Masuk“ฉันไม่เจอลินิน แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ของไอ้ภู มันต้องการอะไร ฉันรู้เพียงว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่”เพราะยังจำคำอาฆาตของภูวดลได้เป็นอย่างดีว่า จะช่วงชิงขอทุกอย่างที่เป็นของเขา ให้ไปเป็นของตน แถมเหตุผลที่ภูวดลยอมถอย แล้วไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ตามอาฆาตตนต่อ ก็เพราะตอนนั้นภูวดลนั้นได้ก่อคดีไว้หลายคดี ทั้งฉ้อโกงและประทุษร้ายคนอื่น เจ้าตัวจึงต้องหนีหลบไปอยู่ต่างประเทศ แต่ข่าวตอนนั้นกลับออกมาว่าเจ้าตัวหนีไปเปิดบริษัทเพิ่มที่โน่น หาใช่ฉ้อโกง จากนั้นไม่นานคดีความต่างๆ ก็ถูกยกฟ้อง เขาก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมคดีความต่างๆ ถึงถูกยกฟ้อง“แกก็ระวังตัวนะเพื่อน” กิจเตือนด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าภูวดลนั้นทำได้ทุกอย่าง“เออ ฉันจะระวังตัว ว่าแต่แกทำไมเมื่อคืนถึงไม่ไปงานเลี้ยง”เมื่อเป็นฝ่ายถูกถามบ้าง กิจก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้ว่าจะตอบไปอย่างไร เหลือบไปมองคนที่ทำให้ตนไม่ได้ไปงานเลี้ยง ตอนนี้กำลังพับเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้“ทำไมต้องอึกอักด้วยวะ ตกลงแล้วทำไมแกไม่ไปงานเลี้ยง”“เออ ฉันยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะ” พูดจบก็กดวางสายทันที ปล่อยให้รามันต้องสงสัยกับพฤติกรรมของเพื่อนรัก ก่อนจะหันกลับมาสนใจช้องนา
“ลงมา”พอรถจอดสนิทเสียงห้วนก็เอ่ยสั่ง หญิงสาวเงยหน้ามองสถานที่ที่เขาพามา ห้างสรรพสินค้า แล้วส่งสายตาเป็นเชิงคำถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม ก่อนรีบก้าวลงมาจากรถเมื่อโดนสั่งรอบสอง“พานางมาที่นี่ทำไมคะ”“ซื้อของ ที่เธอมีฉันไม่ชอบ”“อะไรคะ ที่นางมีแล้วคุณไม่ชอบ” เธอร้องถามอย่างไม่เข้าใจ อะไรที่เธอมีแล้วเขาไม่ชอบ แล้วทำไมเขาต้องไม่ชอบด้วย ยิ่งเขาพูด หล่อนก็ยิ่งไม่เข้าใจรามันไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่คว้าข้อมือเล็กให้เดินตาม พอเท้าหนาหยุดลง คิ้วบางก็ต้องขมวดเข้าหากันเป็นปม ก็ที่ที่เขามาหล่อนมาหยุดลงก็คือร้านชุดชั้นใน เขาพาเธอมาที่นี่ทำไม ไม่ทันจะร้องถามก็โดนฉุดเข้ามาในร้านเสียก่อน“พานางเข้ามาทำไมคะ นี่มันร้านชั้นในผู้หญิงนะคะ” ช้องนางร้องถามอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงราวลูกตำลึง แล้วหลบสายตาเหล่าคนในร้านที่มองมา“ซื้อใหม่ซะ เอาที่ใส่ง่าย ถอดง่าย ที่มีอยู่มันถอดยาก สายอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด เอาแค่สองสายก็พอ ขี้เกียจเสียเวลาถอด” บอกเสียงห้วนๆ ไม่ได้สะทกสะท้านหรือกระดากปากต่อสิ่งที่พูดมาสักนิด ต่างจากช้องนางที่อ้าปากค้างเมื่อได้ยิน ใบหน้าแดงก่ำ บ่นขมุบขมิบนึกต่อว่า‘คนบ้า พูดออกมาได้ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้าง’
