Home / โรแมนติก / ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ / ตอนที่ 2 เรื่องเมื่อคืน  

Share

ตอนที่ 2 เรื่องเมื่อคืน  

last update Last Updated: 2026-01-05 16:30:11

ตอนที่ 2

เรื่องเมื่อคืน

คนที่เคยแต่ถูกดูแลวันนี้เขาต้องกลายมาเป็นคนที่ต้องมานั่งดูแลคนเมาแถมยังเป็นคนเมาที่เขาไม่รู้จักอีกด้วย  พีรันธรเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนไปด้วยอ้วกของหญิงสาวที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงเขา  ความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายทั้งสงสาร โมโหที่คนตรงหน้าทำตัวแบบนี้

“ถ้าเธอเป็นน้องฉัน ฉันคงจะตีเธอให้ตายคามือแน่ ๆ เป็นผู้หญิงแต่กลับมาเที่ยวผับเที่ยวบาร์เมามายไม่รู้เรื่องถ้าใครเขาลากไปลากมาป่านนี้ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะเป็นอย่างไร”

ปากก็บ่นมือก็เช็ดตัว ตอนนี้เรื่องเครียดในหัวของชายหนุ่มหายไปหมดเพราะเขากำลังเครียดกับสภาพหญิงสาวที่ไม่รู้จักแทนเกือบตีสองกว่าที่พีรันธรจะได้อาบน้ำและล้มตัวลงนอน หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆเขายังคงละเมอเพ้ออะไรไปเรื่อยแต่ฟังดูแล้วก็ยังคงเป็นประโยคเดิมๆ ชายหนุ่มจึงไม่ได้สนใจฟังและตอนนี้เขาก็ง่วงมากแล้วอีกทั้งยังเมามาด้วยจึงเผลอหลับสนิทไม่ได้ยินเสียงคนข้างๆอีกเลย

ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาเพราะแสงพระอาทิตย์ลอดผ่านช่องของผ้าม่านเข้ามาแยงตาเหมือนต้องการบอกให้พีรันธรรู้ว่ามันสายมากแล้ว ข้างๆเขาที่เมื่อคืนยังมีหญิงแปลกหน้านอนอยู่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า ชายหนุ่มพยายามนั่งทบทวนว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้างและเขาแน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยลงไปกับผู้หญิงที่เขาพากลับมาด้วยเมื่อคืนนี้ จดหมายน้อยวางอยู่บนหัวเตียงเจ้าของห้องรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นข้อความที่ถูกเขียนจากคนเมาเมื่อคืนที่หลับไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มอ่านข้อความในจดหมายทำให้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงที่เขาพามานอนด้วยเธอชื่อว่าอันนาและเธอกำลังคิดว่าเธอกับเขามีอะไรกันเมื่อคืน พีรันธรอยากจะอธิบายให้อันนาเข้าใจแต่ก็ไม่รู้จะติดต่ออย่างไรจึงได้แต่ถอนหายใจในความหวังดีของตัวเองที่สุดท้ายกลายเป็นคนฉวยโอกาส

“จากที่จะเป็นพระเอกสุดท้ายโดนด่าเสียอย่างนั้น”

จดหมายถูกวางลงไว้ที่เดิมคนอ่านยังคงรู้สึกแย่ที่เขาพยายามทำตัวเป็นคนดีไม่ฉวยโอกาสแต่สุดท้ายกลับโดนอีกฝ่ายต่อว่าโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้อธิบายใดๆ

บ่ายนี้ท่านประธานบริษัทมีประชุมกลับบริษัทของลูกค้าที่ต้องเข้ามาคุยกันเพื่อตกลงในสัญญาหลังจากที่บริษัทมีการเปลี่ยนตัวท่านประธานคนใหม่

“เอกสารทุกอย่างอยู่บนโต๊ะเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะประชุม ดิฉันอยากให้คุณพีรันธรได้ลองอ่านก่อนค่ะ”

เลขาสาวคนใหม่ซึ่งจริงๆแล้วเคยเป็นเลขาของบิดาเขามาก่อนส่งเอกสารให้เจ้านายคนใหม่ด้วยท่าทางไม่ค่อยเชื่อใจว่าจะสามารถทำงานได้ดีเท่าท่านประธานคนเก่าที่สร้างความน่าเชื่อถือไว้มาก

