Partager

05

last update Date de publication: 2025-05-09 12:29:56

“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี...ข้าคืนเทียบเชิญกับเงินมัดจำดีหรือไม่” ลี่จินกระซิบขึ้นด้วยความเป็นกังวล ในใจแม้จะหวั่นเกรงเรื่องสัญญาที่รับปากกับจวนแม่ทัพไปแล้วไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับน้ำตาของเสี่ยวเม่ยที่กำลังหลั่งริน นางเลือกที่จะยกเลิกเทียบเชิญเสียดีกว่า

เพราะสำหรับลี่จินและฟางซินแล้ว พ่อค้าขายหมั่นโถวตัวน้อยนับเป็นผู้มีพระคุณ

เมื่อสิบกว่าปีก่อนลี่จินและฟางซินเดินทางร่อนเร่มาถึงแคว้นเฉินเพื่อหนีภัยสงคราม ลี่จินใช้เงินทุนก้อนสุดท้ายที่มีติดตัวเปิดเหลาสุรา ฟางซินเองก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ติดตามมา ลี่จินจึงให้เขาทำงานเป็นเสี่ยวเอ้อแลกกับให้อาหารและที่ซุกหัวนอน

แต่ในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญความแร้นแค้น จะมีใครบ้างยอมเสียเบี้ยเงินซื้อสุราและกับแกล้ม เงินทุนก้อนสุดท้ายไม่อาจงอกเงย ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในแต่ละวันยังคงมากขึ้น ลี่จินโอบกอดความผิดหวังและความหิวโหยเอาไว้อย่างกล้ำกลืน

เย็นวันหนึ่งเสี่ยวเม่ยในวัยแปดขวบปีปรากฏตัวขึ้นที่หน้าเหลาสุราอันเงียบเหงา เขาเดินจูงมือฟางซินที่กอดหมั่นโถวลูกหนึ่งเอาไว้แน่นไม่ปล่อยมาส่ง

พอลี่จินสอบถามก็ได้ความว่า เสี่ยวเม่ยพบฟางซินแอบนั่งแทะหมั่นโถวที่มีคนทำตกพื้นเอาไว้ เด็กชายนึกเห็นใจจึงเดินเข้ามาสอบถาม คุยกันไปคุยกันมาจึงรู้มาว่าเด็กน้อยตัวจ้อยไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว ตนจึงมอบหมั่นโถวที่ตนนึ่งเองเพื่อฝึกฝนให้กับอีกฝ่ายทานประทังความหิว

ในระหว่างนั้นฟางซินเอ่ยถึงเถ้าแก่เนี้ยของตนที่ไม่ได้ทานอะไรเช่นกัน เขาจึงถูกโอกาสเดินมาส่งคนและนำหมั่นโถวที่เขาปั้นส่วนที่เหลือมามอบให้

ลี่จินมองก้อนหมั่นโถวขนาดหลากหลายที่ถูกส่งมอบมาให้พร้อมรอยยิ้มจริงใจของเด็กน้อยแล้ว นางก็ได้แต่หลั่งน้ำตา

ใครจะนึกฝันว่าท่ามกลางสถานการณ์ที่มืดมน ณ เวลานั้นคนที่หยิบยื่นความหวังดีให้กลับเป็นเด็กชายตัวน้อยจากแผงขายหมั่นโถวจากตรอกเล็ก ๆ ย่านเริงรมย์ แม้ไม่ได้มากมายแต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สามารถเอาชีวิตรอดไปได้อีกวัน

นับจากนั้นในทุกวันเสี่ยวเม่ยจะแอบนำหมั่นโถวของเขามามอบให้นางและฟางซิน แต่ความปรารถนาดีก็ไม่อาจดำเนินไปได้ตลอด แม้อาหารประทังความหิวก็ไม่อาจทำให้มีชีวิตรอดอยู่ได้นานนัก ลี่จินทราบดีว่าตนไม่อาจพึ่งพาน้ำใจจากเด็กน้อยไม่ประสาผู้หนึ่งได้ตลอดไป

จนในที่สุดความอดอยากทำให้สตรีผู้นางหนึ่งในวัยสะพรั่งยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด เหลาสุราที่ขายแต่น้ำเมา เพิ่มรายการขายเรือนร่างขึ้นมาด้วย