“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุยเอง” ภูวดลรีบเดินไปขวางเอาไว้ ส่งแก้วไวน์ให้อีกครั้ง“ดื่มเป็นเกียรติที่เรารู้จักกันหน่อยสิครับ ไม่ต้องกลัวผมนะครับ ผมกับรามันเราเป็นเพื่อนรักกัน”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ช้องนางก็ยกคิ้วสูง เม้มริมฝีปากครุ่นคิด จะรับแก้วไวน์มาดีไหม กลัวว่าถ้าหากเป็นเพื่อนของสามีจอมใจร้ายจริงๆ เกิดเสียมารยาทไป เดี๋ยวเขาก็พาลมาโมโหใส่อีก แต่ก็ติดที่ว่าไม่เคยเห็นว่าสามีพูดถึงเพื่อนที่ชื่อภูวดลสักครั้ง เท่าที่รู้เพื่อนรักของชายหนุ่มคือ หมอกิจเท่านั้น ริมฝีปากบางจึงต้องเอ่ยถามให้คลายสงสัย“คุณเป็นเพื่อนกับคุณรามันหรือคะ”“ใช่ครับ”เมื่อได้คำตอบยืนยันหนักแน่น เจ้าหล่อนก็รับแก้วไวน์นั้นมายกดื่มเป็นมารยาท โดยไม่รู้ว่าได้หลงกลภูวดลเสียแล้ว ฝ่ายภูวดลก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการ เขาพยายามชวนเหยื่อสาวคุยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นว่าใครคนหนึ่งเดินตรงลิ่วเข้ามาด้วยความร้อนรน มุมปากร้ายกาจยกสูงอีกครั้ง มือหนาออกแรกกระชากตัวของเหยื่อสาวที่ไม่รู้เรื่องเข้ามากกกอดช้องนางตกใจทำหน้าเหวอ พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการพร้อมส่งเสียงร้องถามอย่างไม่เข้าใจ“คุณจะทำอะไรนาง ปล่อยนางนะ มากอดนางทำไม”“ไม่ปล่อ
เมื่อลินินรู้ว่าเขานั้นรู้ความจริง เจ้าหล่อนคิดที่จะหนี แถมยังคิดจะขโมยโฉนดที่ดินไปให้กับภูวดลอีก แต่โชคดีที่ป้าน้อยมาเห็นเข้าซะก่อน ทำให้เจ้าหล่อนไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ และเหตุการณ์นี้คือต้นเหตุทำให้นารีนาถกลายมาเป็นเช่นทุกวันนี้ภาพที่ลินินผลักนารีนาถให้ห่างกายเมื่อเด็กน้อยวิ่งเข้าไปหาตามประสาเด็กๆ แต่ลินินกลับผลักไสเพราะกำลังรีบหนี ทำให้นารีนาถล้มหัวไปฟาดกับราวบัดได นารีนาถเลือดอาบและหมดสติไป ซึ่งภาพนั้นยังคงติดตรึงใจทำให้เจ็บปวด จำได้ว่าลินินไม่มีแม้แต่จะชายตามามองสักนิดเขารีบนำตัวของนารีนาถไปส่งโรงพยาบาล และก็ได้รับข่าวร้ายว่าหนูน้อยกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา ตอนนั้นตนโกรธมากตามไปเอาเรื่องกับลินินและภูวดล“ช่วยไม่ได้ ก็แกมันโง่เอง ไอ้รามัน” ภูวดลกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ“ทำไมแกมันเลวแบบนี้ไอ้ภู ฉันไปทำอะไรให้แกเจ็บแค้นนักหนา แกถึงต้องทำถึงขนาดนี้ คุณด้วยลินิน ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับผม ทำไมคุณถึงใจดำกับหนูรีนัก” เขาร้องถามอดีตเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ น้ำเสียงผิดหวังอย่างชัดเจน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำกันถึงเพียงนี้ ตนนั้นสร้างความเจ็บแค้น บาดหมางอะไรให้“ก็ช่วยไม่ได้
“แม่รักแกที่สุดเลยเจ้ารามัน แกไม่ต้องห่วงเรื่องหนูนาง เพราะเขาเป็นเมียแก ทำไมเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับแก แม่รักแกจริงๆ แม่ไม่กวนแล้ว แค่นี้นะลูก”พอมารดาวางไป รามันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หนักใจกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าเขาขี้ขลาดที่จะเริ่มต้นใหม่ เขากลัวเรื่องร้ายซึ่งยังคงหลอกหลอนจิตใจ ภาพนารีนาถหมดสติไปต่อหน้ามันยังคงติดตา ที่สำคัญลูกน้อยของเขายังคงไม่ฟื้น ยังคงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ในเมื่อผู้เป็นแม่ร้องขอเขาก็จะทำตาม เพราะรู้ว่าเนื้อแท้ช้องนางเป็นคนดี และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตนนั้นตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เสียแล้วพอตะวันลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม สายตาคมแอบชำเลืองมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมเงยมาสบตา ชายหนุ่มต้องการจะพูดเรื่องลูก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร รู้สึกปากมันหนักพูดไม่ออก หัวใจดันเต้นระส่ำ มือไม้สั่น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ก็แค่อยากจะบอกเจ้าหล่อนเรื่องมีลูกก็เท่านั้น ทำไมมันถึงพูดไม่ออกนะ พอเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังจะลุกออกจากโต๊ะกินข้าว ริมฝีปากหนาจึงอ้าออก“ต่อไปย้ายไปนอนที่ห้องฉัน ไม่ต้องลงมานอนข้างล่างแล้ว” เขาบอกเสียงห้วนๆ วางมาดเช่นเดิม แสร้งตีห
