เข้าสู่ระบบ"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"
ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไป สองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง "ทำไม ฝนอยากไปเหรอ" พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย "ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก" ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า "กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ๆ พี่ถึงต้องดิ้นรนเรียนต่อให้จบปริญญาตรีไง" ฟองจันทร์เล่าเรื่องตัวเองให้ฝนฟังอย่างสบาย ๆ เหมือนคุยกับน้องสาวคนหนึ่ง "พี่ฟองเก่งจัง หนูอยากเก่งเหมือนพี่บ้าง" พึมพำเหมือนคนลิ้นไก่สั้นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเบียร์นั่นเอง "ฝนก็เก่งอยู่แล้วนะ หาเลี้ยงพ่อแม่กับน้องด้วยเก่งจะตาย พี่ยกให้เป็นไอดอลเลย ตอนที่พี่กลับมาอยู่บ้านเราใหม่ ๆ น่ะ พี่ก็คิดหนักเหมือนกัน กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้เพราะยังยึดติดกับความสะดวกสบายของที่โน่นอยู่ แต่พอมาอยู่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่อะไรเลย บ้านเราเจริญมาก ๆ สะดวกสบายไม่แพ้กรุงเทพ ฯ แถมได้อยู่กับแม่ด้วย และที่สำคัญถ้าเราไม่งอมืองอเท้าซะอย่างนะอยู่ใหนก็ไม่อดตาย" ฟองจันทร์พูดกับฝนซะยืดยาว ฝนพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ฝนจะเรียนต่อก็ได้นะ จบ ม.ปลายแล้วไม่ใช่เหรอ เรียนทางไปรษณีย์ก็ได้ มสธ.ไง ถ้าจะเรียนเดี๋ยวพี่เป็นที่ปรึกษาให้ ค่าเรียนไม่แพงด้วย" ฝนส่ายหน้าจนผมกระจาย "โอ๊ย..เอาไว้ก่อนเถอะพี่ หนูขี้เกียจ แถมยังหัวขี้เลื่อยอีก เอาไว้ถ้าวันใหนเกิดอยากเรียนขึ้นมาเดี๋ยวหนูจะปรึกษาพี่เป็นคนแรก" ฟองจันทร์ก็พยักหน้าและไม่ได้เซ้าซี้อะไรฝนอีกต่างคนต่างยกแก้วชนแก้วตามประสา "พี่ฟองคอแข็งจัง" ฝนเห็นฟองจันทร์ดื่มไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการว่าเมาเลยจึงเอ่ยชมอย่างทึ่ง ๆ "ฮ่า ๆ พี่กินเหล้าบ่อยตอนอยู่ที่โน่น ไปเที่ยวตามผับตามบาร์บ่อยด้วยนะ ชอบไปส่องผู้ชายหล่อ ๆ แต่อย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะเดี๋ยวเสียภาพลักษณ์หมด" ฟองจันทร์บอกกับฝนอย่างขำ ๆ ความจริงแล้วเธอไม่ได้มีภาพลักษณ์ใด ๆ เลย "พี่มีความฝันมั้ย" ฝนถามฟองจันทร์อย่างจริงจัง "ความฝันของพี่เหรอ ก็ไม่มีอะไรมาก กระเป๋าแบรนด์เนม ไปเที่ยวต่างประเทศ เงินในบัญชีสักแปดเก้าหลัก เว่อร์ไปไหม" "ต่างจากของหนูลิบเลย ของหนูแค่มีกินมีใช้ไปวัน ๆ ก็พอแล้ว" "ไม่เอา ๆ ไม่ดราม่า ชนแก้วดีกว่า" ฟองจันทร์ยกแก้วเบียร์ตัวเองชนกับแก้วของฝนเสียงดังกริ๊ก "พี่ฟอง พี่เป็นพี่สาวหนูได้ไหม หนูยกคุณเพชรให้พี่ก็ได้ ถ้าเขาจะจีบพี่จริง ๆ หนูจะไม่ขวางเลย" อยู่ ๆ ฝนก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ฟองจันทร์แทบจะสำลักเบียร์ "หนูรู้นะว่าพี่เองก็รู้สึกอะไร ๆ กับคุณเพชรเขาอยู่บ้างแหละ สายตาผู้หญิงด้วยกันมันดูออก" ฟองจันทร์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปแต่ฝนก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ แบบนี้นี่เองที่เรียกว่าหลับกลางอากาศ ตายห่า คออ่อนซะจริง ๆ แล้วจะทำไงดีล่ะเนี่ย "ฝน ! ๆๆๆ" ฟองจันทร์ตบแก้มฝนเบา ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ หยิบโทรศัพท์ฝนขึ้นมาหวังจะหาเบอร์ของคนที่บ้านของเธอ หน้าจอก็ล็อกซะอีก สแกนลายนิ้วมือก็ไม่ได้ เพราะฝนตั้งรหัสแบบไม่ให้สแกนนิ้ว แต่เป็นแบบใส่พาสเวิร์ด 'ปล่อยให้หลับสักพักละกันเผื่อฟื้น' ฟองจันทร์พึมพำกับตัวเองจนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นเธอเก็บกวาดทำความสะอาดตรงที่เธอกับฝนนั่งกินเบียร์ไปด้วย