เข้าสู่ระบบ“เจ็ตสกีก็ไม่ได้เล่น ไอติมก็ไม่ได้กินแถมยังโดนดุอีก รู้งี้ไม่มาดีกว่า” หลังจากเดินหนีอีกคนเข้าห้องมา ชะเอมก็เอาแต่ยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลังประตูโดยหารู้ไม่ว่าที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินเข้าทั้งหมด จึงทำให้เขารู้สึกผิดต่อเธอเป็นอย่างมาก
และเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองดุเธอเกินกว่าเหตุ เขาจึงตัดสินใจเดินดุ่มๆออกไปจากบ้านพัก สวนเข้ากับน้องสาวและกิ่งกับกันต์ที่เพิ่งกลับมาพอดี ทว่าเขาไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากเดินมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ทำเอาคนที่เหลือมองตามด้วยความสงสัยกับความรีบร้อนของเขา ก่อนจะเป็นเจ้าขาที่พูดขึ้นขณะสายตายังคงมองพี่ชายที่เดินออกไปไหนไม่รู้
“พี่ขุนเค้ารีบไปไหนของเค้า”
“นั่นสิ รีบอะไรขนาดนั้น”
สิ้นคำพูดของกิ่งเมื่อหาคำตอบไม่ได้ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันกลับห้องไปเปลี่ยนชุดเตรียมเล่นน้ำ
ไม่นานทางด้านเจ้าขาที่เดินออกมาจากห้องเป็นคนแรกก็เจอเข้ากับพ่อแม่ที่เพิ่งกลับมาจากเดินเล่น แต่กลับมีของกินติดไม้ติดมื้อมาเต็มไปหมด ก่อนจะได้ยินคนเป็นแม่เอ่ยถาม
“พี่เราเค้าออกไปไหนเหรอเจ้า เมื่อกี้เดินสวนกับแม่เห็นดูรีบร้อนเชียว”
“เจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เห็นพี่ขุนรีบเลยไม่ทันได้ถาม”
“แล้วน้องล่ะ กันต์กับกิ่งด้วยไปไหนกันหมด”
“อยู่ในห้องค่ะเดี๋ยวก็คงออกมา”
สิ้นคำพูดของลูกสาว คนเป็นแม่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก หลังจากนั้นเมื่อกันต์กับกิ่งออกมาจากห้องก็มาช่วยกันเตรียมของจัดปาร์ตี้เล็กๆในคืนนี้ ส่วนชะเอมก็ยังคงอยู่ในห้อง ซึ่งตอนนี้ก็หยุดร้องไห้ไปแล้ว
ทางด้านเจ้าขุนที่ออกไปข้างนอกคนเดียว ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับไอศกรีมในมือหนึ่งถ้วย ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นกับการเตรียมของก็ต้องหันไปมองเขาเป็นตาเดียวกัน
“เอาไปให้น้องหน่อย” ไม่พูดเปล่าเจ้าขุนยื่นถ้วยไอศกรีมในมือให้น้องสาว ทว่าคนเป็นน้องไม่ได้รับไปในทันที แต่ถามกลับไปแทน
“ที่พี่ขุนรีบออกไปเมื่อกี้คือออกไปซื้อไอติมให้ชะเอมเหรอคะ”
เจ้าขุนเลือกที่จะพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ ก่อนจะพูดกับน้องสาวอีกครั้ง
“เอาไปให้น้องแทนพี่หน่อย”
เจ้าขามองถ้วยไอศกรีมที่พี่ชายยื่นมาให้โดยไม่คิดจะถามอะไรอีก เพราะคิดว่าพี่ชายคงมีเหตุผลของตัวเองที่ไม่ยอมเอาไอศกรีมไปให้อีกคนแต่เลือกมาใช้เธอแทน เธอจึงรับถ้วยไอศกรีมจากพี่ชายมาแล้วนำไปให้ชะเอมตามคำสั่งของพี่ชายทันที
