เข้าสู่ระบบ“นางทำอะไรให้คุณลำบากใจคะ ถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน นางขอโทษ แต่นางจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับคุณ นางต้องเอา...” ไม่ทันที่ถ้อยคำจะถูกถ่ายทอดออกมาหมด เสียงห้วนอันเย้ยหยันก็เอ่ยขัดขึ้นมา
“จำเป็นหรือว่าหิวเงินกันแน่ ผู้หญิงที่แต่งงานได้เพื่อเงินอย่างเธอ มันน่าขยะแขยงที่สุด จำใส่กะโหลกเอาไว้นะ ผู้หญิงสกปรกอย่างเธอ ฉันไม่มีวันแตะต้อง” พูดจบเขาก็สะบัดมือออก ราวกับว่าเจ้าหล่อนเป็นสิ่งของที่น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง
ช้องนางต้องทำใจเย็นข่มความโกรธเอาไว้ รู้ดีว่าหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เขา ก็คงคิดแบบนี้เช่นกัน จะมีผู้หญิงที่ไหนยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก นอกจากจะเห็นแก่เงิน รู้ดีว่าเขาคงคิดว่าเธอนั้นเห็นแก่เงิน
ใช่! เธอเห็นแก่เงิน ก็ในเมื่อเงินจำนวนนี้มันช่วยต่อชีวิตครอบครัวของเธอได้ หล่อนรู้ดีว่าตัวเองนั้นผิด แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เกียรติกันบ้าง ไม่ใช่ทำราวกับหล่อนเป็นสิ่งของไร้ค่าแบบนี้
“โกรธหรอ แต่ช่วยไม่ได้นะ เพราะที่ฉันพูดมามันคือความจริง”
“นางมีความจำเป็นที่ต้องแต่งานกับคุณ แล้วนางก็ไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”
“แบบนั้นน่ะแบบไหน อีตัวนะหรือ” เสียงเข้มกระซิบถามเสียงหยัน แล้วแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกรุ่นโกรธ
“นางไม่เคยเป็นอย่างที่คุณกล่าวหา” ในใจกำลังขุ่นข้องไม่พอใจ สองมือไม้กำเข้าหากันแน่น
“คิดว่าฉันจะเชื่อหรอ แล้วก็ไม่ต้องมาอธิบายอะไรทั้งนั้น เพราะฉันไม่แคร์ แค่เธออย่ามาสร้างเรื่องในไร่ฉันก็พอ ที่สำคัญอย่ามาทำอาชีพเก่าที่นี่ และโปรดอยู่ห่างๆ ฉันเอาไว้ เพราะฉันลำบากใจที่จะอยู่ใกล้ๆ เธอ” พูดจบก็ผละออกห่าง แล้วออกคำสั่ง
“ไปรอที่รถ”
ช้องนางรีบไปรอที่รถตามคำสั่ง เพราะขืนอยู่ต่อหล่อนอาจจะทนไม่ไหว ฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าคมสักครั้งสองครั้ง แล้วเรื่องราวมันจะเลวร้ายไปกว่านี้ ตอนนี้หล่อนเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงตั้งฉายาให้เขาว่าอสูรพันธุ์เถื่อน เพราะเขานั้นร้ายกาจและดิบเถื่อนแบบนี้นี่เอง
เมื่อเดินไปสั่งงานคนงานเสร็จ รามันก็ตีหน้าบึ้งกลับมาที่รถ เห็นหน้าของช้องนางทีไร พาลทำให้ต้องหงุดหงิดใจทุกครั้ง ก่อนที่เจ้ารถคันโตจะพุ่งทะยานตรงกลับไปยังบ้านหลังงาม ตลอดทางมีแต่ความเงียบ รามันไม่พูด ช้องนางไม่พูด มีแต่สายตาร้ายกาจเท่านั้นที่คอยส่งมาตอกย้ำว่ารังเกียจคนที่นั่งเคียงข้างมากเพียงไหน
ใบหน้าเล็กต้องเบือนหนี ไม่อาจจะทนมองสายคาคู่คมได้ พลางคิดว่าตนนั้นจะทนความร้ายกาจของเขาได้นานแค่ไหน ที่สำคัญหล่อนจะทำตามคำขอของโรสเรื่องมีหลานให้อุ้มได้หรือไม่ เพราะหน้าเธอเขายังไม่อยากจะมอง แล้วเรื่องลูกคงไม่ต้องไปคิด แล้วทำคอตกเพราะหนักใจ