เสร็จแล้วก็มาปลุกฝนอีกรอบนึงแต่ก็ยังไร้ซึ่งการตอบสนองจากฝนอยู่ ในปั๊มเริ่มปิดไฟแล้ว ฟองจันทร์เหลือบมองนาฬิกาสองทุ่มครึ่งแล้ว จังหวะที่กำลังหันรีหันขวางอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเอ่ยออกมา "ฟองจันทร์" เธอหันขวับไปตามเสียงพอเห็นว่าเป็นใครก็รู้สึกโล่งใจทันที "คุณเพชร" อุทานอย่างดีใจ "เด็กในปั๊ม ไปบอกผมว่า คุณกับฝนยังไม่กลับ ผมเลยออกมาดู มีอะไรหรือเปล่า" ถามเธออย่างเป็นห่วง จะบอกเขาว่าไงดีล่ะ จะว่ามีมันก็มีแหละ "เอ่อ..เรา..พอปิดร้านแล้วฝนกับฟองก็สังสรรค์กันนิดหน่อย ฝนเมาหลับไป ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น ฟองเลยกะว่ารอให้เธอตื่นก่อนถึงจะพากันกลับค่ะ หวังว่าคงจะไม่ผิดกฏของสัญญาเช่านะคะ" รีบอธิบายกับเขาอย่างยืดยาว ดีนะเก็บขวดเบียร์ไปทิ้งแล้ว เดี๋ยวมันจะดูไม่ดี เผื่อเจ้าของปั๊มไล่เธอให้ไปขายที่อื่นข้อหาดื่มแอลกอฮอล์ยามวิกาล ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ หมดกันพอดีความฝันของเธอ "ไม่ผิดกฏอะไรหรอก แต่ถ้าปั๊มปิดแล้วมันจะมืดมาก เพราะเราจะเปิดไฟแค่บางจุด อีกอย่างเผื่อมีวัยรุ่นขี้ยาผ่านมาทางนี้มันอันตราย" ตอบเธอกลับไปยืดยาวไม่แพ้กัน "ถ้างั้นคุณเพชรรู้จักบ้านของฝนไหมคะ รบกวนคุณไปส่งเธอหน่อยได้ไหม เพราะฟองแบกเธอไม่ไหวจริง ๆ อีกอย่างฟองไม่รู้จักบ้านเธอด้วย" เพชรจึงพยักหน้าเป็นเชิงตกลง "ได้สิ เดี๋ยวให้คนเอารถมาให้ เดี๋ยวผมขับไปส่ง" พูดจบเพชรก็ควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสัั้นและกดโทรออก พูดอะไรสองสามคำ ก่อนจะหันมาพูดกับเธอ "รอแป๊บนึง แล้ว..คุณจะกลับยังไง " ถามเธออย่างเป็นห่วง น้ำเสียงอ่อนโยน "ก็มอร์เตอร์ไซค์เหมือนเดิม ทำไมเหรอคะ" บอกเขาไปท่าทางชิว ๆ เพชรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เอางี้ละกัน ยกรถคุณขึ้นท้ายรถผม เราไปส่งฝนก่อนแล้วค่อยแวะไปส่งคุณอีกที มืดค่ำแล้วมันอันตราย ถนนหนทางมันไม่สว่างไสวเหมือนที่กรุงเทพ ฯ หรอกนะ" ประโยคสุดท้ายอดแขวะเธอไม่ได้ ฟองจันทร์รู้แหละว่าเขาแขวะตัวเอง กำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมา "ไม่ต้องพูดอะไรหรอก เอาตามที่ผมพูดนี่แหละ นั่นไงรถมาแล้ว" มองตามเขาไปก็พบรถกระบะสี่ประตูสีส้ม เจ้าของสโลแกน 'ดุดันไม่เกรงใจใคร' จอดมาเทียบตรงที่เธอกับเขายืนอยู่ "มาแล้วลูกพี่" ผู้ชายตัวผอม ๆ คนหนึ่งลงจากรถมาและเรียกเพชรว่าลูกพี่ "ขอบคุณมากครับลุงจอม ช่วยยกรถมอร์เตอร์ไซค์คันนั้นขึ้นท้ายรถด้วยนะครับ" พร้อมกับเดินตรงไปที่รถมอร์เตอร์ไซค์ของฟองจันทร์และเข็นมายังท้ายรถกระบะของเขา ลุงจอมรีบวิ่งไปและช่วยกันยก สักครู่รถมอร์เตอร์ไซค์ของเธอก็ขึ้นไปอยู่บนท้ายกระบะของเขา "ลุงจอมเช็คความเรียบร้อยในปั๊มเลยนะครับ ผมจะไปส่งฟองกับฝนก่อน" บอกคนของเขาเสร็จก็เดินไปอุ้มฝนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่มาเพื่อจะขึ้นรถ ฟองจันทร์รีบเปิดประตูหลังให้เขาอย่างไว เมื่อเพชรวางฝนลงที่เบาะหลังเรียบร้อยแล้ว ฟองจันทร์ก็ก้าวขึ้นไปนั่งเบียดกับฝน "มานั่งข้างผมนี่" เสียงเข้มอีกแล้ว เธอจึงรีบลงมาและเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งเคียงข้างเขา เพชรจึงออกรถและขับออกจากบริเวณนั้นอย่างไม่เร่งรีบอะไร ฝนอยู่คนละหมู่บ้านกับฟองจันทร์และเพชร ซึ่งห่างจากหมู่บ้านนี้ประมาณ 4 กม. สองข้างทางมืดมาก ปกติแล้วพ่อของฝนจะมารับมาส่งเธอในทุก ๆ วันวันนี้ฟองจันทร์ปิดร้านหนึ่งวันเพราะจะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อรถมอร์เตอร์ไซค์ โดยเพชรอาสาจะพาเธอไป