Share

บทที่ 63

last update publish date: 2026-09-18 00:03:50

            อติรุจเป็นธุระจัดการเรื่องย้ายบิดาของนับดาวมาเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลต้นสังกัดของเขา โดยใช้เวลาเพียงสองวันทุกอย่างก็เรียบร้อย

            จากการตรวจและการสอบถามอาการของผู้ป่วย อติรุจเห็นด้วยกับการวินิจฉัยของแพทย์ที่ทำการรักษามาก่อนหน้านี้ เนื่องจากผู้ป่วยเจ็บหน้าอกมากจนอาการน่าเป็นห่วง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อีกทั้งหลอดเลือดหัวใจก็ตีบอย่างรุนแรง เขาจึงเห็นควรที่จะทำการผ่าตัดให้คนไข้รายนี้

            และในเช้าวันนี้เขาจะทำการผ่าตัดบายพาสหัวใจให้บิดาของนับดาวด้วยตัวเอง ครอบครัวของนับดาวจึงเดินทางมาให้กำลังใจพ่อที่โรงพยาบาลกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงทรรศิกาที่ขอตามอติรุจมาที่โรงพยาบาลด้วย

            อติรุจอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าการผ่าตัดบายพาส เป็นการผ่าตัดต่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เพื่อทำทางเบี่ยงให้เลือดผ่านส่วนที่ตีบหรือตันได้ดีขึ้น และทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้มากขึ้น

            “พ่อไม่ต้องกังวลนะคะ หมอรุจเขาเป็นหมอที่มีความชำนาญและเก่งหลายด้าน เทย่ารับรองว่าพ่อต้องหายเป็นปกติแน่นอนค่ะ”

            “ขอบใจมากนะลูกที่เป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้พ่อ และคำพูดของหนูทำให้พ่อมีกำลังใจดีขึ้นเยอะเลย”

            พ่อของนับดาวเอ่ยกับเพื่อนของลูกสาวคนโตที่เขารักและเอ็นดูเสมือนลูกของตัวเองพร้อมรอยยิ้ม

            “เฮ้อ! เราสามคนตกกระป๋องไปซะละ เพราะพี่เทย่าทำคะแนนนำเลยได้ขึ้นแท่นเป็นลูกรักของพ่อแทนเรา” เดือนประดับเอ่ยแซวอีกฝ่ายอย่างคนคุ้นเคยกันดี

            “อิจฉาพี่เหรอไงจ๊ะ”

            “เปล่าค่ะเดือนแค่พูดล้อเล่น”

            ในขณะนั้นเองประตูห้องคนไข้ก็ถูกเปิดออก เมื่อทรรศิกาหันไปเห็นผู้ที่กำลังเดินเข้ามาทำให้เธอเอ่ยทักทายผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้ม

            “สวัสดีค่ะหมออิทแวะมาทำอะไรที่นี่คะ”

            “ผมมาให้กำลังใจคนไข้ครับ”

            นายแพทย์หนุ่มตอบหญิงสาวก่อนจะหันไปพูดกับคนไข้ พร้อมกับเดินมายืนที่ปลายเตียง

            “ไม่ต้องห่วงนะครับ แพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้คุณเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ รับรองว่าหลังจากผ่าตัดและพักฟื้นคุณจะกลับมาใช้ชีวิตของคุณได้ตามปกติ”

            “เทย่าขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับคุณหมออิทธิพล หมออิทเป็นเพื่อนของหมอรุจและเป็นคนที่แนะนำเทย่าว่าให้คุยกับหมอรุจเกี่ยวกับการผ่าตัดในครั้งนี้ค่ะ” จากนั้นก็หันไปพูดกับคุณหมอหนุ่ม

            “คุณหมอคะนี่คุณพ่อของนับดาวเพื่อนสนิทที่เทย่าเคยเล่าให้คุณหมอฟังไงคะ และนี่ก็คุณแม่ ผู้หญิงที่ยืนข้างคุณแม่คือนับดาวเพื่อนของเทย่าเองค่ะ ส่วนสองคนนี้คือเดือนประดับและธีรเดช น้องสาวและน้องชายของดาว”

            “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ครอบครัวนับดาวเอ่ยทักนายแพทย์อิทธิพลโดยพร้อมเพรียงกัน

            “พวกเราขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่ช่วยให้คำแนะนำ” นับดาวทำหน้าที่เป็นตัวแทนของครอบครัวพูดขอบคุณเขา

            ดวงตากลมโตและใบหน้าสวยหวานของนับดาวเขย่าหัวใจหมอหนุ่มได้ในทันที อิทธิพลเผลอจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนานจนทรรศิกาต้องเอ่ยแซว

            “หมออิทจ้องมองเพื่อนของเทย่านานไปแล้วนะคะ”

            “ขอโทษครับที่เสียมารยาท” อิทธิพลเอ่ยพร้อมกับยิ้มเขิน ๆ เมื่อหันไปสบสายตารู้ทันของทรรศิกา จากนั้นก็หันไปพูดกับนับดาว

            “คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ขอบคุณนายรุจดีกว่า เพราะเขาเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้”

            “นายจะทำการผ่าตัดตอนกี่โมง” อิทธิพลหันไปถามเพื่อนรัก

            “เก้าโมง”

            “เราขอฝากไว้ด้วยนะคะคุณหมอ” มารดาของนับดาวเอ่ยกับอติรุจ

            “มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”

            “นับว่าเราโชคดีที่แฟนของพี่เทย่าเป็นคนทำการผ่าตัดให้พ่อ พวกเราก็เลยสบายใจหายห่วง”

            ทรรศิกาหันไปสบตาอติรุจ ที่มองมาด้วยสายตาดุดันเมื่อได้ยินคำพูดของธีรเดช เธอยิ้มประจบเขา

            “ว่าแต่พี่เทย่ากับพี่รุจไปเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไรคะ หรือว่าตั้งแต่ที่เป็นข่าวร่วมกันครั้งนั้น” เดือนประดับเรียกอติรุจว่าพี่รุจอย่างสนิทสนม เพราะเธอและน้องชายขออนุญาตเรียกเขาแบบนี้ ซึ่งเขาเองก็ไม่ขัดข้อง

            “ข่าวอะไรหรือครับ!” อิทธิพลถามด้วยความสงสัย

            “ก็ข่าว...” นับดาวรีบเอามือปิดปากน้องสาวก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ

            “นายอย่าไปสนใจเลย ข่าวไร้สาระทั้งนั้น” อติรุจตอบคำถามเพื่อน จากนั้นก็หันไปฉุดมือเจ้าของข่าวฉาวให้เดินตามเขาไป

            “คุณตามผมมานี่”

            เมื่อสองหนุ่มสาวเดินออกไปจากห้อง อิทธิพลก็เอ่ยถามถึงเรื่องที่ยังคงค้างคาใจอีกครั้ง

            “นายรุจกับคุณเทย่าเคยมีข่าวอะไรกันหรือครับคุณดาว”

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณหมอ อย่าไปสนใจเลยนะคะ ก็อย่างที่หมอรุจบอกนั่นแหละค่ะ เรื่องไร้สาระทั้งนั้น”

            เมื่อไม่มีใครขยายความให้ฟัง อิทธิพลก็เลยยังไม่รู้คำตอบว่าอติรุจและทรรศิกาเคยมีข่าวครึกโครมอะไรร่วมกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status