เข้าสู่ระบบฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ
"มีอะไร" ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว "มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ" ตะกุกตะกักตอบเขาไป "รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ" เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ "ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น" ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย "ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์" "ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้" "จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ" ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ" ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา "อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน" ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา "พี่สอน สวัสดีครับ ผมมาส่งฝน" "ห๊ะ ! มาส่งฝน มันเป็นอะไรครับ มิน่าวันนี้มันกลับดึก แล้วมันอยู่ใหนครับ" "อยู่ในรถครับ หลับอยู่ พี่สอนช่วยไปปลุกฝนทีครับ" เพชรพูดจบก็เดินนำพ่อของฝนมาที่รถ ฟองจันทร์จึงรีบเปิดประตูให้ สอนเมื่อเห็นสภาพลูกสาวก็รีบเดินไปและส่งเสียงปลุกเบา ๆ ฝนงัวเงียลืมตาขึ้นมามองคนนั้นที คนนี้ที พลางขยี้ตา พึมพำออกมา "พ่อ คุณเพชร พี่ฟอง" สักครู่ใหญ่ ๆ โน่นแหละฝนจึงตั้งสติได้ โซเซลงจากรถและเดินเข้าบ้านไปเลย "พรุ่งนี้เจอกันนะฝน" ฟองจันทร์บอกกับฝนก่อนที่เธอจะขึ้นไปนั่งรอเพชรบนรถ "กลับก่อนนะพี่สอน" เพรชกล่าวลาพ่อของฝน "ครับ ขอบคุณคุณเพชรมากที่เป็นธุระมาส่งลูกสาวผม" ขากลับบรรยากาศภายในรถอึดอัดยิ่งกว่าตอนขามา แถมเพชรยังนิ่งขรึมขึ้นไปอีก และในที่สุดฟองจันทร์ก็เอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันแสนอึดอัดนั้นเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว "ฝนจะโดนพ่อตีไหม ไม่น่าเล้ย ถ้ารู้ว่าคออ่อนขนาดนี้เดี๋ยววันหลังพากินสปายดีกว่า" เพชรส่ายหน้าช้า ๆ "ยังไม่เข็ดอีก พ่อฝนน่ะดุและหวงลูกสาวมาก ถ้าฝนโดนพ่อตีนั่นต้องโทษคุณ" เพชรคำหนิเธอกราย ๆ "โอ๊ย ! ฝนพี่ขอโทษ" ฟองจันทร์พึมพำขอโทษฝนเบา ๆ เธอลืมนึกไปเพราะไปใช้ชีวิตอิสระที่กรุงเทพ ฯ นาน เธออยากไปเที่ยว ไปกินไปดื่มที่ใหนก็ไปเพราะอยู่คนเดียว แค่ไม่ทำตัวเสียหายและไม่เสียการเสียงานก็พอ แต่พอกลับมาอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้วเธอก็ต้องคำนึงถึงค่านิยม ประเพณีของที่นี่ด้วย "แสดงว่าคุณทำแบบนี้บ่อย ?" เพรชหมายถึงว่าฟองจันทร์ดื่มเหล้าบ่อย ๆ ใช่หรือเปล่า "เฉลี่ย ก็เดือนละสองครั้งนะ" เธอก็ตอบตามความจริงแบบไม่กั๊กเหมือนกัน เพชรจึงเงียบและตั้งใจขับรถ ไม่นานก็มาถึงบ้านของฟองจันทร์ เมื่อรถจอดที่หน้าบ้าน ป้านงค์ก็เดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ลูกสาว สามทุ่มครึ่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ปิดไฟนอนกันเกือบหมดแล้ว "สวัสดีครับป้านงค์" ยกมือไหว้แม่ของฟองจันทร์ "อ้าว ! คุณเพชร" รับไหว้เขา และหันไปพูดกับลูกสาว "กลับดึกจัง เมารึเปล่า แล้วทำไมคุณเพชรถึงมา.." ฟองจันทร์รีบวิ่งมากอดแม่อย่างประจบก่อนที่ท่านจะพูดจบด้วยซ้ำ "ไม่เมาจ้ะแม่ เอ่อ..