Share

สัญญา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-07 22:40:51

นาฬิกาบนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าแสดงเวลาบ่ายโมงสี่สิบห้านาที เอวาเพิ่งอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยในห้องเช่าเล็กๆ ของเธอ ชุดที่เธอเลือกสวมใส่นั้นไม่ใช่ชุดราตรีหรูหราหรือชุดที่ดูยั่วยวนเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ในบาร์ แต่เป็นเพียงชุดเดรสสีครีมเรียบๆ ที่เธอใส่ไปงานวันเกิดเพื่อนเมื่อหลายเดือนก่อน มันเป็นชุดที่ดูสุภาพและเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เธอมี มันไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เธอเลยแม้แต่น้อย แต่ก็เป็นชุดเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังเหลือความเป็นตัวเองอยู่บ้างก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกที่เธอไม่อยากไป

เอวาหันไปมองตัวเองในกระจกเงาบานเล็กๆ ที่แตกร้าวตรงมุมขอบ ภาพสะท้อนของหญิงสาววัย 21 ปีผู้เคยมีแววตาเป็นประกายสดใส บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยดวงตาที่บวมช้ำและว่างเปล่า ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ผมสีน้ำตาลเข้มที่เคยสลวยยาวเคลียหลังตอนนี้ถูกรวบเป็นหางม้าอย่างลวกๆ

"นี่คือตัวตนสุดท้ายของฉัน...ก่อนจะกลายเป็นใครอีกคน" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ

หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เพราะความกลัวและความประหม่าที่ถาโถมเข้ามา เธอได้แต่ภาวนาให้เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่เธอจะตื่นขึ้นมาแล้วลืมมันไปให้หมดสิ้น แต่ภาพใบหน้าของแม่ที่หลับใหลอย่างอ่อนแรงในโรงพยาบาลก็ฉายชัดขึ้นมาในสมองทันที ความปรารถนาที่จะให้แม่มีชีวิตรอดได้บดบังความรู้สึกกลัวและเจ็บปวดทั้งหมดไปจนหมดสิ้น

เธอคว้ากระเป๋าถือใบเล็กๆ ขึ้นมาคล้องบ่า ก่อนจะหันหลังให้กับห้องเช่าแห่งนี้ ห้องที่เคยเป็นที่พักพิงและเป็นที่เก็บความทรงจำมากมายของเธอและแม่ ห้องที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

เอวาโบกมือเรียกแท็กซี่คันหนึ่งที่แล่นผ่านมาอย่างเชื่องช้า แล้วบอกจุดหมายปลายทางให้กับคนขับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "โรงแรมลักซ์ เซ็นทารา ค่ะ"

ระหว่างทางที่รถแท็กซี่เคลื่อนตัวไปตามท้องถนนในมหานครที่แสนวุ่นวาย เอวาได้แต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพตึกรามบ้านช่องที่สลับกันไปมาดูพร่าเลือนจนแยกแยะไม่ออก เธอพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับตัว เธอรู้ว่าตัวเองจะต้องเข้มแข็ง เธอจะต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้หัสดินเห็นเด็ดขาด เธอจะต้องไม่ปล่อยให้เขาเห็นว่าคำพูดของเขาสามารถทำร้ายจิตใจเธอได้ถึงเพียงนี้

การเดินทางใช้เวลาเพียงไม่นาน แท็กซี่ก็จอดลงตรงหน้าอาคารสูงระฟ้าที่ถูกออกแบบอย่างหรูหราอลังการ ด้านหน้าโรงแรมมีน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และรอบๆ บริเวณมีพนักงานแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบเรียบร้อยยืนต้อนรับแขกที่เข้ามาอย่างยิ้มแย้ม

เอวาชำระค่าโดยสารและลงจากรถด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอเดินเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรมอย่างเชื่องช้า พื้นหินอ่อนมันวาวสะท้อนภาพเงาของเธออย่างพร่าเลือน รอบๆ บริเวณตกแต่งด้วยโทนสีทองและสีขาว มีโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่แขวนอยู่กลางล็อบบี้และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่บ่งบอกถึงความหรูหราฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

เอวารู้สึกไม่คุ้นเคยกับสถานที่แบบนี้เลยแม้แต่น้อย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแค่สิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่เธอไม่ควรอยู่ เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พยายามรักษาท่าทีให้ดูสงบนิ่งที่สุด

"เอ่อ...มาพบคุณหัสดิน เดทาวิรักษ์ ค่ะ" เธอเอ่ยบอกกับพนักงานหญิงด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