คราแรกฟองจันทร์ปฏิเสธ เธอกะว่าจะจ้างรถของป้าข้างบ้านที่เคยไปรับที่สนามบินเมื่อคราวก่อนให้พาไป อีกอย่างเธอเกรงใจเพรชด้วย แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าให้เขาพาไปแหละดีแล้ว เธอจะได้รับส่วนลดเยอะ ๆ ที่สำคัญงานนี้เขาไม่ได้พาไปฟรี ๆ เพราะเขาก็ได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเธอซื้อเงินสดด้วยงานนี้หวานหมู ฟองจันทร์ก็เลยจำนนต่อเหตุผลของเขา ตอนแรกเธอกะว่าจะชวนฝนไปเป็นเพื่อน ป้องกันคำครหาของชาวบ้าน หากเธอกับเขาไปกันสองต่อสองคงไม่พ้นคนนินทาแน่ ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าชวนฝนไป ฝนก็ต้องปิดร้านขาดรายได้อีก เธอจึงให้แม่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งป้านงค์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากชาวบ้าน อีกอย่างไม่ได้เข้าเมืองนานแล้วไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านก็ดีเหมือนกัน สองแม่ลูกตื่นเช้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งรอเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพชรก็ขับรถกระบะสี่ประตูของเขามารับ "สวัสดีครับป้านงค์ ไปกันเลยไหมครับ"เขายกมือไหว้ป้านงค์และส่งยิ้มให้ฟองจันทร์ด้วย"ไปกันเลย ป้ากับฟอง
"เรลี่ ตกลงสงกรานต์นี้แกจะมาเที่ยวหาฉันหรือเปล่า หยุดตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ"ฟองจันทร์วีดีโอคอลหาเรลี่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"ไปสิ ไปอยู่แล้ว ว่าแต่มีอะไรน่าเที่ยว ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่นะเนี่ย แต่ทนคิดถึงแกไม่ไหว ไปเที่ยวอุดรก็ได้""ดีมากเพื่อนเลิฟ อุดรบ้านฉันมีที่เที่ยวเยอะแยะ สาธยายไม่หมดหรอก แค่อำเภอหนองวัวซอนี่ก็เที่ยวไม่หวาดไม่ไหวแล้ว"โฆษณาบ้านตัวเองเสียหน่อย ให้อิเรลี่น้ำลายหกเล่น ๆ"หรือแกจะไปคำชะโนดมั้ยล่ะ อำเภอบ้านดุงไม่ไกลมาก สายมูต้องมาที่นี่เลยนะแก""เออ ! จริงด้วย 'คำชะโนด' ฉันอยากไปนานแล้ว บ้านแกนี่ของดีเยอะจริงว่ะ" ฟองจันทร์เดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอหน้าเพื่อนรักอย่างเรลี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวเดี๋ยวเธอจะชวนฝนไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าฝนจะสะดวกไปด้วยหรือเปล่า เพราะต้องปิดร้านไป แต่ยังไงก็คงต้องลองชวนดู"ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี มีหนุ่มมาจีบหรือไง"ป้านงค์อดแซวลูกสาวไม่ได้"แม่ขา..ไม่ต้องมีคนมาจีบหนูก็อารมณ์ดีตลอดอยู่แล้ว"พูดจบก็เดินไปกอดเอวแม่อย่างประจบ"แม่ สงกรานต์นี้เพื่อนหนูที่กรุงเทพ ฯ เค้าจะมาเที่ยวบ้านเรานะ""ก็ดีสิ มากันกี่
ฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ"มีอะไร"ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว"มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ"ตะกุกตะกักตอบเขาไป"รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ"เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ"ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น"ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย"ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์""ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้""จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ"ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ"ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา"อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน"ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา"พี่สอน
