เข้าสู่ระบบฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ
"มีอะไร" ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว "มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ" ตะกุกตะกักตอบเขาไป "รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ" เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ "ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น" ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย "ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์" "ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้" "จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ" ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ" ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา "อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน" ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา "พี่สอน สวัสดีครับ ผมมาส่งฝน" "ห๊ะ ! มาส่งฝน มันเป็นอะไรครับ มิน่าวันนี้มันกลับดึก แล้วมันอยู่ใหนครับ" "อยู่ในรถครับ หลับอยู่ พี่สอนช่วยไปปลุกฝนทีครับ" เพชรพูดจบก็เดินนำพ่อของฝนมาที่รถ ฟองจันทร์จึงรีบเปิดประตูให้ สอนเมื่อเห็นสภาพลูกสาวก็รีบเดินไปและส่งเสียงปลุกเบา ๆ ฝนงัวเงียลืมตาขึ้นมามองคนนั้นที คนนี้ที พลางขยี้ตา พึมพำออกมา "พ่อ คุณเพชร พี่ฟอง" สักครู่ใหญ่ ๆ โน่นแหละฝนจึงตั้งสติได้ โซเซลงจากรถและเดินเข้าบ้านไปเลย "พรุ่งนี้เจอกันนะฝน" ฟองจันทร์บอกกับฝนก่อนที่เธอจะขึ้นไปนั่งรอเพชรบนรถ "กลับก่อนนะพี่สอน" เพรชกล่าวลาพ่อของฝน "ครับ ขอบคุณคุณเพชรมากที่เป็นธุระมาส่งลูกสาวผม" ขากลับบรรยากาศภายในรถอึดอัดยิ่งกว่าตอนขามา แถมเพชรยังนิ่งขรึมขึ้นไปอีก และในที่สุดฟองจันทร์ก็เอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันแสนอึดอัดนั้นเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว "ฝนจะโดนพ่อตีไหม ไม่น่าเล้ย ถ้ารู้ว่าคออ่อนขนาดนี้เดี๋ยววันหลังพากินสปายดีกว่า" เพชรส่ายหน้าช้า ๆ "ยังไม่เข็ดอีก พ่อฝนน่ะดุและหวงลูกสาวมาก ถ้าฝนโดนพ่อตีนั่นต้องโทษคุณ" เพชรคำหนิเธอกราย ๆ "โอ๊ย ! ฝนพี่ขอโทษ" ฟองจันทร์พึมพำขอโทษฝนเบา ๆ เธอลืมนึกไปเพราะไปใช้ชีวิตอิสระที่กรุงเทพ ฯ นาน เธออยากไปเที่ยว ไปกินไปดื่มที่ใหนก็ไปเพราะอยู่คนเดียว แค่ไม่ทำตัวเสียหายและไม่เสียการเสียงานก็พอ แต่พอกลับมาอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้วเธอก็ต้องคำนึงถึงค่านิยม ประเพณีของที่นี่ด้วย "แสดงว่าคุณทำแบบนี้บ่อย ?" เพรชหมายถึงว่าฟองจันทร์ดื่มเหล้าบ่อย ๆ ใช่หรือเปล่า "เฉลี่ย ก็เดือนละสองครั้งนะ" เธอก็ตอบตามความจริงแบบไม่กั๊กเหมือนกัน เพชรจึงเงียบและตั้งใจขับรถ ไม่นานก็มาถึงบ้านของฟองจันทร์ เมื่อรถจอดที่หน้าบ้าน ป้านงค์ก็เดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ลูกสาว สามทุ่มครึ่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ปิดไฟนอนกันเกือบหมดแล้ว "สวัสดีครับป้านงค์" ยกมือไหว้แม่ของฟองจันทร์ "อ้าว ! คุณเพชร" รับไหว้เขา และหันไปพูดกับลูกสาว "กลับดึกจัง เมารึเปล่า แล้วทำไมคุณเพชรถึงมา.." ฟองจันทร์รีบวิ่งมากอดแม่อย่างประจบก่อนที่ท่านจะพูดจบด้วยซ้ำ "ไม่เมาจ้ะแม่ เอ่อ..เรื่องมันยาวเดี๋ยวฟองเล่าให้ฟัง" ลุนหลังแม่ให้เดินเข้าไปในบ้าน เพรชเดินอ้อมไปท้ายรถและทำท่าจะยกมอร์เตอร์ไซค์ของฟองจันทร์ลงคนเดียวเธอจึงรีบวิ่งไปช่วยเขา แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นเพชรซะมากกว่าที่เป็นคนออกแรง ทุลักทุเลอยู่เกือบสิบนาทีก็ยกรถมอร์เตอร์ไซค์ลงได้สำเร็จ "ขอบคุณมากค่ะ" เพชรไม่ว่าอะไร เดินไปขึ้นรถและขับออกไป เมื่อเขาลับตาไปแล้วเธอก็ปิดประตูรั้ว เดินเข้าบ้านเพื่อไปอธิบายเรื่องราวให้ป้านงค์ฟัง "ฝน..