

"เสแสร้งอะไรอีก" เขาพูดพร้อมมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาล้ำลึก

"ที่นี่คือที่ไหน...ฮือๆ...ฉันอยู่ที่ไหน..." ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้ฉันสับสน ฉันมองผู้คนและสถานการณ์ตรงหน้า พลันรู้สึกว่าโลกทั้งโลกคล้ายจะถล่มลงมา 'นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในยุคจีนโบราณจริงๆเหรอ' เพราะถ้าจะบอกว่าเพื่อนแกล้ง ยังไงก็คงไม่ใช้ดาบจริงอยู่แล้ว

"ทำไม เจ้าอยากตายไม่ใช่หรือ เปิ่นหวางจะสนองความต้องการให้เจ้าเอง" เขาเหยียดยิ้มมองสตรีตรงหน้าแล้วเดินเข้ามาช้าๆ 

"ตายเหรอ...ถ้าตายแล้ว...ฉันจะได้กลับไปใช่ไหม" ฉันพูดอย่างเหม่อลอย น้ำตาไหลรินๆช้าๆแล้วหลับตา จากนั้นจึงลืมตาแล้วมองเขาด้วยสายตาจริงจัง 'ถ้าฉันตาย ฉันอาจจะได้กลับไป' เมื่อคิดได้อย่างนั้น ฉันจึงยิ้มแล้วยื่นมือไปจับปลายดาบโดยไม่สนว่าดาบจะบาดมือตัวเองจนบาดเจ็บแค่ไหน แล้วดึงดาบแทงเข้ามาที่หัวใจตน

"พระชายา" จูจูกับเสี่ยวฮวาตะโกนลั่น ส่วนเขาก็นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะมองความเปลี่ยนแปลงของสตรีตรงหน้า 

"ไอ้คนสารเลว ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย" นี่คือคำพูดครั้งสุดท้ายของฉัน ก่อนที่สติจะดับวูบไป 

"หึ คิดจะไปจากเปิ่นหวาง...ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถเช่นนั้นหรือไม่" เขาแค่นเสียงแล้วเดินมาสกัดจุดนาง เพื่อไม่ให้เลือดไหลหมดตัวตายเสียก่อน จากนั้นจึงอุ้มนางขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของพวกบ่าวไพร่ 

"ตามหมอหลวง" เขาเอ่ยด้วยเสียงดุดัน ทุกคนจึงได้สติแล้วรีบย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • set : เจ้าขา   ตอนที่0 ตอนพิเศษ

    ครึ่งปีต่อมา ราษฎรต่างพากันเดินทางมายังชายแดนของแต่ละแคว้น เนื่องจากในวันนี้จะมีการลงนามสัญญาสงบศึกของทั้งสามแคว้น ซึ่งเริ่มจากแคว้นหลงที่ฮ่องเต้เฟยหรงส่งพระราชสาส์นมายังฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยต้าและแคว้นซีฮัน โดยเนื้อหาสำคัญก็คือการที่ราษฎรของทั้งสามแคว้นอยู่เป็นสุข ไม่ต้องรับความเดือดร้อนใดๆจากสงครามระหว่างแคว้นอีกต่อไปแล้ว "ไฮ~" โบตั๋นโบกไม้โบกมือให้ราษฎรที่มารอชมฉากสำคัญของประวัติศาสตร์ระหว่างสามแคว้น โดยตอนนี้ฮ่องเต้เฟยหรงและโบตั๋นยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างแคว้น แค่ก้าวมาอีกก้าวเดียวก็จะเป็นแคว้นเว่ยต้ากับแคว้นซีฮันแล้ว"โบกมือเป็นนางงามเลยนะแก คิกๆ" หลินหลินที่ยืนอยู่กับท่านอ๋องเซียวหรงอยู่ที่ด้านหลังฮ่องเต้พูดแล้วหัวเราะเบาๆกับท่าทางของเพื่อน"คิกๆ" องุ่นที่ยืนอยู่กับแม่ทัพจางเหว่ย และยืนอยู่ด้านหลังฮ่องเต้แคว้นซีฮันหัวเราะเพื่อนทั้งสองเบาๆ "เริ่มพิธี" เสียงขันทีแคว้นหลงประกาศ ฮ่องเต้เฟยหรงจึงก้าวข้ามเขตแดนของตนมายืนอยู่ในเขตแดนของทั้งสองแคว้น ฮ่องเต้ทั้งสองเห็นอย่างนั้นจึงก้าวข้ามเขตแดนของตนด้วย ทั้งสามแคว้นหยุดอยู่ตรงกลางซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างแคว้นทั้งสาม ก่อนจะทำการจุดธู