“น่าแปลกนะครับที่คุณพ่อไว้ใจให้ผมขึ้นเป็นท่านประธานแต่ดูเหมือนลูกน้องของท่านจะไม่คิดแบบนั้นแต่ไม่เป็นไรเอาเป็นว่าเราทำหน้าที่ของเราแล้วกันคุณก็ทำหน้าที่เลขา ผมก็ทำหน้าที่           ท่านประธานหวังว่าคุณคงเข้าใจว่าไม่ต้องทำเกินหน้าที่”

ไปรยาถึงกับหน้าซีดปากสั่นที่ถูกต่อว่าตรงๆแบบนี้ เธอรู้ว่าสิ่งที่ทำมันเหมือนเป็นการหักหน้าท่านประธานเพราะเหมือนเธอกำลังสอนท่านอยู่แต่ไปรยาแค่กลัวว่าถ้าเจ้านายของเธอไม่ศึกษาสัญญาไปก่อนอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้แต่ในเมื่อโดนต่อว่าแบบนี้ไปรยาจึงได้แต่เงียบเพราะยังไม่อยากตกงาน ก่อนหน้านี้พนักงานที่เคยทำงานกับพีรันธรมาก่อนก็เคยพูดกันว่า เขาเป็นคนที่ดุมากและพูดจาไม่ไว้หน้าใคร ไปรยาคิดว่าเขาไม่น่าจะกล้าดุเธอเพราะเธอเป็นพนักงานเก่าแก่แต่สุดท้ายเธอก็ได้สัมผัสความดุนี้ด้วยตัวเอง

พีรันธรอ่านและศึกษาสัญญาทุกฉบับด้วยความชำนาญและละเอียดซึ่งเป็นคุณสมบัติส่วนตัวของเขาอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเพราะก่อนหน้านี้เขาทำงานช่วยบิดาเท่านั้นไม่ได้เป็นคนที่ต้องลงมือรับผิดชอบทุกอย่างเองแบบนี้ ผู้ชายที่ดูเพลย์บอยและดูเป็นคนเอาแต่ใจในสายตาคนอื่นแต่มีสักกี่คนที่จะรู้ว่าเขาจบปริญญาโทจากอเมริกาด้านบริหารถึงสองใบถ้าพ่อและแม่ไม่ตามเขากลับมาก่อน พีตั้งใจจะเอาปริญญาเอกในด้านจิตวิทยาต่อ

การประชุมใกล้จะเริ่มขึ้นบริษัทลูกค้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมมีด้วยกันสี่บริษัทแต่ตอนนี้ยังขาดอีกหนึ่งบริษัทซึ่งเป็นบริษัทที่มีการซื้อขายยอดสูงกว่าบริษัทอื่นจึงทำให้ที่ประชุมยังคงต้องรอ

“เราเริ่มประชุมเลยได้ไหม”

ท่านประธานหันไปถามเลขาเพราะสำหรับพี เขาคิดว่าการทำธุรกิจเรื่องการตรงต่อเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญและตอนนี้ก็เลยเวลาตามที่นัดหมายไว้แล้วมาเกือบสิบนาที

ไปรยาแนะนำให้เจ้านายของเธอรอต่ออีกสักนิดเพราะบริษัทที่ยังไม่มาเป็นลูกค้าสำคัญและสามารถทำกำไรให้บริษัทเป็นอันดับหนึ่งได้ในทุกปี ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยแต่ก็เข้าใจว่าเขาไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่างต้องเลือกผลประโยชน์ของบริษัทเป็นสำคัญถึงแม้ว่าจะเริ่มหงุดหงิดมากแล้วก็ตาม

“ สวัสดีค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องรอ”

สาวสวยหุ่นดีเปิดประตูห้องประชุมเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อนจนเผลอทำแฟ้มในมือร่วงมองสบตาทุกคนเพื่อแสดงความรู้สึกผิดที่เธอมาถึงช้ากว่าเวลาที่ที่ประชุมนัดหมายไว้

“อ้าว! คุณ...”