เป็นไงบ้างเมื่อคืน พ่อดุไหม" เมื่อเตรียมของและเปิดร้านเรียบร้อยแล้ว ฟองจันทร์ก็รีบเดินไปที่ร้านน้ำแข็งใสของฝนและสอบถามฝนทันที "โดนบ่นนิดหน่อยค่ะพี่ฟอง" ฟองจันทร์โล่งใจ "จริงนะ.. ? เห็นคุณเพชรบอกว่าพ่อของฝนดุมาก" ถามย้ำกับฝนอีกรอบ พร้อมกับสำรวจเนื้อตัวของฝนไปด้วย "ไม่เป็นไรจริง ๆ พี่ฟอง ว่าแต่เมื่อคืนหลังจากไปส่งหนูแล้ว พี่กับคุณเพชรคืบหน้ากันไปถึงใหนแล้วอ้ะ" เปลี่ยนมาถูกถามบ้างฟองจันทร์ถึงกับไปไม่เป็น "บ้า..คืบนงคืบหน้าอะไรกัน" พูดจบก็เดินกลับไปที่ร้านเลย ฝนได้แต่หัวเราะเพราะอดขำท่าทางของฟองจันทร์ไม่ได้ "เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง" เสียงเข้มสั่งกาแฟ ซึ่งฟองจันทร์ไม่ต้องมองก็รู้ว่าใคร เธอจึงรีบเข้าไปในร้านและลงมือชงกาแฟให้เขาทันที "ได้แล้วจ้า" ยื่นแก้วกาแฟไปตรงหน้าเขา เพชรเตรียมหยิบเงินในกระเป๋าตังค์ออกมาเพื่อจ่ายค่ากาแฟ "ไม่ต้องจ่ายค่ะ เป็นการสมน้ำหน้าคุณ เอ๊ยเป็นของสมนาคุณ ที่คุณเพชรช่วยเหลือพวกเราเมื่อคืน" เพชรจึงเก็บเงินใส่ไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม "ขอบใจ" พร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นดูดปรู๊ดดใหญ่ "ขอบคุณอีกครั้งนะคะเรื่องเมื่อคืน ถ้าไม่ได้คุณเพชร ฟองกับฝนคงแย่" กล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง พร้อมกับนั่งลงเพื่อคุยกับเขาไปด้วย เพิ่งเก้าโมงเช้า ลูกค้ายังไม่มี ส่วนมากแล้วลูกค้าของเธอจะเริ่มหนาแน่นช่วงสิบโมงถึงประมาณบ่ายสอง "ไม่ต้องเกรงใจ มีอะไรก็เรียกผมได้" ตอบเธอไป "ปกติแล้วคุณเพชร พูดน้อยแบบนี้กับทุกคนหรือกับแค่บางคนคะ" เพชรสะอึกกับคำถามตรง ๆ ของเธอ หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดูดอึกใหญ่ "ทำไมเหรอ" "ก็...เห็นคุยกับฟอง ถามคำตอบคำ เหมือนไม่อยากคุยด้วย" เพชรดูดกาแฟอีกรอบ คราวนี้หมดแก้วเลย ฟองจันทร์จึงลุกไปชง 'เอสเย็นเข้ม ๆ' มาให้เขาอีกแก้ว "พอแล้วนะแก้วนี้ หมดโควต้าของสมนาคุณแล้ว" เพชรขำให้กับความขี้งกของฟองจันทร์ เขาหัวเราะเสียงดังลั่น "ฮ่า ๆๆๆๆ ขี้งกไปได้" "ไม่ได้งก จรรยาบรรณของแม่ค้าน่ะคุณ ลดแลกแจกแถมมากเดี๋ยวขาดทุนกันพอดี" เสียงหัวเราะของเพชรคงจะดังมากจนผู้คนแถวนั้นหันมามอง สงสัยว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เสือยิ้มยากอย่างเพชร เปล่งเสียงหัวเราะออกมาได้เสียงดังขนาดนี้ แม้แต่ฝนแม่ค้าน้ำแข็งใสก็ยังชะเง้อคอมอง "เบา ๆ หน่อยคุณ คนเขามองกันใหญ่แล้ว" ฟองจันทร์บอกกับเพชรเสียงเบา เขาจึงคว้าแก้วกาแฟแล้วเดินออกจากร้านไป "แหม.. พี่ฟองสนิทสนมกันเร็วจริงเพียงชั่วข้ามคืนเอง" ฝนอดไม่ได้จนต้องเดินมาแซวฟองจันทร์ "สนิทอะไรล่ะ ฝนก็พูดไปเรื่อย เอาน้ำแข็งใสใส่เครื่องเยอะ ๆ มาถ้วยนึง" สั่งน้ำแข็งใสแก้เขิน ฝนจึงเดินกลับไปร้าน เพื่อลงมือทำน้ำแข็งใสให้ฟองจันทร์ เพชรกระโดดขึ้นรถกระบะ วันนี้เขาไม่ได้ขับรถขนดินเพราะต้องเข้าไปคุยงานที่อำเภอเรื่องโครงการซ่อมแซมถนนในตำบลนี้ทุกเส้น บริษัทของเพชรประมูลได้ เหลือเพียงขั้นตอนและรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะเริ่มกำหนดวันเริ่มซ่อมแซมได้ เขาจึงแวะกินกาแฟก่อนเพราะอยากเจอหน้าฟองจันทร์นั่นเองวันนี้ฟองจันทร์ปิดร้านหนึ่งวันเพราะจะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อรถมอร์เตอร์ไซค์ โดยเพชรอาสาจะพาเธอไป คราแรกฟองจันทร์ปฏิเสธ เธอกะว่าจะจ้างรถของป้าข้างบ้านที่เคยไปรับที่สนามบินเมื่อคราวก่อนให้พาไป อีกอย่างเธอเกรงใจเพรชด้วย แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าให้เขาพาไปแหละดีแล้ว เธอจะได้รับส่วนลดเยอะ ๆ ที่สำคัญงานนี้เขาไม่ได้พาไปฟรี ๆ เพราะเขาก็ได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเธอซื้อเงินสดด้วยงานนี้หวานหมู ฟองจันทร์ก็เลยจำนนต่อเหตุผลของเขา ตอนแรกเธอกะว่าจะชวนฝนไปเป็นเพื่อน ป้องกันคำครหาของชาวบ้าน หากเธอกับเขาไปกันสองต่อสองคงไม่พ้นคนนินทาแน่ ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าชวนฝนไป ฝนก็ต้องปิดร้านขาดรายได้อีก เธอจึงให้แม่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งป้านงค์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากชาวบ้าน อีกอย่างไม่ได้เข้าเมืองนานแล้วไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านก็ดีเหมือนกัน สองแม่ลูกตื่นเช้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งรอเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพชรก็ขับรถกระบะสี่ประตูของเขามารับ "สวัสดีครับป้านงค์ ไปกันเลยไหมครับ"เขายกมือไหว้ป้านงค์และส่งยิ้มให้ฟองจันทร์ด้วย"ไปกันเลย ป้ากับฟอง
"เรลี่ ตกลงสงกรานต์นี้แกจะมาเที่ยวหาฉันหรือเปล่า หยุดตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ"ฟองจันทร์วีดีโอคอลหาเรลี่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"ไปสิ ไปอยู่แล้ว ว่าแต่มีอะไรน่าเที่ยว ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่นะเนี่ย แต่ทนคิดถึงแกไม่ไหว ไปเที่ยวอุดรก็ได้""ดีมากเพื่อนเลิฟ อุดรบ้านฉันมีที่เที่ยวเยอะแยะ สาธยายไม่หมดหรอก แค่อำเภอหนองวัวซอนี่ก็เที่ยวไม่หวาดไม่ไหวแล้ว"โฆษณาบ้านตัวเองเสียหน่อย ให้อิเรลี่น้ำลายหกเล่น ๆ"หรือแกจะไปคำชะโนดมั้ยล่ะ อำเภอบ้านดุงไม่ไกลมาก สายมูต้องมาที่นี่เลยนะแก""เออ ! จริงด้วย 'คำชะโนด' ฉันอยากไปนานแล้ว บ้านแกนี่ของดีเยอะจริงว่ะ" ฟองจันทร์เดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอหน้าเพื่อนรักอย่างเรลี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวเดี๋ยวเธอจะชวนฝนไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าฝนจะสะดวกไปด้วยหรือเปล่า เพราะต้องปิดร้านไป แต่ยังไงก็คงต้องลองชวนดู"ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี มีหนุ่มมาจีบหรือไง"ป้านงค์อดแซวลูกสาวไม่ได้"แม่ขา..ไม่ต้องมีคนมาจีบหนูก็อารมณ์ดีตลอดอยู่แล้ว"พูดจบก็เดินไปกอดเอวแม่อย่างประจบ"แม่ สงกรานต์นี้เพื่อนหนูที่กรุงเทพ ฯ เค้าจะมาเที่ยวบ้านเรานะ""ก็ดีสิ มากันกี่
ฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ"มีอะไร"ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว"มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ"ตะกุกตะกักตอบเขาไป"รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ"เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ"ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น"ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย"ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์""ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้""จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ"ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ"ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา"อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน"ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา"พี่สอน
