LOGINหลังจากนั้นไม่นานคณะหมอและพยาบาลที่มาเยี่ยมทรรศิกาก็เดินทางกลับ เหลือแต่อิทธิพลเท่านั้นที่ยังไม่กลับ เขาอยู่เพื่อรอพบนับดาว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องมาเยี่ยมอาการของเพื่อนสาวที่นี่ทุกวัน
“ยินดีด้วยนะครับคุณเทย่า” อิทธิพลพูดแสดงความยินดีกับทรรศิกาด้วยความจริงใจ
“ยินดีเรื่องอะไรหรือคะหมออิท”
“ก็เรื่องที่คุณเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของนายรุจไงครับ”
ทรรศิกามีสีหน้าตกใจก่อนจะเอ่ยถาม “คุณทราบเรื่องนี้ได้ยังไงคะ ใครบอกเรื่องนี้กับคุณ”
“ไม่ต้องมีใครบอกผมหรอกครับ ก็ป้ายชื่อที่หน้าห้องคุณมันเขียนโจ่งแจ้งซะขนาดนั้น”
“คุณบอกพวกเขาหรือคะว่าเราเป็นอะไรกัน” ทรรศิกาหันไปคาดคั้นคำตอบจากแฟนหนุ่ม
“ผมไม่ได้บอกใคร แค่กรอกชื่อและเปลี่ยนนามสกุลของคุณลงในประวัติคนไข้เท่านั้น”
“ทุกคนที่นี่ก็รู้กันหมดแล้วน่ะสิว่าเรามีความสัมพันธ์กันยังไง”
“จะเป็นไรไปล่ะเทย่า ในเมื่ออีกไม่นานเราก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี”
“เทย่าเกรงว่าพวกเขาจะเอาเรื่องของเราไปเมาท์กันอย่างสนุกปากว่าเราอยู่ก่อนแต่งน่ะสิคะ”
“อยู่ก่อนแต่งที่ไหนกัน ในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว หรือว่าคุณลืม”
“เปล่าซะหน่อย จริงของคุณช้าหรือเร็วพวกเขาก็ต้องรู้เรื่องของเราอยู่ดี จะรู้ตอนนี้หรือรู้ตอนไหนก็คงไม่ต่างกัน”
จังหวะนั้นเองนับดาวได้เดินเข้ามาในห้อง เธอทักทายทุกคนก่อนจะหันไปถามอาการของเพื่อน
“เป็นไงบ้างเทย่า”
“ก็ยังเจ็บแผลเหมือนเดิม ว่าแต่ทำไมวันนี้ดาวมาช้าจัง”
“เพราะรถติดมากดาวก็เลยมาช้า”
“ผมบอกจะขับรถไปรับคุณก็ไม่ยอม”
“ดาวเพิ่งรู้นะคะว่าหมอมักจะมีเวลาว่างมาก”
“คุณหมายถึงนายรุจหรือครับ” อิทธิพลแกล้งถาม
“หมายถึงคุณต่างหากค่ะ” นับดาวตอบพร้อมกับตวัดตาคมค้อนเขา
ทรรศิกาและอติรุจหันมายิ้มให้กันก่อนจะหันไปมองสองหนุ่มสาวที่กำลังยืนต่อปากต่อคำ
“สำหรับคุณแล้วไม่ว่างานของผมจะยุ่งแค่ไหน แต่ผมก็จะปลีกเวลาเพื่อคุณได้เสมอ เพราะคุณเป็นคนสำคัญที่สุดของผม”
“หวานเลี่ยนมากเกินไปแล้วค่ะ หัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิคะ”
“รุจกับคุณเทย่าเขารู้กันตั้งนานแล้วว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ” จากนั้นก็หันไปถามเพื่อนรักของตนเอง “นายรู้ใช่ไหมรุจว่าฉันรักคุณดาว”
“หมออิท” นับดาวเรียกเสียงเข้ม
“ผิดตรงไหนที่ผมพูดความจริง”
“ยังอีก!” เธอปรามเขา
ใบหน้าของนับดาวแดงก่ำด้วยความเขินอาย ที่อีกฝ่ายพูดตอกย้ำถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเธอต่อหน้าคนอื่น
“เทย่าไม่เคยเห็นดาวดุใครแบบนี้มาก่อนเลยนะคะหมออิท”
“ผมยอมให้คุณดาวดุผมแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยครับคุณเทย่า ขอเพียงเขายอมให้โอกาสผมได้ดูแลเขาตลอดไปก็พอ” อิทธิพลตอบพร้อมกับส่งสายตาหวานซึ้งเพื่อสื่อความในใจให้นับดาว
“หวานกันซะจนมดรุมกัดเทย่าเลย”
ทรรศิกาพูดพร้อมกับลูบไล้แขนของตนเอง อติรุจสบตาภรรยาอย่างรู้เท่าทันมุกของเธอ เขายิ้มให้เธอก่อนจะกุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากของตนเอง การแสดงออกของสองสามีภรรยาทำให้อิทธิพลโอดครวญ
“ขโมยซีนกันเห็น ๆ”
“ใครจะยอมน้อยหน้าให้นายหวานเวอร์กับคุณดาวอยู่ฝ่ายเดียว จริงไหมเทย่า”
“จริงค่ะ”
ทันใดนั้นเองอติเทพและรจนาก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง เพื่อมาเยี่ยมอาการของลูกสะใภ้ ทุกคนทักทายและพูดคุยกันอย่างคุ้นเคยอยู่พักใหญ่ จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองก็ขอตัวกลับไปที่ห้องทำงาน แต่ก่อนที่จะเดินไปนั้นอติเทพได้หันไปพูดกับบุตรชาย
“พ่อมีเรื่องบางอย่างอยากจะคุยกับรุจ ว่างเมื่อไรก็แวะไปที่ห้องทำงานของพ่อด้วย”
“เดี๋ยวผมตามไปครับพ่อ”
“พาอิทไปด้วยนะลูก จะได้คุยพร้อมกันทั้งสองคน”
“ครับพ่อ”
หลังจากวันที่อติรุจพาทรรศิกาไปที่บ้านในครั้งนั้น ความสัมพันธ์ของเขาและบิดาก็เริ่มดีขึ้น ทั้งคู่เริ่มหันมาพูดคุยกันมากขึ้น โดยมีทรรศิกาเป็นคนคอยประสานรอยร้าว
“พ่อกับแม่ของนายมีเรื่องอะไรจะคุยกับเรา” อิทธิพลเอ่ยถามอติรุจด้วยความสงสัย
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง แต่คงไม่มีอะไรหรอก”
“ถ้าอยากรู้ก็รีบไปคุยกับท่านสิคะ ให้ผู้ใหญ่รอนาน ๆ ไม่ดีนะคะ” ทรรศิกาพูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้กันไปเลยว่าพ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเรา ไปเลยไหมอิท”
“ไปสิ ฉันเองก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน”
“อยู่กับคุณดาวไปก่อนนะเทย่า แล้วผมจะรีบกลับมา”
ทรรศิกาพยักหน้ารับรู้ เธอมอบรอยยิ้มที่สดใสเป็นกำลังใจให้เขา อติรุจโน้มตัวไปจุมพิตที่หน้าผากเธอ
“เฮ้อ! หวานกันจนน่าอิจฉา” อิทธิพลเอ่ยแซวก่อนจะเดินนำออกไปจากห้อง โดยมีอติรุจเดินตามไปด้วย
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”




![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


