로그인ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเก็บสัมภาระ เรียบร้อยแล้วต่างก็ทยอยออกไปที่ทะเลกัน บางคนก็นั่งรับแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า บางคนก็ไปเล่นน้ำกับเหล่าเด็ก ๆ
“แม่น้ำผึ้งขา ๆ” วลาลีวิ่งมาหามารดาที่นั่งคุยอยู่กับเพื่อน ๆ
“ว่าไงคะลูก”
“ไปเล่นน้ำกันค่ะ”
“หนูก็ไปเล่นกับพี่ ๆ เขาสิคะลูก” เธอหมายถึงลูกของเพื่อน ๆ
“แต่น้องวาอยากให้แม่น้ำผึ้งไปเล่นด้วยนี่คะ น้องวาอยากให้แม่น้ำผึ้งช่วยขุดทรายถมพ่อเควี่ค่ะ นะคะแม่น้ำผึ้ง” เด็กหญิงออดอ้อนตามประสาเด็กน้อย
“ไปเถอะแก ชักช้าเดี๋ยวสาว ๆ แถวนี้จะ คอ ปอ ดอ แกเห็นมั้ยนั่น มองกันตาเป็นมัน” สินีที่นั่งคู่กับสามีทำท่าบุ้ยใบ้ให้เธอมองตาม
“ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะสินี” ปากพูดแต่ตัวก็รีบเดินจูงมือหลานสาวตัวน้อยออกไปทันที ทำให้เพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะต่างพากันหัวเราะ
“ฉันละเบื่อไอ้พวกปากแข็งว่ะ รักเขาแหละแต่ทำเป็นเล่นตัว” ดารณีพูด
“ปากแข็งไปงั้นแหละ แต่การกระทำมันตรงข้ามกับปากตลอดแหละ” สินีรู้ดีกว่าคนอื่น เพราะทำงานอยู่ที่เดียวกัน
“ถ้ามันได้แต่งงานกับคุณเควินจริง ๆ ฉันจะดีใจกับมันมาก ๆ เลย มันจะได้สบายขึ้นกว่านี้ ฉันไม่ได้แช่งนะ แต่พี่ชายมันคงไม่รอดแน่ แล้วต้องเลี้ยงหลานเล็ก ๆ อีกสองคน กว่าจะเลี้ยงให้โต กว่าจะส่งเสียเรียนให้จบ มันเหนื่อยมากนะแก” อาภาเสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความเห็นใจเพื่อนรัก
“จากที่ได้เห็นและได้ฟังสินีพูดถึงคุณเควิน เขาคงเป็นผู้ชายที่เราสามารถฝากชีวิตของเพื่อนเราได้แหละ หรือพวกแกว่าไง” ทิวารีกวาดสายตามองเพื่อน ๆ เพื่อขอความเห็น
“ตอนนี้เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง แต่อนาคตเราก็ไม่รู้ว่าจะยังไงเหมือนกันนั่นแหละ แต่ฉันมั่นใจมาก ๆ ว่าไม่ว่าคุณเควินกับน้ำผึ้งจะลงเอยในรูปแบบไหน พ่อแม่ของเขาก็จะไม่ทอดทิ้งน้ำผึ้งกับเด็ก ๆ แน่นอน เรื่องนี้ฉันกล้าการันตีเลย พวกแกสบายใจได้”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเมาได้ ไม่เครียดแล้ว” อาภาเสียงใสขึ้นมาทันที ทำให้เพื่อน ๆ ต่างพากันหัวเราะกับความฮาของสาวทอม
………………………
“คุณเควินคะ ใกล้เที่ยงแล้วกลับที่พักกันก่อนดีมั้ย จะได้พาเด็ก ๆ ไปทานข้าวด้วย” เธอบอกขณะที่ช่วยวลาลีและวาคิมก่อปราสาททราย วันนี้จัดว่าอากาศดีมากสำหรับการมาเที่ยวทะเล เพราะจะเที่ยงแล้วแต่แดดแทบไม่มี อากาศเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่ได้มืดครึ้ม ทำให้ทุกคนสนุกกับการเล่นน้ำทะเลมาก
“ก็ได้ครับ คุณไปบอกทุกคนแล้วกันเพราะผมสั่งให้ทางโรงแรมเตรียมอาหารกลางวันไว้แล้ว ส่วนผมจะพาเด็ก ๆ ไปที่พักก่อน”
