แชร์

บทที่ 1 เจ้าฝันอะไร (2/2)

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 15:51:09

สุดท้ายเด็กน้อยทั้งสองจึงช่วยกันอุ้มหม้อโจ๊กปลาไปสำนักศึกษา เป็นหม้อที่เหลือจากการขายของมารดาเมื่อวาน ถึงอย่างไรเด็กสองคนกินคนละสามมื้อก็ยังกินไม่หมด จึงเอาไปฝากอาจารย์จง อาจารย์เห็นโจ๊กหม้อนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เดิมผู้ใหญ่สามสี่คนกินเต็มที่ก็หมดหม้อ แต่เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่มาสำนักศึกษาไม่มีมื้อเช้าให้กิน ต้องรอบิดามารดาออกหากินวันต่อวัน กลับมาจึงค่อยมีอะไรตกถึงท้อง อาจารย์จงจึงหยิบถ้วยชาออกมา ตักโจ๊กอุ่นใส่ให้เด็กเวียนกินกันคนละจอกสองจอก ที่ใดมีอาหารที่นั่นย่อมมีความคึกคัก สำนักศึกษาวันนี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ

"เดิมทีถ้วยชาก็ควรใส่ชา หากแต่วันนี้ไม่มีชา เช่นนั้นเราจะดื่มโจ๊กต่างชา ขอให้พวกเจ้ายามมีชาดื่มไม่ลืมเลือนสหายผู้ร่วมดื่มโจ๊กในวันนี้" อาจารย์จงกำชับ ศิษย์ทั้งหลายปรบมือชอบใจ ร่วมกันคำนับรับคำอาจารย์

"หยูหมิง วันนี้สนุกยิ่งนัก" เจียงหยูหยางกล่าวกับพี่ชาย

"เรียกพี่ใหญ่ ข้าโตกว่าเจ้าตั้งครึ่งถ้วยชา[3]"

"แต่หยูหมิง…"

"บอกว่าให้เรียกพี่ใหญ่ เจ้าสมองทึ่ม"

"ไม่ใช่เรื่องนั้น"

"งั้นอะไร?"

"ข้าลืมตักแบ่งโจ๊กมื้อเย็นของเราออกก่อนยกหม้อมา"

"…"

"…"

ด้วยเหตุนี้สองพี่น้องฝาแฝดจึงอยู่ที่สำนักศึกษาต่อหลังเลิกเรียน

"ฮ่าๆๆ พวกเจ้านี่จริงๆ เลย ยกมาทั้งหม้อ แต่ลืมตักแบ่งส่วนของตัวเองไว้ ฮ่าๆๆๆ" จงหลินอี้ตีขาหัวเราะสองแฝดจอมทึ่ม เจียงหยูหมิงก้มปิดหน้าที่แดงเถือกอย่างอับอาย ส่วนเจียงหยูหยางได้แต่เกาคอหัวเราะแหะๆ "ทึ่มสมกับเป็นพี่น้องปลา[4] จริงๆ ฮ่าๆๆ" จงหลินอี้หัวเราะหนักจนน้ำตาเล็ด ท้องขัดท้องแข็งไปหมด

"เจ้าสิทึ่ม! เคยบอกแล้วว่าไม่ใช่ปลา แต่เป็นหยูที่มาจากหยูอี้[5]ต่างหาก!"

"อะไรนะ ปลาแสงสว่างกับปลาพระอาทิตย์[6]? ฮ่าๆๆๆ" จงหลินอี้ยิ่งหัวเราะยิ่งติดลม ลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น

"เจ้า!"

"อาอี้ พอได้แล้ว สำรวมกิริยา" เสียงสงบนิ่งใจดีของอาจารย์จงดังออกมาจากในบ้าน ในมือยกซาลาเปาไส้ผักกับแป้งทอดมาวางไว้ที่โต๊ะในลานหน้าบ้านที่ปกติใช้สำหรับการเรียนการสอน

"ขอรับ พ่อบุญธรรม" จงหลินอี้รีบลุกยืนปาดน้ำตา ปัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

"อาจารย์ ข้าไม่กินผัก!" เจียงหยูหยางมองซาลาเปาเข่งนั้นอย่างเศร้าสร้อย ดวงตาสีดำกลมโตเหมือนลูกกวางลู่ตกลงอย่างน่าสงสาร

อาจารย์จงลูบหัวทุยอย่างเอ็นดู "หยูหยาง เจ้าจะเลือกกินไม่ได้ เวลานี้มีอะไรให้กินก็ควรกิน และต้องกินให้หมดอย่าให้เสียของ เข้าใจหรือไม่?"