ลี่จินผ่านพ้นคืนวันแห่งความยากลำบาก ปากกัดตีนถีบอยู่หลายปี เหลาสุราขยับขยายกิจการจนกลายเป็นหอโคมแดงเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

แต่ในทุกเส้นทางธุรกิจย่อมมีการแข่งขัน แม้แต่ในหมู่คณิกาก็ไม่มีการยกเว้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้มากขึ้น ลี่จินทราบดีว่าอย่างไรตนก็ควรต้องมีดาวเด่นประจำร้าน แต่สาวงามที่คิดขายตัวมีหรือจะยอมมาอยู่ในหอเล็ก ๆ เช่นนี้

ในเวลานั้นเอง ฟางซินในวัยสิบสามปีก็เดินเข้ามาขอให้ลี่จินสอนเล่นดนตรี และบอกว่าหากเขาถึงวัยสวมกวานแล้วก็ให้เปิดประมูลราตรีแรกของตน

แรกเริ่มนางคิดว่าเรื่องที่ได้ยินเป็นคำพูดไร้สาระ หอนายโลมในแคว้นเฉินมีอยู่เพียงแห่งเดียว และที่นั่นล้วนมีแต่ลูกค้าเงินหนา คณิกาชายนั้นนับเป็นสินค้าหายาก และผู้ที่ต้องการใช้บริการก็ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม เป็นความจริงที่ว่าหากสามารถทำให้ฟางซินกลายเป็นดาวเด่นและเปิดประมูลราตรีแรกนั้นย่อมทำให้หอว่านเหอได้เงินก้อนโต ทว่าจะให้ตัดใจส่งตัวเด็กหนุ่มที่ตนเลี้ยงดูมาตลอดเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพคาวโลกีย์เช่นนี้ก็ทำใจไม่ลง

แต่ฟางซินกลับไม่ล้มเลิกเจตนารมณ์ เขายืนยันว่าอย่างไรก็ต้องการเป็นคณิกาชายให้จงได้ ถึงขนาดขู่เข็ญว่าถ้านางไม่สอน จะไปหาเรียนเองจากที่อื่น

‘ตัวข้าไม่มีเงินทองไปเข้าสำนักศึกษา อ่านหนังสือก็ไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ คำนวณเงินตราก็ทำไม่เป็นและจะไปเป็นบัณฑิตได้อย่างไร...อาชีพที่จะหาเลี้ยงตนเองได้ก็มีไม่มาก...ไม่ใช่แรงงานก็เป็นเสี่ยวเอ้อไปจนตาย...แล้วหากอยากเป็นคณิกานี่มันผิดมากหรือไร? ’

‘เรื่องกามามีตรงที่ใดน่าอาย...ล้วนเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ต่างจากผายลม...ก็จริงอยู่หากเลือกขายเรือนร่างแล้วก็จะเลือกไม่ได้อีกกว่าอยากให้ผู้ใดแตะสัมผัสผิวกาย...แต่ข้าหาได้สนใจไม่...จะเด็ก จะแก่ บุรุษหรือสตรี หากตัวข้าเองไม่ถือสา...ผู้ใดก็ไม่จำเป็นต้องมาถือสาแทนข้าเช่นกัน’

นั่นคือคำกล่าวของฟางซินในวัยสิบสามปี ก่อนที่ลี่จินจะยอมตกลงฝึกสอนเขาในที่สุด

หอหว่านเหอมีทุกวันนี้ได้ด้วยการตัดสินใจอันแน่วแน่ของเด็กชายคนหนึ่ง ลี่จินนึกขอบคุณฟางซินเสมอ เช่นเดียวกับที่นางขอบคุณเสี่ยวเม่ยผู้คอยเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ให้นางสามารถสู้ชีวิตต่อไปได้ในแต่ละวัน

นับจากวันแรกที่พบจนถึงบัดนี้ เด็กชายตัวน้อยจากแผงขายหมั่นโถวไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แม้แต่ตอนที่นางเริ่มขายเรือนร่าง เขาก็ไม่มีทีท่ารังเกียจหรือหลีกหนี ในวันที่อดอยากเสี่ยวเม่ยจะปรากฏกายพร้อมกับหมั่นโถวในมือ ในวันที่มีบาดแผลเด็กชายจะมานั่งพันแผลให้เงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยถามอะไร หรือแม้ในวันที่นึกท้อแท้ อาเม่ยคนดีของนางก็จะเดินมาสวมกอดพร้อมกระซิบบอกว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี

