Share

บทที่ 98

last update publish date: 2026-09-18 00:06:21

            อติรุจควงแขนทรรศิกาไปจดทะเบียนสมรสที่เขต จากนั้นเขาก็เอาใจเธอด้วยการพาเธอไปทานอาหารที่เธอชอบ

            ทรรศิกาเลือกร้านอาหารอิตาเลี่ยนร้านโปรดของเธอ ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมหรูหราระดับห้าดาว ระหว่างที่เขานำรถไปจอดอยู่นั้นเธอก็เดินตรงไปที่ร้านดังกล่าว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเข้าไปในร้านก็ได้ยินเสียงทักทายดังขึ้น

            “คุณมาทานอาหารที่ร้านนี้เหมือนกันหรือเทย่า”

            “ใช่”

            “ถ้าอย่างนั้นมาทานด้วยกันไหม”

            “ไม่ดีกว่า เทย่าอยากได้ความเป็นส่วนตัว”

            คำปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยทำให้ปกรณ์หน้าชา เพราะมันหมายถึงเขาไม่เคยมีความหมายอะไรสำหรับเธอ เมื่อก่อนเธออาจจะไว้วางใจเขาในฐานะเพื่อน แต่หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นเธอก็ตัดสัมพันธ์เขาทันทีโดยไม่ลังเล ทันใดนั้นเองเนตรนภาซึ่งเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของทรรศิกาก็มาถึง เธอรีบเดินตรงเข้ามาควงแขนปกรณ์เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพร้อมกับเอ่ยทักเพื่อนสาว

            “สบายดีหรือเทย่า ทำไมระยะหลัง ๆ พวกเราถึงติดต่อเธอไม่ได้เลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

            “คนอย่างทรรศิกาจะมีปัญหาอะไร แต่บางครั้งก็เบื่อ ๆ ไม่อยากคบใคร”

            ‘ไม่อยากคบใครหรือว่าไม่มีใครคบกันแน่’ เนตรนภากัดจิกเพื่อนสาวในใจก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา

            “เราสองคนมีข่าวดีจะบอก”

            “ข่าวดีอะไร!”

            “เนตรกับกรจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า”

            “แล้วไง”

            “ในฐานะเพื่อนเธอจะไม่แสดงความยินดีกับเราหน่อยหรือเทย่า”

            “ยินดีด้วย” ทรรศิกาพูดอย่างเสียไม่ได้

            “จำไว้นะเทย่าว่ากรเขามีเจ้าของแล้ว เขาเป็นของเนตร หวังว่าคนอย่างเทย่าคงจะไม่สิ้นไร้ไม้ตอกถึงขนาดมาแย่งสามีของเพื่อน”

            ที่เนตรนภาต้องพูดดักคอไว้ก่อน เพราะเธอรู้ว่าปกรณ์เคยไปมาหาสู่และสนิทสนมกับทรรศิกาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะห่างกันไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และเพื่อกันมิให้ทั้งคู่ย้อนกลับมาคบค้าสมาคมกันอีก เธอจึงต้องพูดตัดไฟซะตั้งแต่ต้นลม

            “เนตร” ปกรณ์ปรามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำให้เรื่องราวบานปลาย

            “ทำไมต้องทำเสียงแบบนั้นด้วยล่ะกร เนตรแค่เตือนเพื่อนด้วยความหวังดีว่าอย่าริอาจคิดที่จะปีนต้นงิ้ว”

            ทรรศิการู้สึกโกรธเมื่อได้ยินคำพูดของเนตรนภา แต่ต้องเก็บอาการเหล่านั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            “เธอต่างหากล่ะเนตรที่ต้องจำใส่หัวสมองของเธอ จำไว้ว่าทรรศิกาไม่เคยคิดที่จะลดตัวไปแย่งผู้ชายของใคร ขนาดตอนที่เขายังโสดฉันยังไม่สนใจ นับประสาอะไรกับคนที่มีเมียแล้ว ทางที่ดีเธอควรจะไปเตือนคนของเธอว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันจะดีกว่า”

            สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้เนตรนภาคอแข็งขึ้นมาทันที

            “จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีด้วยนะเทย่า จะได้ไม่เผลอมาตีท้ายครัวคนอื่น”

            “เหตุการณ์แบบนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นหรอกครับ”

            เสียงทุ้มของใครบางคนดังแทรกขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะมายืนอยู่ข้างกายทรรศิกา เขาโอบไหล่บอบบางของเธอไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ และยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น พร้อมกับหันไปเอ่ยถามสองหนุ่มสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

            “คุณมีปัญหาอะไรกับแฟนผม”

            ทรรศิกาเป็นคนตอบคำถามนั้นด้วยตัวเอง “ไม่มีอะไรหรอกค่ะรุจ เขาสองคนเป็นเพื่อนของเทย่าเองค่ะ พวกเขามาบอกข่าวดีว่าจะแต่งงานกันในไม่ช้านี้”

            “ยินดีด้วยนะครับ”

            “ขอบคุณครับ/ค่ะ”

            ในขณะที่เนตรนภาอยากรู้ใจจะขาดว่าบุรุษหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใคร มาจากไหน แล้วไปคบหาดูใจเพื่อนของตนเองตั้งแต่เมื่อไร ทำไมถึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน ปกรณ์เองก็จำได้อย่างแม่นยำว่าเขาเคยเห็นบุรุษผู้นี้เดินอยู่กับทรรศิกาด้วยความสนิทสนมที่โรงพยาบาล ในวันที่เขาและมารดาไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้น

            “เธอมีแฟนตั้งแต่เมื่อไรเทย่า”

            “ถามทำไม”

            “ก็แค่อยากรู้ว่าเธอไปคบหาดูใจกับเขาได้ยังไง ไม่เคยเห็นเล่าให้ฟังบ้างเลย”

            “การที่ฉันจะคบกับใครก็ไม่จำเป็นต้องรายงานเธอนะเนตร”

            “เนตรไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะเทย่า ว่าแต่จะไม่แนะนำให้พวกเรารู้จักเขาหน่อยหรือ”

            “ผมขอแนะนำตัวเองแล้วกันนะครับ อติรุจ ธีร์วรารัศมิ์ครับ”

            “ศัลยแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลชื่อดัง” ทรรศิกาขยายความ

            เนตรนภาจำต้องยอมรับว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แถมยังเป็นศัลยแพทย์อีกด้วย ตอนแรกก็นึกว่าตนเองเหนือกว่าทรรศิกาที่ทำให้ปกรณ์แต่งงานกับเธอได้ แต่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจผิดเพราะบุรุษตรงหน้านั้น ไม่มีอะไรที่ด้อยไปกว่าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอสักนิด

            “รุจคะ นี่ยัยเนตรเพื่อนของเทย่าเองค่ะ แล้วนี่ปกรณ์ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ” ทรรศิกาแนะนำให้เขารู้จักกับเพื่อนทั้งสองคนของตนเอง

            หลังจากเอ่ยทักทายกันเรียบร้อย อติรุจก็เอ่ยปากขอตัวพาแฟนสาวไปทานอาหารด้านใน

            “เราก็กำลังจะมาทานร้านนี้เหมือนกันค่ะ นั่งโต๊ะเดียวกันดีไหมคะ” เนตรนภาเอ่ยชวน

            “ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ เราอยากได้ความเป็นส่วนตัว หวังว่าคุณเนตรคงจะไม่โกรธนะครับ”

            เนตรนภาถึงกับเหวอไปเมื่อได้ยินคำปฏิเสธอย่างนุ่มนวลจากอติรุจ แม้จะไม่พอใจอยู่บ้างแต่เธอก็มิได้แสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้

            “เชิญตามสบายค่ะ”

            “ขอตัวก่อนนะครับ” อติรุจเอ่ยด้วยรอยยิ้มพร้อมกับจูงมือแฟนสาวเข้าไปในร้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status