  • set : เจ้าขา   ตอนที่9 ฮ่องเต้เจ้าขา ฮองเฮามาแล้ว

    หลังจากกลับวัง พวกเราก็รีบเข้าห้องมาอาบน้ำ ฉันอาบก่อนแล้วให้เขาอาบทีหลัง โดยฉันไปค้นกระเป๋าแล้วหยิบดิลโด้ที่พกมาด้วยมาเตรียมไว้ จากนั้นจึงแต่งหน้าด้วยความรวดเร็ว ปล่อยผมยาวสยาย แล้วเอาถุงน่องตาข่ายสีดำมาสวมครึ่งขา ก่อนจะมานอนอยู่บนเตียงเพื่อรอเขา "ฝ่าบาทเพคะ~" ฉันร้องเรียกเขาแล้วนอนโพสท่าราวกับนางแบบในนิตยสาร18+ โดยนอนตะแคงข้างพร้อมโชว์ก้นขาวจั๊วแล้วทำสีหน้ายั่วยวน เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกลืนน้ำลายลงหนึ่งอีก แล้วพูดว่า "เจ้ายั่วยวนเราเก่งนัก" เขาพูดจบก็ใช้มือบีบก้นฉันเบาๆ "ฝ่าบาทเคยเห็นสิ่งนี้ไหมเพคะ" ฉันหยิบดิลโด้ขึ้นมาพร้อมเปิดสั่น"อย่าเพิ่งสิเพคะ...ฝ่าบาทดูนี่เสียก่อน" "มันคืออะไร" เขาถามดวยความสงสัย "ฝ่าบาทว่า...สิ่งนี้มันดูเหมือนอะไรหรือเพคะ" ฉันถามยิ้มๆ "Banana ของเรา" "คิกๆ ใช่เพคะ" ฉันหัวเราะ ก่อนหันหน้ามาแยกขาออกกว้างแล้วใช้ดิลโด้ถูไถกลีบกุกลาบ "อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ" ฉันครางพร้อมทำหน้ายั่วยวน ก่อนจับนิ้วมือเขามาดูดเลีย "เจ้า" เขาพูดได้แค่นั้นก็ยิ้มมุมปากมองฉันอย่างชอบใจ แล้วจับใบหน้าฉันให้หันมาจูบเขา เข้าใช้ลิ้นสอดเข้ามาดูดรักพันเกี่ยวอย่างเร่าร้อน "จ๊วบๆ จ๊วบ" จากนั้

  • set : เจ้าขา   ตอนที่8 ฮ่องเต้เจ้าขา ฮองเฮามาแล้ว

    สองวันต่อมา วันนี้เป็นวันที่เดินทางไปชายแดน โดยการเดินทางครั้งนี้ไปแบบลับๆ มีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ในระหว่างทางฝ่าบาทก็จะคอยสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้านว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยไม่ได้บอกว่าตนเป็นผู้ใด เพียงบอกว่ามาจากพระราชวังเท่านั้น "เราอยากให้สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสามแคว้นสิ้นสุดลงสักที" เขาเอ่ยด้วยเสียงกลัดกลุ้ม เนื่องจากตลอดทางที่มาแม้จะพูดถึงเรื่องภัยธรรมชาติ แต่ส่วนใหญ่แล้วพูดถึงสถานการณ์ของสามแคว้น "แล้วฝ่าบาทคิดจะทำเช่นใดเพคะ" "ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะสงบศึก...จะมีอะไรสำคัญไปกว่าราษฎรของเราอีกล่ะ" "ฝ่าบาทก็ทำให้เป็นจริงสิเพคะ ไม่แน่ว่าแคว้นอื่นๆก็อาจจะเช่นเดียวกับฝ่าบาท" ฉันยื่นมือไปกุมมือเขา "หากเป็นเช่นนั้นจริงๆก็ดียิ่ง เราจะเป็นผู้เริ่มส่งหนังสือสัญญาสงบศึกก่อน" "ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง" ฉันยิ้มกว้างและเกาะแขนเขาอย่างออดอ้อน หกวันต่อมา เดินทางมาหลายวันในที่สุดพวกเราก็มาถึงชายแดน วังของฝ่าบาทที่ชายแดนก็ยังคงงดงามวิจิตดังเช่นพระราชในเมืองหลวงเพียงแต่เล็กกว่าเท่านั้น ยังมีความสะดวกสบายอยู่เช่นเดิม สิ่งแรกที่ฉันทำคืออาบน้ำเพราะในระหว่างเดินทางได้อาบน้ำไม่กี่ครั

