Mag-log inเมื่อชายหนุ่มคุยธุระเสร็จสิ้นแล้วเขาก็รีบกลับเข้าไปหาหญิงสาวทันที
“นายต้องการเงินเท่าไหร่ก็บอกมา เดี๋ยวฉันจะให้พ่อขนมาให้ถึงที่เลย”ทันทีที่เทปกาวหลุดออกจากปากหญิงสาวก็รีบยื่นข้อเสนอให้ชายหนุ่มด้วยความกล้าทั้งหมดที่มี “ไอ่เงินอ่ะฉันไม่อยากได้หรอก”ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวแล้วกระซิบที่ข้างหูเธอเบาๆอย่างน่าขนลุก “แล้วนายต้องการอะไร”ดวงตาคู่สวยจ้องชายร่างกำยำตรงหน้าด้วยท่าทีหวาดกลัวเมื่อรู้ตัวว่าไม่ได้โดนลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่เฉยๆ “ก่อนหน้ายังทำใจดีสู้เสืออยู่เลย”ชายหนุ่มเชยคางหญิงสาวแล้วจ้องใบหน้าเรียวเล็กอย่างต้องการเย้ยหยัน “นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่”ส่วนเธอที่เห็นดังนั้นจึงสะบัดหน้าหนีอย่างหวงเนื้อหวงตัว “อย่ามาทำหวงเนื้อหวงตัวหน่อยเลย”ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาแล้วเอามือออกจากคางได้รูปของหญิงสาวตรงหน้า “นายต้องการอะไรกันแน่”ดวงตาคู่สวยจ้องใบหน้าคมเข้มอย่างต้องการคำตอบ “เดี๋ยวก็รู้เอง”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวก่อนจะเดินออกจากกระท่อมหลังน้อยไป “นั่นนายจะไปไหน กลับมาก่อน!”เมื่อหญิงสาวถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเธอจึงรีบวิ่งตามชายหนุ่มโดยที่ลืมไปว่าขาของเธอนั้นถูกโซ่ล่ามเอาไว้ “ฉันจะเข้าไปในเมือง”ชายหนุ่มหันมาตอบหญิงสาวก่อนจะขึ้นรถกระบะคันเก่า “ไม่นะ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวฉันกลัวผี”เมื่อหญิงสาวรู้ตัวว่ากำลังถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเพียงลำพังกลางป่าซึ่งไม่มีผู้คนอยู่อาศัย เธอจึงพยายามแกะโซ่ที่ขาออกเพื่อวิ่งตามชายหนุ่มขึ้นรถ “ที่นี่ไม่มีผี มีแต่งูกับเสือ”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวก่อนที่จะเลื่อนกระจกรถขึ้นจากนั้นเขาก็ขับรถออกไปโดยที่ไม่สนใจเสียงร้องโวยวายของเธอ “งู เสือ”เมื่อหญิงสาวนึกถึงสัตว์ร้ายที่สามารถคร่าชีวิตผู้คนเธอจึงรีบกลับเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กแล้วปิดประตูหน้าต่าง จากนั้นเธอก็นอนคดตัวร้องไห้อยู่บนแคร่ไม้ไผ่อย่างคนสิ้นหวัง หญิงสาวนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งตะวันเริ่มลับขอบฟ้า “เขากลับมาแล้ว”หญิงสาวรีบลุกออกไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคย “นี่ข้าวของสำหรับเธอ”ชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กแล้วยื่นถุงใบใหญ่ให้กับหญิงสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไอ่คนชั่วแกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง”นอกจากหญิงสาวจะไม่รับถุงใบใหญ่จากชายหนุ่มแล้วเธอยังใช้กำปั้นทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง “เป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย!”ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นจึงปาถุงใบใหญ่ลงพื้นแล้วตะคอกเสียงดังใส่ร่างเล็กจนเธอผวา “ก็นายทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นและยังคงใช้กำปั้นเล็กๆทุบตีเขาไม่หยุด “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้าทำแบบนี้กับฉัน”ชายหนุ่มรวบแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวจากนั้นเขาก็จ้องดวงตาคู่สวยอย่างต้องการเอาเรื่อง “อย่าทิ้งฉันไว้แบบนี้อีกได้มั้ย”ส่วนหญิงสาวร้องขอชายหนุ่มด้วยน้ำตา “เก็บน้ำตาของเธอไว้ใช้ตอนพ่อตายมันจะมีประโยชน์กว่า และอย่ามาร้องไห้ให้ฉันเห็นอีกเพราะมันน่ารำคาญ”แทนที่ชายหนุ่มจะเห็นใจแต่เขากลับแสดงท่าทีรำคาญ “นายคงไม่มีครอบครัวสินะถึงได้เป็นคนไร้หัวใจและไร้ความรู้สึก” “ถ้าเธอเอ่ยถึงครอบครัวฉันอีกครั้ง เธอจะโยนเธอไปให้เสือป่าแถวนี้ขย้ำ”ชายหนุ่มกล่าวตักเตือนหญิงสาวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เธอด้วยสีหน้าจริงจัง“ไปอาบน้ำได้แล้วก่อนที่มันจะค่ำไปกว่านี้”พูดจบชายหนุ่มก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวกับเสื้อยืดและกางเกงขายาวยื่นให้กับหญิงสาว “ฉันจะไปอาบน้ำยังไงในเมื่อมีโซ่ล่ามอยู่”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาอย่างกลัวว่าจะโดนตะคอกใส่ “อย่าคิดหนีเชียวหล่า”ส่วนชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นจึงยอมปลดโซ่ให้หญิงสาว จากนั้นเขาก็คุมตัวเธอเข้าไปยังห้องน้ำแคบๆซึ่งทำจากสังกะสี ชายหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวอยู่ข้างในเพียงลำพังโดยที่ตัวเขายืนเฝ้าอยู่หน้าประตู “นี่เธอไม่หิวบ้างเลยรึไงถึงได้ไม่บ่นหิวเลยสักคำ”ชายหนุ่มถามหญิงสาวด้วยความสงสัยในขณะที่เขากำลังล่ามโซ่เธอหลังจากที่ทั้งสองขึ้นมายังบนบ้านแล้ว “ทำไมต้องล่ามโซ่กันด้วย ฉันไม่กล้าหนีไปไหนหรอก” “ฉันถามว่าเธอไม่หิวบ้างรึไง” “หิว” หลังจากที่ชายหนุ่มจัดการล่ามโซ่หญิงสาวเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินไปหยิบตะเกียงขึ้นมาจุดไฟทีละดวงจนมันส่องแสงสลัวๆทั่วห้อง จากนั้นเขาก็นำอาหารที่บรรจุในกล่องโฟมยื่นให้หญิงสาว “จะกินได้มั้ยเนี่ย”หญิงสาวรับข้าวกล่องจากชายหนุ่มอย่างกล้าๆกลัวๆ และเธอก็บ่นพึมพำตั้งแต่ยังไม่ทันได้เปิดมันด้วยซ้ำ “กินได้ก็กิน กินไม่ได้ไม่ต้องกิน”ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็แสดงท่าทีรำคาญหญิงสาวอย่างเห็นได้ชัดจนเธอรีบก้มหน้าก้มตากินข้าวแม้จะไม่ได้ชอบมันก็ตาม “อ่ะ”เมื่อทั้งสองทานข้าวเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็นำแปรงสีฟันยาสีฟันยื่นให้กับหญิงสาว จากนั้นเขาก็ยื่นขันน้ำให้กับเธอ “ขนแปรงมันแข็งไป” “ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเรื่องมาก”ส่วนชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็แสดงท่าทีรำคาญหญิงสาว “ก็ฉันเจ็บเหงือก”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาจนคนฟังนั้นแทบไม่ได้ยิน “เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะหาซื้ออันใหม่ให้ก็แล้วกัน” “ขอฉันไปด้วยได้มั้ย”เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้นก็เผยท่าทีดีใจ “ไม่ได้”ชายหนุ่มกล่าวเสียงแข็ง “ฉันไม่หนีนายหรอก” “บอกไม่ได้ก็คือไม่ได้ทำไมเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้”ชายหนุ่มแสดงท่าทีรำคาญต่อหญิงสาวอีกครั้งเมื่อเธอตอแยไม่หยุด “แต่ว่าฉันมีสิ่งของที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ” “อยากได้อะไรก็จดไว้เดี๋ยวฉันจะพยายามหาซื้อให้เท่าที่พอหาได้” “ปกตินายอาศัยอยู่ที่กระท่อมหลังนี้หรอ” “ไม่ต้องมาหลอกถามเอาข้อมูล ฉันไม่ได้โง่หรอกนะ แปรงฟันเสร็จก็นอนได้แล้ว”พูดจบเขาก็โยนผ้าห่มและหมอนให้กับหญิงสาว “ไม่มีฟูกที่นอนให้หรอ” “ไม่มี” “ที่นอนแข็งขนาดนี้ใครมันจะไปนอนได้”หญิงสาวยืนมองแคร่ไม้ไผ่ด้วยใบหน้าสิ้นหวัง “นอนๆไปเถอะ”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวในขณะที่กำลังปูเสื่อเพื่อเตรียมตัวนอน “แลกที่นอนกันมั้ย บนนี้มันแข็งไปแถมยังเป็นคลื่นๆคงปวดหลังน่าดู” “จะนอนที่ไหนก็นอน”พูดจบชายหนุ่มก็ถือหมอนและผ้าห่มของตัวเองเดินไปที่แคร่ไม้ไผ่ ส่วนหญิงสาวที่เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปนอนแทนที่ของเขา … เช้าวันต่อมา.. “ตื่นได้แล้ว”ชายหนุ่มเดินไปปลุกร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสนิท “ปลุกทำไมยังเช้ามืดอยู่เลย”หญิงสาวแสดงท่าทีไม่พอใจเมื่อถูกปลุกในขณะที่เธอกำลังนอนหลับสบาย “ฉันไม่ชอบคนตื่นสาย” “แล้วนายจะให้ฉันตื่นแต่เช้าไปทำไมในเมื่อไม่มีอะไรให้ต้องทำอยู่แล้ว”พูดจบเธอก็ดึงผ้าห่มคุมหัว “ใครบอกว่าไม่มีงานให้ทำ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเธอต้องตื่นพร้อมฉันและเธอต้องหุงข้าวด้วยฟืน ทำกับข้าวโดยใช้ฟืน หลังจากนั้นเธอต้องกวาดบ้านถูบ้านให้สะอาดเอี่ยม”ชายหนุ่มจัดแจงหน้าที่ให้หญิงสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ห๊า! นี่นายพูดจริงหรือพูดเล่น”เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้นก็รีบลุกจากที่นอนด้วยความตกใจ “ถ้าไม่หุงข้าวทำกับข้าวแล้วจะเอาอะไรกิน” “ฉันหุงข้าวทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ และยิ่งถ้าใช้ฟืนยิ่งไปกันใหญ่” “ไม่เป็นเดี๋ยวฉันสอนเอง” “ทำไมไม่ซื้อกินให้มันจบๆ ไม่ก็สั่งเดลิเวอรี่เอา” “ที่นี่ห่างจากตัวเมืองสี่สิบกิโล และที่สำคัญฉันไม่ต้องการให้ใครเข้ามาในพื้นที่นี้ ตามมา ฉันจะสอนวิธีการก่อไฟและการหุงข้าวให้”ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวก่อนจะเดินออกจากห้องนอน