แชร์

ตอนที่ 2 เรื่องเมื่อคืน  

ผู้เขียน: ปะหนัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-05 16:30:11

ตอนที่ 2

เรื่องเมื่อคืน

คนที่เคยแต่ถูกดูแลวันนี้เขาต้องกลายมาเป็นคนที่ต้องมานั่งดูแลคนเมาแถมยังเป็นคนเมาที่เขาไม่รู้จักอีกด้วย  พีรันธรเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนไปด้วยอ้วกของหญิงสาวที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงเขา  ความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายทั้งสงสาร โมโหที่คนตรงหน้าทำตัวแบบนี้

“ถ้าเธอเป็นน้องฉัน ฉันคงจะตีเธอให้ตายคามือแน่ ๆ เป็นผู้หญิงแต่กลับมาเที่ยวผับเที่ยวบาร์เมามายไม่รู้เรื่องถ้าใครเขาลากไปลากมาป่านนี้ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะเป็นอย่างไร”

ปากก็บ่นมือก็เช็ดตัว ตอนนี้เรื่องเครียดในหัวของชายหนุ่มหายไปหมดเพราะเขากำลังเครียดกับสภาพหญิงสาวที่ไม่รู้จักแทนเกือบตีสองกว่าที่พีรันธรจะได้อาบน้ำและล้มตัวลงนอน หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆเขายังคงละเมอเพ้ออะไรไปเรื่อยแต่ฟังดูแล้วก็ยังคงเป็นประโยคเดิมๆ ชายหนุ่มจึงไม่ได้สนใจฟังและตอนนี้เขาก็ง่วงมากแล้วอีกทั้งยังเมามาด้วยจึงเผลอหลับสนิทไม่ได้ยินเสียงคนข้างๆอีกเลย

ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาเพราะแสงพระอาทิตย์ลอดผ่านช่องของผ้าม่านเข้ามาแยงตาเหมือนต้องการบอกให้พีรันธรรู้ว่ามันสายมากแล้ว ข้างๆเขาที่เมื่อคืนยังมีหญิงแปลกหน้านอนอยู่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า ชายหนุ่มพยายามนั่งทบทวนว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้างและเขาแน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยลงไปกับผู้หญิงที่เขาพากลับมาด้วยเมื่อคืนนี้ จดหมายน้อยวางอยู่บนหัวเตียงเจ้าของห้องรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นข้อความที่ถูกเขียนจากคนเมาเมื่อคืนที่หลับไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มอ่านข้อความในจดหมายทำให้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงที่เขาพามานอนด้วยเธอชื่อว่าอันนาและเธอกำลังคิดว่าเธอกับเขามีอะไรกันเมื่อคืน พีรันธรอยากจะอธิบายให้อันนาเข้าใจแต่ก็ไม่รู้จะติดต่ออย่างไรจึงได้แต่ถอนหายใจในความหวังดีของตัวเองที่สุดท้ายกลายเป็นคนฉวยโอกาส

“จากที่จะเป็นพระเอกสุดท้ายโดนด่าเสียอย่างนั้น”

จดหมายถูกวางลงไว้ที่เดิมคนอ่านยังคงรู้สึกแย่ที่เขาพยายามทำตัวเป็นคนดีไม่ฉวยโอกาสแต่สุดท้ายกลับโดนอีกฝ่ายต่อว่าโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้อธิบายใดๆ

บ่ายนี้ท่านประธานบริษัทมีประชุมกลับบริษัทของลูกค้าที่ต้องเข้ามาคุยกันเพื่อตกลงในสัญญาหลังจากที่บริษัทมีการเปลี่ยนตัวท่านประธานคนใหม่

“เอกสารทุกอย่างอยู่บนโต๊ะเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะประชุม ดิฉันอยากให้คุณพีรันธรได้ลองอ่านก่อนค่ะ”

เลขาสาวคนใหม่ซึ่งจริงๆแล้วเคยเป็นเลขาของบิดาเขามาก่อนส่งเอกสารให้เจ้านายคนใหม่ด้วยท่าทางไม่ค่อยเชื่อใจว่าจะสามารถทำงานได้ดีเท่าท่านประธานคนเก่าที่สร้างความน่าเชื่อถือไว้มาก

