เข้าสู่ระบบ"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"
ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไป สองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง "ทำไม ฝนอยากไปเหรอ" พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย "ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก" ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า "กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ๆ พี่ถึงต้องดิ้นรนเรียนต่อให้จบปริญญาตรีไง" ฟองจันทร์เล่าเรื่องตัวเองให้ฝนฟังอย่างสบาย ๆ เหมือนคุยกับน้องสาวคนหนึ่ง "พี่ฟองเก่งจัง หนูอยากเก่งเหมือนพี่บ้าง" พึมพำเหมือนคนลิ้นไก่สั้นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเบียร์นั่นเอง "ฝนก็เก่งอยู่แล้วนะ หาเลี้ยงพ่อแม่กับน้องด้วยเก่งจะตาย พี่ยกให้เป็นไอดอลเลย ตอนที่พี่กลับมาอยู่บ้านเราใหม่ ๆ น่ะ พี่ก็คิดหนักเหมือนกัน กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้เพราะยังยึดติดกับความสะดวกสบายของที่โน่นอยู่ แต่พอมาอยู่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่อะไรเลย บ้านเราเจริญมาก ๆ สะดวกสบายไม่แพ้กรุงเทพ ฯ แถมได้อยู่กับแม่ด้วย และที่สำคัญถ้าเราไม่งอมืองอเท้าซะอย่างนะอยู่ใหนก็ไม่อดตาย" ฟองจันทร์พูดกับฝนซะยืดยาว ฝนพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ฝนจะเรียนต่อก็ได้นะ จบ ม.ปลายแล้วไม่ใช่เหรอ เรียนทางไปรษณีย์ก็ได้ มสธ.ไง ถ้าจะเรียนเดี๋ยวพี่เป็นที่ปรึกษาให้ ค่าเรียนไม่แพงด้วย" ฝนส่ายหน้าจนผมกระจาย "โอ๊ย..เอาไว้ก่อนเถอะพี่ หนูขี้เกียจ แถมยังหัวขี้เลื่อยอีก เอาไว้ถ้าวันใหนเกิดอยากเรียนขึ้นมาเดี๋ยวหนูจะปรึกษาพี่เป็นคนแรก" ฟองจันทร์ก็พยักหน้าและไม่ได้เซ้าซี้อะไรฝนอีกต่างคนต่างยกแก้วชนแก้วตามประสา "พี่ฟองคอแข็งจัง" ฝนเห็นฟองจันทร์ดื่มไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการว่าเมาเลยจึงเอ่ยชมอย่างทึ่ง ๆ "ฮ่า ๆ พี่กินเหล้าบ่อยตอนอยู่ที่โน่น ไปเที่ยวตามผับตามบาร์บ่อยด้วยนะ ชอบไปส่องผู้ชายหล่อ ๆ แต่อย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะเดี๋ยวเสียภาพลักษณ์หมด" ฟองจันทร์บอกกับฝนอย่างขำ ๆ ความจริงแล้วเธอไม่ได้มีภาพลักษณ์ใด ๆ เลย "พี่มีความฝันมั้ย" ฝนถามฟองจันทร์อย่างจริงจัง "ความฝันของพี่เหรอ ก็ไม่มีอะไรมาก กระเป๋าแบรนด์เนม ไปเที่ยวต่างประเทศ เงินในบัญชีสักแปดเก้าหลัก เว่อร์ไปไหม" "ต่างจากของหนูลิบเลย ของหนูแค่มีกินมีใช้ไปวัน ๆ ก็พอแล้ว" "ไม่เอา ๆ ไม่ดราม่า ชนแก้วดีกว่า" ฟองจันทร์ยกแก้วเบียร์ตัวเองชนกับแก้วของฝนเสียงดังกริ๊ก "พี่ฟอง พี่เป็นพี่สาวหนูได้ไหม หนูยกคุณเพชรให้พี่ก็ได้ ถ้าเขาจะจีบพี่จริง ๆ หนูจะไม่ขวางเลย" อยู่ ๆ ฝนก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ฟองจันทร์แทบจะสำลักเบียร์ "หนูรู้นะว่าพี่เองก็รู้สึกอะไร ๆ กับคุณเพชรเขาอยู่บ้างแหละ สายตาผู้หญิงด้วยกันมันดูออก" ฟองจันทร์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปแต่ฝนก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ แบบนี้นี่เองที่เรียกว่าหลับกลางอากาศ ตายห่า คออ่อนซะจริง ๆ แล้วจะทำไงดีล่ะเนี่ย "ฝน ! ๆๆๆ" ฟองจันทร์ตบแก้มฝนเบา ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ หยิบโทรศัพท์ฝนขึ้นมาหวังจะหาเบอร์ของคนที่บ้านของเธอ หน้าจอก็ล็อกซะอีก สแกนลายนิ้วมือก็ไม่ได้ เพราะฝนตั้งรหัสแบบไม่ให้สแกนนิ้ว แต่เป็นแบบใส่พาสเวิร์ด 'ปล่อยให้หลับสักพักละกันเผื่อฟื้น' ฟองจันทร์พึมพำกับตัวเองจนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นเธอเก็บกวาดทำความสะอาดตรงที่เธอกับฝนนั่งกินเบียร์ไปด้วย เสร็จแล้วก็มาปลุกฝนอีกรอบนึงแต่ก็ยังไร้ซึ่งการตอบสนองจากฝนอยู่ ในปั๊มเริ่มปิดไฟแล้ว ฟองจันทร์เหลือบมองนาฬิกาสองทุ่มครึ่งแล้ว จังหวะที่กำลังหันรีหันขวางอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเอ่ยออกมา "ฟองจันทร์" เธอหันขวับไปตามเสียงพอเห็นว่าเป็นใครก็รู้สึกโล่งใจทันที "คุณเพชร" อุทานอย่างดีใจ "เด็กในปั๊ม ไปบอกผมว่า คุณกับฝนยังไม่กลับ ผมเลยออกมาดู มีอะไรหรือเปล่า" ถามเธออย่างเป็นห่วง จะบอกเขาว่าไงดีล่ะ จะว่ามีมันก็มีแหละ "เอ่อ..เรา..พอปิดร้านแล้วฝนกับฟองก็สังสรรค์กันนิดหน่อย ฝนเมาหลับไป ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น ฟองเลยกะว่ารอให้เธอตื่นก่อนถึงจะพากันกลับค่ะ หวังว่าคงจะไม่ผิดกฏของสัญญาเช่านะคะ" รีบอธิบายกับเขาอย่างยืดยาว ดีนะเก็บขวดเบียร์ไปทิ้งแล้ว เดี๋ยวมันจะดูไม่ดี เผื่อเจ้าของปั๊มไล่เธอให้ไปขายที่อื่นข้อหาดื่มแอลกอฮอล์ยามวิกาล ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ หมดกันพอดีความฝันของเธอ "ไม่ผิดกฏอะไรหรอก แต่ถ้าปั๊มปิดแล้วมันจะมืดมาก เพราะเราจะเปิดไฟแค่บางจุด อีกอย่างเผื่อมีวัยรุ่นขี้ยาผ่านมาทางนี้มันอันตราย" ตอบเธอกลับไปยืดยาวไม่แพ้กัน "ถ้างั้นคุณเพชรรู้จักบ้านของฝนไหมคะ รบกวนคุณไปส่งเธอหน่อยได้ไหม เพราะฟองแบกเธอไม่ไหวจริง ๆ อีกอย่างฟองไม่รู้จักบ้านเธอด้วย" เพชรจึงพยักหน้าเป็นเชิงตกลง "ได้สิ เดี๋ยวให้คนเอารถมาให้ เดี๋ยวผมขับไปส่ง" พูดจบเพชรก็ควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสัั้นและกดโทรออก พูดอะไรสองสามคำ ก่อนจะหันมาพูดกับเธอ "รอแป๊บนึง แล้ว..คุณจะกลับยังไง " ถามเธออย่างเป็นห่วง น้ำเสียงอ่อนโยน "ก็มอร์เตอร์ไซค์เหมือนเดิม ทำไมเหรอคะ" บอกเขาไปท่าทางชิว ๆ เพชรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เอางี้ละกัน ยกรถคุณขึ้นท้ายรถผม เราไปส่งฝนก่อนแล้วค่อยแวะไปส่งคุณอีกที มืดค่ำแล้วมันอันตราย ถนนหนทางมันไม่สว่างไสวเหมือนที่กรุงเทพ ฯ หรอกนะ" ประโยคสุดท้ายอดแขวะเธอไม่ได้ ฟองจันทร์รู้แหละว่าเขาแขวะตัวเอง กำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมา "ไม่ต้องพูดอะไรหรอก เอาตามที่ผมพูดนี่แหละ นั่นไงรถมาแล้ว" มองตามเขาไปก็พบรถกระบะสี่ประตูสีส้ม เจ้าของสโลแกน 'ดุดันไม่เกรงใจใคร' จอดมาเทียบตรงที่เธอกับเขายืนอยู่ "มาแล้วลูกพี่" ผู้ชายตัวผอม ๆ คนหนึ่งลงจากรถมาและเรียกเพชรว่าลูกพี่ "ขอบคุณมากครับลุงจอม ช่วยยกรถมอร์เตอร์ไซค์คันนั้นขึ้นท้ายรถด้วยนะครับ" พร้อมกับเดินตรงไปที่รถมอร์เตอร์ไซค์ของฟองจันทร์และเข็นมายังท้ายรถกระบะของเขา