LOGINอติรุจเป็นธุระจัดการเรื่องย้ายบิดาของนับดาวมาเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลต้นสังกัดของเขา โดยใช้เวลาเพียงสองวันทุกอย่างก็เรียบร้อย
จากการตรวจและการสอบถามอาการของผู้ป่วย อติรุจเห็นด้วยกับการวินิจฉัยของแพทย์ที่ทำการรักษามาก่อนหน้านี้ เนื่องจากผู้ป่วยเจ็บหน้าอกมากจนอาการน่าเป็นห่วง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อีกทั้งหลอดเลือดหัวใจก็ตีบอย่างรุนแรง เขาจึงเห็นควรที่จะทำการผ่าตัดให้คนไข้รายนี้
และในเช้าวันนี้เขาจะทำการผ่าตัดบายพาสหัวใจให้บิดาของนับดาวด้วยตัวเอง ครอบครัวของนับดาวจึงเดินทางมาให้กำลังใจพ่อที่โรงพยาบาลกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงทรรศิกาที่ขอตามอติรุจมาที่โรงพยาบาลด้วย
อติรุจอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าการผ่าตัดบายพาส เป็นการผ่าตัดต่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เพื่อทำทางเบี่ยงให้เลือดผ่านส่วนที่ตีบหรือตันได้ดีขึ้น และทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้มากขึ้น
“พ่อไม่ต้องกังวลนะคะ หมอรุจเขาเป็นหมอที่มีความชำนาญและเก่งหลายด้าน เทย่ารับรองว่าพ่อต้องหายเป็นปกติแน่นอนค่ะ”
“ขอบใจมากนะลูกที่เป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้พ่อ และคำพูดของหนูทำให้พ่อมีกำลังใจดีขึ้นเยอะเลย”
พ่อของนับดาวเอ่ยกับเพื่อนของลูกสาวคนโตที่เขารักและเอ็นดูเสมือนลูกของตัวเองพร้อมรอยยิ้ม
“เฮ้อ! เราสามคนตกกระป๋องไปซะละ เพราะพี่เทย่าทำคะแนนนำเลยได้ขึ้นแท่นเป็นลูกรักของพ่อแทนเรา” เดือนประดับเอ่ยแซวอีกฝ่ายอย่างคนคุ้นเคยกันดี
“อิจฉาพี่เหรอไงจ๊ะ”
“เปล่าค่ะเดือนแค่พูดล้อเล่น”
ในขณะนั้นเองประตูห้องคนไข้ก็ถูกเปิดออก เมื่อทรรศิกาหันไปเห็นผู้ที่กำลังเดินเข้ามาทำให้เธอเอ่ยทักทายผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะหมออิทแวะมาทำอะไรที่นี่คะ”
“ผมมาให้กำลังใจคนไข้ครับ”
นายแพทย์หนุ่มตอบหญิงสาวก่อนจะหันไปพูดกับคนไข้ พร้อมกับเดินมายืนที่ปลายเตียง
“ไม่ต้องห่วงนะครับ แพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้คุณเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ รับรองว่าหลังจากผ่าตัดและพักฟื้นคุณจะกลับมาใช้ชีวิตของคุณได้ตามปกติ”
“เทย่าขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับคุณหมออิทธิพล หมออิทเป็นเพื่อนของหมอรุจและเป็นคนที่แนะนำเทย่าว่าให้คุยกับหมอรุจเกี่ยวกับการผ่าตัดในครั้งนี้ค่ะ” จากนั้นก็หันไปพูดกับคุณหมอหนุ่ม
“คุณหมอคะนี่คุณพ่อของนับดาวเพื่อนสนิทที่เทย่าเคยเล่าให้คุณหมอฟังไงคะ และนี่ก็คุณแม่ ผู้หญิงที่ยืนข้างคุณแม่คือนับดาวเพื่อนของเทย่าเองค่ะ ส่วนสองคนนี้คือเดือนประดับและธีรเดช น้องสาวและน้องชายของดาว”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ครอบครัวนับดาวเอ่ยทักนายแพทย์อิทธิพลโดยพร้อมเพรียงกัน
“พวกเราขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่ช่วยให้คำแนะนำ” นับดาวทำหน้าที่เป็นตัวแทนของครอบครัวพูดขอบคุณเขา
ดวงตากลมโตและใบหน้าสวยหวานของนับดาวเขย่าหัวใจหมอหนุ่มได้ในทันที อิทธิพลเผลอจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนานจนทรรศิกาต้องเอ่ยแซว
“หมออิทจ้องมองเพื่อนของเทย่านานไปแล้วนะคะ”
“ขอโทษครับที่เสียมารยาท” อิทธิพลเอ่ยพร้อมกับยิ้มเขิน ๆ เมื่อหันไปสบสายตารู้ทันของทรรศิกา จากนั้นก็หันไปพูดกับนับดาว
“คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ขอบคุณนายรุจดีกว่า เพราะเขาเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้”
“นายจะทำการผ่าตัดตอนกี่โมง” อิทธิพลหันไปถามเพื่อนรัก
“เก้าโมง”
“เราขอฝากไว้ด้วยนะคะคุณหมอ” มารดาของนับดาวเอ่ยกับอติรุจ
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
“นับว่าเราโชคดีที่แฟนของพี่เทย่าเป็นคนทำการผ่าตัดให้พ่อ พวกเราก็เลยสบายใจหายห่วง”
ทรรศิกาหันไปสบตาอติรุจ ที่มองมาด้วยสายตาดุดันเมื่อได้ยินคำพูดของธีรเดช เธอยิ้มประจบเขา
“ว่าแต่พี่เทย่ากับพี่รุจไปเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไรคะ หรือว่าตั้งแต่ที่เป็นข่าวร่วมกันครั้งนั้น” เดือนประดับเรียกอติรุจว่าพี่รุจอย่างสนิทสนม เพราะเธอและน้องชายขออนุญาตเรียกเขาแบบนี้ ซึ่งเขาเองก็ไม่ขัดข้อง
“ข่าวอะไรหรือครับ!” อิทธิพลถามด้วยความสงสัย
“ก็ข่าว...” นับดาวรีบเอามือปิดปากน้องสาวก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ
“นายอย่าไปสนใจเลย ข่าวไร้สาระทั้งนั้น” อติรุจตอบคำถามเพื่อน จากนั้นก็หันไปฉุดมือเจ้าของข่าวฉาวให้เดินตามเขาไป
“คุณตามผมมานี่”
เมื่อสองหนุ่มสาวเดินออกไปจากห้อง อิทธิพลก็เอ่ยถามถึงเรื่องที่ยังคงค้างคาใจอีกครั้ง
“นายรุจกับคุณเทย่าเคยมีข่าวอะไรกันหรือครับคุณดาว”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณหมอ อย่าไปสนใจเลยนะคะ ก็อย่างที่หมอรุจบอกนั่นแหละค่ะ เรื่องไร้สาระทั้งนั้น”
เมื่อไม่มีใครขยายความให้ฟัง อิทธิพลก็เลยยังไม่รู้คำตอบว่าอติรุจและทรรศิกาเคยมีข่าวครึกโครมอะไรร่วมกัน
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