“น่าแปลกนะครับที่คุณพ่อไว้ใจให้ผมขึ้นเป็นท่านประธานแต่ดูเหมือนลูกน้องของท่านจะไม่คิดแบบนั้นแต่ไม่เป็นไรเอาเป็นว่าเราทำหน้าที่ของเราแล้วกันคุณก็ทำหน้าที่เลขา ผมก็ทำหน้าที่           ท่านประธานหวังว่าคุณคงเข้าใจว่าไม่ต้องทำเกินหน้าที่”

ไปรยาถึงกับหน้าซีดปากสั่นที่ถูกต่อว่าตรงๆแบบนี้ เธอรู้ว่าสิ่งที่ทำมันเหมือนเป็นการหักหน้าท่านประธานเพราะเหมือนเธอกำลังสอนท่านอยู่แต่ไปรยาแค่กลัวว่าถ้าเจ้านายของเธอไม่ศึกษาสัญญาไปก่อนอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้แต่ในเมื่อโดนต่อว่าแบบนี้ไปรยาจึงได้แต่เงียบเพราะยังไม่อยากตกงาน ก่อนหน้านี้พนักงานที่เคยทำงานกับพีรันธรมาก่อนก็เคยพูดกันว่า เขาเป็นคนที่ดุมากและพูดจาไม่ไว้หน้าใคร ไปรยาคิดว่าเขาไม่น่าจะกล้าดุเธอเพราะเธอเป็นพนักงานเก่าแก่แต่สุดท้ายเธอก็ได้สัมผัสความดุนี้ด้วยตัวเอง

พีรันธรอ่านและศึกษาสัญญาทุกฉบับด้วยความชำนาญและละเอียดซึ่งเป็นคุณสมบัติส่วนตัวของเขาอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเพราะก่อนหน้านี้เขาทำงานช่วยบิดาเท่านั้นไม่ได้เป็นคนที่ต้องลงมือรับผิดชอบทุกอย่างเองแบบนี้ ผู้ชายที่ดูเพลย์บอยและดูเป็นคนเอาแต่ใจในสายตาคนอื่นแต่มีสักกี่คนที่จะรู้ว่าเขาจบปริญญาโทจากอเมริกาด้านบริหารถึงสองใบถ้าพ่อและแม่ไม่ตามเขากลับมาก่อน พีตั้งใจจะเอาปริญญาเอกในด้านจิตวิทยาต่อ

การประชุมใกล้จะเริ่มขึ้นบริษัทลูกค้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมมีด้วยกันสี่บริษัทแต่ตอนนี้ยังขาดอีกหนึ่งบริษัทซึ่งเป็นบริษัทที่มีการซื้อขายยอดสูงกว่าบริษัทอื่นจึงทำให้ที่ประชุมยังคงต้องรอ

“เราเริ่มประชุมเลยได้ไหม”

ท่านประธานหันไปถามเลขาเพราะสำหรับพี เขาคิดว่าการทำธุรกิจเรื่องการตรงต่อเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญและตอนนี้ก็เลยเวลาตามที่นัดหมายไว้แล้วมาเกือบสิบนาที

ไปรยาแนะนำให้เจ้านายของเธอรอต่ออีกสักนิดเพราะบริษัทที่ยังไม่มาเป็นลูกค้าสำคัญและสามารถทำกำไรให้บริษัทเป็นอันดับหนึ่งได้ในทุกปี ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยแต่ก็เข้าใจว่าเขาไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่างต้องเลือกผลประโยชน์ของบริษัทเป็นสำคัญถึงแม้ว่าจะเริ่มหงุดหงิดมากแล้วก็ตาม

“ สวัสดีค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องรอ”

สาวสวยหุ่นดีเปิดประตูห้องประชุมเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อนจนเผลอทำแฟ้มในมือร่วงมองสบตาทุกคนเพื่อแสดงความรู้สึกผิดที่เธอมาถึงช้ากว่าเวลาที่ที่ประชุมนัดหมายไว้

“อ้าว! คุณ...”