ใบหน้าเล็กต้องเบือนหนี ไม่อาจจะทนมองสายคาคู่คมได้ พลางคิดว่าตนนั้นจะทนความร้ายกาจของเขาได้นานแค่ไหน ที่สำคัญหล่อนจะทำตามคำขอของโรสเรื่องมีหลานให้อุ้มได้หรือไม่ เพราะหน้าเธอเขายังไม่อยากจะมอง แล้วเรื่องลูกคงไม่ต้องไปคิด แล้วทำคอตกเพราะหนักใจ
บทที่ 2 ความร้ายกาจของอสูร
แสงสีเหลืองทองค่อยๆ สร้างความสว่างให้กับพื้นโลก เหล่าสัตว์หลายชนิดซึ่งออกหากินตอนกลางคืน ทยอยกันกลับสู่รังนอน ต่างจากมวลมนุษย์ที่เริ่มทำตามหน้าที่ของตน เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วรีบจัดแจงอาบน้ำ เพื่อเริ่มต้นวันใหม่
“เฮ้อ” ลมหายใจร้อนๆ ถูกพ่นออกจากจมูกโด่ง เมื่อคิดว่าถ้าก้าวพ้นประตูห้องออกไป เจ้าหล่อนจะต้องเจอกับใคร พลางทำคอตก เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา รามันหาเรื่องหล่อนได้ตลอด หล่อนนั้นทั้งต้องอดทนทั้งทำใจเย็น แต่บางครั้งก็อดไว้ไม่ไหว ตอบกลับไป แต่ก็ต้องเงียบโดยไว เพราะรู้ดีว่าขืนโต้ตอบมากไป ภัยจะมาเยือน ก่อนย่นจมูกอย่างหมั่นไส้ เพราะคนอะไรตีหน้าเหี้ยมได้ตลอดเวลา หล่อนไม่เคยเห็นเขายิ้มสักครั้ง
“คนบ้าอะไรทำแต่หน้าดุ ไม่เบื่อบ้างหรือไงนะ”
คิ้วบางขมวดเข้าหากันเพราะวันนี้กับไม่เห็นคนใจร้ายมานั่งตีหน้าขรึมอยู่ที่โต๊ะกินข้าวอย่างทุกวัน พลางสาดส่องมองหา แต่ก็ไม่พบ กระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ช้องนางจึงหันไปให้ความสนใจกับต้นเสียงนั้น
“คุณรามันไม่อยู่หรอกจ้ะหนูนาง คุณเขาเข้าไปในเมือง”
“เขาเข้าไปในเมืองหรือคะ ป้าน้อย” เสียงหวานเอ่ยถาม พลางส่งยิ้มให้ป้าชรา ภรรยาคู่ชีวิตของลุงชอบ ที่คอยมาดูแลเรื่องงานบ้าน
“ค่ะ คุณเขาเข้าไปในเมือง คุณเขาสั่งให้ป้าบอกให้หนูนางไปที่ไร่กับตาชอบ ส่วนตอนเย็นเดี๋ยวคุณเขาจะไปรับ”
“อ้อ ค่ะ งั้นวันนี้ ป้าน้อยไม่ต้องทำกับข้าวให้นางหรอกนะคะ เดี๋ยววันนี้นางทำเอง งานบ้านก็ด้วย ป้าน้อยนั่งพักนะคะ” เธอหันไปแย่งไม้กวาดจากป้าน้อยมา
“ไม่ได้หรอกค่ะ ให้ป้าทำเถอะ หนูนางเป็นเจ้านายป้านะคะ จะให้มาทำงานแบบนี้ได้ไงคะ ป้าทำเอง” พูดจบก็เอื้อมมือไปแย่งไม้กวาดกลับมา แต่ทว่าช้องนางก็ไม่ยอม
“เป็นเจ้านายที่ไหนกันล่ะคะ นางก็แค่คนงานในไร่ที่พ่วงตำแหน่งเมียเข้าไปด้วยก็เท่านั้นเอง นางทำได้ ป้าน้อยนั่งพักเถอะ นางรู้นะว่าป้าไม่สบายอยู่ อย่าฝืนร่างกายเลยนะคะ”
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หล่อนก็ได้รับรู้เรื่องราวมากมายของคนที่นี่ รวมถึงเรื่องสุขภาพของป้าน้อยซึ่งเจ็บออดๆ แอดๆ อยู่บ่อยครั้ง
“แต่ว่า”
“ไม่มีแต่ค่ะ ป้าไปนั่งพักนะคะ” พูดจบก็ลงมือจัดการกับงานบ้านที่เหลือ ฝ่ายป้าชราก็ต้องทำตามคำขอแต่โดยดี
