LOGINบทที่ 3
ช่างสบายใจเสียจริง
หลัวไป๋เย่ที่ได้เงินมาก็เดินออกจากหอด้วยใบหน้าที่เบิกบาน เงินหน้าพันตำลึงพอให้นางใช้ไปจนตายหากนางมาฟุ่มเฟือย แต่ติดตรงที่นางเป็นบุตรสาวคนโตของจวนเสนาบดี เดือนหนึ่งก็ตกราว ๆ สองสามร้อยตำลึง นี่ยังไม่รวมต้องซื้อเครื่องประดับมาแทนของเก่าที่ขายไป ไหนจะน้องชายที่อายุเพียงเจ็ดปีของนางอีก ดีหน่อยที่ตอนนี้น้องชายของนางอยู่ที่สำนักศึกษา นางจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย
แต่ทว่านางไม่อาจวางใจเรื่องเงินทองได้ เพราะตอนนี้ถังเจี่ยหมิงเป็นคนดูแลเรือนหลัง ไม่รู้ว่าส่งเงินทองไปให้น้องชายของนางใช้บ้างหรือไม่ ไหนจะค่าตำรา เสื้อผ้าก็ไม่รู้ว่าได้เตรียมไว้ให้หรือไม่
ไม่รู้ว่าเงินห้าพันตำลึงนี้จะใช้ได้นานหรือไม่ นางต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้
“คงต้องหาที่พักก่อน กลับไปสภาพนี้ไม่ดีแน่” สภาพของนางตอนนี้ดูไม่ค่อยดีนัก และตอนที่ออกจากหอกุ้ยโยวท้องฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะนอนในเมืองอีกคืนก่อนจะเดินทางกลับอารามในวันพรุ่งนี้
หญิงสาวที่ได้เงินมาก็ใช้อย่างมือเติบ ซื้อเครื่องประดับมากมาย เสียเงินไปหลายร้อยตำลึงโดยไม่คิดเสียดายเลยแม้แต่น้อย ส่วนของอื่น ๆ ค่อยออกมาซื้อวันหลัง เพราะเดี๋ยวคนที่จวนจะสงสัยเอาได้
“คุณชายน้อยมาซื้อเครื่องประดับให้สตรีในดวงใจหรือ” หลงจู๊เมื่อเห็นคุณชายน้อยที่ท่าทางร่ำรวยก็เข้ามาต้อนรับทันที
“ใช่ มีของแนะนำหรือไม่” นางเออออไปกับหลงจู๊ เดินเข้าไปดูเครื่องประดับตามที่อีกฝ่ายแนะนำ จึงได้เครื่องประดับติดไม้ติดมือมาอีกสองสามชิ้น
การมีเงินมันดีอย่างนี้นี่เอง แล้วนางจะต้องทำอย่างไรจึงจะมีเงินใช้มากมายเช่นนี้ต่อไป หรือว่านางจะไปเกาะขาเจ้าของหอกุ้ยโยวดีนะ แต่เขาจะไม่ไล่ตะเพิดนางออกมาใช่หรือไม่ ก็นางไปขู่เอาเงินเขามาขนาดนั้น หากเป็นนางก็คงรู้สึกไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ เช่นกัน
ไม่ดี ๆ นางไม่เสี่ยงตายดีกว่า ประหยัดเอาหน่อย อย่างน้อยก็ยังได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและอยู่รอดปลอดภัย
หลัวไป๋เย่ที่เดินเล่นไปมาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายขนมชื่อดังของเมืองหลวง เมื่อก่อนก่อนที่มารดาของนางจะจากไป นางก็ให้คนมาซื้อขนมที่นี่อยู่เป็นประจำ แต่หลังจากที่มารดาของนางจากไป เงินที่เคยใช้อย่างไม่ขาดมือก็ขัดสน จึงได้ใช้ชีวิตตามมีตามเกิด
“หลงจู๊เอาขนมชื่อดังของร้านมาอย่างละสองชิ้น” หญิงสาวสั่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นานแล้วที่ไม่ได้กินขนมพวกนี้ นางจะกินให้หายอยากไปเลย
“คุณชายรอสักครู่นะขอรับ” หลงจู๊หันไปสั่งพนักงานของร้านให้จัดของตามที่ลูกค้าต้องการ
หญิงสาวกลับออกมาจากร้านพร้อมกับขนมที่ต้องการ ก่อนจะไปจ้างรถม้าให้ไปส่งที่อารามเพื่อรอให้รถม้าที่จวนมารับ
“คุณหนูมาได้เสียทีนะเจ้าคะ” หลิงหลิงที่เห็นเจ้านางเดินเข้ามาหาก็เอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทิ้งนางไปเที่ยวคนเดียวยังจะมีหน้าเดินหน้าระรื่นมาหานางอีก
“หลิงหลิงน้อย อย่าน้อยใจไปเลย ข้ามีขนมร้านดังมาให้เจ้าด้วยนะ” หญิงสาวชูกล่องขนมที่ซื้อมาให้เพื่อเป็นการเอาใจสาวใช้คนสนิท ตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงหลิงหลิงเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างนางเสมอมา นางสาบานเลยว่าจะดูแลสาวใช้ผู้นี้ให้ดี