อันนาหันมาจะยกมือไหว้ขอโทษท่านประธานในการประชุมครั้งนี้แต่เธอต้องอุทานด้วยความตกใจเพราะผู้ชายที่นั่งอยู่บนหัวโต๊ะเป็นคนเดียวกับผู้ชายที่พาเธอไปนอนด้วยเมื่อคืน

ทั้งสองคนต่างมองสบตากันด้วยความตกใจไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาบรรยากาศในห้องประชุมดูเงียบลงทันที ไปรยาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดเชิญให้อันนาไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อเริ่มการประชุมได้

การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยใช้เวลาเกือบชั่วโมงและมันเป็นเวลาที่แสนจะทรมานใจสำหรับพีรันธรเพราะเขาอ่านสายตาของหญิงสาวตรงหน้าออกว่าเธอมองเขาด้วยความรู้สึกโกรธและเสียความรู้สึก แววตานั้นมันเป็นแววตาที่ชายหนุ่มคิดว่าเขาไม่สมควรได้รับ พีอยากอธิบายแต่มันก็ไม่ใช่ที่จะพูดขึ้นมาในที่ประชุมเขาจึงคิดว่าเมื่อจบจากการประชุมแล้วเขากับเธอคงต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว มื้อกลางวันนี้ผมขอเลี้ยงข้าวคุณนะ”

ชายหนุ่มออกปากชวนเพราะเขาคิดว่าไม่มีเวลาไหนเหมาะเท่ากับเวลานี้แล้วและเขาคงไม่สามารถที่จะปล่อยให้หญิงสาวคิดแบบในจดหมายไปตลอดแน่

อันนายอมไปกินข้าวทั้งที่ความจริงเธอไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีกแต่เธอคิดว่าในเมื่อเขากับเธอยังคงต้องร่วมงานกันในเรื่องธุรกิจอยู่คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องเพราะไม่อย่างนั้นทั้งเธอและเขาคงไม่สามารถมองหน้ากันได้อีก

“คืนนั้นคือผม…..”

“ถ้าคุณต้องการแค่จะรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้น ฉันว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกัน”

หญิงสาวยังไม่ทันพูดจบเพราะเธอไม่รู้จะพูดว่าอะไรดีแต่กลับถูกอีกฝ่ายสวนคำพูดแทรกเข้ามาก่อน อันนาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการจะทบทวนว่าเขาได้ทำอะไรกับเธอไปบ้างในคืนนั้นเพื่อเป็นการเยาะเย้ยว่าเธอใจง่ายไปนอนกับเขา

“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมว่าคุณมองโลกในแง่ร้ายและเอาแต่ใจตัวเองที่สุดหัดฟังคนอื่นเขาพูดบ้างอย่าคิดแต่ว่าตัวเองเก่งและรู้ทุกอย่าง”

หญิงสาวกำมือแน่นเธออยากจะลุกจากตรงนั้นแต่ก็ติดว่าถ้าลุกไปทั้งที่ทุกอย่างยังไม่ได้คุยก็คงมีสักวันที่คนอื่นจะรู้เรื่องนี้และตัวเธอเองก็อยากจะรู้ด้วยว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“คุณพูดเหมือนว่าตัวคุณเองเป็นคนดีนะ ถ้าอย่างนั้นไหนช่วยเล่ามาว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”

“ผมกับคุณไม่ได้มีอะไรกัน”

“แล้วทำไมเสื้อผ้าคุณถึงมาอยู่บนตัวฉันได้”

“คุณเมาจนไม่ได้สติอ้วกเต็มไปหมดทั้งเสื้อผ้าผมและเสื้อผ้าคุณเองเวลานั้นผมคงปล่อยให้คุณนอนจมกองอ้วกไม่ได้ ไม่ใช่ว่าผมห่วงคุณนะแต่ผมกลัวว่าผ้าปูที่นอนของผมจะเปื้อนและที่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณก็อย่าคิดว่าผมหวังอะไรเพราะผู้หญิงอย่างคุณไม่ใช่ สเปคผม ผมก็แค่ทำตามมนุษยธรรมก็เท่านั้น”

อันนารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนตบหน้า เขาพูดเหมือนว่าต่อให้เธอไม่ใส่อะไรต่อหน้าเขา เขาก็ยังไม่รู้สึกอะไร ความโกรธความอายถาโถมเข้ามาหญิงสาวจำเป็นต้องเก็บกลั้นเอาไว้เพราะถ้าแสดงออกไปมันจะกลายเป็นว่าเธอไม่พอใจเขาที่เขาไม่ได้ทำอะไรเธอ

“เอาเป็นว่าฉันเชื่อตามที่คุณพูดแต่ที่ฉันอยากจะบอกคุณก็คือตอนที่คุณพาฉันกลับมาที่คอนโดได้มีคนอัดคลิปไว้และคลิปนั่นมันก็ถูกส่งไปถึงคุณพ่อคุณแม่ของฉันแต่คุณไม่ต้องห่วง ฉันบอกท่านไปแล้วว่าคุณก็เป็นเพียงแค่พนักงานทั่วไปที่ฉันไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำและหวังว่าคุณคงไม่ให้พ่อกับแม่ฉันได้เจอคุณนะเพราะฉันไม่แน่ใจว่าท่านจะยังจำได้ไหม ตกลงมีเรื่องแค่นี้ใช่ไหมที่จะพูดถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อน”

อันนาเธอลุกออกจากโต๊ะและเดินกลับมาที่รถสิ่งที่เธอเล่าให้ชายหนุ่มฟังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะความจริงพ่อแม่ของเธอโกรธมากด่าว่าเธอเสีย ๆ หาย ๆ ดูถูกที่เธอไปคว้าผู้ชายที่ไม่รู้จักมานอนด้วยและนี่คือสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจว่าไม่อยากให้ท่านทั้งสองได้เจอกับพีรันธร เธอไม่อยากทำให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะถ้าพ่อแม่ของรู้ว่าผู้ชายที่เธอไปนอนด้วยเมื่อคืนเป็นถึงท่านประธานบริษัทมีหวังท่านต้องเอาเรื่องชายหนุ่มแน่ๆ

อีกฝ่ายลุกออกไปแล้วแต่พีรันธรยังคงนั่งทบทวนคำพูดทั้งหมดที่ฝ่ายหญิงพูดพ่อและแม่ของเธอรู้เรื่องเมื่อคืนคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยเพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอต้องเสียหายทั้งที่จริง ๆ มันคือการเข้าใจผิด เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาช่วยดึงสติของท่านประธานให้กลับมาอยู่กับตัวคนที่โทรมาคืออธิชเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่เมืองไทย เขาโทรมาเพื่อบอกข่าวให้รู้ว่าอดีตคนรักของพีที่เพิ่งเลิกรากันได้ไม่ถึงสามเดือนตอนนี้กำลังจะแต่งงานกับเพื่อนสนิทของพี่รันธรนั้นเอง

“นายโอเคใช่ไหม”

บอยถามไปอย่างนั้นทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนรู้สึกโอเคหรือยินดีกับการที่อดีตคนรักของตัวเองไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทโดยที่ตัวของพีเองนั้นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทั้งคู่ไปคบกันตอนไหนหรือแท้จริงแล้วทั้งคู่แอบคบหากันมาตลอดช่วงเวลาที่พีและรดาคบกันอยู่

“ฉันต้องโอเคใช่ไหม นี่มันคงเป็นสาเหตุที่รดาบอกเลิกฉัน ฝากความยินดีไปหาเพื่อนของเราด้วยนะเพราะฉันคงไปงานแต่งไม่ได้ ชีวิตของฉันตอนนี้มันโคตรจะพัง อยู่ดี ๆ ฉันก็ต้องมาสูญเสียคนรักและสูญเสียเพื่อนที่รักด้วยทุกวันนี้ยังมีใครอีกที่เราจะเชื่อใจได้เราสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่คิดเลยว่าเพื่อนสนิทสุดท้ายจะมาแย่งคนรักของฉันไป”