“แค่เอาไอติมไปให้น้องทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้น ทะเลาะกับน้องอีกแล้วใช่มั้ยถึงต้องให้เจ้าเอาไอติมไปง้อน้อง”
เมื่อได้ยินคนเป็นแม่พูดขึ้นเจ้าขุนจึงหันไปมอง ก็เห็นคนเป็นแม่มองตนด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่กระนั้นก็ทำใจไว้แล้วว่าหากแม่รู้เรื่องคงต้องบ่นเขาอีกแน่ เขาจึงเลือกที่จะเงียบ ยอมจำนนแต่โดยดี
“ขุน! แม่บอกลูกกี่ครั้งแล้วว่าให้ดีกับน้องหน่อย แม่อุตส่าห์พาน้องมาเที่ยวให้สมองโล่งๆก่อนมหาลัยจะเปิด แต่ลูกกลับไปทะเลาะกับน้องเนี่ยนะ มันใช้ได้ที่ไหนกันฮะ” เธอไม่เข้าใจลูกชายเลยว่าทำไมถึงทะเลาะกับเด็กสาวได้ตลอด ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็มีความรู้สึกดีๆให้กันแต่มันเป็นเพราะอะไรถึงต้องมีเรื่องกันอยู่เรื่อย หรือเรดาร์ของเธอมันพังเลยเข้าใจผิดไปเองว่าเด็กทั้งสองคนนั้นรักใคร่ชอบพอกันอยู่ แต่คิดไตร่ตรองดูแล้วเรดาร์ของเธอกับสามีก็ไม่น่าจะพลาดได้
ขณะเดียวกันคนเป็นสามีก็ได้แต่ยืนมองภรรยาตัวเองตำหนิลูกชายโดยไม่คิดจะห้ามปรามใดๆ เพราะบ้านนี้ภรรยาเป็นใหญ่ เมียว่าไงผัวก็ว่าตามนั้น อีกทั้งเรื่องนี้เขาก็เห็นด้วยกับภรรยาคนสวยของเขา เพราะลูกชายตนเป็นถึงผู้ชายตัวก็โตกว่า แต่ทำไมถึงเอาแต่ทะเลาะกับเด็กสาวตัวเล็กๆคนนึงได้ตลอด ซึ่งมันก็ใช้ไม่ได้จริงๆอย่างที่ภรรยาเขาพูดน่ะถูกต้องที่สุดแล้ว
“ผมไม่ได้ตั้งใจ” เจ้าขุนก็พูดได้เพียงเท่านี้ เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาก ทุกวันนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมพอเป็นเรื่องของคนตัวเล็กเขาถึงชอบใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลตลอด กระทั่งวันนี้ก็ยังต่อว่าเธอเกินกว่าเหตุจนเป็นเรื่อง
“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแม่ไม่สน ถ้าเกิดน้องทนไม่ไหวจนอยากกลับไปอยู่กับแม่เค้าขึ้นมาล่ะ ถึงวันนั้นขุนจะรับได้มั้ย”
เมื่อได้ยินคนเป็นแม่พูดมาเช่นนั้น ดวงตาคู่คมของร่างสูงก็วูบไหวทันทีพร้อมกับใจแกร่งสั่นขึ้นมาด้วยความหวั่นกลัว กลัวว่าสิ่งที่แม่พูดมาอาจจะเกิดขึ้นจริงเข้าสักวัน เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองไม่อาจเสียอีกคนไปได้ เขาก็ไม่สนใจอะไรแล้ว รีบเดินเร็วๆไปยังห้องพักของอีกคนทันที
อีกด้าน
“อะ”
เมื่อชะเอมเห็นเจ้าขายื่นถ้วยไอศกรีมมะพร้าวมาให้ ปากเล็กก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับยื่นมือจะไปรับถ้วยไอศกรีมมา แต่ทว่า...