ลี่จินคิดมาตลอดว่านางติดค้างเขามามาก และการที่ต้องมาเห็นเขาร่ำไห้เสียน้ำตาเช่นนี้ จะให้นางทนไหวได้อย่างไร

“ยะ...อย่าลำบากเพราะข้าเลย...เรื่องตกลงกันไปแล้ว ยกเลิกไปท่านป้าจะเสียหายเอาได้”

เด็กโง่คนนี้ ร้องไห้จนตาแดงแต่ก็ยังไม่วายมาห่วงคนอื่นก่อนเสมอ ลี่จินโอบกอดร่างเพรียวของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความเวทนา

“แล้วให้ข้านอนกับเขา...เจ้าทำใจได้รึ...ชื่นชมเขามานานหลายปีเพียงนี้” เป็นฟางซินที่เอ่ย เสี่ยวเม่ยครุ่นคิดคำพูดนั้นของสหายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สุดท้ายจะแย้มยิ้มออกมาอย่างจนใจ

ก่อนหน้านี้เขามัวแต่ตกใจเพราะไม่คิดว่าคนที่จะต้องร่วมผ่านราตรีภิรมย์กับท่านแม่ทัพจะเป็นคนใกล้ตัวถึงเพียงนี้ สุดท้ายหลั่งน้ำตาออกมาจนทำให้ทั้งสหายและท่านป้าต่างร้อนรนเป็นกังวลกันไปหมด

โดยที่ลืมใคร่ครวญให้ดีถึงความจริงของสถานการณ์ที่กำลังเกิด

“ก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าจะมีหวังมิใช่หรือ” เสี่ยวเม่ยเอ่ยตอบหลังจากที่ตระหนักถึงความจริงได้แล้ว

ใช่แล้ว...ทั้งก่อนหน้าหรือตอนนี้ ใช่ว่าเขาจะมีหวังที่จะลงเอยกับเฉินฮ่าวเทียนไม่ใช่หรือ ตอนนั้นเขารักมั่นกับคุณหนูเหลียน ตนก็ได้แต่นึกชื่นชมไกล ๆ ยามนี้เขาแค่มาใช้บริการในหอนายโลม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโอกาสให้กับตนเสียหน่อย

เสี่ยวเม่ยเป็นได้แค่พ่อค้าหมั่นโถวที่ชื่นชอบท่านแม่ทัพไกล ๆ เพียงเท่านั้น ไม่มีวาสนาได้ใกล้ชิดเกินกว่านั้นหรอก

ท่าทางปลดปลงเหมือนคนบรรลุแล้วซึ่งทางโลกทำให้คนฟังหงุดหงิดใจเป็นที่สุด

“เจ้ากล้ำกลืนฝืนใจได้แต่ข้าไม่!จะให้เจ้าทำแววตาสะเทือนใจทุกครั้งที่จ้องมองข้าน่ะ...ข้าไม่เอาด้วยหรอก!” ฟางซินเอ่ยบอกเสียงแข็ง อย่างไรก็ไม่ยินยอมที่จะรับหน้าที่ดูแลเจ้าของเทียบจองเล่มสีน้ำเงินเล่มนี้โดยเด็ดขาด

“เห้อ...เวรกรรมจริง ๆ ข้าว่ายกเลิกเทียบเชิญเถิด...พ่อบ้านจางคงยังไปได้ไม่ไกลนัก” ลี่จินเองก็เห็นด้วยกับการปฏิเสธนี้ เพราะทราบดีว่าถึงปากบอกว่าไม่เป็นไรอย่างไร แต่จิตใจหรือจะรับไหว ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่มีมามีอันต้องเกิดการตะขิดตะขวงใจขึ้นมาให้อึดอัดเสียเปล่า ๆ

“มะ...ไม่...ท่านป้า...อย่า” แต่เสี่ยวเม่ยก็ยังไม่ยินยอมที่จะให้นางลุกเดินออกไปเพื่อตามไปแจ้งยกเลิกกับพ่อบ้านจาง เด็กหนุ่มส่ายหน้ารัวพร้อมยึดเกาชายเสื้อของแม่เล้าแห่งหอว่านเหอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“ก็ได้ ๆ เจ้าไม่ให้ข้ายกเลิก...ก็ไม่ยกเลิก...เช่นนั้นข้าแจ้งเปลี่ยนคนคงไม่เป็นกระไร”