พนักงานหญิงผู้นั้นมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประเมินและสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปที่ลิฟต์ที่อยู่ด้านหลัง "เชิญที่ลิฟต์ด้านขวามือเลยค่ะ คุณหัสดินรอคุณอยู่ที่ชั้น 50 แล้วค่ะ"

เอวาเดินไปที่ลิฟต์ตามที่พนักงานบอก เธอเข้าไปในลิฟต์ที่ประดับด้วยกระจกและโลหะสีทองหรูหราเพียงลำพัง เธอกดปุ่ม "50" ด้วยมือที่สั่นเทา ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเอวารู้สึกหวิวๆ ที่ท้องน้อย เธอยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกสะท้อนเงาของตัวเอง พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออก

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เอวาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในโถงทางเดินที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูและเงียบสงัด รอบๆ บริเวณไม่มีผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ คลออยู่ตลอดเวลา เธอเดินตรงไปตามทางเดินไปจนสุดทางก่อนจะเจอกับประตูบานหนึ่งที่ใหญ่กว่าประตูทั่วไปและถูกแกะสลักอย่างสวยงาม เธอยืนอยู่หน้าประตูนั้นสักพัก ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูเบาๆ

"เชิญ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากด้านในห้อง

เอวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาของเธอค่อยๆ เอื้อมไปบิดลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ แล้วค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป

ห้องนี้กว้างขวางมาก มันถูกตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นแต่ก็ยังคงความหรูหราเอาไว้ โซฟาหนังสีดำขนาดใหญ่ถูกจัดวางอยู่กลางห้อง บนโต๊ะกาแฟมีแก้วกาแฟวางอยู่สองใบ มีขวดไวน์ราคาแพงตั้งอยู่บนตู้กระจกบานใหญ่ และมีกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของมหานครที่สวยงามตระการตา

และหัสดิน...เขากำลังยืนหันหลังให้เธอ มองออกไปนอกกระจกบานใหญ่นั้น ร่างกายกำยำของเขาสวมใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกหนาๆ ของเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับโชยมาแตะจมูกของเอวาอีกครั้ง

"มาแล้วเหรอ" เขาเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองเธอ "ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว"

"ดิฉัน...ไม่เคยคิดจะผิดคำพูดค่ะ" เอวาตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างที่สุดเท่าที่จะทำได้

หัสดินหันกลับมามองเธอช้าๆ ดวงตาคู่คมสีรัตติกาลจับจ้องเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มหยันๆ ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกของเขา "ชุดของเธอมันดูธรรมดาไปหน่อยนะ...แต่ก็ไม่เป็นไร"

เอวากำมือแน่นเพื่อระงับความโกรธที่กำลังคุกรุ่นในอก เธอไม่สนใจคำพูดของเขา เธอแค่ต้องการให้เรื่องนี้จบลงเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

"คุณต้องการอะไรจากฉันก็บอกมาเถอะค่ะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด

หัสดินเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ จนเอวารู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอีกครั้ง "ใจร้อนจังนะ...ไม่ได้อยากจะดื่มกาแฟก่อนเหรอ" เขาผายมือไปที่โซฟา "นั่งก่อนสิ"

เอวาปฏิเสธที่จะนั่งลง เธอไม่ต้องการที่จะอยู่ในห้องนี้แม้แต่วินาทีเดียว "ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันแค่อยากรู้ว่าคุณต้องการให้ดิฉันทำอะไร"

หัสดินมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพอใจในตัวเธอ "ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอทำอะไรมากหรอก...แค่ยอมเป็นของฉัน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกดูถูกเหยียดหยามอีกครั้ง

"คุณหมายความว่ายังไงคะ" เอวาถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ

"เธอก็เป็นแค่เด็กนั่งดริ้งในบาร์ไม่ใช่เหรอ? เธอคิดว่าฉันจะใช้เงินซื้อเธองั้นเหรอ? เธอไม่มีค่าพอที่จะให้ฉันต้องทำแบบนั้นด้วยซ้ำ" คำพูดของเขาเหมือนมีดที่กรีดแทงลงบนแผลสดของเธอ

"แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันคะ!" เอวาขึ้นเสียงเล็กน้อย พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมา

หัสดินยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นเด็กเลี้ยงของฉัน" เขาเว้นจังหวะก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เอวารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล "ฉันต้องการให้เธอ...เป็นเจ้าสาวของฉัน"