“ได้ค่ะ”
หลังจากกินข้าวเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็พากันนั่งเล่นผ่อนคลายกันอยู่ภายในบ้านพัก เด็ก ๆ ก็เล่นกันตามประสา ผู้ใหญ่ก็เล่นนับเลขกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ให้เด็ก ๆ ได้นอนกลางวันกันคนละตื่น เพื่อที่จะปาร์ตี้กันในเย็นนี้
ตกเย็นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมปิ้งย่าง ทำกับข้าวกันครอบครัวละอย่างสองอย่างเพื่อเตรียมปาร์ตี้สำหรับค่ำคืนนี้ เด็ก ๆ ทั้งหลายก็วิ่งเล่นอยู่ที่สนามเด็กเล่น โดยมีพี่เลี้ยงของวาคิมและวลาลีช่วยดูแล
“น้ำผึ้ง บ้านแกทำอะไรเหรอ” อาภาถามเพราะไม่เห็นเธอกับชายหนุ่มทำอะไรนอกจากปิ้งกุ้งหมึก
“ครอบครัวผมมีคนทำให้แล้วครับ ผมทำให้ห้าอย่างเลย” ชายหนุ่มตอบคำถามแทนหญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม
“กี้ก็ลืมไปว่ามากับเจ้าของโรงแรม จะทำให้เหนื่อยทำไมเนอะ” อาภาหยอกชายหนุ่มอย่างเป็นกันเองเพราะความที่เขาเป็นคนไม่ถือตัว ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหัวเราะกันเป็นแถว
ปาร์ตี้มื้อค่ำเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี บรรดาคุณพ่อบ้านทั้งหลายต่างก็นั่งดื่มและพูดคุยกันอย่างออกรส ส่วนทางด้านคุณแม่ต่างก็กินไปด้วย ดูแลลูก ๆ ไปด้วย
จนถึงเวลาที่เด็ก ๆ สมควรจะได้พักผ่อน จึงแยกย้ายกันพาลูก ๆ ไปนอน แล้วฝากฝังให้พี่เลี้ยงทั้งสองช่วยดูแล หลังจากนั้นจึงรวมตัวกันในห้องนั่งเล่น ตั้งวงเล่นเกมโดยมีกติกาว่าใครแพ้ต้องดื่มให้หมดแก้ว และคนที่แพ้บ่อยสุดก็คือณัฐวรานั่นเอง บรรดาคุณแม่เล่นกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพวกคุณพ่อต่างมานั่งร่วมวง ช่วยคู่ของตัวเองเล่นและช่วยดื่มแทน
“บอสคะ สินีจะเชิญคู่ของบอสออกนะคะ” เธอจีบปากจีบคอ แต่ไม่ได้จริงจังกับคำพูดนัก
“ทำไมล่ะครับ” เขางง
“ก็ตั้งแต่ท่านมาเล่นเนี่ย น้ำผึ้งยังไม่แพ้เลยสักรอบ ทีเมื่อกี้นะแพ้เอา ๆ”
“ก็ฉันเล่นไม่ค่อยเก่งเหมือนแกนี่” เธอแย้งเพื่อนหน้างอ
“เปลี่ยนเป็นนับเลขดีกว่า ไปหาเหรียญมาไป”
แม่ ๆ กลับมารวมตัวอีกครั้งเมื่อหยิบกระเป๋าเหรียญมาแล้ว นั่งนับเลขกันเกือบสองชั่วโมงก็เลิกเล่น เพราะกลัวจะตื่นพาลูก ๆ ไปกินข้าวเช้าไม่ไหว
…………………….
เช้าวันใหม่
หลังจากที่กินข้าวเช้าไปได้สักชั่วโมง เควินกับณัฐวราก็ออกมารวมตัวกับเพื่อนที่ยืนรออยู่หน้าบ้านพัก เพื่อไปเล่นน้ำสระก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพ ตั้งใจว่าจะแวะเที่ยวแวะกินไปตามทาง กว่าจะถึงบ้านก็คงมืด
“เควิน”
เสียงทักที่ดังมากทำให้ทุกคนในกลุ่มหันไปมอง รวมทั้งเจ้าของชื่อ
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