  • set : เจ้าขา   ตอนที่7 ฮ่องเต้เจ้าขา ฮองเฮามาแล้ว

    วันต่อมา ยามอู่ (11.00 - 12.59 น.) ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็แฝงไปด้วยความฟิน บอกตรงๆว่าคิดไม่ผิดที่เลือกเขา>⁠.⁠⁠.⁠จากนั้นฉันก็อาบน้ำ แต่งตัว และกินข้าว ก่อนจะเดินออกจากตำหนักของฝ่าบาทและไปตำหนักฮองเฮา ในระหว่างทางที่เดินก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังตะโกนโห่ร้อง"นั่นเสียงอะไรน่ะ" ฉันถามหมิงจู "น่าจะเป็นเสียงฝึกยิงธนูของราชองครักษ์เพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าฝ่าบาททรงเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยเพคะ" "ยิงธนูเหรอ...น่าสนุกแฮะ" ฉันยิ้มกว้าง จากนั้นจึงเดินไปตามเสียง ก็มาถึงลานกว้าง ที่รอบด้านทำเป็นที่นั่งล้อมรอบเหมือนอัฒจันทร์ มีเป้าธนูขนาดกลางวางเร

  • set : เจ้าขา   ตอนที่6 ฮ่องเต้เจ้าขา ฮองเฮามาแล้ว

    ฉันกับองค์หญิงเฟยเจินนั่งรอฝ่าบาทอยู่ในตำหนัก เราต่างก็รู้สึกกังวล กลัวว่าฝ่าบาทจะได้รับบาดเจ็บ เพราะด้านนอกคงมีเสียงของการต่อสู้อยู่"ทำไมเสด็จพี่เฟยฉีต้องคิดก่อกบฏด้วย...ฮือๆ...เสด็จพี่เฟยหรงทรงดีต่อท่านมากแท้ๆ" องค์หญิงเฟยเจินร้องไห้ "เฮ้อ" ฉันถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะปลอบใจอย่างไร จึงได้แต่กอดปลอบองค์หญิงเฟยเจินพร้อมกับลูบหลังเบาๆ "ฮือๆ...ฮือๆ..." สองชั่วยามต่อมา ฝ่าบาทเดินเข้ามาในตำหนักด้วยชุดที่เปื้อนเลือด "เสด็จพี่" องค์หญิงเฟยเจินวิ่งเข้าไปกอดฝ่าบาทพร้อมกับร้องไห้โฮ "เจ้าอย่าร้องไห้เลย พี่ชายอย่างข้าเจ็บปวดหัวใจนัก...องค์หญิงของข้าเหมาะกับรอยยิ้มนะรู้หรือไม่" ฝ่าบาทลูบหัวองค์หญิงเฟยเจินอย่างแผ่วเบา ก่อนจะบอกข้ารับใช้ให้พาตัวองค์หญิงกลับตำหนัก หลังจากที่องค์หญิงเฟยเจินเดินออกไปแล้ว ฉันก็มองสำรวจเขาว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ "ฝ่าบาท..." ฉันเรียกเขาแล้วกอดเขาไว้ ก่อนจะร้องไห้เสียงดัง"หม่อมฉันกลัวว่าพระองค์จะ...ฮือๆ" "เจ้าห่วงใยเราขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน หืม?"เขาถามเสียงเรียบแต่มีแววหยอกล้อในน้ำเสียง "ฮือๆ..." ฉันทุบอกอกเขาแล้วมองเขาด้วยความโกรธแล้วพูดต่อว่า "เมื่อครู่หม