อันนาหันมาจะยกมือไหว้ขอโทษท่านประธานในการประชุมครั้งนี้แต่เธอต้องอุทานด้วยความตกใจเพราะผู้ชายที่นั่งอยู่บนหัวโต๊ะเป็นคนเดียวกับผู้ชายที่พาเธอไปนอนด้วยเมื่อคืน

ทั้งสองคนต่างมองสบตากันด้วยความตกใจไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาบรรยากาศในห้องประชุมดูเงียบลงทันที ไปรยาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดเชิญให้อันนาไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อเริ่มการประชุมได้

การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยใช้เวลาเกือบชั่วโมงและมันเป็นเวลาที่แสนจะทรมานใจสำหรับพีรันธรเพราะเขาอ่านสายตาของหญิงสาวตรงหน้าออกว่าเธอมองเขาด้วยความรู้สึกโกรธและเสียความรู้สึก แววตานั้นมันเป็นแววตาที่ชายหนุ่มคิดว่าเขาไม่สมควรได้รับ พีอยากอธิบายแต่มันก็ไม่ใช่ที่จะพูดขึ้นมาในที่ประชุมเขาจึงคิดว่าเมื่อจบจากการประชุมแล้วเขากับเธอคงต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว มื้อกลางวันนี้ผมขอเลี้ยงข้าวคุณนะ”

ชายหนุ่มออกปากชวนเพราะเขาคิดว่าไม่มีเวลาไหนเหมาะเท่ากับเวลานี้แล้วและเขาคงไม่สามารถที่จะปล่อยให้หญิงสาวคิดแบบในจดหมายไปตลอดแน่

อันนายอมไปกินข้าวทั้งที่ความจริงเธอไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีกแต่เธอคิดว่าในเมื่อเขากับเธอยังคงต้องร่วมงานกันในเรื่องธุรกิจอยู่คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องเพราะไม่อย่างนั้นทั้งเธอและเขาคงไม่สามารถมองหน้ากันได้อีก

“คืนนั้นคือผม…..”

“ถ้าคุณต้องการแค่จะรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้น ฉันว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกัน”

หญิงสาวยังไม่ทันพูดจบเพราะเธอไม่รู้จะพูดว่าอะไรดีแต่กลับถูกอีกฝ่ายสวนคำพูดแทรกเข้ามาก่อน อันนาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการจะทบทวนว่าเขาได้ทำอะไรกับเธอไปบ้างในคืนนั้นเพื่อเป็นการเยาะเย้ยว่าเธอใจง่ายไปนอนกับเขา

“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมว่าคุณมองโลกในแง่ร้ายและเอาแต่ใจตัวเองที่สุดหัดฟังคนอื่นเขาพูดบ้างอย่าคิดแต่ว่าตัวเองเก่งและรู้ทุกอย่าง”

หญิงสาวกำมือแน่นเธออยากจะลุกจากตรงนั้นแต่ก็ติดว่าถ้าลุกไปทั้งที่ทุกอย่างยังไม่ได้คุยก็คงมีสักวันที่คนอื่นจะรู้เรื่องนี้และตัวเธอเองก็อยากจะรู้ด้วยว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“คุณพูดเหมือนว่าตัวคุณเองเป็นคนดีนะ ถ้าอย่างนั้นไหนช่วยเล่ามาว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”

“ผมกับคุณไม่ได้มีอะไรกัน”

“แล้วทำไมเสื้อผ้าคุณถึงมาอยู่บนตัวฉันได้”

“คุณเมาจนไม่ได้สติอ้วกเต็มไปหมดทั้งเสื้อผ้าผมและเสื้อผ้าคุณเองเวลานั้นผมคงปล่อยให้คุณนอนจมกองอ้วกไม่ได้ ไม่ใช่ว่าผมห่วงคุณนะแต่ผมกลัวว่าผ้าปูที่นอนของผมจะเปื้อนและที่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณก็อย่าคิดว่าผมหวังอะไรเพราะผู้หญิงอย่างคุณไม่ใช่ สเปคผม ผมก็แค่ทำตามมนุษยธรรมก็เท่านั้น”

อันนารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนตบหน้า เขาพูดเหมือนว่าต่อให้เธอไม่ใส่อะไรต่อหน้าเขา เขาก็ยังไม่รู้สึกอะไร ความโกรธความอายถาโถมเข้ามาหญิงสาวจำเป็นต้องเก็บกลั้นเอาไว้เพราะถ้าแสดงออกไปมันจะกลายเป็นว่าเธอไม่พอใจเขาที่เขาไม่ได้ทำอะไรเธอ