คำเอ่ยของลี่จินทำให้เสี่ยวเม่ยหลุบตาลงต่ำ เขาใคร่ครวญขอเสนอที่อีกฝ่ายถามความเห็นอย่างถี่ถ้วน มันควรเป็นทางอีกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ และเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย

ท่านป้าไม่ต้องผิดสัญญาฟางซินไม่ต้องลำบากใจ และตัวเขาเอง…

ตัวเขาเอง...จะทนทำให้เมื่อรับรู้ว่าท่านแม่ทัพจะกกกอดชายใดได้หรือไม่นะ?

จริงอยู่...เดิมคิดว่าอย่างไรก็คงไม่มีหวังหรอก แต่ทว่า ไหน ๆ ก็ต้องเปลี่ยนคนแล้ว เสี่ยวเม่ยก็คิดขึ้นมาจริง ๆ ว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วละก็….

“ทะ..ท่านป้า...เป็นข้า”

เสียงกระซิบอู้อี้ดังขึ้นได้ยินไม่ชัดนัก ลี่จินและฟางซินก้มตัวลงเงี่ยหูเพื่อค้นหาคำตอบของข้อความดังกล่าว

“หืม? ”

“เปลี่ยนเป็นข้าได้หรือไม่” จนเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากน้ำคำอีกครั้งหลังจากกลืนน้ำลายไปเสียอึกใหญ่ ผู้ฟังทั้งสองต่างผงะตัวถอยหลังแล้วล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจ


Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   10

    เสี่ยวเม่ยก็พอจะทราบอยู่หรอกว่าเฉินฮ่าวเทียนไม่ใช่คนละเอียดอ่อน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นหยาบกระด้างได้เพียงนี้“ชักช้าอยู่ไย? ”แล้วดูเอาเถิด คนที่กล้าพูดคำว่า เสพสมออกมาได้อย่างเต็มปากด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเช่นนั้น บัดนี้ยังมีหน้ามาเอียงคอถามด้วยความสงสัย โดยไม่มีทีท่าว่าจะละอายแก่ใจเลยสักนิด‘ไม่มีกระไรขอรับ’ นายคณิกาตัวปลอมได้แต่จนคำพูดอาจเป็นเพราะเสี่ยวเม่ยไม่มีประสบการณ์ในเรื่องราวเช่นนี้ คนที่คิดว่าตนฝึกฝนมาดี บัดนี้เริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว สถานการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และเสี่ยวเม่ยก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการทุกอย่างให้เป็นไปอย่างราบรื่นพ่อค้าหมั่นโถวยืนนิ่งอยู่กับที่ ครั้นจะก้าวเดินไปข้างหน้าก็ไม่กล้า พอจะถอยหลังก็ยังนึกหวั่น จึงเกิดเป็นอาการยึกยักไปมา จนทำเอาแขกพิเศษผู้ทอดสายตามองอยู่นานนึกรำคาญใจคิดเล่นตัวอันใด…ชักช้าเสียเวลา เฉินฮ่าวเทียนครุ่นคิดเช่นนั้นเดิมความคิดในการมาเยือนหอคณิกาเป็นการประชดประชันเพียงชั่วครู่ เข

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   09

    เวลาล่วงเลยเข้าใกล้ยามจื่อ [1] ผู้ที่อยู่ภายในห้องรับรองต่างเร่งรีบตรวจความเรียบร้อยในขั้นสุดท้าย เสี่ยวเม่ยถูกจับนั่งลงที่บริเวณตั้งไม้ตัวยาว มือเล็กประสานเข้าหากันอย่างสำรวมลี่จินมองความนิ่งสงบของเด็กหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้นางยังคิดเอาไว้อยู่เลยว่า ถ้าเห็นอาเม่ยคนดีของนางมีท่าทางตื่นตระหนกแม้เพียงสักนิด ร้ายดีอย่างไรก็จะยกเลิกแผนการนี้และให้ฟางซินอยู่รับรองแทนแต่ทว่า…พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความตั้งมั่นแรงกล้า เห็นคนมีใจมาขนาดนี้แล้ว ลี่จินก็ไม่คิดขัดขวางใดอีก นางได้แต่อธิษฐานขอสวรรค์โปรดช่วยประทานพรจนเมื่อเสียงตีกลองบอกเวลา [2] ดังแว่ว แม่เล้าประจำหอคณิกาจึงเดินเข้าไปกำชับบอกคนที่นั่งนิ่งเป็นครั้งสุดท้าย“อาเม่ย...ค่ำคืนแรกอาจไม่ได้มีความสุขดังฝัน...แต่ในเมื่อเลือกแล้ว...ต่อให้ท่านแม่ทัพไม่ถนอมก็ต้องห้ามปร