ส่วนหญิงสาวที่ไม่มีทางเลือกเดินตามชายหนุ่มออกไปในขณะที่ยังคงงัวเงีย“หนูเห็นนะว่าพี่แอบส่งสายตาหวานให้พ่อหนู”เด็กหญิงแสดงท่าทีหวงผู้เป็นพ่ออย่างที่เธอชอบทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ“พี่เปล่านะคะ”“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย หนูจะฟ้องแม่”“พี่รู้ว่าหนูคงหวงพ่อมาก แต่พี่ไม่ได้ทำอย่างที่หนูกล่าวหา”“งั้นก็ออกไปเลยหนูอยากอยู่กับพ่อสองคน”“พี่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะพี่รับเงินค่าจ้างมาแล้ว”“แต่ว่าคุณพ่อมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”“แล้วไหนอ่ะคะคุณพ่อของหนู”“คุณพ่อแค่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก”“งั้นก็รอจนกว่าคุณพ่อของหนูกลับเข้ามาพี่ถึงจะไปโอเคมั้ย”“ก็ได้”เด็กหญิงที่ไม่ต้องการเห็นหน้าพยาบาลสาวจึงนอนหันหลังในระหว่างที่รอผู้เป็นพ่อ “คุณพ่อมาแล้ว”เด็กหญิงรีบหันหลังกลับทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิด “ดูสิว่าคุณพ่อซื้ออะไรมาฝาก”“ว้าว! ของกินเยอะจัง”เด็กหญิงเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกลับเข้ามาพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือ“พ่อรู้ว่าหนูคงเบื่ออาหารของโรงบาลเลยลงไปหาซื้อของกินให้ มีขนมด้วยนะ”“คุณพ่อรู้ใจน้องพรีมที่สุด”“อยากกินอะไรก็เลือกเอาเลยนะเดี๋ยวคุณพ่อไปใส่จานให้”“อยากกินหมดเลย”“ไม่ได้สิคะ น้องพรีมต้องเลือกเอาสักอย่างสองอย่างเดี๋ยวกินไม่หมด”“งั
“คุณพ่อมาหาน้องพรีมจริงๆด้วย”เด็กหญิงเผยรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นพ่อเปิดประตู้ห้องเข้ามา“ก็ลูกสาวคุณพ่อไม่สบายนี่”ผู้เป็นพ่อเดินไปหาลูกสาวที่เตียงจากนั้นสองพ่อลูกก็โอบกอดกันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “น้องพรีมเสียใจที่เมื่อคืนคุณพ่อไม่มานอนด้วย”แต่แล้วเด็กหญิงก็เปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมีเพียงผู้เป็นแม่ที่มานอนเฝ้า “งอนเป็นเด็กน้อยไปได้”ส่วนผู้เป็นพ่อที่เห็นดังนั้นก็หยิกแก้มลูกสาวเบาๆเป็นการหยอกเล่น “น้องพรีมงอนคุณพ่อจริงๆนะคะ”“ก็คุณพ่อติดธุระด่วนนี่คะ”“แล้วธุระของคุณพ่อสำคัญกว่าน้องพรีมหรอ”“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกสาวของพ่อ แต่เมื่อวานคุณพ่อติดงานด่วนจริงๆ”“แล้วทำไมคุณพ่อถึงสั่งห้ามไม่ให้พี่พีทมาเยี่ยมน้องพรีม”“ก็พี่พีททำให้น้องพรีมเกือบจากคุณพ่อไป และนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้ว”“น้องพรีมทำตัวเองไม่เกี่ยวกับพี่พีท คุณพ่ออย่าไปโทษพี่พีทเลยนะคะ”“ทำไมน้องพรีมต้องรับผิดแทนพี่พีทตลอด”“ก็พี่พีทไม่ผิดจริงๆนี่ และคุณพ่อชอบโทษแต่พี่พีทคนเดียว อย่างเรื่องแพ้กุ้งน้องพรีมเป็นคนร้องขอที่จะไปกับพี่พีทเอง”“แต่พี่พีทไม่ดูแลน้องพรีม”“ถ้าน้องพรีมไม่ตื้อพี่พีทไปงานตั
