LOGINสองวันต่อมาหลัวไป๋เย่ก็เดินทางไปเยี่ยมน้องชายที่สำนักศึกษาในเมืองไฉ่หง ใช้เวลาเดินทางอยู่เกือบหนึ่งวันก็เดินทางมาถึง นางตัดสินใจเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ เอาไว้ ที่นี่มีบ้านเช่ามากมาย เพราะมีคนเดินทางมาเกือบทั้งปี
“พวกเจ้าเก็บของไปนะ ข้าจะออกไปสำรวจดูที่นี่เสียหน่อย” หญิงสาวบอก นางได้นำช่างตัดเย็บมาด้วยสองสามคน เพราะหากให้ทำกันสองคนกับหลิงหลิงคงจะเสร็จไม่ทัน นางจึงได้ไปขอช่างตัดเย็บมาจากบิดา
“คุณหนูให้บ่าวไปด้วยนะเจ้าคะ” หลิงหลิงเสนอ ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้นางไม่อยากให้เจ้านายต้องไปคนเดียว กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
“เจ้าอยู่จัดการที่นี่เถิด” นางไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะนางก็หาได้ไว้ใจคนที่ติดตามมาด้วย ไม่รู้ว่าจะใช่คนของถังเจี่ยหนิงหรือไม่
“เจ้าค่ะ” หลิงหลิงเข้าใจความหมายที่เจ้านายต้องการจะสื่อ จึงได้รั้งอยู่ที่เรือนเพื่อดูความเรียบร้อย
หลัวไป๋เย่ออกไปเดินเล่นในเมืองด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย ที่ตรงนี้นางสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุด ยามที่อยู่เมืองหลวงนางต้องยังรักษาภาพลักษณ์ของสตรี ที่ผ่านมาแม้หลัวไป๋เย่คนก่อนจะค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่สิ่งที่สตรีควรทำนางล้วนทำออกมาได้ดี นางที่เข้ามาแทนที่จึงต้องทำตัวเยี่ยงกุลสตรี ซึ่งขัดกับตัวตนของนางยิ่งนัก
“ที่นี่นางสนใจไม่น้อย” ร้านรวงที่นี่ส่วนใหญ่เป็นร้านขายตำรา แต่ก็มีร้านอื่น ๆ บ้างประปราย ส่วนร้านของกินก็มีอยู่น้อยนิด หรือว่านางจะหันมาทำการค้าที่นี่ดี เปิดเหลาอาหารซักร้าน ไม่ต้องขายดีจนร่ำรวย ขอเพียงมีเงินใช้จ่ายอย่างไม่ขัดสน
ทว่าหากจะทำเช่านี้จริง ๆ อันดับแรกนางต้องออกจากสกุลหลัวให้ได้ก่อน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นไปได้ยากมาก
หญิงสาวเดินเล่นบริเวณที่ได้เช่าเรือนเอาไว้ โดยไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังลอบสังเกตตนเองอยู่
“นายท่านอีกสองวันคุณหนูใหญ่หลัวจะออกนอกเมืองไปยังสำนักศึกษาต้าหนิงขอรับ” ซีห่าวที่ได้รับหน้าที่จับตาดูสกุลหลัวก็กลับมารายงานเรื่องสำคัญ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องของสตรีผู้นี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้านายของเขาไปแล้ว ไม่ว่านางจะทำอันใด ออกไปที่ไหนเจ้านายของเขาต้องการรู้ทุกเรื่อง
“เจ้าไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย อีกสองวันเราจะออกเดินทาง” เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องแม้แต่น้อย ยังคงก้มหน้าสะสางงานตัวเองต่อไป
“ไปไหนหรือขอรับ” ซีห่าวมีสีหน้างงงวย เพราะเขารู้ดีว่าช่วงนี้เจ้านายไม่มีกำหนดการเดินทางออกไปนอกเมือง
“ไปเมืองไฉ่หง”
“ไปทำไมขอรับ” เขายังคงไม่เข้าใจ เจ้านายของเขาไม่มีเรื่องต้องไปที่ไฉ่หง
จางเข่อซินไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงเงยหน้ามองลูกน้องด้วยสายตาเย็นเยียบ ทำให้ซีห่าวหุบปากแล้วเดินออกไปทันที
กระจ่างแล้ว เขารู้แล้วว่าเจ้านายจะไปที่เมืองไฉ่หงทำไม
“ที่แท้นายท่านก็ตามมาดูคุณหนูใหญ่หลัวนี่เอง” ตงหยางอดที่จะหัวเราะเจ้านายของตนเองไม่ได้ เฝ้าตามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ไม่เข้าไปหาเสียที