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   08

    การฝึกฝนดำเนินต่อไปอีกสามวันสามคืน พ่อค้าหมั่นโถวตัวน้อยถูกเคี่ยวเข็ญอย่างเข้มงวด เรื่องใดที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ สิ่งใดที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ ดินแดนคาวโลกีย์ที่ตนไม่เคยนึกเหยียบย่าง บัดนี้เสี่ยวเม่ยเรียกได้ว่าถูกลากดึงให้ดำดิ่งสู่วิถีนายคณิกาอย่างเต็มตัวซึ่งแน่นอนว่าหลักสูตรที่เสี่ยวเม่ยถูกพร่ำสอนหาใช่ทั้งหมดทั้งมวลที่ต้องรู้ กับคนที่มีเวลาน้อยนิดจะให้ร่ำเรียนทั้งศาสตร์เพื่อให้ความบันเทิง และศิลปะในการเริงรักนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพื่อเตรียมคนไม่รู้ความให้พร้อมสำหรับการลงสนามจริง เนื้อหาบทเรียนส่วนใหญ่ที่เสี่ยวเม่ยต้องฝึกฝนล้วนรวบรัดตัดตอนและมุ่งเป้าไปที่การเผด็จศึกบนเตียงนอนเสียเป็นส่วนใหญ่จนในที่สุด…ก็มาถึงวันตามเทียบจองตัว จันทร์เพ็ญกระจ่างเปล่งประกายเด่นกลางนภา แสงนวลสาดสองลงมา ณ ชั้นบนสุดของหอว่านเหอ ห้องรับรองที่เคยเนืองแน่นในวันนี้กลับว่างเปล่า เหลือไว้เพียงห้องริมสุดที่อยู่ริมระเบียง ซึ่งค่ำคืนนี้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อรอรับรองแขกพิเศษท่านหนึ่งเสี่ยวเม่ยถูกกักตัวอยู่

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   07

    และคำกล่าวของฟางซินก็หาใช่คำขู่ไม่ เพราะมันคือความจริงทุกประการ“ลึกกว่านี้...อย่าสำลักออกมา” เสียงสั่งสอนดังขึ้นไม่ขาดมาได้หลายชั่วยามแล้วเสี่ยวเม่ยเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเอื่อยเฉื่อย ใบหน้างดงามของนายโลมอันดับหนึ่งมีล่องลอยของความเหนื่อยล้า มือเล็กที่มีกลิ่นยาสูบบางเบาเอื้อมมาบีบที่คางของพ่อค้าหมั่นโถวผู้ที่ตอนนี้กำลังขะมักเขม้นเรียนรู้วิชา“อ๊อก!” แรงบีบของนายโลมคนงามมากพอที่จะทำให้คนที่ปากไม่ว่างสำลักออกมาอึกใหญ่ ความใหญ่โตที่เดิมค้างอยู่ที่ลำคอเลื่อนออก แต่ก่อนที่จะหลุดจากริมฝีปากอิ่มเสี่ยวเม่ยผู้ถูกบังคับให้ใช้โพรงปากครอบอมความแข็งขืนของ ‘สิ่งนั้น’ มาได้หลายชั่วยาม ก็รีบใช้ฟันงับกัดวัตถุแปลกปลอมเอาไว้เพื่อไม่ให้สิ่งใดหลุดไป“อย่ากัด!เจ้าอยากโดนตีตายหรือ” คนสั่งสอนเอ่ยเสียงเข้มแล้วจ้วงดันท่อนแข็งให้มุดลึกเข้าไปในโพรงลำคอ แรงกระทุ้งที่เกิดคิดอย่างฉับพลันสร้างความระคายเคืองให้ก็เกิดขึ้นต