“พี่ขุนให้พี่เอามาให้เราน่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของเจ้าขา ชะเอมก็ชักมือกลับทันที ก่อนจะพูดออกไปอย่างนึกน้อยใจอีกคนไม่หาย ปนโกรธเขาหน่อยๆด้วย
“พี่เจ้าขาเอากลับไปคืนพี่ชายพี่เถอะค่ะ เอมไม่กินของเค้าหรอก เกิดเค้าใส่ยาพิษในไอติมให้เอมกินเอมก็ตายเปล่าสิคะ”
“คิดมากเกินไปแล้วนะเรา ใครเค้าจะไปทำแบบนั้นกัน”
“ก็พี่ชายพี่ไง ก็รู้อยู่ว่าเค้าไม่ชอบเอม”
“พูดตอนไหนว่าไม่ชอบ”
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของอีกคนพูดแทรกขึ้นมา ชะเอมจึงหันไปมองตามเสียงทันทีก็เห็นร่างสูงยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ ซึ่งไม่รู้วาเขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หรือมายืนอยู่นานแค่ไหนแล้ว ส่วนเจ้าขาที่ยืนมองอยู่ก็พูดขึ้น
“เคลียร์กันเองนะคะ เจ้าไปล่ะ” พูดจบเจ้าขาก็วางถ้วยไอศกรีมลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงที่ชะเอมนั่งอยู่ จากนั้นก็เดินออกไปแต่ไม่วายมีหันกลับมาส่งยิ้มให้ชะเอมเป็นเชิงแซวก่อนจะปิดประตูให้ทั้งสองคนเพื่อความเป็นสวนตัว
“ว่าไง พี่บอกเราตอนไหนว่าพี่ไม่ชอบเรา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชะเอมจึงหันมามองคนตัวโตที่เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะพูดสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดเช่นเดียวกับสีหน้าและท่าทางอย่างไม่คิดปิดบัง
“ถึงไม่บอกแต่การกระทำของพี่มันฟ้อง”
ร่างสูงที่ยืนกอดอกมองคนตัวเล็กก็ได้แต่นึกเอ็นดู แต่กระนั้นท่าทีของเขาก็ยังนิ่งอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามกลับไป
“ฟ้องยังไง”
“ก็พี่ขุนชอบดุชอบว่าเอม ทุกคนก็เห็นกันหมด”
“เพราะงี้เลยคิดว่าพี่เกลียดเราเหรอ”
“แล้วมันไม่ใช่หรือไง”
“ไม่ใช่”
สิ้นเสียงทุ้มที่พูดสวนกลับไปทันควัน ทั้งคู่ก็ต่างคนต่างเงียบไป โดยที่มองสบตากันไม่ละไปไหน มองกันอยู่อย่างนั้นจนกินเวลาไปหลายวินาที จนกระทั่งร่างสูงพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฟังนะชะเอม พี่ไม่ได้เกลียดเรา สักนิดก็ไม่มี”
“ถ้างั้นทำไมพี่ถึงชอบดุเอมชอบว่าเอมตลอดเลย” จากตอนแรกที่ดูแข็งข้อ แต่ตอนนี้กลับอ่อนข้อลงเพียงเพราะคำพูดของอีกคนที่บอกไม่ได้เกลียดกัน แต่กระนั้นก็ยังมีความน้อยใจอยู่ไม่หาย
“ก็เราเป็นน้อง น้องดื้อพี่ก็ต้องดุต้องว่าสิ”
“คำก็น้องสองคำก็น้อง ชิ” ชะเอมก้มหน้าพึมพำกับตัวเองเบาๆโดยที่อีกคนไม่ทันได้ยิน ก่อนจะเงยหน้ามองเขาแล้วพูดต่อ
“แล้วทำไมกับพี่เจ้าขาเอมไม่เห็นพี่ขุนจะดุเลย”
“ก็เจ้าขาเชื่อฟัง เป็นเด็กดีไม่ได้ดื้อเหมือนเราหนิ”
“คำก็ดื้อสองคำก็ดื้อ เอมก็ไม่ได้ดื้อขนาดนั้นป๊ะ”
ปากบอกไม่ได้ดื้อขนาดนั้น แต่ที่กำลังกอดอกเชิดหน้าชูคอพูดกับเขาอยู่ ท่าทางแบบนี้ไม่ดื้อมากเลยสินะ
“ก็ถ้าไม่ดื้อเลยจะน่ารักมาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มซุกซนก็ฉายขึ้นมาบนใบหน้าจิ้มลิ้มทันที ก่อนเสียงหวานจะพูดหยั่งเชิงออกไป