ความทุกข์ถาโถมเข้ามาอีกรอบเวลานี้พีรันธรไม่เหลือกระทั่งอธิชให้ปรึกษาเพราะเขาไม่อยากทำให้เพื่อนต้องมาลำบากใจอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนเหมือนกันพีจึงเลือกจะจมอยู่กับปัญหานี้เพียงคนเดียวและสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไปนั่งฟังเพลงดื่มเหล้าและเมาที่ร้านเดิมเผื่อบางทีเขาอาจจะได้เจอกลับอันนาอีกครั้ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   63ตอนที่ 11 ครอบครัว

    ตอนที่ 11ครอบครัว เขมทัตลุกออกจากที่นอนแล้วออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด กอบัวคิดว่าเขาคงไปหาณิชาแต่เช้า เธอพยายามตั้งสติ และคิดวางแผนอนาคตของเธอและน้อง ๆ ต่อไป ช่วงสายณิชามาที่บ้านเพราะเขาโทรศัพท์หาเขมทัตเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรับสาย กอบัวจึงรู้ว่าสามีของเธอไม่ได้หายไปกับณิชา กอบัวค่อย ๆ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วลงเอามาเก็บไว้ที่ห้องนอนของพ่อ เธอตั้งใจจะหย่าให้ได้ในวันพรุ่งนี้ เธอทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หญิงสาวนั่งรอการกลับมาของสามีอยู่ที่โซฟากลางห้องรับแขก เพราะเธอตั้งใจจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องภายในวันนี้ให้ได้ เสียงรถของเขมทัตขับเข้ามา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเตรียมพร้อมกับการพูดเรื่องสำคัญ ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้าน เห็นกอบัวนั่งรออยู่เขาทำท่าจะรีบเดินหนีเพราะไม่อยากฟังเรื่องที่หญิงสาวจะพูด “พรุ่งนี้เราไปหย่ากันนะคะ ในเมื่อคุณมีคนอื่นแล้ว ควรปล่อยบัวไป ตลอดเวลาที่อยู่กับคุณ บัวไม่เคยลืมพระคุณที่คุณทำให้กับครอบครัวของบัว แต่บัวไม่ไหวแล้ว สงสารบัวเถอะ” หญิงสาวทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่แ

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   62ตอนที่ 10 เมื่อรู้สึกว่าต้องเสียไป

    ตอนที่ 10เมื่อรู้สึกว่าต้องเสียไป แขกกลับไปแล้วแต่กว่าจะกลับก็เกือบเที่ยงคืน กอบัวเองก็ต้องพยายามออกจากห้องของบิดาที่อยู่ชั้นล่างให้เงียบที่สุด เพื่อเดินกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เพราะตอนแรกเธอไม่คิดว่าแขกจะกลับดึกแบบนี้ เขมทัตเปิดประตูห้องนอนมา ตอนแรกเขาคิดว่ากอบัวคงหลับแล้ว จึงเดินเข้าไปกอดภรรยาที่กำลังนั่งเป่าผมอยู่ “ทำไมนอนดึกจัง ผมคิดว่าบัวจะหลับแล้วเสียอีก” “กำลังจะนอนแล้วค่ะ ตอนแรกก็ตั้งใจจะรอช่วยป้าลออเก็บจานชาม แต่เห็นดึกแล้วก็เลยตัดสินใจอาบน้ำ” กอบัวค่อย ๆ แกะมือของสามีออกแล้วเดินมาที่เตียงนอน เพราะอยากให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำได้แล้ว “เป็นสิบปีเลยหรืออาจจะมากกว่านั้น เราไม่ได้เจอกันเลย ก็เลยมีเรื่องคุยกันนานหน่อย” เขมทัตถอดเสื้อผ้าไปก็อธิบายให้ภรรยาฟัง ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ถามหรือแสดงท่าทางอะไร “คุณณิชาเธอสวยมากเลยนะคะ ใครได้ไปเป็นภรรยาคงโชคดีน่าดู” กอบัวหลุดปากพูด เพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แต่มันทำให้อีกฝ่ายถึงกลับหันมามองเธอและยิ้มแปลก ๆ “เดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะคุณแม่บ้าน แล้วจะมาทว