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   06

    “ไม่ได้/ไม่ได้!” ไม่ต้องคิดให้มากความสองเสียงประสานตวาดดังลั่น แม่เล้าลี่จินเข่าอ่อนแทบลมจับ อาเม่ยตัวน้อยของนางนึกอยากพลีกายให้ผู้อื่นเสียแล้ว ด้านฟางซินยิงแล้วใหญ่ เขายกมือขึ้นจิกทึ้งเส้นผมตนเองไปมาราวกับจะเป็นบ้าตายเสียเดี๋ยวนี้“ท่านป้า...ฟางซิน...เหตุใดเล่า” เสี่ยวเม่ยยังคงร้องถาม พ่อค้าหมั่นโถวหันซ้ายทีขวาทีมองดูปฏิกิริยาของคนข้างกายทั้งสอง“ยังจะถาม...เจ้าเป็นพ่อค้าขายหมั่นโถว!” ฟางซินว่า เขานึกอยากเปิดกะโหลกของอีกฝ่ายดูนักว่าภายในนอกจากแป้งสาลีแล้วมีสิ่งอื่นหรือไม่ ด้านลี่จินนางยังคงนั่งดมยาหอมเพื่อสงบจิตสงบใจ ปล่อยเด็กหนุ่มสองคนโต้เถียงกันไปก่อน“ข้าทำได้” เจ้าตัวดียังไม่ยอมแพ้ ยกมือตบอกแสดงท่าทางมั่นอกมั่นใจ ฟางซินยกแขนขึ้นกอดอกแล้วจ้องหน้าสหายอย่างไม่ยินยอมเช่นกัน“ยั่วยวนบุรุษเจ้าทำได้หรือ? ”“....” คำถามนั้นทำเอาเสี่ยวเม่ยตอบไม่ถูกคำว่ายั่วยวนคืออย่างไร ใช่กายโยนผ้าเช็ดหน้าทิ้งไว้ แล้วทอดสายตามองชายที่หมายปองหรือไม่?

  • ก้อนหมั่นโถวของท่านแม่ทัพ   05

    “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี...ข้าคืนเทียบเชิญกับเงินมัดจำดีหรือไม่” ลี่จินกระซิบขึ้นด้วยความเป็นกังวล ในใจแม้จะหวั่นเกรงเรื่องสัญญาที่รับปากกับจวนแม่ทัพไปแล้วไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับน้ำตาของเสี่ยวเม่ยที่กำลังหลั่งริน นางเลือกที่จะยกเลิกเทียบเชิญเสียดีกว่าเพราะสำหรับลี่จินและฟางซินแล้ว พ่อค้าขายหมั่นโถวตัวน้อยนับเป็นผู้มีพระคุณเมื่อสิบกว่าปีก่อนลี่จินและฟางซินเดินทางร่อนเร่มาถึงแคว้นเฉินเพื่อหนีภัยสงคราม ลี่จินใช้เงินทุนก้อนสุดท้ายที่มีติดตัวเปิดเหลาสุรา ฟางซินเองก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ติดตามมา ลี่จินจึงให้เขาทำงานเป็นเสี่ยวเอ้อแลกกับให้อาหารและที่ซุกหัวนอนแต่ในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญความแร้นแค้น จะมีใครบ้างยอมเสียเบี้ยเงินซื้อสุราและกับแกล้ม เงินทุนก้อนสุดท้ายไม่อาจงอกเงย ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในแต่ละวันยังคงมากขึ้น ลี่จินโอบกอดความผิดหวังและความหิวโหยเอาไว้อย่างกล้ำกลืนเย็นวันหนึ่งเสี่ยวเม่ยในวัยแปดขวบปีปรากฏตัวขึ้นที่หน้าเหลาสุราอันเงียบเหงา เขาเดินจูงมือฟางซินที่กอดหมั่นโถวลูกหนึ่งเอาไว้แน่นไม่ปล่อยมาส่งพอลี่จินสอบถามก็ได้ความว่า เสี่ยวเม่ยพบฟางซินแอบนั่งแทะหมั่นโถวที่มีคนทำตกพื้นเอาไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status