“ให้ข้าไปตามสืบเรื่องสกุลหลัว แท้ที่จริงแล้วให้ข้าไปเฝ้าคุณหนูใหญ่หลัวแทนชัด ๆ” ซีห่าวที่ถูกไล่ไปอยู่บ่นออกมายกใหญ่ พวกเขาทั้งสองอยู่กับผู้เป็นนายมาตั้งกี่ปี เหตุใดจะไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้านายของเขาเปลี่ยนไปมากมายเพียงใด
“หุบปากของพวกเจ้าเสีย” คนที่ถูกนินทาระยะเผาขนเอ่ยเสียงเย็น พวกนี้คิดกันไปเองทั้งนั้น เขาจะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร คนเช่นเขาน่ะหรือจะให้คนไปตามเฝ้าสตรีนางหนึ่ง ไม่มีทางเสียหรอก
วัน ๆ สตรีเข้าหาเขาตั้งกี่คน เขาต้องสนใจนางด้วยหรือ
“ขอรับ” ทั้งสองตอบออกมาพร้อมกัน ทว่าสีหน้าไม่ได้สลดเลยสักนิด ยังจะมาตีหน้านิ่งใส่พวกเขาอยู่ได้
“เจ้าไปจัดการคนที่ติดตามนางมาให้หมด ข้ามีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับนาง” จางเข่อซินพูดกับคนสนิททั้งสอง ทว่าสายตากลับจดจ้องไปยังสตรีที่เดินเล่นอย่างสบายอารมณ์
“ขอรับ” ทั้งสองออกไปเตรียมการตามที่เจ้านายสั่ง ในที่สุดเจ้านายของเขาก็รู้เสียทีว่าต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร วัน ๆ เอาแต่ตามดูเช่นนี้เมื่อไหร่จะสมหวังกันเล่า
“หึ เจ้าช่างสบายใจเสียจริง” เขาจะรอดูว่าหลังจากนี้เจ้าจะยังใช้ชีวิตอย่างสบายใจได้เช่นนี้อีกหรือไม่
เมื่อท้องฟ้ามืดสนิทตงหยางและซีห่าวลอบเข้าไปในเรือนเช่าของหลัวไป๋เย่แล้วจัดการรมควันยาสลบทุกห้อง ยกเว้นเพียงห้องเดียวที่พวกเขาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ” หลังจากจัดการเรื่องในเรือนสำเร็จ ทั้งสองก็ออกมารายงานเจ้านายที่ยืนรออยู่ด้านนอก พวกเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่ายามที่เจ้านายเข้าหาสตรีจะเป็นเช่นไร เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เจ้านายของพวกเขารู้สึกสนใจสตรี
“พวกเจ้าเฝ้าอยู่ด้านนอก ไม่ต้องตามเข้าไป” พูดจบผู้เป็นนายก็เดินเข้าไปในเรือนอย่างใจเย็น ปล่อยให้ลูกน้องคนสนิทมองตากันปริบ ๆ
“เจ้าว่านายท่านจะทำเช่นไร” ตอนนี้เขาเดาความคิดของเจ้านายไม่ออก
“หวังว่านายท่านจะรู้นะว่าต้องทำเช่นไร” เขาได้แต่มองตามเจ้านายไปด้วยสายตาเป็นห่วง
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ
เมื่อกลับมาถึงจวนหลัวไป๋เย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ส่วนจางเข่อซินก็หายเงียบไปตักแต่กลับมาถึงเมืองหลวง เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คอยรังแกนาง ให้นางพักผ่อนเสียหน่อยก็ดี“คุณหนูไม่ออกไปเดินเล่นหน่อยหรือเจ้าคะ” นี่ก็มาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้วเจ้านายของนางก็ไม่ยอมออกไปไหนเสียที เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือน นางอยากให้เจ้านายของนางออกไปเดินเล่นซื้อของเสียหน่อย เพราะวันนั้นเองแต่ซื้อของให้คุณชาย แต่มิได้หาซื้อของตนเองแม้แต่น้อย“ไม่ล่ะข้าอยากพักผ่อน” นางเหนื่อยเกินจะออกไปเดินเล่นด้านนอก ตอนนี้นางต้องคิดหาทางเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน นางอยากออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีการใดได้บ้าง“แต่ว่าตอนนี้คุณหนูไม่มีเครื่องประดับเลยนะเจ้าคะ หรือแม้แต่ชุดงาม ๆ สักชุดก็ยังไม่มี” หลิงหลิงเอ่ยเสียงเศร้า ตอนนี้เจ้านายของนางก็พอมีเงินใช้สอยแล้ว นางอย