ทางด้านหญิงสาวที่สามารถหนีออกมาได้จึงรีบติดต่อหาผู้เป็นแม่โดยใช้โทรศัพท์ที่ยืมมาจากพนักงานปั๊มน้ํามัน “Rrrrr“รับสายสักทีเถอะ”หญิงสาวกระวนกระวายเมื่อโทรเข้าเบอร์ผู้เป็นแม่แล้วไม่มีการตอบรับ “คุณแม่คะ เมื่อกี้มีคนโทรหาคุณแม่หลายสายเลย”เด็กหญิงยื่นโทรศัพท์ที่ยืมมาเล่นคืนให้กับผู้เป็นแม่“ใครโทรมา”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันไม่โชว์ชื่อ”เด็กหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง นั่นสิเบอร์ไม่คุ้นเลย”“เป็นพวกคอลเซ็นเตอร์แน่ๆ”“งั้นรอเขาโทรมาอีกรอบเดี๋ยวแม่จะด่าให้พวกเขาลืมชื่อพ่อชื่อแม่ตัวเองไปเลย”“Rrrr”“ไอ่พวกโง่ ไอ่พวกเห็นแก่ตัว วันๆเอาแต่โทรล่าเหยื่อ แกคิดว่าฉันจะหลงกลพวกแกหรอไม่มีทางหรอก”“แม่คะใจเย็นๆก่อน นี่หนูเอง”“นี่พวกแกรู้แม้กระทั่งเรื่องที่ลูกสาวฉันถูกลักพาตัวเลยหรอ ถ้ารู้ดีขนาดนั้นก็บอกมาว่าลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน”“แม่! หนูไม่ใช่มิจฉาชีพ”“จะว่าไปแล้วเสียงคุ้นๆนะ หรือใช้เอไอ”“แม่ช่วยใจเย็นๆแล้วฟังหนูก่อน ถ้าไม่ฟังหนูจะวางสายแล้วนะ”“ใช่เลย นี่แหละลูกสาวฉัน”ผู้เป็นแม่เผยรอยยิ้มพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจเมื่อรู้ว่าลูกสาวที่ถูกลักพาตัวยังมีชีวิตอยู่ “แม่อยู่ไหน”“อยู่โรงพยาบาล แม่อยู่โรงพยา
เมื่อถึงหน้าผาสูงหญิงสาวรีบส่ายหัวอย่างต้องการร้องขอชีวิต “ขอร้อง”หญิงสาวปล่อยโฮทันทีที่เทปกาวถูกดึงออก เธอรีบคุกเข่าต่อหน้าชายฉกรรจ์ทั้งที่มือทั้งสองถูกมัดแน่น “แต่นายหญิงจ่ายเงินให้เราแล้วดังนั้นคงปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก เว้นแต่จะมีข้อเสนอที่น่าสนใจ”“เธอจ่ายให้พวกคุณเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้มากกว่าเป็นสิบเท่าหรือจะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ จะสิบล้านยี่สิบล้านหรือร้อยล้านฉันก็ยอม”หญิงสาวร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนาเมื่อเห็นหน้าผาที่สูงชันอยู่ตรงหน้า เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นาจนน้ำตาไหลอาบแก้มโดยที่ไม่มีโอกาสได้เช็ดมันออก “ข้อเสนอของเธอน่าสนใจดี เราเอาไงกันดีวะ”หนึ่งในชายฉกรรจ์ทำตาโตด้วยความโลภเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่หญิงสาวเสนอให้ซึ่งมันมากกว่าที่เขาได้รับจากผู้หญิงที่กำลังนั่งรออยู่ในรถเป็นพันเท่า“แกคิดว่าน้ำหน้าอย่างนังนี่จะมีปัญญาจ่ายให้เรารึไง”“ก็ไม่แน่นะเว้ย ตอนที่อยู่ในรถแกก็ได้ยินไม่ใช่หรอว่าเธอถูกลักพาตัวมา แถมยังบอกว่าพ่อไม่ใช่คนกระจอกๆ”“ไอ่โง่! ถ้าพ่อนังนี่มีตังค์คงไม่ปล่อยให้ลูกสาวตัวเองถูกลักพาตัวหรอก”“เขาขู่จะฆ่าฉันพ่อเลยไม่กล้าทำอะไรแต่พ่อก็พยายามหาวิธีช่วยฉันอยู่ ผู้ชายคนนั้นเข้าใจผิ