"เข้าใจแล้ว อาจารย์" เจียงหยูหยางตอบรับเสียงอ่อย จึงเอื้อมมือไปหยิบแป้งทอดมากินแทน อาจารย์จงพรูลมหายใจอย่างนึกขำ เด็กวัยนี้เลือกกินเป็นธรรมดา ช่างเถิด เขาแค่กินซาลาเปาไส้ผักให้มากหน่อย แล้วยกแป้งทอดส่วนของตนให้แล้วกัน

มื้อเย็นอันน้อยนิดของศิษย์อาจารย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อท้องอิ่มแล้ว ก็นึกถึงเรื่องเล่นขึ้นมา

"อาจารย์ท่านมีกระดาษหรือไม่?" เจียงหยูหยางยังไม่ลืมไพ่ทำนายที่พี่ชายพูดถึง

อาจารย์จงส่ายหน้า "แผ่นสุดท้ายข้าใช้เขียนจดหมายส่งที่บ้านไปเมื่อปีก่อน เหลือแต่เพียงตำราไม่กี่เล่มที่ใช้สอนพวกเจ้า"

"น่าเสียดาย หากกุยเหว่ยผลิตกระดาษได้เองก็คงดี" แก้มนุ่มนิ่มขาวใสพองลมอย่างน่าเอ็นดู ดูคล้ายซาลาเปาไส้ผักที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะแตะ

"หากเจ้านำมาใช้วาดเขียนคงยาก แต่หากทำมาเล่นๆ ก็ใช่จะทำไม่ได้" อาจารย์จงกล่าวอย่างอ่อนโยน ถึงตรงนี้จงหลินอี้กับเจียงหยูหมิงก็ขยับเข้ามาใกล้ด้วยความสนใจ

"จริงหรือ?!"

"เพียงแต่เกาะกุยเหว่ย ไม่มีไผ่ ทั้งเปลือกไม้หรือเศษผ้ายังมีค่าเกินกว่าจะเอามาเล่น หากเจ้าอยากเล่นคงต้องหาพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการสิ้นเปลืองวัสดุ" อาจารย์จงลูบคางใช้ความคิด สายตาพลันเหลือบไปเห็นใบเฟิง[7]ปลิวลงมาตกบนกลุ่มผมฟูฟ่องของเจียงหยูหมิง

จากนั้นศิษย์อาจารย์ พ่อลูกบุญธรรมทั้งสี่ ก็ช่วยกันเก็บใบเฟิงที่ตกลงมาเกลื่อนใต้ต้นเฟิงต้นใหญ่ในลานบ้านของอาจารย์จง

"หยูหยาง! ตื่นเร็ว! เหตุใดเวลาเช่นนี้ถึงตื่นสาย ปกติเจ้าต้องตื่นก่อนข้าไม่ใช่รึ" เจียงหยูหมิงเขย่าร่างน้องชายฝาแฝดที่ยังนอนน้ำลายยืดอยู่ข้างๆ

"เจ้าในฝันยังไม่เข้านอนหรือ ตื่นสิ!" ไม่ว่าปลุกอย่างไรน้องชายตัวดีก็ไม่ยอมลืมตา แถมปากยังพึมพำ จิ้วๆๆๆ สีหน้าเบิกบานใจยิ่งนัก

นอกหน้าต่างผืนฟ้ากลายเป็นสีแดงฉาน นกกาแผดเสียงร้องบินหนีแตกฝูงรุงรัง คล้ายเสียการรับรู้ทิศทาง คล้ายสับสนกาลเวลา คล้ายเด็กหลงทางตามหาฝูงของตนไม่พบ แผงขายร้านรวงที่ซบเซาอยู่เดิม บัดนี้ถูกทิ้งร้าง บ้างเสียหายข้าวของกระจายเกลื่อนถนน นอกจากเสียงนกกาก็ไร้ซึ่งเสียงของสิ่งอื่นใด