“งั้นถ้าเอมไม่ดื้อ... พี่จะตามใจเอมมั้ย”
ร่างสูงจึงพยักหน้าให้เบาๆแทนคำตอบขณะปากหยักระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะเห็นคนตัวเล็กมองไปยังถ้วยไอศกรีมที่เริ่มละลายแล้ว
“ไอติมนี่ซื้อมาให้เอมใช่มั้ย” เสียงหวานเอ่ยถามขณะมือเล็กเอื้อมไปหยิบถ้วยไอศกรีมขึ้นมา
“มันละลายแล้ว เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ใหม่”
“ไม่เป็นไรมันยังกินได้อยู่ งั้นเอมกินละนะ”
สิ้นเสียงหวาน ร่างสูงจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบอีกครั้ง ขณะที่ปากหยักยังคงระบายยิ้มบางๆตลอดเวลา ยิ่งยามที่ได้มองคนตัวเล็กนั่งตักไอศกรีมป้อนเข้าปากตัวเองอย่างเอร็ดอร่อยก็ช่างน่าเอ็นดู ในเวลาแบบนี้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอมมาก ถ้าต่อไปเธอไม่ดื้อกับเขาอีกก็คงดีไม่น้อย
ด้านชะเอมที่สังเกตเห็นว่าอีกคนเอาแต่ยืนมองเธอกินไม่ยอมไปไหนสักที ก็คิดว่าเขาคงอยากกินไอศกรีมด้วยกัน เธอจึงตักไอศกรีมมาหนึ่งคำแล้วยื่นไปตรงหน้าเขาพร้อมกับเอ่ยถาม
“กินด้วยกันมั้ยคะ”
“...”
แต่เมื่อเห็นเขาไม่ตอบอะไรก็คิดว่าเขาคงไม่อยากกิน เธอจึงตั้งท่าจะป้อนไอศกรีมเข้าปากตัวเองแทน แต่ทว่าจังหวะที่ไอศกรีมกำลังจะเข้าปากเธออยู่แล้ว ร่างสูงก็ดันก้มตัวลงมาแย่งเธอกินเสียอย่างนั้น แต่นั่นไม่ใช่ประเด่นที่ต้องสนใจ สิ่งที่ควรสนใจและทำให้ใจดวงน้อยเต้นแรงคือริมฝีปากของเธอดันแตะลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความตกใจเธอจึงนิ่งงั้นไปชั่วขณะ แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ก็รีบเขยิบถ่อยไปด้านหลังทันที ก่อนจะพูดออกมา
“เอม.. เอมไม่ได้ตั้งใจนะ พี่เอาหน้ามาใกล้เอมเอง”
“...”
เมื่อเห็นอีกคนเอาแต่มองกันโดยไม่พูดอะไรเลย ก็ยิ่งกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอตั้งใจฉวยโอกาสกับเขา จึงรีบพูดแก้ตัวให้ตัวเองต่อทันทีด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นไม่ต่างจากสีหน้า
“เอมไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ ก็พี่ขุนนั่นแหละเอาหน้ามาใกล้ปากเอมก่อนทำไม ตอนป้อนให้กินดีๆไม่กิน พอเอมจะกินก็มาแย่งเอมกิน ทีนี้เป็นไงล่ะ” พูดจบก็ก้มหน้าหลุบตามองต่ำทันที เพราะรู้สึกเขินจนไม่กล้าสู้หน้าเขา กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มพูดขึ้นมาจากที่เงียบอยู่นาน
“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเราเลยหนิ”
ใบหน้าจิ้มลิ้มจึงเงยหน้ามองอีกคนตาปริบๆ เม็มปากเล็กน้อยอย่างคนทำตัวไม่ถูก ก่อนจะได้ยินเขาพูดต่อ
“ออกไปกันเถอะ ทุกคนรออยู่” เพราะไม่อยากทำให้คนตัวเล็กอึดอัดใจ พอพูดจบร่างสูงจึงเดินนำออกไปก่อน
ด้านชะเอมเมื่อเห็นร่างสูงเดินพ้นประตูออกไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีอารมณ์นั่งกินไอศกรีมต่อเพราะไม่อยากเหลือทิ้งให้เสียดาย หลังจากกินไอศกรีมเสร็จก็ออกไปรวมกลุ่มกับคนอื่นที่ด้านนอก
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