ลุงจอมรีบวิ่งไปและช่วยกันยก สักครู่รถมอร์เตอร์ไซค์ของเธอก็ขึ้นไปอยู่บนท้ายกระบะของเขา "ลุงจอมเช็คความเรียบร้อยในปั๊มเลยนะครับ ผมจะไปส่งฟองกับฝนก่อน" บอกคนของเขาเสร็จก็เดินไปอุ้มฝนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่มาเพื่อจะขึ้นรถ ฟองจันทร์รีบเปิดประตูหลังให้เขาอย่างไว เมื่อเพชรวางฝนลงที่เบาะหลังเรียบร้อยแล้ว ฟองจันทร์ก็ก้าวขึ้นไปนั่งเบียดกับฝน "มานั่งข้างผมนี่" เสียงเข้มอีกแล้ว เธอจึงรีบลงมาและเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งเคียงข้างเขา เพชรจึงออกรถและขับออกจากบริเวณนั้นอย่างไม่เร่งรีบอะไร ฝนอยู่คนละหมู่บ้านกับฟองจันทร์และเพชร ซึ่งห่างจากหมู่บ้านนี้ประมาณ 4 กม. สองข้างทางมืดมาก ปกติแล้วพ่อของฝนจะมารับมาส่งเธอในทุก ๆ วันเมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้วฟองจันทร์ก็มาปลุกเรลี่ เพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพ ฯ เพราะเที่ยวบินของเรลี่ได้รอบเที่ยง กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วเพชรก็ขับรถพาสองสาวไปที่สนามบิน "แล้วมาใหม่นะเร"ฟองจันทร์บอกเพื่อนที่เธอรักที่สุดเสียงสั่น"มาแน่นอน แต่คงเป็นตอนรับขวัญหลานโน่นแหละ ไปนะคุณเพชร ดูแลนังฟองดี ๆ ด้วย"ฝากฝังหรือสั่งเสียก็ไม่แน่ใจ"เท่าชีวิต"เพชรรับปากเรลี่เสียงหนักแน่น เรลี่จึงได้วางใจเดินเข้าเกตไป ฟองจันทร์ใช้สายตาส่งเพื่อนจนแผ่นหลังของเรลี่ลับสายตา เพชรโอบไหล่ฟองจันทร์พาเดินออกมาที่รถ"แวะใหนมั้ยเดี๋ยวพี่พาแวะ"ฟองจันทร์พยักหน้า ของที่ร้านขาดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ถุงและหลอด เธอคิดระหว่างเดินจูงมือกันไปขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถและขับออกมาจากสนามบินเพื่อแวะซื้อของที่แหล่งรวมสินค้าสำหรับอุปกรณ์การชงกาแฟ"พี่ไม่อยากให้ฟองขายกาแฟอีกเลย"แต่ก็ช่วยเธอถือของและเลือกของอย่างขันแข็ง"อ้าวทำไมล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องทำมาหากินสิ ถ้าเกิดถูกสามีทิ้งจะได้ไม่อดตาย"ฟองจันทร์ก็ตอบเขาไปตามความนึกคิดของตัวเอง"พี่ไม่มีวันทิ้งฟอง"บอกเธอเสียงดัง และยังพูดต่ออีก"แต่พี่เป็นห่วงถ้าเกิดว่า
หลังจากที่ฝนกับเรลี่ออกไปแล้วป้านงค์ก็มาเคาะประตูห้องลูกสาว ฟองจันทร์แง้มประตูออกมาคุยกับแม่"แม่ไปดูหมอลำก่อนนะ"บอกลูกสาวเสร็จก็สำรวจตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านก่อนจะเดินไปชวนป้าข้างบ้านปั่นจักรยานไปดูหมอลำซิ่ง เพชรกับฟองจันทร์มองหน้ากันยิ้ม ๆ เพราะราวกับว่าทุกคนต่างอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพัง"พี่เพชรหิวไหมคะ เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"เพราะตั้งแต่ตอนสู่ขวัญแล้วเธอสังเกตเห็นว่าเพชรไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามแก้วที่เพื่อนของเขาเป็นคนยื่นให้ ส่วนฟองจันทร์นั้นฝนซื้อนมกับขนมมาให้ทำให้เธอได้พอมีอะไรรองท้องอยู่บ้าง"หิวนิดหน่อย แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ให้เราออกจากห้องไม่ใช่เหรอ จนกว่าจะเช้า""มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ไม่งั้นเราจะกินข้าว กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่ายังไง"ฟองจันทร์พูดอย่างมีเหตุผลเพชรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย"เอางี้พี่เพชรไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"ทั้งสองยังอยู่ในชุดแต่งงานอยู่เลย เพชรคิดจะสวีทหวานแหววกับฟองจันทร์ก็ตั้งหลายที แต่เพราะพวกเพื่อน ๆ ตัวดีของเขานั่นแหละทั้งคอยเคาะประตูใหนจะเคาะหน้าต่างก่อกวนไม่ล้มเลิก เพิ่งจะเงียบเสียงลงเมื่อตอนช่วงบ
และแล้วก็ถึงวันแต่งงาน เรลี่ปลุกสาว ๆ ตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทำผม ส่วนในครัวก็กำลังวุ่นวาย เพราะบรรดาแม่ครัวต่างก็กำลังเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เสียงสับหมูสับไก่ เสียงโขลกน้ำพริก ผสมปนเปกัน ป้านงค์ปลาบปลื้มใจมากที่มีคนมาช่วยงานเยอะขนาดนี้ งานทุกอย่างออกมาราบรื่นดีมาก เสร็จงานแล้วคงต้องตบรางวัลให้แม่ครัวอย่างงามทุกคนในหมู่บ้านต่างออนซอนป้านงค์และลูกสาวที่ได้ค่าดอง (สินสอด)แพง ก็มีแซว ๆ ขำ ๆ กันเล่น ๆ ว่าป้านงค์เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ค่าดองแพงขนาดนี้ ส่วนป้านงค์ก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง"ฉันก็เลี้ยงด้วยข้าวนี่แหละ"ป้านงค์บอกอย่างภูมิใจ ไม่นานกับข้าวกับปลาก็แล้วเสร็จ เหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ป้านงค์ทุ่มงบไม่อั้นแขกเหรื่อทุกคนต้องอิ่มหนำสำราญ"ตาสีเอ๊ยวันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ แกต้องอวยพรและคอยคุ้มครองลูกของเราด้วย"ป้านงค์จุดธูปบอกกล่าวแก่สามีผู้ล่วงลับด้วยความปลาบปลื้มใจ "เพชรแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก"ป้าอรเข้ามาตามลูกชายถึงในห้องนอนเพราะกลัวลูกชายจะลุกไม่ไหว เมื่อคืนเพชรดื่มหนักไปหน่อย เพราะเพื่อน ๆ ที่เรียนวิศวะรุ่นเดียวกับเขาต่างหอบลูกจูงเมียมาร่วมงานแต่งเขาทุกคน เ
พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสู่ขวัญแต่งงานของฟองจันทร์กับเพชรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ห้องนอนของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เธอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้ เพราะความจริงแล้วเธอกับเพชรไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย จะใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ หรือ แต่ฝนกับเรลี่ก็คอยให้กำลังใจ อย่าคิดอะไรมากมายทำตามเสียงของหัวใจก็พอแล้ว"คิดอะไรมากมายวะแก คุณเพชรรักแก แกรักคุณเพชรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นยังมาไม่ถึง คิดไปก็ปวดหัว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ตอนนี้คือ แกกับคุณเพชรได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด น่าอิจฉาจะตาย เนอะฝน"เรลี่พูดเป็นข้อคิดและให้กำลังใจเพื่อน ฝนก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย ฝนมานอนค้างที่บ้านของฟองจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืน ขออนุญาติพ่อกับแม่เรียบร้อย เธอให้แม่กับน้องมาขายของให้จนกว่างานแต่งของฟองจันทร์จะเสร็จ แต่ถ้าวันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรเธอก็อาจจะแวะเข้าไปดูที่ร้านสักแว้บนึง"พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะต้องแต่งหน้าทำผมให้คนตั้งสามคน เจ้าสาวหนึ่ง เพื่อนเจ้าสาวสองคน"เรลี่พูดคุยถึงเรื่องการแต่งหน้าในวันพรุ่งนี้