เอวาชะงักไปในทันที สมองของเธอประมวลผลคำพูดของเขาอย่างยากลำบาก "เจ้าสาว...ของคุณ? คุณพูดเรื่องอะไรคะ! ดิฉัน...ดิฉันไม่เข้าใจ"

"มันไม่ยากที่จะเข้าใจเลยนะ" หัสดินเดินไปหยิบซองเอกสารอีกฉบับหนึ่งมาจากโต๊ะ ก่อนจะยื่นให้เธอ "ในนี้คือสัญญาทั้งหมด...เธอแค่อ่านมันแล้วเซ็นชื่อลงไปก็พอ"

เอวารับซองเอกสารมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอยื่นหน้าอ่านรายละเอียดในสัญญาอย่างรวดเร็ว

"สัญญาการเป็นภรรยาโดยชอบธรรม..." เธออ่านชื่อสัญญาในใจ แล้วก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน "คุณ...คุณต้องการให้ดิฉันแต่งงานกับคุณอย่างนั้นเหรอคะ!"

"ใช่" หัสดินตอบกลับมาอย่างเรียบง่าย "เธอต้องแต่งงานกับฉันและเป็นภรรยาของฉันตามกฎหมาย แลกกับการที่ฉันจะออกค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของเธอทั้งหมด และดูแลครอบครัวของเธอจนกว่าแม่ของเธอจะหายดี"

"ทำไม...ทำไมต้องเป็นดิฉันคะ" เอวาถามอย่างไม่เข้าใจ "คุณมีเงินทองมากมายขนาดนี้ คุณสามารถแต่งงานกับใครก็ได้ที่คู่ควรกับคุณ ทำไมต้องเป็นดิฉัน!"

"เพราะฉันต้องการเธอ" หัสดินตอบกลับมาอย่างไม่ลังเล "ฉันต้องการผู้หญิงที่ฉันสามารถควบคุมได้ ผู้หญิงที่ไม่มีทางจะปฏิเสธคำสั่งของฉันได้" เขาเว้นจังหวะก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ "ผู้หญิงที่ต้องยอมจำนนต่อฉันในทุกๆ เรื่อง...เหมือนอย่างเธอ"

เอวารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีใครมาพูดจาดูถูกเหยียดหยามเธอถึงเพียงนี้ เธอรู้สึกเจ็บปวดและอับอายจนแทบจะยืนไม่ไหว

"คุณ...คุณเป็นคนบ้าไปแล้ว!" เธอพูดออกไปอย่างขาดสติ

หัสดินไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มหยันๆ บนใบหน้า "จะบ้าหรือไม่บ้า...เธอก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี" เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง "เซ็นสัญญานี่ซะ...แล้วแม่ของเธอจะรอด"

เอวาจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอีกครั้ง เธอเห็นความจริงจังและความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น เธอรู้ว่าถ้าเธอปฏิเสธ...แม่ของเธอจะต้องตายอย่างแน่นอน

"ถ้าฉัน...ถ้าฉันเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้ว...ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

"เธอก็จะเป็นภรรยาของฉันไง" หัสดินตอบ "เธอจะต้องอยู่ในความดูแลของฉันทุกอย่าง...เธอจะไม่มีสิทธิ์ที่จะไปไหน...เธอจะทำอะไรไม่ได้เลยหากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน...เธอจะต้องเชื่อฟังฉันในทุกๆ เรื่อง...และที่สำคัญที่สุด...เธอจะต้องเป็นของฉันคนเดียว"

เอวาฟังคำพูดของเขาแล้วน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับไปขังไว้ในกรงทองที่สวยงาม แต่ไร้อิสระ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีไปในพริบตาเดียว

"ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับดิฉันคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สะอื้นฮัก "ดิฉันไปทำอะไรให้คุณคะ!"

"เธอไม่ได้ทำอะไรให้ฉันหรอกเอวา" หัสดินตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "แต่การที่ฉันจะช่วยชีวิตแม่ของเธอ...มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า...และเธอก็คือสิ่งแลกเปลี่ยนนั้น...เพราะฉันรู้ว่าเธอจะไม่มีทางปฏิเสธคำสั่งของฉันได้"

เอวาปิดตาลงด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ว่าหัสดินพูดถูก เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ เธอถูกต้อนจนมุมแล้วจริงๆ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด ไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเธอได้เลย!