เมื่อเคลียร์งานบ้านทุกอย่างเสร็จ ช้องนางก็ออกมารอลุงชอบ แล้วซ้อนรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของลุงชราเข้าไปในฟาร์ม ใบหน้าสวยนั้นปรากฏรอยยิ้มตลอดทั้งวัน ก็วันนี้ไม่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของสามีใจร้าย ไม่ต้องเห็นใบหน้าคมจ้องมองอย่างจับผิด พอตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า เจ้าหล่อนก็ออกมายืนรอหน้าฟาร์มอย่างเช่นเคย
“ลุงกลับไปก่อนเถอะจ้ะ นางรอคนเดียวได้” เธอหันมาบอกลุงชอบซึ่งมานั่งคอยเป็นเพื่อน
“หนูนางกลับกับลุงไหม เดี๋ยวลุงจะไปส่งที่บ้านเอง”
“ไม่ดีกว่าจ้ะลุง นางรอเขาดีกว่า เดี๋ยวเขามาไม่เจอจะโกรธนางอีก นางไม่อยากทำให้เขาโกรธ ลุงกลับไปดูป้าเถอะจ้ะ นางรอได้”
ฝ่ายลุงชอบนั้นก็บิดมอเตอร์ไซค์ตรงกลับบ้าน ไม่สามารถรอเป็นเพื่อนต่อได้ เพราะเป็นห่วงเมียรักที่เจ็บออดๆ แอๆ อยู่
ช้องนางนั่งรอจนเวลามันล่วงเลยไปนานแค่ไหนหล่อนก็ไม่รู้ รู้เพียงว่าตอนนี้ท้องฟ้ามืดสนิท หมู่ดาวมีให้เห็นเต็มท้องฟ้า แถมบรรยากาศเย็นจนเริ่มสั่น
“หรือว่าจะลืมมารับเรา…เฮ้อ”
“ฉันไม่เจอลินิน แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ของไอ้ภู มันต้องการอะไร ฉันรู้เพียงว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่”เพราะยังจำคำอาฆาตของภูวดลได้เป็นอย่างดีว่า จะช่วงชิงขอทุกอย่างที่เป็นของเขา ให้ไปเป็นของตน แถมเหตุผลที่ภูวดลยอมถอย แล้วไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ตามอาฆาตตนต่อ ก็เพราะตอนนั้นภูวดลนั้นได้ก่อคดีไว้หลายคดี ทั้งฉ้อโกงและประทุษร้ายคนอื่น เจ้าตัวจึงต้องหนีหลบไปอยู่ต่างประเทศ แต่ข่าวตอนนั้นกลับออกมาว่าเจ้าตัวหนีไปเปิดบริษัทเพิ่มที่โน่น หาใช่ฉ้อโกง จากนั้นไม่นานคดีความต่างๆ ก็ถูกยกฟ้อง เขาก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมคดีความต่างๆ ถึงถูกยกฟ้อง“แกก็ระวังตัวนะเพื่อน” กิจเตือนด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าภูวดลนั้นทำได้ทุกอย่าง“เออ ฉันจะระวังตัว ว่าแต่แกทำไมเมื่อคืนถึงไม่ไปงานเลี้ยง”เมื่อเป็นฝ่ายถูกถามบ้าง กิจก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้ว่าจะตอบไปอย่างไร เหลือบไปมองคนที่ทำให้ตนไม่ได้ไปงานเลี้ยง ตอนนี้กำลังพับเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้“ทำไมต้องอึกอักด้วยวะ ตกลงแล้วทำไมแกไม่ไปงานเลี้ยง”“เออ ฉันยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะ” พูดจบก็กดวางสายทันที ปล่อยให้รามันต้องสงสัยกับพฤติกรรมของเพื่อนรัก ก่อนจะหันกลับมาสนใจช้องนา
“ลงมา”พอรถจอดสนิทเสียงห้วนก็เอ่ยสั่ง หญิงสาวเงยหน้ามองสถานที่ที่เขาพามา ห้างสรรพสินค้า แล้วส่งสายตาเป็นเชิงคำถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม ก่อนรีบก้าวลงมาจากรถเมื่อโดนสั่งรอบสอง“พานางมาที่นี่ทำไมคะ”“ซื้อของ ที่เธอมีฉันไม่ชอบ”“อะไรคะ ที่นางมีแล้วคุณไม่ชอบ” เธอร้องถามอย่างไม่เข้าใจ อะไรที่เธอมีแล้วเขาไม่ชอบ แล้วทำไมเขาต้องไม่ชอบด้วย ยิ่งเขาพูด หล่อนก็ยิ่งไม่เข้าใจรามันไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่คว้าข้อมือเล็กให้เดินตาม พอเท้าหนาหยุดลง คิ้วบางก็ต้องขมวดเข้าหากันเป็นปม ก็ที่ที่เขามาหล่อนมาหยุดลงก็คือร้านชุดชั้นใน เขาพาเธอมาที่นี่ทำไม ไม่ทันจะร้องถามก็โดนฉุดเข้ามาในร้านเสียก่อน“พานางเข้ามาทำไมคะ นี่มันร้านชั้นในผู้หญิงนะคะ” ช้องนางร้องถามอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงราวลูกตำลึง แล้วหลบสายตาเหล่าคนในร้านที่มองมา“ซื้อใหม่ซะ เอาที่ใส่ง่าย ถอดง่าย ที่มีอยู่มันถอดยาก สายอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด เอาแค่สองสายก็พอ ขี้เกียจเสียเวลาถอด” บอกเสียงห้วนๆ ไม่ได้สะทกสะท้านหรือกระดากปากต่อสิ่งที่พูดมาสักนิด ต่างจากช้องนางที่อ้าปากค้างเมื่อได้ยิน ใบหน้าแดงก่ำ บ่นขมุบขมิบนึกต่อว่า‘คนบ้า พูดออกมาได้ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้าง’
“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุยเอง” ภูวดลรีบเดินไปขวางเอาไว้ ส่งแก้วไวน์ให้อีกครั้ง“ดื่มเป็นเกียรติที่เรารู้จักกันหน่อยสิครับ ไม่ต้องกลัวผมนะครับ ผมกับรามันเราเป็นเพื่อนรักกัน”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ช้องนางก็ยกคิ้วสูง เม้มริมฝีปากครุ่นคิด จะรับแก้วไวน์มาดีไหม กลัวว่าถ้าหากเป็นเพื่อนของสามีจอมใจร้ายจริงๆ เกิดเสียมารยาทไป เดี๋ยวเขาก็พาลมาโมโหใส่อีก แต่ก็ติดที่ว่าไม่เคยเห็นว่าสามีพูดถึงเพื่อนที่ชื่อภูวดลสักครั้ง เท่าที่รู้เพื่อนรักของชายหนุ่มคือ หมอกิจเท่านั้น ริมฝีปากบางจึงต้องเอ่ยถามให้คลายสงสัย“คุณเป็นเพื่อนกับคุณรามันหรือคะ”“ใช่ครับ”เมื่อได้คำตอบยืนยันหนักแน่น เจ้าหล่อนก็รับแก้วไวน์นั้นมายกดื่มเป็นมารยาท โดยไม่รู้ว่าได้หลงกลภูวดลเสียแล้ว ฝ่ายภูวดลก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการ เขาพยายามชวนเหยื่อสาวคุยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นว่าใครคนหนึ่งเดินตรงลิ่วเข้ามาด้วยความร้อนรน มุมปากร้ายกาจยกสูงอีกครั้ง มือหนาออกแรกกระชากตัวของเหยื่อสาวที่ไม่รู้เรื่องเข้ามากกกอดช้องนางตกใจทำหน้าเหวอ พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการพร้อมส่งเสียงร้องถามอย่างไม่เข้าใจ“คุณจะทำอะไรนาง ปล่อยนางนะ มากอดนางทำไม”“ไม่ปล่อ