ไฟสงครามลามมาถึงในเขตชุมชนแล้ว ชาวบ้านอพยพลี้ภัยไปหลบที่ใต้ดินของวัดเสินเจี๋ยตามที่เจ้าเมืองลั่วให้คนมาประกาศ ชาวเมืองท่าตะวันออกมีไม่มาก ผ่านไปเพียงสองชั่วยาม[8]ก็อพยพจนหมด บิดามารดาสกุลเจียงเพิ่งนำเรือเทียบฝั่งยังไม่ทันได้กลับบ้านก็ถูกทหารต้อนให้เดินทางอพยพทันที ทั่วทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างไร้ซึ่งเงาของสิ่งมีชีวิต

เพียงแต่คู่แฝดเจียงยิ่งโตยิ่งมีนิสัยประหลาด หากหลับแล้วก็จะฝัน ฝันว่าตนตื่น ตื่นแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ในโลกฝันนั้น หากตนเองในฝันยังไม่หลับ ก็ไม่สามารถตื่นในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ต่างจากวัยเด็กที่แค่ปลุกก็จะหยุดฝันแล้วตื่นขึ้นมาทันที เช่นเดียวกับหากมีคนปลุกในฝัน ในชีวิตจริงก็จะหลับทันที

หากไม่นับกองทัพจากแคว้นเสวียนอู่ที่กำลังยกทัพมาโจมตี กองกำลังทหารของเจ้าเมืองลั่ว และผู้บำเพ็ญสำนักมารมนตราคู่ ทั้งเมืองท่าตะวันออกจึงเหลือเพียงพวกเขาสองแฝด…

ตึง! ตึง!

เสียงฝีเท้าและเสียงโห่ร้องของกองทัพแคว้นเสวียนอู่ใกล้เข้ามาทุกที ทหารหลายหมื่นนายยกทัพมาอย่างเกรียงไกร ผ่านที่ใดล้วนพินาศสิ้น สิ่งก่อสร้างพังทลาย พืชพรรณเหี่ยวเฉาจมดิน ทิ้งไว้เพียงกองเพลิงและขี้เถ้า

"ไม่ได้การ!" เจียงหยูหมิงวัยสิบสองปีหวาดกลัวจนแขนขาสั่น กองทัพแคว้นเสวียนอู่ใกล้เข้ามา เขาไม่มีทางเลือก กัดฟันดึงแขนแฝดผู้น้องพาดไหล่ตน กึ่งลากกึ่งดึงอย่างทุลักทุเล วัดเสินเจี๋ยตั้งอยู่ที่ตีนยอดเขาหนันซาน ยอดเขาสูงลับฟ้าที่ตั้งพาดผ่านเมืองหลวงเยื้องไปทางทิศเหนือของเกาะ ห่างจากบ้านของพวกเขาที่อยู่ปากอ่าวทางทิศตะวันออกถึงสี่อำเภอใหญ่ หากเดินเท้าใช้เวลาสิบกว่าวันจึงจะถึง

หากแต่ยามทหารป่าวประกาศเจียงหยูหมิงยังอยู่ในห้วงนิทรา ไม่รู้ว่าจุดหมายการลี้ภัยอยู่ที่วัดเสินเจี๋ย เสียงของกองทัพแคว้นเสวียนอู่ที่ไม่รู้ใช้วิธีใดเดินเรือฝ่าทะเลน้ำแข็งมาเทียบท่าปากอ่าว เด็กอายุสิบสองคนหนึ่งหลับคนหนึ่งตื่น อย่างไรก็ไม่มีทางหนีทัน!

หากหนีไม่ทันก็มีแต่ต้องหลบซ่อน!

[1] ยามโฉ่ว คือ 01.00 – 02.59 น. ยามเหม่า คือ 05.00 – 06.59 น.

[2] ยามเว่ย คือ 13.00 – 14.59 น.

[3] เวลาหนึ่งถ้วยชา มีประมาณ 10-15 นาที

[4] หยู ออกเสียงเหมือน อวี่, ยวี๋ ที่แปลว่าปลา

[5] หยูอี้ สัญลักษณ์แห่งสิริมงคลหรือคทาจีน แปลว่า เหมือนดั่งคิด, เป็นดั่งต้องการ

[6] หมิง แปลว่า เข้าใจ แจ่มแจ้ง สว่าง, หยาง แปลว่า พระอาทิตย์

[7] ใบเฟิง คือ ใบเมเปิ้ล

[8] 1 ชั่วยาม เทียบได้กับเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทนำ ปฐมบทตำนานเทพศัสตราวุธ