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี ก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตอีกครั้ง เธอเปิดตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแต่ก็ยังคงมีความเศร้าสร้อยซ่อนอยู่ภายใน

"ตกลงค่ะ...ดิฉันจะเซ็นสัญญาฉบับนี้" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "แต่คุณต้องให้คำมั่นสัญญากับดิฉันว่า...คุณจะดูแลแม่ของดิฉันอย่างดีที่สุด และคุณจะทำให้แม่ของดิฉันหายดี"

หัสดินยิ้มออกมาอย่างพอใจ "ฉันให้สัญญา" เขายื่นปากกาให้เธอ "เซ็นเลย"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   เล่มเกม?

    ทันใดนั้น...ก็มีชายชุดดำสองคนเดินเข้ามาในห้อง แล้วลากเอวาออกไปจากห้องโถงใหญ่!"ไม่นะ!" หัสดินตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกแกจะทำอะไร!"หัสดินรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งเข้าไปหาเอวาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกชายชุดดำอีกคนเข้ามาขวางไว้ "อย่ายุ่งนะครับคุณดิน" ชายชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา"พวกแกจะทำอะไรภรรยาของฉัน!" หัสดินตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกแกจะทำอะไร!""ผมไม่ได้ทำอะไรหรอกนะ" นายใหญ่พูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ผมแค่อยากจะให้คุณเห็นว่า...คุณควรจะทำอย่างไรดีกับธุรกิจของคุณ"ทันใดนั้น...ก็มีชายชุดดำอีกคนเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับถาดที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยา!"ไม่นะ!" หัสดินตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกแกจะทำอะไร!"หัสดินพยายามจะวิ่งเข้าไปหาเอวาอีกครั้ง แต่ก็ถูกชายชุดดำอีกคนเข้ามาขวางไว้ "อย่ายุ่งนะครับคุณดิน" ชายชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาหัสดินไม่สนใจคำพูดของชายชุดดำเลยแม้แต่น้อย เขากระโดดเข้าใส่ชายชุดดำอย่างรวดเร็ว แล้วชกเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำอย่างรุนแรง! ชายชุดดำล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ หัสดินรีบวิ่งเข้าไปหาเอวาอย่างรวดเร็ว แล้วชกเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำที่กำลังจะฉีดเข็มฉ

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   พายุที่โหมกระหน่ำ

    รถยนต์คันหรูของ แดเนียล แล่นไปตามท้องถนนในมหานครที่สว่างไสวด้วยความเร็วสูง แต่ในหัวใจของ เอวา กลับมืดมิดและเต็มไปด้วยพายุที่โหมกระหน่ำ เธอได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ในรถอย่างหมดอาลัยตายอยาก ภาพของ หัสดิน ที่กำลังจะไปทำสัญญาซื้อขายธุรกิจที่อันตรายที่สุดในชีวิตเพื่อแลกกับชีวิตของแม่ของเธอมันเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไปมาอยู่ในหัวของเธอเอวารู้สึกผิดและรู้สึกเสียใจมากที่เธอได้ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายอย่างหัสดินจะยอมทำอะไรที่อันตรายขนาดนี้เพื่อเธอเลยแม้แต่น้อย"คุณแดเนียลคะ...พาหนูไปหาคุณดินเดี๋ยวนี้" เอวาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "หนู...หนูต้องไปหยุดเขาให้ได้""แต่คุณเอวาครับ...มันอันตรายนะครับ" แดเนียลพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "นายใหญ่เป็นคนอันตราย...ถ้าคุณไป...คุณอาจจะเป็นอันตรายได้""หนูไม่กลัวหรอกค่ะ" เอวาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "หนูรู้ว่าหนูจะต้องทำอะไร"แดเนียลเงียบไปในทันที เขาเข้าใจดีว่าเอวาเป็นคนอย่างไร เธอเป็นคนที่มีความกล้าหาญและไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขาขับรถออกไปจากโรงพยาบาลแล้วขับตรงไปยังคฤหาสน์ของนายใหญ่ทันทีในขณะที่เขากำลังขับรถไปที่คฤหาสน

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   รอยร้าวในหัวใจ

    ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าไร้ดวงดาว หัสดิน ขับรถยนต์คันหรูของเขาเข้าไปจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ของ นายใหญ่ แห่งตระกูลวรวิทย์อย่างสง่างาม แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นและน่าเกรงขาม แต่ภายในใจของเขากำลังร้อนรุ่มด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่น เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำธุรกิจอย่างที่นายใหญ่คาดหวัง แต่เขามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับสิ่งที่พวกมันทำไว้กับ เอวา และครอบครัวของเธอ!ทันทีที่หัสดินก้าวลงจากรถ ก็มีชายชุดดำสองคนเดินเข้ามายืนขนาบข้างเขาอย่างเงียบๆ พวกมันเป็นลูกน้องของนายใหญ่และกำลังรอให้เขาเดินเข้าไปในคฤหาสน์ หัสดินไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างไม่เกรงกลัวภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ มีรูปภาพและรูปปั้นโบราณวางประดับอยู่ทั่วบริเวณ และที่ห้องโถงใหญ่...มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา เขาในชุดสูทสีขาวดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างที่เธอเคยเห็นในครั้งแรก เขากำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน"สวัสดีครับคุณดิน" ชายชราคนนั้นทักทายหัสดินด้วยรอยยิ้ม "ผมก็ว่าแล้วว่าคุณจะต้องมาหาผม""นายท่าน" หัสดินตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "ผมมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อทำธุรกิจ...แต่ผมมาเพื่