เรื่องมันยาวเดี๋ยวฟองเล่าให้ฟัง" ลุนหลังแม่ให้เดินเข้าไปในบ้าน เพรชเดินอ้อมไปท้ายรถและทำท่าจะยกมอร์เตอร์ไซค์ของฟองจันทร์ลงคนเดียวเธอจึงรีบวิ่งไปช่วยเขา แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นเพชรซะมากกว่าที่เป็นคนออกแรง ทุลักทุเลอยู่เกือบสิบนาทีก็ยกรถมอร์เตอร์ไซค์ลงได้สำเร็จ "ขอบคุณมากค่ะ" เพชรไม่ว่าอะไร เดินไปขึ้นรถและขับออกไป เมื่อเขาลับตาไปแล้วเธอก็ปิดประตูรั้ว เดินเข้าบ้านเพื่อไปอธิบายเรื่องราวให้ป้านงค์ฟัง "ฝน..เป็นไงบ้างเมื่อคืน พ่อดุไหม" เมื่อเตรียมของและเปิดร้านเรียบร้อยแล้ว ฟองจันทร์ก็รีบเดินไปที่ร้านน้ำแข็งใสของฝนและสอบถามฝนทันที "โดนบ่นนิดหน่อยค่ะพี่ฟอง" ฟองจันทร์โล่งใจ "จริงนะ.. ? เห็นคุณเพชรบอกว่าพ่อของฝนดุมาก" ถามย้ำกับฝนอีกรอบ พร้อมกับสำรวจเนื้อตัวของฝนไปด้วย "ไม่เป็นไรจริง ๆ พี่ฟอง ว่าแต่เมื่อคืนหลังจากไปส่งหนูแล้ว พี่กับคุณเพชรคืบหน้ากันไปถึงใหนแล้วอ้ะ" เปลี่ยนมาถูกถามบ้างฟองจันทร์ถึงกับไปไม่เป็น "บ้า..คืบนงคืบหน้าอะไรกัน" พูดจบก็เดินกลับไปที่ร้านเลย ฝนได้แต่หัวเราะเพราะอดขำท่าทางของฟองจันทร์ไม่ได้ "เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง" เสียงเข้มสั่งกาแฟ ซึ่งฟองจันทร์ไม่ต้องมองก็รู้ว่าใคร เธอจึงรีบเข้าไปในร้านและลงมือชงกาแฟให้เขาทันที "ได้แล้วจ้า" ยื่นแก้วกาแฟไปตรงหน้าเขา เพชรเตรียมหยิบเงินในกระเป๋าตังค์ออกมาเพื่อจ่ายค่ากาแฟ "ไม่ต้องจ่ายค่ะ เป็นการสมน้ำหน้าคุณ เอ๊ยเป็นของสมนาคุณ ที่คุณเพชรช่วยเหลือพวกเราเมื่อคืน" เพชรจึงเก็บเงินใส่ไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม "ขอบใจ" พร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นดูดปรู๊ดดใหญ่ "ขอบคุณอีกครั้งนะคะเรื่องเมื่อคืน ถ้าไม่ได้คุณเพชร ฟองกับฝนคงแย่" กล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง พร้อมกับนั่งลงเพื่อคุยกับเขาไปด้วย เพิ่งเก้าโมงเช้า ลูกค้ายังไม่มี ส่วนมากแล้วลูกค้าของเธอจะเริ่มหนาแน่นช่วงสิบโมงถึงประมาณบ่ายสอง "ไม่ต้องเกรงใจ มีอะไรก็เรียกผมได้" ตอบเธอไป "ปกติแล้วคุณเพชร พูดน้อยแบบนี้กับทุกคนหรือกับแค่บางคนคะ" เพชรสะอึกกับคำถามตรง ๆ ของเธอ หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดูดอึกใหญ่ "ทำไมเหรอ" "ก็...เห็นคุยกับฟอง ถามคำตอบคำ เหมือนไม่อยากคุยด้วย" เพชรดูดกาแฟอีกรอบ คราวนี้หมดแก้วเลย ฟองจันทร์จึงลุกไปชง 'เอสเย็นเข้ม ๆ' มาให้เขาอีกแก้ว "พอแล้วนะแก้วนี้ หมดโควต้าของสมนาคุณแล้ว" เพชรขำให้กับความขี้งกของฟองจันทร์ เขาหัวเราะเสียงดังลั่น "ฮ่า ๆๆๆๆ ขี้งกไปได้" "ไม่ได้งก จรรยาบรรณของแม่ค้าน่ะคุณ ลดแลกแจกแถมมากเดี๋ยวขาดทุนกันพอดี" เสียงหัวเราะของเพชรคงจะดังมากจนผู้คนแถวนั้นหันมามอง สงสัยว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เสือยิ้มยากอย่างเพชร เปล่งเสียงหัวเราะออกมาได้เสียงดังขนาดนี้ แม้แต่ฝนแม่ค้าน้ำแข็งใสก็ยังชะเง้อคอมอง "เบา ๆ หน่อยคุณ คนเขามองกันใหญ่แล้ว" ฟองจันทร์บอกกับเพชรเสียงเบา เขาจึงคว้าแก้วกาแฟแล้วเดินออกจากร้านไป "แหม.. พี่ฟองสนิทสนมกันเร็วจริงเพียงชั่วข้ามคืนเอง" ฝนอดไม่ได้จนต้องเดินมาแซวฟองจันทร์ "สนิทอะไรล่ะ ฝนก็พูดไปเรื่อย เอาน้ำแข็งใสใส่เครื่องเยอะ ๆ มาถ้วยนึง" สั่งน้ำแข็งใสแก้เขิน ฝนจึงเดินกลับไปร้าน เพื่อลงมือทำน้ำแข็งใสให้ฟองจันทร์ เพชรกระโดดขึ้นรถกระบะ วันนี้เขาไม่ได้ขับรถขนดินเพราะต้องเข้าไปคุยงานที่อำเภอเรื่องโครงการซ่อมแซมถนนในตำบลนี้ทุกเส้น บริษัทของเพชรประมูลได้ เหลือเพียงขั้นตอนและรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะเริ่มกำหนดวันเริ่มซ่อมแซมได้ เขาจึงแวะกินกาแฟก่อนเพราะอยากเจอหน้าฟองจันทร์นั่นเองเมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้วฟองจันทร์ก็มาปลุกเรลี่ เพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพ ฯ เพราะเที่ยวบินของเรลี่ได้รอบเที่ยง กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วเพชรก็ขับรถพาสองสาวไปที่สนามบิน "แล้วมาใหม่นะเร"ฟองจันทร์บอกเพื่อนที่เธอรักที่สุดเสียงสั่น"มาแน่นอน แต่คงเป็นตอนรับขวัญหลานโน่นแหละ ไปนะคุณเพชร ดูแลนังฟองดี ๆ ด้วย"ฝากฝังหรือสั่งเสียก็ไม่แน่ใจ"เท่าชีวิต"เพชรรับปากเรลี่เสียงหนักแน่น เรลี่จึงได้วางใจเดินเข้าเกตไป ฟองจันทร์ใช้สายตาส่งเพื่อนจนแผ่นหลังของเรลี่ลับสายตา เพชรโอบไหล่ฟองจันทร์พาเดินออกมาที่รถ"แวะใหนมั้ยเดี๋ยวพี่พาแวะ"ฟองจันทร์พยักหน้า ของที่ร้านขาดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ถุงและหลอด เธอคิดระหว่างเดินจูงมือกันไปขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถและขับออกมาจากสนามบินเพื่อแวะซื้อของที่แหล่งรวมสินค้าสำหรับอุปกรณ์การชงกาแฟ"พี่ไม่อยากให้ฟองขายกาแฟอีกเลย"แต่ก็ช่วยเธอถือของและเลือกของอย่างขันแข็ง"อ้าวทำไมล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องทำมาหากินสิ ถ้าเกิดถูกสามีทิ้งจะได้ไม่อดตาย"ฟองจันทร์ก็ตอบเขาไปตามความนึกคิดของตัวเอง"พี่ไม่มีวันทิ้งฟอง"บอกเธอเสียงดัง และยังพูดต่ออีก"แต่พี่เป็นห่วงถ้าเกิดว่า
หลังจากที่ฝนกับเรลี่ออกไปแล้วป้านงค์ก็มาเคาะประตูห้องลูกสาว ฟองจันทร์แง้มประตูออกมาคุยกับแม่"แม่ไปดูหมอลำก่อนนะ"บอกลูกสาวเสร็จก็สำรวจตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านก่อนจะเดินไปชวนป้าข้างบ้านปั่นจักรยานไปดูหมอลำซิ่ง เพชรกับฟองจันทร์มองหน้ากันยิ้ม ๆ เพราะราวกับว่าทุกคนต่างอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพัง"พี่เพชรหิวไหมคะ เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"เพราะตั้งแต่ตอนสู่ขวัญแล้วเธอสังเกตเห็นว่าเพชรไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามแก้วที่เพื่อนของเขาเป็นคนยื่นให้ ส่วนฟองจันทร์นั้นฝนซื้อนมกับขนมมาให้ทำให้เธอได้พอมีอะไรรองท้องอยู่บ้าง"หิวนิดหน่อย แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ให้เราออกจากห้องไม่ใช่เหรอ จนกว่าจะเช้า""มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ไม่งั้นเราจะกินข้าว กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่ายังไง"ฟองจันทร์พูดอย่างมีเหตุผลเพชรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย"เอางี้พี่เพชรไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"ทั้งสองยังอยู่ในชุดแต่งงานอยู่เลย เพชรคิดจะสวีทหวานแหววกับฟองจันทร์ก็ตั้งหลายที แต่เพราะพวกเพื่อน ๆ ตัวดีของเขานั่นแหละทั้งคอยเคาะประตูใหนจะเคาะหน้าต่างก่อกวนไม่ล้มเลิก เพิ่งจะเงียบเสียงลงเมื่อตอนช่วงบ
และแล้วก็ถึงวันแต่งงาน เรลี่ปลุกสาว ๆ ตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทำผม ส่วนในครัวก็กำลังวุ่นวาย เพราะบรรดาแม่ครัวต่างก็กำลังเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เสียงสับหมูสับไก่ เสียงโขลกน้ำพริก ผสมปนเปกัน ป้านงค์ปลาบปลื้มใจมากที่มีคนมาช่วยงานเยอะขนาดนี้ งานทุกอย่างออกมาราบรื่นดีมาก เสร็จงานแล้วคงต้องตบรางวัลให้แม่ครัวอย่างงามทุกคนในหมู่บ้านต่างออนซอนป้านงค์และลูกสาวที่ได้ค่าดอง (สินสอด)แพง ก็มีแซว ๆ ขำ ๆ กันเล่น ๆ ว่าป้านงค์เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ค่าดองแพงขนาดนี้ ส่วนป้านงค์ก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง"ฉันก็เลี้ยงด้วยข้าวนี่แหละ"ป้านงค์บอกอย่างภูมิใจ ไม่นานกับข้าวกับปลาก็แล้วเสร็จ เหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ป้านงค์ทุ่มงบไม่อั้นแขกเหรื่อทุกคนต้องอิ่มหนำสำราญ"ตาสีเอ๊ยวันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ แกต้องอวยพรและคอยคุ้มครองลูกของเราด้วย"ป้านงค์จุดธูปบอกกล่าวแก่สามีผู้ล่วงลับด้วยความปลาบปลื้มใจ "เพชรแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก"ป้าอรเข้ามาตามลูกชายถึงในห้องนอนเพราะกลัวลูกชายจะลุกไม่ไหว เมื่อคืนเพชรดื่มหนักไปหน่อย เพราะเพื่อน ๆ ที่เรียนวิศวะรุ่นเดียวกับเขาต่างหอบลูกจูงเมียมาร่วมงานแต่งเขาทุกคน เ
พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสู่ขวัญแต่งงานของฟองจันทร์กับเพชรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ห้องนอนของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เธอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้ เพราะความจริงแล้วเธอกับเพชรไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย จะใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ หรือ แต่ฝนกับเรลี่ก็คอยให้กำลังใจ อย่าคิดอะไรมากมายทำตามเสียงของหัวใจก็พอแล้ว"คิดอะไรมากมายวะแก คุณเพชรรักแก แกรักคุณเพชรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นยังมาไม่ถึง คิดไปก็ปวดหัว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ตอนนี้คือ แกกับคุณเพชรได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด น่าอิจฉาจะตาย เนอะฝน"เรลี่พูดเป็นข้อคิดและให้กำลังใจเพื่อน ฝนก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย ฝนมานอนค้างที่บ้านของฟองจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืน ขออนุญาติพ่อกับแม่เรียบร้อย เธอให้แม่กับน้องมาขายของให้จนกว่างานแต่งของฟองจันทร์จะเสร็จ แต่ถ้าวันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรเธอก็อาจจะแวะเข้าไปดูที่ร้านสักแว้บนึง"พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะต้องแต่งหน้าทำผมให้คนตั้งสามคน เจ้าสาวหนึ่ง เพื่อนเจ้าสาวสองคน"เรลี่พูดคุยถึงเรื่องการแต่งหน้าในวันพรุ่งนี้