“เอาเป็นว่าฉันเชื่อตามที่คุณพูดแต่ที่ฉันอยากจะบอกคุณก็คือตอนที่คุณพาฉันกลับมาที่คอนโดได้มีคนอัดคลิปไว้และคลิปนั่นมันก็ถูกส่งไปถึงคุณพ่อคุณแม่ของฉันแต่คุณไม่ต้องห่วง ฉันบอกท่านไปแล้วว่าคุณก็เป็นเพียงแค่พนักงานทั่วไปที่ฉันไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำและหวังว่าคุณคงไม่ให้พ่อกับแม่ฉันได้เจอคุณนะเพราะฉันไม่แน่ใจว่าท่านจะยังจำได้ไหม ตกลงมีเรื่องแค่นี้ใช่ไหมที่จะพูดถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อน”

อันนาเธอลุกออกจากโต๊ะและเดินกลับมาที่รถสิ่งที่เธอเล่าให้ชายหนุ่มฟังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะความจริงพ่อแม่ของเธอโกรธมากด่าว่าเธอเสีย ๆ หาย ๆ ดูถูกที่เธอไปคว้าผู้ชายที่ไม่รู้จักมานอนด้วยและนี่คือสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจว่าไม่อยากให้ท่านทั้งสองได้เจอกับพีรันธร เธอไม่อยากทำให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะถ้าพ่อแม่ของรู้ว่าผู้ชายที่เธอไปนอนด้วยเมื่อคืนเป็นถึงท่านประธานบริษัทมีหวังท่านต้องเอาเรื่องชายหนุ่มแน่ๆ

อีกฝ่ายลุกออกไปแล้วแต่พีรันธรยังคงนั่งทบทวนคำพูดทั้งหมดที่ฝ่ายหญิงพูดพ่อและแม่ของเธอรู้เรื่องเมื่อคืนคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยเพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอต้องเสียหายทั้งที่จริง ๆ มันคือการเข้าใจผิด เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาช่วยดึงสติของท่านประธานให้กลับมาอยู่กับตัวคนที่โทรมาคืออธิชเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่เมืองไทย เขาโทรมาเพื่อบอกข่าวให้รู้ว่าอดีตคนรักของพีที่เพิ่งเลิกรากันได้ไม่ถึงสามเดือนตอนนี้กำลังจะแต่งงานกับเพื่อนสนิทของพี่รันธรนั้นเอง

“นายโอเคใช่ไหม”

บอยถามไปอย่างนั้นทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนรู้สึกโอเคหรือยินดีกับการที่อดีตคนรักของตัวเองไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทโดยที่ตัวของพีเองนั้นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทั้งคู่ไปคบกันตอนไหนหรือแท้จริงแล้วทั้งคู่แอบคบหากันมาตลอดช่วงเวลาที่พีและรดาคบกันอยู่

“ฉันต้องโอเคใช่ไหม นี่มันคงเป็นสาเหตุที่รดาบอกเลิกฉัน ฝากความยินดีไปหาเพื่อนของเราด้วยนะเพราะฉันคงไปงานแต่งไม่ได้ ชีวิตของฉันตอนนี้มันโคตรจะพัง อยู่ดี ๆ ฉันก็ต้องมาสูญเสียคนรักและสูญเสียเพื่อนที่รักด้วยทุกวันนี้ยังมีใครอีกที่เราจะเชื่อใจได้เราสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่คิดเลยว่าเพื่อนสนิทสุดท้ายจะมาแย่งคนรักของฉันไป”

ความทุกข์ถาโถมเข้ามาอีกรอบเวลานี้พีรันธรไม่เหลือกระทั่งอธิชให้ปรึกษาเพราะเขาไม่อยากทำให้เพื่อนต้องมาลำบากใจอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนเหมือนกันพีจึงเลือกจะจมอยู่กับปัญหานี้เพียงคนเดียวและสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไปนั่งฟังเพลงดื่มเหล้าและเมาที่ร้านเดิมเผื่อบางทีเขาอาจจะได้เจอกลับอันนาอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นของครอบครัว

    ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   ตอนที่ 10 ไร่ผาหมอก

    ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   ตอนที่ 9 ค่ำคืนของความคิดถึง

    ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   ตอนที่ 8 อยู่เคียงข้าง

    ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   ตอนที่ 7 กลับมานะ

    ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd

  • ขนมหวานกับท่านประธานจอมดุ   ตอนที่ 6 ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ

    ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status