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   นายใหญ่

    หลังจากพาเอวาออกมาจากโรงพยาบาลและกลับมาที่คฤหาสน์ หัสดิน ก็ไม่ได้สนใจเธออีกเลย เขาทิ้งเธอไว้ในห้องนอนเพียงลำพัง แล้วเดินลงมาที่ห้องทำงานของเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความโกรธ เขาไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ แม่ของเอวา อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ทีมแพทย์ที่ดีที่สุดก็ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาหัสดินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรหา หมอวิน ทันที "อาการของแม่เอวาเป็นยังไงบ้าง" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา"ผมขอโทษนะครับคุณดิน" หมอวินตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ "ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่า...หัวใจของท่านจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ""เป็นไปได้ยังไง" หัสดินถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย "ฉันให้ทีมแพทย์ที่ดีที่สุดไปดูแล...ทำไมอาการถึงทรุดลง"หมอวินเงียบไปในทันที เขาไม่รู้จะตอบหัสดินอย่างไรดี "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ...แต่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล""ไม่ชอบมาพากลเหรอ" หัสดินถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "แกหมายความว่ายังไง""ผมรู้สึกเหมือน...เหมือนมีใครบางคนพยายามที่จะทำลายการรักษาของท่านครับ" หมอวินตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ยาที่ผมสั่งให้ท่านก

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   ไม่เคยคิด

    เช้าวันรุ่งขึ้น... เอวา ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก เธอแทบไม่ได้หลับเลยทั้งคืนจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ แล้วเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้อง แต่แสงสว่างนั้นไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเธอดียิ่งขึ้นเลยแม้แต่น้อยเธอทำธุระส่วนตัวและแต่งตัวด้วยชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เธอมี ในขณะที่เธอกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่นั้น เธอก็เห็นรอยฟกช้ำและรอยแดงที่ปรากฏอยู่บนร่างกายของเธอ เธอใช้มือลูบเบาๆ แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนร่างกายและจิตใจของเธอได้ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อเธอเดินลงไปที่ชั้นล่าง เธอก็เห็น หัสดิน ยืนรออยู่ตรงหน้าคฤหาสน์ เขาในชุดสูทสีดำดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างที่เธอเคยเห็นในครั้งแรก เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ผายมือไปที่รถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่ เอวาขึ้นรถไปกับเขาอย่างเงียบเชียบ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนในมหานครที่แสนวุ่นวาย เอวาได้แต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพตึกรามบ้านช่องที่สลับกันไปมาดูพร่าเลือนจนแยกแยะไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง แต่โลกที

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   อยากให้หายโกรธ

    รถยนต์คันหรูของ หัสดิน แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูง ทันทีที่รถหยุดนิ่ง เอวา ก็ถูกลากลงจากรถอย่างรุนแรง เธอสะดุดล้มลงกับพื้น แต่หัสดินไม่สนใจ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเดินตรงเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในอกเอวาพยายามลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่บอบช้ำ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายทั้งร่างไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังเขาเข้าไปในคฤหาสน์อย่างช้าๆ เธอเดินตามหลังเขาไปจนถึงห้องโถงใหญ่ เธอเห็นหัสดินเดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมเมื่อหัสดินหายลับไปจากสายตา เอวาก็เดินเข้าไปหา ป้าสร้อย แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้มาตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นเด็กเล็กๆ "ป้าสร้อยคะ...คุณดินยังโกรธอยู่ใช่ไหมคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือป้าสร้อยมองดูเอวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและห่วงใย "คุณดินไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะหนูเอวา...ตั้งแต่หนูมาอยู่ที่นี่ คุณดินก็เปลี่ยนไปมาก"คำพูดของป้าสร้อยทำให้เอวาน้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้ทำให้หัสดินต้องเสียใจ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกเลยแม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status