"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไปสองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง"ทำไม ฝนอยากไปเหรอ"พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย"ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก"ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า"กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เพชรกระโดดขึ้นรถหกล้อดั๊มพ์คันประจำของเขา ซึ่งวันนี้มีงานรับเหมาถมที่ 200 เที่ยวชิว ๆ เป็นโครงการของเทศบาลที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะซึ่งว่างอยู่ให้เป็นสนามกีฬา ไว้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมาใช้สำหรับเล่นกีฬาหรืออกกำลังกาย ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมันของเขา เพชรจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เพราะจะได้กินกาแฟเจ้าอร่อย เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี พลางนึกอนาถตัวเองอยู่ในใจ ผู้หญิงที่ตัวเองชอบอยู่ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่กล้าคุยกับเธอ ได้แต่เฉียดไปเฉียดมาสั่งกาแฟวันหนึ่งสองสามแก้ว เพียงเพราะต้องการเห็นหน้าเธอเท่านั้น ไม่ไหว ๆ ขืนกินกาแฟวันละสองสามแก้วแบบนี้นอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับแล้ว เบาหวานจะขึ้นเอาน่ะสิ ไม่ได้เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ยิ่งได้ยินข่าวว่าร้านของเธอกำลังถูกพูดถึงปากต่อปากว่า กาแฟอร่อย บริการประทับใจ และที่สำคัญแม่ค้าสวย ทำให้พวกข้าราชการหนุ่ม ๆ ในอำเภออยากลองมาชิมกาแฟที่ร้านของเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้กอง ครูใหญ่ หรือแม้กระทั่งปลัดอำเภอ ก็เคยมาอุดหนุนร้านเธอกันทั้งนั้น แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ยังคิดไม่ออกเลย"เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง"เสียงเข้มสั่งเมนูเดิมซึ่งฟองจันทร์ก็
ฟองจันทร์เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการเปิดร้านกาแฟโดยมีเรลี่ที่อยู่กรุงเทพ ฯ คอยให้คำปรึกษา เธอนึกขอบคุณที่ตอนนี้คือยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การติดต่อสื่อสารล้วนสะดวกสบาย อยู่ไกลกันแค่ไหนก็สามารถพูดคุย เห็นหน้าเห็นตากันได้ ประมาณอาทิตย์นึง โครงการร้านกาแฟของฟองจันทร์ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมที่จะเปิดร้านได้ ระหว่างที่เธอตกแต่งร้านอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้นเธอก็รู้จักคนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝนแม่ค้าขายน้ำปั่นคนสวย พี่ดาว แม่ค้าน้ำแข็งใส ป้ามลเจ้าของร้านลาบขมต้มแซบ ป้าสายเจ้าของร้านขายส้มตำ ป้าน้อยเจ้าของร้านขนมจีนน้ำยา ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คนพลุกพล่านมาก และแต่ละร้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่ค้าแต่ละคนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองว่าเธอโชคดีที่สุดที่ได้มาเปิดร้านที่นี่ เธอลงทุนกับโปรเจ็คนี้ไปเกือบแสน เหลือเงินเก็บไว้ช็อปปิ้งออนไลน์อีกนิดหน่อย กว่าจะคืนทุนก็คงจะหลายเดือนอยู่ เอาน่าอย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อล่ะวะ ฟองจันทร์คิดปลอบใจตัวเองให้ฮึกเหิมและแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ป้านงค์นิมนต์หลวงตาที่วัดมาทำพิธีเปิดร้านให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เสียดายเรลี่งานยุ่งจึงไม่ได้