  • set : เจ้าขา   ตอนที่5 ฮ่องเต้เจ้าขา ฮองเฮามาแล้ว

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่สระบัวด้านหลังวัง และกำลังยืนรอใครบางคนอยู่ "เจ้ามาแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยด้วยความดีใจ เขาก็คือองค์ชายเฟยฉีนั่นเอง "ข้าจะลงมือคืนนี้" ฉันยิ้มร้ายๆและมองสบตากับองค์ชายเฟยฉี "ดีมาก...ถ้าหากสำเร็จ...เจ้าก็จะเป็นฮองเฮาของข้า" เขาแสยะยิ้ม ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนกลับบิดเบี้ยว รอยยิ้มของเขามันดูโรคจิตราวกับฆาตรในภาพยนตร์ที่เคยดู เล่นซะฉันขนลุกเกรียว "อย่าลืมที่สัญญาล่ะ" ฉันยิ้มกว้าง ก่อนจะมองซ้ายขวาแล้วรีบเดินจากมา วันนี้เป็นงานวันเกิดขององค์ชายเฟยฉี จึงมีการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองภายในวัง ฉันเห็นพวกนางกำนัลวิ่งวุ่นกันแต่เช้า มองดูแล้วก็รู้สึกเหนื่อยตาม ฉันเดินตามทางไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องทรงงานของฝ่าบาทก็พบว่าฝ่าบาทไม่อยู่ "ฝ่าบาทอยู่ที่ใดหรือ" ฉันถามคนที่เฝ้าอยู่ด้านนอก"เสด็จไปที่สวนพะย่ะค่ะ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นฉันจึงออกจากห้องทรงงานแล้วเดินไปที่สวน เห็นฝ่าบาทกำลังนั่งจิบชาในศาลาเก๋งจีนพลางชมดอกไม้ และมีบรรดาพระสนมนั่งและข้ารับใช้นั่งอยู่บนพื้นหญ้าด้านข้าง "ฝ่าบาทเพคะ ชาที่หม่อมฉันชงรสชาติดีหรือไม่เพคะ" เสียงออดอ้อนที่ฉันจำได้ว่าเป็นเสียงของพระสนมฉางดังขึ้

  • set : เจ้าขา   ตอนที่4 ท่านอ๋องเจ้าขา ชายามาแล้ว

    "ทำไมโรงเตี๊ยมเงียบจัง" ฉันเอ่ยเบาๆพลางเงยหน้าขึ้นมองโรงเตี๊ยมซึ่งอยู่ในสภาพกลางเก่ากลางใหม่ ตกแต่งด้วยโคมไฟ มีจำนวนสองชั้น "เถ้าแก่ เถ้าแก่" ฉันเดินเข้าไปข้างในพร้อมร้องเรียก เพียงไม่นานก็มีชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจรีบวิ่งเข้ามาและตอบว่า"มาแล้วๆ" เสี่ยวฮวาจึงเดินไปจองห้องกับ

  • set : เจ้าขา   ตอนที่3 ท่านอ๋องเจ้าขา ชายามาแล้ว

    ผ่านมาสามวันแล้ว ฉันก็ยังคงอยู่ในเรือน จะก้าวเท้าออกจากตัวเรือนก็ยังทำไม่ได้เพราะคำสั่งของอีตาอ๋องบ้าอำนาจนั่น กินๆนอนๆตอนแรกๆก็สบายอยู่หรอก แต่ทำแบบนี้ทุกวันก็น่าเบื่อ แถมไม่มีซีรี่ส์หรือมือถือให้เล่นอีก วันๆก็เจอแค่จูจูกับเสี่ยวฮวาและบ่าวรับใช้คนอื่นๆที่อยู่ภายในเรือน ไม่เคยเจอคนข้างนอกเลย ชีวิตแ

  • set : เจ้าขา   ตอนที่2 ท่านอ๋องเจ้าขา ชายามาแล้ว

    "ฮือๆ...พระชายาเพคะ...เมื่อไหร่ท่านจะฟื้น...ฮือ" เอาอีกแล้ว ฉันได้ยินเสียงนี้อีกแล้ว ฉันกระพริบตาช้าๆแล้วมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จูจูกำลังร้องไห้ ส่วนเสี่ยวฮวากำลังนั่งทำหน้าเศร้าและคอยเฝ้าฉันอยู่ "พระชายา...ท่านฟื้นแล้ว" เสี่ยวฮวาพูดพร้อมคุกเข่ามานั่งข้างเตียงด้วยความดีใจ จูจูที่ได้ยินอย่างนั้นจึง

  • set : เจ้าขา   ตอนที่0 บทนำ(ของทั้งสามเรื่อง)

    ณ สนามบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย "เมื่อไหร่ไอ้โบตั๋นจะมาสักที รอนานแล้วเนี่ย เก้าโมงไม่มีจริงสินะ" เสียงบ่นของสายสวยที่ชื่อว่าองุ่น ผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวขาวและตัวเล็ก ราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นพูดขึ้น "โธ่ ไอ้องุ่น แกจะบ่นทำไมวะ ฉันบอกแล้วให้นัดไอ้โบตั๋นก่อนสองชั่วโมงแกก็ไม่เชื่อ"

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status