เมื่อลินินรู้ว่าเขานั้นรู้ความจริง เจ้าหล่อนคิดที่จะหนี แถมยังคิดจะขโมยโฉนดที่ดินไปให้กับภูวดลอีก แต่โชคดีที่ป้าน้อยมาเห็นเข้าซะก่อน ทำให้เจ้าหล่อนไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ และเหตุการณ์นี้คือต้นเหตุทำให้นารีนาถกลายมาเป็นเช่นทุกวันนี้ภาพที่ลินินผลักนารีนาถให้ห่างกายเมื่อเด็กน้อยวิ่งเข้าไปหาตามประสาเด็กๆ แต่ลินินกลับผลักไสเพราะกำลังรีบหนี ทำให้นารีนาถล้มหัวไปฟาดกับราวบัดได นารีนาถเลือดอาบและหมดสติไป ซึ่งภาพนั้นยังคงติดตรึงใจทำให้เจ็บปวด จำได้ว่าลินินไม่มีแม้แต่จะชายตามามองสักนิดเขารีบนำตัวของนารีนาถไปส่งโรงพยาบาล และก็ได้รับข่าวร้ายว่าหนูน้อยกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา ตอนนั้นตนโกรธมากตามไปเอาเรื่องกับลินินและภูวดล“ช่วยไม่ได้ ก็แกมันโง่เอง ไอ้รามัน” ภูวดลกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ“ทำไมแกมันเลวแบบนี้ไอ้ภู ฉันไปทำอะไรให้แกเจ็บแค้นนักหนา แกถึงต้องทำถึงขนาดนี้ คุณด้วยลินิน ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับผม ทำไมคุณถึงใจดำกับหนูรีนัก” เขาร้องถามอดีตเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ น้ำเสียงผิดหวังอย่างชัดเจน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำกันถึงเพียงนี้ ตนนั้นสร้างความเจ็บแค้น บาดหมางอะไรให้“ก็ช่วยไม่ได้
“แม่รักแกที่สุดเลยเจ้ารามัน แกไม่ต้องห่วงเรื่องหนูนาง เพราะเขาเป็นเมียแก ทำไมเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับแก แม่รักแกจริงๆ แม่ไม่กวนแล้ว แค่นี้นะลูก”พอมารดาวางไป รามันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หนักใจกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าเขาขี้ขลาดที่จะเริ่มต้นใหม่ เขากลัวเรื่องร้ายซึ่งยังคงหลอกหลอนจิตใจ ภาพนารีนาถหมดสติไปต่อหน้ามันยังคงติดตา ที่สำคัญลูกน้อยของเขายังคงไม่ฟื้น ยังคงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ในเมื่อผู้เป็นแม่ร้องขอเขาก็จะทำตาม เพราะรู้ว่าเนื้อแท้ช้องนางเป็นคนดี และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตนนั้นตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เสียแล้วพอตะวันลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม สายตาคมแอบชำเลืองมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมเงยมาสบตา ชายหนุ่มต้องการจะพูดเรื่องลูก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร รู้สึกปากมันหนักพูดไม่ออก หัวใจดันเต้นระส่ำ มือไม้สั่น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ก็แค่อยากจะบอกเจ้าหล่อนเรื่องมีลูกก็เท่านั้น ทำไมมันถึงพูดไม่ออกนะ พอเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังจะลุกออกจากโต๊ะกินข้าว ริมฝีปากหนาจึงอ้าออก“ต่อไปย้ายไปนอนที่ห้องฉัน ไม่ต้องลงมานอนข้างล่างแล้ว” เขาบอกเสียงห้วนๆ วางมาดเช่นเดิม แสร้งตีห