หญิงสาวรอคอยที่จะได้ออกจากชีวิตของชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และหลังจากที่เธอทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็หาข้ออ้างกลับมายังบ้านพัก จากนั้นเธอก็เฝ้ารอให้มีรถยนต์มาจอดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดใจจ่อและไม่นานรถเก๋งคันเล็กก็ปรากฏต่อหน้าเธอ“นั่งหน้าเดี๋ยวก็มีคนจับได้หรอก”“แล้วฉันต้องนั่งไหน”“นั่งท้ายรถ”“แต่ว่าฉันอาจขาดอากาศได้นะ”“ผมคำนวณระยะทางและเวลาให้แล้ว มันไม่เป็นอะไรหรอก พ้นไร่นี้ไปค่อยมานั่งหน้า”“ก็ได้”หญิงสาวที่ต้องการออกจากไร่องุ่นให้เร็วที่สุดจึงยอมขึ้นไปนอนท้ายรถแต่โดยดี เมื่ออยู่ในที่แคบหญิงสาวก็พยายามหายใจช้าๆเพื่อรักษาออกซิเจนไว้ไม่ให้ถูกใช้งานมากเกินไป และถนนที่ไม่เรียบทำให้เธอกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้นกระทั่งในที่สุดก็ถึงถนนใหญ่ “ลงมา!”น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนขับรถทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงลางร้าย “แล้วนายหญิงหล่า”“ฉันอยู่นี่”“นายหญิงคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน!”“จับเธอขึ้นรถ”“ไม่นะ! ขอร้องเถอะค่ะนายหญิง”ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรมากเธอก็ถูกปิดปากด้วยเทปหนาๆส่วนมื้อทั้งสองข้างก็ถูกมัดรวมกัน หญิงสาวพยามที่จะไม่ขึ้นไปนั่งบนรถตู้คันใหญแต่กลับถูกอุ
เช้าวันต่อมา..หญิงสาวตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีอาการคลื่นไส้จนต้องรีบเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ และไม่นานเธอก็กลับมานอนต่อที่เตียงด้วยความอ่อนเพลีย “นี่ยังกล้ามาโผล่หน้ามาที่บ้านเจ้านายอีกหรอ”ถ้อยคำต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานทำให้หญิงสาวแทบจะเดินหันหลังออกจากบ้านหลังใหญ่ แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบเธอจึงจำใจนั่งทานข้าวท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเธออย่างไม่ต้องการร่วมโต๊ะด้วยแม้หญิงสาวไม่ได้รู้สึกหิวแต่เธอก็เลือกที่จะตักอาหารซึ่งอยู่ตรงหน้าใส่ปากเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง และเธอเลือกที่จะก้าวผ่านคำพูดแย่ๆของคนรอบตัวโดยการนั่งนิ่งไม่โต้ตอบอะไรใดๆทั้งสิ้น ….“ซุบชิบอะไรกัน”“เปล่าๆค่ะนายหญิง”“แต่ฉันได้ยินนะว่าพวกเธอสองคนกำลังพูดถึงสามีฉัน” “ขอโทษค่ะพวกเราผิดไปแล้ว”“ไหนเล่ามาสิว่าเมื่อวานตอนค่ำเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“แววไม่ได้บอกนายหญิงหรอคะว่าเกิดอะไรขึ้น”“ไม่ แววไม่ได้มาบอกอะไรฉัน ว่าแต่เมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้น”“เปล่าๆค่ะไม่มี”“อย่าให้ฉันรู้จากปากคนอื่นนะไม่งั้นพวกเธอสองคนโดนไล่ออกแน่”“คืออย่างงี้ค่ะ”สาวใช้ที่ไม่อยากโดนไล่ออกจึงแย่งกันพูด “ใจเย็นๆไม่ต้อ







![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)