"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไปสองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง"ทำไม ฝนอยากไปเหรอ"พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย"ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก"ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า"กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เพชรกระโดดขึ้นรถหกล้อดั๊มพ์คันประจำของเขา ซึ่งวันนี้มีงานรับเหมาถมที่ 200 เที่ยวชิว ๆ เป็นโครงการของเทศบาลที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะซึ่งว่างอยู่ให้เป็นสนามกีฬา ไว้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมาใช้สำหรับเล่นกีฬาหรืออกกำลังกาย ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมันของเขา เพชรจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เพราะจะได้กินกาแฟเจ้าอร่อย เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี พลางนึกอนาถตัวเองอยู่ในใจ ผู้หญิงที่ตัวเองชอบอยู่ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่กล้าคุยกับเธอ ได้แต่เฉียดไปเฉียดมาสั่งกาแฟวันหนึ่งสองสามแก้ว เพียงเพราะต้องการเห็นหน้าเธอเท่านั้น ไม่ไหว ๆ ขืนกินกาแฟวันละสองสามแก้วแบบนี้นอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับแล้ว เบาหวานจะขึ้นเอาน่ะสิ ไม่ได้เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ยิ่งได้ยินข่าวว่าร้านของเธอกำลังถูกพูดถึงปากต่อปากว่า กาแฟอร่อย บริการประทับใจ และที่สำคัญแม่ค้าสวย ทำให้พวกข้าราชการหนุ่ม ๆ ในอำเภออยากลองมาชิมกาแฟที่ร้านของเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้กอง ครูใหญ่ หรือแม้กระทั่งปลัดอำเภอ ก็เคยมาอุดหนุนร้านเธอกันทั้งนั้น แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ยังคิดไม่ออกเลย"เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง"เสียงเข้มสั่งเมนูเดิมซึ่งฟองจันทร์ก็
ฟองจันทร์เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการเปิดร้านกาแฟโดยมีเรลี่ที่อยู่กรุงเทพ ฯ คอยให้คำปรึกษา เธอนึกขอบคุณที่ตอนนี้คือยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การติดต่อสื่อสารล้วนสะดวกสบาย อยู่ไกลกันแค่ไหนก็สามารถพูดคุย เห็นหน้าเห็นตากันได้ ประมาณอาทิตย์นึง โครงการร้านกาแฟของฟองจันทร์ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมที่จะเปิดร้านได้ ระหว่างที่เธอตกแต่งร้านอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้นเธอก็รู้จักคนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝนแม่ค้าขายน้ำปั่นคนสวย พี่ดาว แม่ค้าน้ำแข็งใส ป้ามลเจ้าของร้านลาบขมต้มแซบ ป้าสายเจ้าของร้านขายส้มตำ ป้าน้อยเจ้าของร้านขนมจีนน้ำยา ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คนพลุกพล่านมาก และแต่ละร้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่ค้าแต่ละคนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองว่าเธอโชคดีที่สุดที่ได้มาเปิดร้านที่นี่ เธอลงทุนกับโปรเจ็คนี้ไปเกือบแสน เหลือเงินเก็บไว้ช็อปปิ้งออนไลน์อีกนิดหน่อย กว่าจะคืนทุนก็คงจะหลายเดือนอยู่ เอาน่าอย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อล่ะวะ ฟองจันทร์คิดปลอบใจตัวเองให้ฮึกเหิมและแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ป้านงค์นิมนต์หลวงตาที่วัดมาทำพิธีเปิดร้านให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เสียดายเรลี่งานยุ่งจึงไม่ได้