“คุณหนูพูดจริงหรือ แล้วเอาเงินจากที่ใดไปซื้อหรือเจ้าคะ” ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณหนูของนางต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด จะซื้อขนมที่แพงแสนแพงเช่นนี้มาได้อย่างไร
“ข้าออกไปหาช่องทางทำมาหากินนะสิ” นางก็ออกไปหาช่องทางทำมาหากินจริง ๆ แต่ที่มาของเงินนั้นคงไม่สามารถบอกได้
“จริงหรือเจ้าคะ” หลิงหลิงถามอย่างไม่ค่อยจะเชื่อ ที่ผ้ามาแม้เจ้านายของนางจะใช้ชีวิตอย่างอยากลำบาก แต่ก็ไม่เคยคิดออกไปหาเงินด้วยตนเอง ไม่แม้แต่จะขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง
“ใช่น่ะสิ ต่อไปพวกเราจะไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างอยากลำบากแล้ว อยากกินอะไรก็กิน อยากซื้ออะไรก็ซื้อ” สีหน้าของหลัวไป๋เย่ยามที่เอ่ยออกมานั่นดูมั่นอกมั่นใจอย่างมาก ทว่าความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย นางก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำได้เช่นที่พูดได้หรือไม่
“เช่นนั้นก็ดีสิเจ้าคะ” หลิงหลิงยิ้มร่าเพราะที่ผ่านมาพวกนางสองนายบ่าวใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากจริง ๆ
“เช่นนั้นพวกเราก็ไปกินขนมกันเถิด” สองนายบ่าวเดินจูงมือกันไปที่ห้อง โดยไม่รู้เลยว่ามีคนจับตามองตนเองอยู่
ตงหยางที่ได้รับหน้าที่ติดตามหลัวไป๋เย่ก็กลับมารายงานเจ้านายหลังจากที่อีกฝ่ายกลับเข้าไปในห้องแล้ว จากที่เขาตามดูนางมาเกือบสองวันก็เห็นว่านางใช้ชีวิตอย่างสุขกายสบายใจ ไม่ได้เคร่งเครียดกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเลย ทั้งที่เรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับสตรี
“ข้าว่านางดูมีความสุขมากเลยนะขอรับ” เขาแสดงความคิดเห็นของตนเอง โดยไม่ได้ดูเลยว่าสีหน้าของเจ้านายนั้นหน้าดำค่ำเครียดมากเพียงใด
“เจ้าออกไปเถิด” จางเข่อซินเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมกับหลุบตามองถ้วยชาที่ถือเอาไว้ในมือเพื่อซ่อนประกายบางอย่างในแววตา
“หึ มีความสุขหรือ” เท่าที่ฟังนางดูจะสบายใจมาก ไม่กังวลกับเรื่องที่เสียความบริสุทธิ์ให้เขาเลยแม้แต่น้อย นางต้องร้องห่มร้องไห้ขอร้องให้เขารับผิดชอบมิใช่หรือ แล้วเหตุใดนางจึงดูสบายใจเช่นนั้น
ทว่ากลายเป็นเขาเองที่คอยคิดถึงแต่เรื่องของนาง ยามหลับตาก็เอาแต่คิดถึงใบหน้าของนางยามที่อยู่ใต้ร่างของเขา มันช่างเย้ายวนเร้าอารมณ์ของเขาได้ดียิ่งนัก ที่ผ่านมาไม่เคยมีสตรีคนใดทำให้เขาเป็นเช่นนี้มาก่อน
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ
เมื่อกลับมาถึงจวนหลัวไป๋เย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ส่วนจางเข่อซินก็หายเงียบไปตักแต่กลับมาถึงเมืองหลวง เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คอยรังแกนาง ให้นางพักผ่อนเสียหน่อยก็ดี“คุณหนูไม่ออกไปเดินเล่นหน่อยหรือเจ้าคะ” นี่ก็มาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้วเจ้านายของนางก็ไม่ยอมออกไปไหนเสียที เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือน นางอยากให้เจ้านายของนางออกไปเดินเล่นซื้อของเสียหน่อย เพราะวันนั้นเองแต่ซื้อของให้คุณชาย แต่มิได้หาซื้อของตนเองแม้แต่น้อย“ไม่ล่ะข้าอยากพักผ่อน” นางเหนื่อยเกินจะออกไปเดินเล่นด้านนอก ตอนนี้นางต้องคิดหาทางเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน นางอยากออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีการใดได้บ้าง“แต่ว่าตอนนี้คุณหนูไม่มีเครื่องประดับเลยนะเจ้าคะ หรือแม้แต่ชุดงาม ๆ สักชุดก็ยังไม่มี” หลิงหลิงเอ่ยเสียงเศร้า ตอนนี้เจ้านายของนางก็พอมีเงินใช้สอยแล้ว นางอย