“ไม่สบายกันหรือเปล่าคะ ป้าว่าคุณสองคนต้องไม่สบายแน่ๆ ดูสิใบหน้าแดงกันไปหมด เป็นไข้กันหรือเปล่า ป้าจะได้หาหยูกยาให้ทาน” ป้าน้อยบอกน้ำเสียงเป็นห่วง“ไม่ได้เป็นอะไรครับ/ค่ะ” เสียงหวานเสียงเข้มตอบออกมาพร้อมกัน สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็แสร้งมองไปทางอื่นไม่ยอมหันมาสบตากัน“ป้าเก็บจานเลยก็ได้ครับ ผมกับ…กับช้องนางจะเข้าไร่กันแล้ว” เสียงเข้มตอบ แต่พอจะพูดถึงชื่อคนที่กกกอดทั้งคืนหัวใจก็ดันเต้นระรัว น้ำเสียงตะกุกตะกัก พลันรีบลุกออกจากโต๊ะไป เพราะขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปหัวใจดวงโตคงได้กระเด็นหลุดออกมาเสียก่อน“ค่ะ” ป้าน้อยตอบรับด้วยอาการงงงวยเลิกคิ้วสงสัยกับพฤติกรรมของเจ้านาย ดูมาดขรึมของเจ้านายหนุ่มหายไป แถมยังมีอาการผิดแปลกของช้องนางที่เอาแต่ก้มหน้า“เอ เป็นอะไรกันนะทั้งสองคน”รถคันโตขับรถพุ่งทะยานตรงไปที่ไร่ส้ม สายตาคมเหล่มองช้องนางเสมอ ใจอยากจะไถ่ถามถึงรอยแดงช้ำนั้นเหลือเกินว่าทำไมมันถึงช้ำแล้วกลายเป็นสีม่วงขนาดนั้น อยากจะรู้ว่าเขานั้นรุนแรงไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามลมหายใจรู้สึกติดขัด เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ภาพเขากำลังเคลื่อนไหว ภาพเขาวนเวียนที่ริมฝีปากบาง ยังคงตรึงตาตรึงใจ ยิ่ง
“นางทำอะไรให้คุณลำบากใจคะ ถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน นางขอโทษ แต่นางจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับคุณ นางต้องเอา...” ไม่ทันที่ถ้อยคำจะถูกถ่ายทอดออกมาหมด เสียงห้วนอันเย้ยหยันก็เอ่ยขัดขึ้นมา“จำเป็นหรือว่าหิวเงินกันแน่ ผู้หญิงที่แต่งงานได้เพื่อเงินอย่างเธอ มันน่าขยะแขยงที่สุด จำใส่กะโหล
“อย่าไปสนเลยครับ ก็แค่ผู้หญิงหิวเงินคนหนึ่ง ยังไงก็ฝากดูด้วยนะครับ ผมขอไปดูที่ไร่ส้มก่อน” พูดจบ รามันก็เดินจากไป ปล่อยให้ลุงชอบงงงวยกับเรื่องทั้งหมดเมื่อรถจี๊ปถูกขับออกไป ลุงชอบก็หันมาหาคนงานใหม่ที่มีดีกรีเป็นถึงภรรยาเจ้าของไร่ แววตาคมนั้นสงสัยและไม่เข้าใจในหลายๆ เรื่อง แต่ก็เลือกที่จะเก็บความสงสั
เมื่อรอแล้วรออีกก็ไม่มีวี่แววว่าช้องนางจะออกมา รามันจึงเดินปึงปังเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองหา เมื่อไม่พบก็ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำพร้อมกับผลักประตูให้เปิดออกอย่างแรง ริมฝีปากหนากำลังจะอ้าออกเพื่อเอ่ยต่อว่า แต่ก็ต้องอ้าค้าง เพราะตอนนี้ร่างกายของช้องนางนั้นมีเพียงบราเซียร์สีสวยและซับในตัวจิ๋วเท่านั้นภาพตร
“ได้ยินฉันถามหรือเปล่า ช้องนาง” เขากดตะคอกถามซ้ำช้องนางพยักหน้าตอบและนั่งก้มหน้างุดแบบเดิม ก่อนจะส่ายหน้าออกมาอีกครั้ง เมื่อเขาถามคำถามเก่า ทำให้รามันยิ่งโมโห เพราะคิดว่าเจ้าหล่อนไม่สนใจในสิ่งที่ตนถาม ที่สำคัญเขาไม่ชอบคนที่ถามแล้วไม่ตอบ มือร้อนกระชากแขนเล็กแล้วออกแรงบีบจนช้องนางร้องลั่นเพราะความเจ