    บทนำปฐมบทตำนานเทพศัสตราวุธ"ก็อย่างที่ข้าว่าไป ศิษย์น้องสะใภ้ เจ้าจะรับนางไว้หรือไม่?"คุณชายเฟิงจูยิ้มยิบหยีโบกพัดกลมอยู่ในเรือนน้ำหมึกดำ"เจ้าจะบอกว่าสุนัขทมิฬที่พวกข้าเคยสู้ด้วยในคุกวงกตใต้สมุทรนอกจากจะไม่โกรธที่พวกข้าทำมันตาบอดไปข้าง แต่ยังอยากจะติดตามรับใช้ข้าเนี่ยนะ?" เจียงหยูหมิงถามซ้ำด้วยความเหลือเชื่อ กับคนที่เคยทำร้ายตัวเองย่อมต้องหนีไปให้ไกลสิ คงไม่ใช่ว่าอยากจะหาโอกาสแก้แค้นหรอกนะ"ถูกแล้ว นางบอกว่าตอนนั้นนางโดนการกระตุ้นกู่เข้าครอบงำทำให้ขาดสติ อีกทั้งนางก็ตั้งครรภ์อยู่ด้วยจึงต้องการสารอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ในท้อง สัญชาตญาณทำให้นางดุร้ายเป็นพิเศษ นางนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนั้นก็ละอายใจนัก วางใจได้ นางเพียงแค่อยากตอบแทนบุญคุณเจ้า" คุณชายเฟิงจูเล่าสิ่งที่หมาป่าโลกันตร์แปลออกมาให้ฟังเมื่อตอนยังอยู่ที่หุบเขาร้อยอสูร"ตอบแทนบุญคุณ?" เจียงหยูหมิงยิ่งงงหนักกว่าเดิม นี่มิใช่ต้องเป็นความแค้นหรอกรึ"ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่นางบอกว่าหากไม่ได้น้ำของเจ้าช่วยไว้คงถูกศิษย์น้องเล็กสังหารไปแล้ว ไม่มีโอกาสรอดชีวิตจนคลอดบุตรธิดาออกมาได้"เจียงหยูหมิงหันไปมองว่าที่ฆาตกรด้านข้างด้วยสายตาแห่งผู้ชน

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ห้องหอที่แท้จริง (2/2) (NC18+)

    จิ้งจอกหิมะพรมจูบโลมเลียทั่วทั้งใบหน้างดงามของเจ้านาย มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมฉีกกระชากอาภรณ์ของตน แต่เมื่อวางลงบนร่างของอีกฝ่ายกลับประดิดประดอยถอดออกด้วยความทะนุถนอม เมื่อไม่มีส่วนใดของใบหน้าแดงก่ำที่เขายังไม่ได้ประทับริมฝีปากลงไปอีก ไป๋ซีหลางก็เลื่อนใบหน้าลากลิ้นที่เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อนเหมือนไอเย็นของยอดเขาหนันซานเริ่มจะต้านทานไฟวิญญาณที่ลุกโหมกระพือไว้ไม่อยู่ ลิ้นลากไล้ไปถึงใบหูแดงก่ำตวัดซอกซอนทุกซอกมุมและสันนูนของกระดูกอ่อนก่อนจะขบเม้มไปที่ติ่งหูนุ่มนิ่มปลายเขี้ยวแหลมคมที่ลากผ่านก่อนจะงับเข้าที่ติ่งหูกระตุ้นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้เจียงหยูหยางสะดุ้งตัวโยน จิ้งจอกหิมะปลดอาภรณ์ของเขาไปจนถึงชั้นในแล้วมือซุกซนก็ลูบไล้บีบคลึงไปทั่วอย่างหิวกระหายดั่งจิ้งจอกที่อดอาหารมานาน แม้จะรุกรานอย่างหนักหน่วงแต่ไป๋ซีหลางก็ระมัดระวังเป็นอย่างดี ปลายกรงเล็บแหลมคมไม่เคยเฉียดกรายเกี่ยวเนื้อเนียนนุ่มเลยสักครั้งไป๋ซีหลางเห็นอีกฝ่ายตอบสนองก็รัวลิ้นโลมเลียดูดดุนติ่งหูทั้งสองข้างจนมันแดงช้ำ เจียงหยูหยางถูกกระตุ้นซ้ำๆ จนต้องแอ่นตัวขึ้นมารับสัมผัสเร่าร้อนของเขา มือน้อยกำใบหูจิ้งจอกไว้แน่นระบายความรู้ส