ฟองจันทร์ตื่นตีสี่เป็นเรื่องปกติป้านงค์ก็เช่นกัน วันนี้เธอไม่ได้ไปเปิดร้านกาแฟเพราะป้านงค์บอกว่าจะต้องเตรียมการอะไรหลายอย่างมาก การ์ดงานแต่งคงพิมพ์ไม่ทัน ป้านงค์จึงใช้วิธีการตามแบบสมัยโบราณก็คือการไปหาที่บ้านของคนที่สนิทหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและบอกกล่าวท่านว่าจะมีงานแต่งงาน อยากให้ไปเป็นเกียรติและผูกข้อไม้ข้อมือให้ลูกให้หลานหน่อย ป้านงค์ให้ฟองจันทร์ตระเวณขับมอร์เตอร์ไซค์พาท่านไปบอกกล่าวคนนั้นคนนี้ตลอดช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาเย็บบายศรีสู่ขวัญ เตรียมของ 'สมมา' หรือของรับไหว้ ซึ่งทางอีสานส่วนมากจะเป็นพวก ผ้าขาวม้าไหม ซิ่นไหม โสร่งไหม เป็นต้น ส่วนกับข้าวเลี้ยงแขกนั้นก็ได้บรรดาแม่ครัวแถวบ้านมาช่วยโดยไม่ต้องว่าจ้าง เพราะป้านงค์เวลาที่มีบุญมีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานศพ ท่านก็ไปช่วยไม่เคยขาด ถึงเวลามีงานบ้านตัวเองบ้างทุกคนจึงเต็มใจมาช่วยอย่างเต็มที่พวกผู้ชายและคนหนุ่ม ๆ ก็ช่วยกันมากางเต๊นท์ผ้าใบ จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ โชคดีที่บริเวณบ้านของฟองจันทร์มีพื้นที่กว้างขวางกับข้าวกับปลาที่ใช้เลี้ยงแขกนั้น ในงานแต่งแบบนี้ส่วนมากจะเป็นลาบ ไม่ลาบหมูก็ลาบวั
เพชรพาฟองจันทร์ไปที่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ป้าอรและพราวน้องสาวของเพชรกำลังรออยู่ ฟองจันทร์เดินเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีผู้เฒ่าผู้แก่อยู่กันหลายคน ป้าอรรีบเดินออกมาหาเธอ"หนูฟอง วันนี้แม่จะพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปตกลงพูดคุยเรื่องของหนูกับเพชร"พูดกับเธอเสร็จก็หันไปบอกกับลูกชาย"เพชรกับน้องล่วงหน้าไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับย่า ๆ ยาย ๆ จะตามไป ไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย กับข้าวกับปลาแม่เตรียมไว้หมดแล้ว"ก่อนจะไปเพชรพาเธอเดินเข้าไปหาหมอพราวที่กำลังตักกับข้าวใส่หม้ออยู่ในครัว"นี่ยัยพราว น้องสาวพี่เอง หน้าเหมือนกันมั้ย"หมอพราววางมือจากการตักกับข้าว"หวัดดีพี่สะใภ้"พราวเรียกเธออย่างให้เกียรติและยิ้มกว้างเป็นการทักทาย ทั้งที่ความจริงแล้วพราวแก่กว่าฟองจันทร์สองปี "นี่ถ้าเจอพี่พลอยนะฟองจะแยกแทบไม่ออกเลยล่ะ เราสามคนพี่น้องหน้าตาเหมือนกันมาก"พูดจบก็จับจูงมือฟองจันทร์เดินออกมาและเดินไปขึ้นรถมอร์เตอร์ไซค์สตาร์ทและขับพาเธอตรงไปที่บ้านป้าอรกับป้านงค์โทรคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่ป้าอรวางสายจากเพชรแล้วท่านก็ต่อสายพูดคุยกับป้านงค์ทันที เพราะทนความใจร้อนของลูกชายตัวดีไม่ไหว เมื่อเพชรกับฟองจันทร์ม







