LOGINตอนที่ 4
จำไม่ได้หรือไม่ได้จำ
“รัญขอบคุณแม่เลี้ยงมากนะคะที่จะดูแลหมอกให้ในระหว่างที่รัญจะไปทำงานที่กรุงเทพ”
หญิงสาวสองคนกอดกันด้วยความรู้สึกที่ทั้งห่วงและคิดถึงเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะไปไกลจากที่นี่และยังไม่รู้ว่าอีกนานไหมถึงจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม
“ฉันทำเพื่อเธอได้แต่ฉันเป็นแม่แทนเธอไม่ได้นะ หมอกต้องการแม่กลับมาหาลูกบ่อย ๆ และรีบทำทุกอย่างที่เธอต้องการให้ไวที่สุดถึงฉันจะไม่เห็นด้วยแต่ก็คงจะไม่ห้ามเพราะมันคงเป็นกรรมเวรของเธอทั้งสองคนที่สร้างกันมา”
รัญชิดารับลูกชายจากป้าสร้อยแม่บ้านมานั่งลงบนตักของเธอ ปากเล็กพรหมหอมแก้มลูกชายด้วยความคิดถึง
“แม่จะทำให้พ่อรู้ว่าเราสองคนมีค่าเกินกว่าที่เขาจะทำเหมือนเราเป็นคนโง่แบบนี้”
คนเป็นแม่ได้แต่พูดกลบเกลื่อนว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกทำคือสิ่งที่ดีที่สุดทั้งที่หัวใจลึก ๆ ตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าที่ทำไปมันถูกหรือผิดรู้แต่ว่าเธอต้องรู้ความจริงที่เป็นความจริงจริง ๆ ไม่ใช่การกลายเป็นคนไม่มีตัวตนในสายตาของภูวิศแบบนี้
“จำไว้นะว่าชีวิตของเธอสำคัญกับลูกมาก รีบกลับมาแล้วฉันจะพาหมอกไปหาเธอบ่อย ๆ ”
ราตรีเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาทั้งที่ตั้งใจว่าจะเข้มแข็ง เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะคนตรงหน้าจะไปแต่ที่เธอเสียใจคือการต้องมาเห็นผู้หญิงด้วยกันเสียใจเพราะความรักเหมือนที่เธอเคยผ่านมาเมื่อหลายสิบปี
การเริ่มต้นชีวิตการทำงานในบริษัทวันแรกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในไร่ถึงแม้จะเรียนมาทางนี้ก็ตามแต่การทำงานในตำแหน่งเลขาแม่เลี้ยงที่ไร่ผาหมอกไม่ต้องเรียนรู้เรื่องเอกสารมากเท่ากับการทำงานที่นี่
“ตรงนี้รัญต้องตรวจก่อนทุกครั้งที่จะเอามาให้ผมเซ็น”
“ได้ค่ะพี่ภู...เอ๊ย! ขอโทษค่ะ คุณภู”
เลขาคนใหม่ลืมตัวเผลอเรียกผู้ชายที่กำลังสอนงานเธออยู่ตรงหน้าด้วยความเคยชิน
“ความจริงผมก็ชอบนะที่รัญเรียกว่าพี่แต่คนอื่นอาจจะมองไม่ค่อยดี เอาเป็นว่าถ้าไม่มีใครอยู่เรียกผมแบบที่คุณเผลอเรียกเมื่อครู่ก็ได้”
รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นสายตาที่ให้ความสำคัญมันทำให้รัญชิดาเผลอยิ้มตอบกลับไปเหมือนทุกครั้งที่เธอเคยยิ้มให้เขาเสมอเมื่ออยู่ที่ไร่ผาหมอก
“กลางวันรัญกินข้าวกับผมนะเพราะตั้งแต่มาทำงานผมก็กินข้าวคนเดียวตลอด ไม่ติดอะไรใช่ไหมหรือกลัวแฟนว่า”
ภูวิศวางปากกาในมือลง สองมือกอดอกรอฟังคำตอบจากเลขาคนใหม่ที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากรอยยิ้มแบบสดชื่นเป็นรอยยิ้มที่ดูมีบางอย่างซ่อนอยู่
“รัญโสดค่ะ เพิ่งโสดได้ไม่นานโดนแฟนทิ้งมาค่ะแต่จริง ๆ แล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขาเป็นแฟนเพราะบางทีผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนนั้นเขาอาจไม่ได้คิดกับรัญจริงจังแค่มาทำให้รักแล้วก็จากไปก็ได้ค่ะ”
“ไม่เอาดีกว่า เราไม่พูดเรื่องเครียด ๆ เปลี่ยนเป็นช่วยกันคิดว่ากลางวันนี้เราจะกินอะไรกันดี”
ภูวิศไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรเมื่อเขาได้ยินเลขาสาวพูดถึงคนรักแล้วทำไมเขาต้องรู้สึกถึงรังสีความโกรธแค้นและรู้สึกกลัวสายตาของเธอที่จ้องมอง เขาจึงได้เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดดีกว่า
ภาพท่านรองประธานหนุ่มกับเลขาสาวสวยคนใหม่เดินออกไปกินอาหารกลางวันด้วยกันตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาพนักงานสาว ๆ ที่แอบมองอยากจะกินท่านรองประธานอยู่แต่ยังไม่มีโอกาสต่างพากันซุบซิบด้วยความอิจฉา
สัปดาห์แรกของการทำงานรัญชิดาแทบจะไม่ได้ออกจากห้องทำงานของภูวิศเลยเพราะเขาคอยสอนงานเธอตลอดและยังมีงานบางส่วนที่ชายหนุ่มเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจต้องให้เลขาของบิดามาช่วยอธิบายให้ทั้งเขาและเลขาคนใหม่ฟัง
“เฮ้อ!....เหนื่อยจังเลยสัปดาห์นี้ พรุ่งนี้จะได้หยุดแล้ว รัญไปเที่ยวไหนไหมวันหยุด”
ภูวิศยื่นมือออกมาเพื่อยืดเส้นยืดสายหลังจากที่นั่งยาวมาหลายชั่วโมงเพื่อจัดการงานที่ค้างมาตลอดสัปดาห์
“รัญจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดค่ะ ”
หญิงสาวตอบตามความเป็นจริง เธอจากลูกชายมาแค่เพียงสัปดาห์เดียวก็คิดถึงใจจะขาดและยังจะเรื่องงานที่ไร่อีกเธออยากใช้วันหยุดที่ถึงแม้จะมีเพียงแค่สองวันกลับไปช่วยแม่เลี้ยงจัดการให้ได้มากที่สุด
“บ้านของเธอคงน่าอยู่มากเลยใช่ไหม ชีวิตในเมืองมีแต่ความวุ่นวายผมยังอยากไปใช้ชีวิตบั้นปลายแบบสบาย ๆ ที่นอกเมืองเลย”
ภูวิศขอให้เลขาเล่าถึงบ้านของเธอและเขาก็ตั้งใจฟังมาก ตั้งใจจนรัญชิดากำลังรู้สึกว่าเขาแกล้งจำเธอไม่ได้หรือความจริงแล้วเขาจำเธอไม่ได้จริง ๆ
“แค่ฟังก็น่าอยู่แล้วไว้วันหลังผมขอพาครอบครัวไปเที่ยวบ้านรัญบ้างนะ”
“รัญยินดีต้อนรับพี่ภูและครอบครัวค่ะ”
น้ำตาแห้งความอ่อนแอไหลมาคลอตาอีกครั้งเมื่อรัญชิดาต้องพูดคำว่าครอบครัวกับผู้ชายที่พร่ำบอกกับเธอก่อนจากมาว่าเธอกับลูกคือครอบครัวของเขาแต่วันนี้เขากลับเรียกคนอื่นว่าครอบครัวไม่ใช่เธอกับลูกอีกต่อไป
“ขอโทษนะคะ สงสัยมือจะเปื้อนอะไรพอมาโดนตาเลยแสบน้ำตาไหลเลยค่ะ”
หญิงสาวยกมือไหว้ลาเจ้านายและรีบคว้ากระเป๋าสะพายเดินออกจากห้องทำงานอย่างเร่งรีบทันที
ภูวิศมองคนตัวเล็กที่เดินออกจากห้องด้วยความเร่งรีบแบบไม่เข้าใจ เขาแน่ใจว่าน้ำตาที่หยดออกมาจากดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ใช่ตามเหตุผลที่รัญชิดาบอกแต่เขาก็คิดไม่ออกว่าคำพูดของเขาจะไปทำให้เลขาคนใหม่ต้องร้องไห้เพราะอะไรแต่น้ำตาของเธอมันทำให้เขารู้สึกผิดเหมือนว่าเป็นต้นเหตุของหยดน้ำตานั้น
อำภาและพิมยังไม่กลับมาจากต่างประเทศ รัญชิดาจึงยังไม่มีโอกาสได้เจอคนทั้งคู่ ภูวิศคิดว่าถ้าแม่กับน้องได้เจอเลขาคนใหม่ของเขาคงจะรู้สึกชอบเหมือนเขาแน่ ๆ เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักและเรียนรู้งานได้ไวอีกทั้งยังมีความเด็ดเดี่ยวเหมือนแม่และน้องสาวของเขามาก
วันหยุดนี้ท่านรองประธานได้แต่ขับรถไปทำบุญทำทานตามวัดต่าง ๆ เพียงคนเดียวเพราะบิดาของเขาเป็นคนรักสันโดษถ้าไม่ใช่เรื่องงานที่บริษัท ท่านก็ไม่ค่อยไปไหนหรือสุสิงกับใคร ภูวิศเองถึงจะกลับมาเดินได้เหมือนปกติแต่เขาก็ยังเดินมาก ๆ ไม่ได้จึงเลือกที่จะพักผ่อนอยู่ใกล้ ๆ บ้านเท่านนั้น ทุกครั้งที่ไปทำบุญที่วัดเขาจะขอให้ผลบุญที่เขาทำช่วยดลบันดาลให้ความทรงจำของเขากลับมาเหมือนเดิม
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