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ห้องหอที่แท้จริง (1/2)

    บทพิเศษห้องหอที่แท้จริงทันทีที่ประตูเรือนสองบานปิดลงทั้งสี่ก็กลับไปสู่ห้องหอที่แท้จริงของตนที่เรือนนอนในเกาะน้ำหมึก สองร่างพัวพันเกี่ยวกระหวัดตั้งแต่เท้ายังไม่ถึงพื้น อาหารทิพย์ที่พวกเขากินเข้าไปละลายเป็นสารอาหารทันที ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายให้กระชุ่มกระชวยมากกว่าเก่า ลั่วถิงลู่ยกร่างของเจียงหยูหมิงขึ้นนั่งบนโต๊ะน้ำชาจนจอกสุรามงคลที่เตรียมไว้ตกกระจายเกลื่อนพื้น ถึงกระนั้นสองร่างก็ยังไม่แยกจากกัน ริมฝีปากร้อนรุ่มสองคู่ยังคงแย่งกันกลืนกินอีกฝ่ายอย่างหิวกระหายดั่งเมื่อสักครู่ไม่ได้เพิ่งจะกินมื้อใหญ่มาลั่วถิงลู่เอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบป้านสุราที่ไม่ได้ตกกระเด็นไป แล้วเกี่ยวคล้องแขนกับอีกฝ่าย เจียงหยูหมิงที่ตกอยู่ในกองเพลิงร้อนเร่าเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร มือข้างที่ถูกคล้องแขนจับป้านสุราร่วมกับลั่วถิงลู่ สุรามงคลรินรดระหว่างจุดประสานเชื่อมต่อ ทั้งสองผละจากกันเล็กน้อยเพื่อให้สุราได้มีช่องทางเข้าสู่โพรงปากที่เชื่อมประสาน ลิ้นร้อนทั้งสองยังคงพัวพันแย่งกันดูดกวักสุรามงคลที่รสชาติเหมือนกับร่างกายของอีกฝ่ายสองแขนเกี่ยวพันคล้องกันเพื่อร่วมดื่มสุรา ประสานสัญญาแห่งรักนิรันดร์ สัญญานี้กลับ

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ฟ้าดินร่วมกราบฟ้าดิน (2/2)

    คำอวยพรจากแดนไกลจบลง ก็ได้ฤกษ์ยามแห่งงานมงคลบ่าวสาวสองคู่ร่วมถือผ้าแดงจูงคู่ของตนเดินเข้าเรือนหลักไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้ใหญ่ที่พวกเขาเคารพรัก อาจารย์จงหานถึงกับออกจากการจำศีลชั่วคราวเพื่อมาช่วยดำเนินพิธีการแห่งชีวิต แม้เขาจะเหนื่อยล้าง่วงงุนเพราะยังจำศีลไม่เสร็จดี แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง"สองดวงใจโยงเป็นหนึ่ง ไม่แยกจากชั่วนิรันดร์ จากวันนี้ไป สามีภรรยามีใจเดียว เป็นตายมิพลัดพราก ผูกพันธนาแม้สิ้นลม บ่าวสาวคำนับ คำนับที่หนึ่ง คำนับฟ้าดิน"สองแฝดหันมามองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมาก่อนจะหันหน้าเข้าหากันแล้วคำนับกันเอง เจ้าบ่าวทั้งสองเห็นเข้าก็ยิ้มอ่อนอย่างขบขันแล้วทำตามพวกเขา ฟ้าดินก็อยู่ตรงนี้แล้วไม่ใช่รึไง พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีสามหนังสือหกพิธีการยิ่งใหญ่คับฟ้าเพื่อประกาศให้ใต้หล้าได้รับรู้ เพราะฟ้าดินร่วมเป็นสักขีพยานด้วยกัน ณ ที่นี่แล้วแม้สองฝาแฝดจะไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งกับฟ้าดิน แต่สำหรับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดฟ้าดินนี้มีเพียงกันและกันเท่านั้น"คำนับที่สอง คำนับบิดามารดา บรรพบุรุษ"ทั้งสี่ลุกขึ้นยืนแล้วหันทิศทางไปยังสองสามีภรรยาสกุลเจียงที่นั่งอยู่ด้านหน้า ถัด

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ฟ้าดินร่วมกราบฟ้าดิน (1/2)