ฟองจันทร์ตื่นตีสี่เป็นเรื่องปกติป้านงค์ก็เช่นกัน วันนี้เธอไม่ได้ไปเปิดร้านกาแฟเพราะป้านงค์บอกว่าจะต้องเตรียมการอะไรหลายอย่างมาก การ์ดงานแต่งคงพิมพ์ไม่ทัน ป้านงค์จึงใช้วิธีการตามแบบสมัยโบราณก็คือการไปหาที่บ้านของคนที่สนิทหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและบอกกล่าวท่านว่าจะมีงานแต่งงาน อยากให้ไปเป็นเกียรติและผูกข้อไม้ข้อมือให้ลูกให้หลานหน่อย ป้านงค์ให้ฟองจันทร์ตระเวณขับมอร์เตอร์ไซค์พาท่านไปบอกกล่าวคนนั้นคนนี้ตลอดช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาเย็บบายศรีสู่ขวัญ เตรียมของ 'สมมา' หรือของรับไหว้ ซึ่งทางอีสานส่วนมากจะเป็นพวก ผ้าขาวม้าไหม ซิ่นไหม โสร่งไหม เป็นต้น ส่วนกับข้าวเลี้ยงแขกนั้นก็ได้บรรดาแม่ครัวแถวบ้านมาช่วยโดยไม่ต้องว่าจ้าง เพราะป้านงค์เวลาที่มีบุญมีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานศพ ท่านก็ไปช่วยไม่เคยขาด ถึงเวลามีงานบ้านตัวเองบ้างทุกคนจึงเต็มใจมาช่วยอย่างเต็มที่พวกผู้ชายและคนหนุ่ม ๆ ก็ช่วยกันมากางเต๊นท์ผ้าใบ จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ โชคดีที่บริเวณบ้านของฟองจันทร์มีพื้นที่กว้างขวางกับข้าวกับปลาที่ใช้เลี้ยงแขกนั้น ในงานแต่งแบบนี้ส่วนมากจะเป็นลาบ ไม่ลาบหมูก็ลาบวั
เพชรพาฟองจันทร์ไปที่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ป้าอรและพราวน้องสาวของเพชรกำลังรออยู่ ฟองจันทร์เดินเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีผู้เฒ่าผู้แก่อยู่กันหลายคน ป้าอรรีบเดินออกมาหาเธอ"หนูฟอง วันนี้แม่จะพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปตกลงพูดคุยเรื่องของหนูกับเพชร"พูดกับเธอเสร็จก็หันไปบอกกับลูกชาย"เพชรกับน้องล่วงหน้าไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับย่า ๆ ยาย ๆ จะตามไป ไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย กับข้าวกับปลาแม่เตรียมไว้หมดแล้ว"ก่อนจะไปเพชรพาเธอเดินเข้าไปหาหมอพราวที่กำลังตักกับข้าวใส่หม้ออยู่ในครัว"นี่ยัยพราว น้องสาวพี่เอง หน้าเหมือนกันมั้ย"หมอพราววางมือจากการตักกับข้าว"หวัดดีพี่สะใภ้"พราวเรียกเธออย่างให้เกียรติและยิ้มกว้างเป็นการทักทาย ทั้งที่ความจริงแล้วพราวแก่กว่าฟองจันทร์สองปี "นี่ถ้าเจอพี่พลอยนะฟองจะแยกแทบไม่ออกเลยล่ะ เราสามคนพี่น้องหน้าตาเหมือนกันมาก"พูดจบก็จับจูงมือฟองจันทร์เดินออกมาและเดินไปขึ้นรถมอร์เตอร์ไซค์สตาร์ทและขับพาเธอตรงไปที่บ้านป้าอรกับป้านงค์โทรคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่ป้าอรวางสายจากเพชรแล้วท่านก็ต่อสายพูดคุยกับป้านงค์ทันที เพราะทนความใจร้อนของลูกชายตัวดีไม่ไหว เมื่อเพชรกับฟองจันทร์ม