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   61ตอนที่ 9 หลีกทาง

    ตอนที่ 9หลีกทาง ดอมกับดามเอาเงินที่ได้จากการเก็บพริกขายมาให้พี่สาว ไม่น่าเชื่อการปลูกพริกแค่สองคราว สามารถเก็บเงินได้หลายหมื่นเลย เพราะไม่มีต้นทุน เขมทัตจ่ายให้ทั้งหมดทั้งสองคนจึงมีหน้าที่แต่เก็บกำไรอย่างเดียว “เก็บไว้ แล้วพี่จะคุยกับคุณทัตเรื่องเรียนของเราสองคน” ดอมกับดามใจหนึ่งก็อยากเรียนหนังสือต่อ อีกใจก็อยากอยู่ใกล้ ๆ พี่สาวเพราะเป็นห่วง ถึงแม้เสี่ยดนัยจะสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว “พวกผมเป็นห่วงพี่ เรื่องเรียนก็อยากเรียนกันนะ แต่ไม่อยากทิ้งพี่บัวเลย” ดอมมองหน้าดามและตัดสินใจพูด เพราะทั้งสองคนคุยเรื่องนี้กันมานานแล้ว แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ “ถ้าห่วงพี่ต้องยิ่งเรียน วันไหนที่คุณทัตเขาเบื่อพี่แล้ว ดอมกับดามจะได้มีความรู้ไปหางานทำแล้วเลี้ยงพี่ได้ พี่ยี่สิบแล้วนะตอนนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่แล้ว” สามคนพี่น้องกอดกันที่ห้องนอนของพ่อที่ตอนนี้มีเพียงแค่รูปตั้งไว้เท่านั้น เขมทัตตัดสินใจส่งน้องชายของภรรยาทั้งคู่เข้าเรียน โดยทั้งสองคนต้องเรียนอยู่ในชั้นเดียวกันและอายุมากกว่าเพื่อนในห้อง เพราะหยุดเรียนไปสองปีเต็ม ๆ ดอมกับดามไปอาศั

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   60ตอนที่8 เริ่มต้นใหม่

    ตอนที่8เริ่มต้นใหม่ “เอ้า! เขมทัตมาหาพ่อถึงที่นี่เลย มีเรื่องอะไรด่วนเหรอลูก” ปรีชาตกใจเมื่อพาภรรยาเข้านอนและกำลังเดินออกจากห้องเพื่อมาทำงานบ้านที่ทำค้างไว้แต่กลับหันมาเจอลูกชายยืนอยู่ด้านหลัง เขมทัตไม่มีคำตอบ เขาทรุดตัวนั่งลงและก้มกราบไปที่เท้าของผู้ให้กำเนิดเพื่อขอขมาในทุกสิ่งที่เขาเคยทำไม่ดีและคิดร้ายกับพ่อมาตลอด “ไม่เอา ๆ ลุก ลูกไม่จำเป็นต้องมากราบพ่อแบบนี้เลย” ชายแก่โน้มตัวลงไปประคองตัวลูกชายขึ้นมา ใบหน้าที่ เหี่ยวย่นตอนนี้มีน้ำใสๆไหลมาเต็มพื้นที่ “ผมขอโทษกับทุกอย่างที่ผมทำไป พ่อทิ้งความสบายความร่ำรวยไว้ให้ผม แต่พ่อกลับต้องมาลำบากแบบนี้” 