“ไม่สบายกันหรือเปล่าคะ ป้าว่าคุณสองคนต้องไม่สบายแน่ๆ ดูสิใบหน้าแดงกันไปหมด เป็นไข้กันหรือเปล่า ป้าจะได้หาหยูกยาให้ทาน” ป้าน้อยบอกน้ำเสียงเป็นห่วง“ไม่ได้เป็นอะไรครับ/ค่ะ” เสียงหวานเสียงเข้มตอบออกมาพร้อมกัน สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็แสร้งมองไปทางอื่นไม่ยอมหันมาสบตากัน“ป้าเก็บจานเลยก็ได้ครับ ผมกับ…กับช้องนางจะเข้าไร่กันแล้ว” เสียงเข้มตอบ แต่พอจะพูดถึงชื่อคนที่กกกอดทั้งคืนหัวใจก็ดันเต้นระรัว น้ำเสียงตะกุกตะกัก พลันรีบลุกออกจากโต๊ะไป เพราะขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปหัวใจดวงโตคงได้กระเด็นหลุดออกมาเสียก่อน“ค่ะ” ป้าน้อยตอบรับด้วยอาการงงงวยเลิกคิ้วสงสัยกับพฤติกรรมของเจ้านาย ดูมาดขรึมของเจ้านายหนุ่มหายไป แถมยังมีอาการผิดแปลกของช้องนางที่เอาแต่ก้มหน้า“เอ เป็นอะไรกันนะทั้งสองคน”รถคันโตขับรถพุ่งทะยานตรงไปที่ไร่ส้ม สายตาคมเหล่มองช้องนางเสมอ ใจอยากจะไถ่ถามถึงรอยแดงช้ำนั้นเหลือเกินว่าทำไมมันถึงช้ำแล้วกลายเป็นสีม่วงขนาดนั้น อยากจะรู้ว่าเขานั้นรุนแรงไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามลมหายใจรู้สึกติดขัด เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ภาพเขากำลังเคลื่อนไหว ภาพเขาวนเวียนที่ริมฝีปากบาง ยังคงตรึงตาตรึงใจ ยิ่ง
“ฮือ พ่อขา นางเหนื่อยแล้วค่ะ นางไม่อยากจะสู้แล้ว เขาไม่เคยมองนางในแง่ดีเลย มีแต่กล่าวหานาง เขาคงเกลียดนางมาก เขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีนางเป็นเมีย ฮือ...นางผิดหรือคะ ที่ทำเพื่อช่วยครอบครัว” น้ำตายังคงไหลริน หัวใจดวงน้อยมีแต่รอยแผล และมันคงยากที่จะเยียวยารามันไม่ได้ใส่ใจคนที่วิ
“ฮือ พ่อขา นางเหนื่อยแล้วค่ะ นางไม่อยากจะสู้แล้ว เขาไม่เคยมองนางในแง่ดีเลย มีแต่กล่าวหานาง เขาคงเกลียดนางมาก เขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีนางเป็นเมีย ฮือ...นางผิดหรือคะ ที่ทำเพื่อช่วยครอบครัว” น้ำตายังคงไหลริน หัวใจดวงน้อยมีแต่รอยแผล และมันคงยากที่จะเยียวยารามันไม่ได้ใส่ใจคนที่วิ
“แกไปหาหนูรีมาเหรอ”รามันพยักหน้าตอบและพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมา“แล้วหนูรีเป็นไงบ้าง?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าเด็กน้อยคนนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักมากแค่ไหน เรียกว่าตอนนี้ที่หัวใจดวงแกร่งยังเต้นอยู่บ้าง ไม่ได้ด้านตายไปซะหมด ก็เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้“ยังเหมือนเดิม” รามันตอบเสียงเศร้า พลางนึกถึงคว
“แกจะถามอะไรมากมายวะไอ้กิจ แค่รู้ว่ายัยนี่เป็นเมียที่ฉันไม่ต้องการก็พอแล้ว”“ไม่ถามก็ได้วะ งั้นฉันขอไปดูคนไข้รายอื่นก่อนนะ ส่วนแกน่ะเฝ้าเมียแกไป” พูดจบก็เดินออกมาจากห้อง ส่ายหน้ากับความเย็นชาและใจดำของเพื่อนรัก ขนาดเมียตัวเองแท้ๆ ยังใจดำได้ขนาดนี้ แล้วนึกถึงสาเหตุสำ