    บทพิเศษฟ้าดินร่วมกราบฟ้าดิน"เหตุใดข้าต้องใส่ชุดเจ้าสาว"เจียงหยูหยางขมวดคิ้วมุ่น ปากพูดไปก็เคี้ยวซาลาเปาไส้เนื้อไป"นั่นสิ ทำไมไม่เป็นพวกเจ้าที่ใส่ชุดเจ้าสาวเล่า มาๆ แต่งเป็นสะใภ้ตระกูลเจียงให้พ่อสามีของพวกเจ้าซาบซึ้งใจเร็ว"เจียงหยูหมิงเองก็ยืนเท้าเอวอยู่เคียงข้างน้องชาย สองฝาแฝดกำลังต่อสู้สุดชีวิตเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายตระกูลเจียงจงหลินอี้ที่กลับมาเพื่อช่วยงานใหญ่ยืนกุมขมับ เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าสองแฝดตัวแสบต้องไม่ยอม "ก็พวกเจ้าทั้งคู่เป็นฝ่าย...""หา? ฝ่ายอะไร พูดให้มันดีๆ นะ พี่อี้!"ยังไม่ทันที่จงหลินอี้จะได้พูดจบประโยค แฝดน้องก็จับซาลาเปายัดปากเขา ส่วนแฝดพี่ก็แทบจะตีหัวด่าคนอยู่รอมร่อจงหลินอี้ปวดหัวจนอยากจะกลับไปท่องโลกยุทธภพต่อเสียตอนนี้ ไม่น่าจับสองฝาแฝดมาอยู่รวมกันเลย"น้องชายหมิง น้องชายหยาง พวกเจ้าใจเย็นก่อน เช่นนั้นพวกเจ้าก็แต่งตัวด้วยชุดเจ้าบ่าวแต่คลุมผ้าปิดหน้าไว้ดีหรือไม่?" เซียวซิงโหรวที่ตามติดญาติผู้น้องมาช่วยงานด้วยพยายามช่วยเกลี้ยกล่อมแฝดปลาที่ตีครีบตีหางใส่ทุกคน"จริงด้วย ความคิดเข้าท่านัก พวกท่านว่าอย่างไร?" หลิวจิ่นเหอเองก็ปิดภัตตาคารเพื่อมาช่วยงานและรับ

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ในห้วงความฝัน

    บทพิเศษในห้วงความฝันหวังหยูหยางลืมตาโพลง เสียงนาฬิกาปลุกกรีดร้องบอกเวลาเริ่มต้นวันใหม่ หวังหยูหยางกดปิดเสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือแล้วกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟัน เขาเป็นพวกมีพลังงานเหลือล้นในตอนเช้า ซึ่งทำให้เขาไม่มีปัญหากับการตื่นเช้ากว่าเพื่อนสนิทบ้านข้างๆ เพื่อจะได้มากินโจ๊กปลาฝีมือแม่ ยังไงเรื่องปากท้องก็ต้องมาเป็นอันดับแรก!"ผมไปก่อนนะครับแม่""ตั้งใจเรียนนะลูก อย่าลืมข้าวกล่องด้วยล่ะ"หวังหยูหยางสะพายเป้ออกจากบ้าน เขาไม่ได้ตรงไปที่โรงเรียนโดยทันทีแต่กลับไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านหลังข้างๆ"หยูหมิง ไปโรงเรียนได้แล้ว!"ประตูบ้านสกุลเจียงเปิดออกมาโดยเพื่อนสนิทของเขาเป็นเจียงหยูหมิงที่ในปากยังคาบขนมปังอยู่ มือหนึ่งก็เกี่ยวดึงปลายถุงเท้าขึ้น กระโดดขาเดียวออกมาจากบ้าน"มาแล้วๆ บอกแล้วไงว่าอย่าตะโกน มันรบกวนเพื่อนบ้าน""งั้นวันหลังนายก็ออกมาให้ทันก่อนฉันจะตะโกนสิ" หวังหยูหยางเดินนำเพื่อนสนิทไปเจียงหยูหมิงที่ยังสวมรองเท้าไม่เสร็จดีกระโดดเหยงตามหลังหวังหยูหยาง เขาพ่นลมออกจมูกเพราะปากคาบขนมปังไว้อยู่ "เป็นไปไม่ได้ ฉันเคยตื่นก่อนนายซะที่ไหนล่ะ""ก็จริง"สองเพื่อนซี้เดิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status