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   59ตอนที่ 7 อ้างว้าง

    ตอนที่ 7อ้างว้าง งานศพจบแล้วกอบัวก็เอาแต่เงียบไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน จนทั้งเขมทัตและน้องชายทั้งสองคนต่างก็เป็นห่วง ชายหนุ่มจึงคิดว่าต้องหาอะไรให้ภรรยาทำ เธอจะได้ไม่มีเวลาว่าง จะได้เศร้าน้อยลง “บัวผมอยากให้คุณลงพริกเพิ่ม แต่เอาให้ห่างจากที่เดิมหน่อยนะ กลัวมันจะติดโรคกัน ดูแล้วรายได้ดีเชียว ดอมกับดามได้เงินก้อนกันทุกวัน” หญิงสาวหันมามองหน้าสามี เธอมัวแต่เศร้าจนลืมไปเลยว่า เธอต้องหารายได้ให้น้อง ๆ จะได้มีเงินไปเรียนต่อในเมือง “คุณทัตให้บัวทำกี่ไร่คะ” “แล้วแต่เลย ถามน้อง ๆ ดีกว่า ว่าทำกันไหวที่กี่ไร่ เพราะถ้าจบจากเก็บพริกคราวนี้ ผมจะให้สองคนนั้นไปเรียนในเมืองแล้วนะ อายุมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวจะเรียนไม่ทันเขา

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   58ตอนที่ 6 ตามหาหัวใจ

    ตอนที่ 6ตามหาหัวใจ พระจันทร์คืนนี้เต็มดวง ส่องแสงสว่างสวยงามยิ่งนัก แต่มันกลับตรงข้ามกับหัวใจของเขมทัตที่เดินไปเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกมืดมิดหาทางออกไม่เจอ “กอบัวเธออยู่ที่ไหน ส่งใจมาบอกผมนะ ผมขอโทษ” ชายหนุ่มแหงนหน้ามองพระจันทร์ ที่กำลังสาดแสงทำให้ไร่ดูสว่างเหมือนช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เขมทัตหยุดเดินและหันไปมองที่ศาลเจ้าที่เจ้าทาง ที่ถูกสร้างไว้ตั้งแต่สมัยพ่อของเขา มองเข้าไปเหมือนข้างในมีใคร สักคนอยู่และเขาอยากใครคนนั้น ช่วยบอกเขาหน่อยว่าภรรยาของเขาอยู่ที่ไหน เอี๊ยด! อ๊าด! เมื่อลดพัดมาเสียงของสังกะสีที่โดนลมพัดก็ดังขึ้นมา จนชายหนุ่มสะดุ้งด้วย

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   51ตอนที่ 10 สำนึกได้ก็เกือบสายไป

    ตอนที่ 10สำนึกได้ก็เกือบสายไป เช้านี้ไม่มีเสียงเด็กน้อยไม่มีคนทำกับข้าว มีแต่เพียงความเหงาและความเมาที่ยังหลงเหลืออยู่นิดหน่อย ธน

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   50ตอนที่ 9 คุณย่าจัดการเอง

    ตอนที่ 9คุณย่าจัดการเอง โฉมเฉลาให้รถโรงแรมไปส่งเธอในตอนเช้าตามปกติเพื่อให้ลูกชายของเธอคิดว่าเธอไม่อยู่ที่โรงแรมแล้ว แต่พอธนาธิปออกจากคอนโดไปได้สักชั่วโมง คนเป็นย่าก็ขอตัวไปเดินเล่นที่ตล

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   48ตอนที่ 7 แผนที่พัง

    ตอนที่ 7แผนที่พัง ธนาธิปไปถึงบ้านที่กรุงเทพนอกจากเขาจะไม่เจอแม่เขายังถูกจับเข้าไปขังไว้ในห้องนอนและยึดโทรศัพท์มือถือไว้ โฉมเฉลาเด

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   46ตอนที่ 5 สงสัย

    ตอนที่ 5สงสัย 5 เดือนผ่านไป ธนาธิปโดนคำสั่งจากคุณแม่ผู้เหมือนรู้ความลับอะไรมา สั่งให้เขาต้องกลับไปบ้านที่กรุงเทพทุกเดือน โดยเวลาที่กลับไปเขาจะอยู่ที่นั่นอย่างน้อยสามวันแต่บางเดือนก็เกือบสัปดาห์ “คุณแม่พาผมไปกินข้าวกับใครได้ทุกวันเลยนะครับ” ชายหนุ่มทำท่าเบื่อเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status