Se connecterตอนที่ 3
แค่เพียงได้สบตา
“เป็นอย่างไรบ้างภู อากาศดีไหม”
อำภาถามลูกชายเมื่อรถยนต์จอดที่หน้าที่พักและภูวิศก้าวเท้าลงมาเดินเงียบที่พื้นหญ้าของรีสอร์ตหรูกลางหุบเขาทันที
“ดีมากครับ ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนได้กลับมาบ้านอีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกหรือบางทีผมอาจจะเคยอยู่ที่แบบนี้มาก่อน”
ชายหนุ่มยังคงจำอะไรไม่ได้เพิ่มจากเดิมแต่บรรยากาศรอบตัวก็ทำให้เขารู้สึกคลายความกังวลมากขึ้นแบบที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
ครอบครัวของภูวิศใช้เวลาท่องเที่ยวถึงห้าคืนก่อนที่จะเดินทางกลับเพราะที่บริษัทกำลังมีโครงการใหม่จึงไม่กล้าทิ้งงานกันมานาน
“แวะพาฉันเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”
คนเป็นแม่บอกสามีที่นั่งเบาะข้างคนขับรถเพื่อให้จอดที่สถานีเติมน้ำมันข้างหน้า
ทุกคนในรถต่างพากันไปเข้าห้องน้ำแต่ภูวิศเองเลือกที่จะขอนั่งรออยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ
“คุณครับทำบัตรร่วง”
สาวสวยในชุดกางเกงสีดำทั้งชุดท่าทางทะมัดทะแมงคล่องแคล่วหันมาตามเสียงทักท้วงของคนเรียกทันที
“พี่ภู...”
เสียงเรียกชื่อที่เบาจนชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังเรียกชื่อเขาอยู่หรือเปล่าแต่กำลังจะลุกขึ้นยืนและถามซ้ำก็ดันถูกพิมเขามาขัดจังหวะเสียก่อน
“ใครกันหรือคะพี่ภู”
“พี่ไม่รู้จัก แค่เห็นว่าทำบัตรร่วง”
หญิงสาวที่กำลังทำท่าทางตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าทันทีก่อนที่จะก้มลงไปหยิบบัตรและหันมาขอบคุณผู้ชายที่เธอรู้จักดีแต่เขากลับบอกว่าไม่รู้จักเธอด้วยน้ำเสียงที่กระแทกและสั่นเครือ
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยบอก คุณช่างเป็นคนที่ดีจริง ๆ แม้ว่าเราจะไม่รู้จักกันมาก่อนคุณก็ยังอุส่าบอกฉันว่าทำของร่วง ขอบคุณมากนะคะ”
ผู้หญิงที่แสนจะคุ้นหน้าในความคิดของของภูวิศเดินขึ้นรถไปแล้วทิ้งไว้แต่ความรู้สึกที่ปั่นป่วนไปหมดในหัวใจให้ของเขาเพราะความรู้สึกบางอย่างมันก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไร
“มีอะไรหรือเปล่าคะ พิมเห็นพี่มองผู้หญิงคนนั้นจนสุดสายตาเลย”
น้องสาวยืนมองอาการของพี่ชายแล้วรู้สึกได้ว่าผู้หญิงที่เจอเมื่อครู่คงไม่ใช่แค่คนไม่รู้จักแน่ ๆ
“รู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก ๆ คุ้นจนเหมือนว่าเรารู้จักกันมานานแต่ก็ไม่รู้ว่าเธอคือใคร พี่พยายามคิดมันก็คิดไม่ออก”
พิมรีบพาพี่ชายเดินกลับขึ้นมานั่งบนรถเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเหมือนกำลังพยายามคิดมากจนรู้สึกปวดหัวหน้าแดงไปทั่วทั้งหน้า
“คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดค่ะ ช่างมันเถอะ พิมว่าพี่ภูนอนหลับดีกว่านะคะอีกเกือบห้าชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน”
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง รัญไม่น่าโง่เชื่อและรอพี่มาถึงทุกวันนี้เลย”
รัญชิดาจอดรถข้างทางทันทีเมื่อรู้ว่าเวลานี้เธอไม่มีสติมากพอที่จะขับต่อไปได้
วันนี้ราตรีได้มอบหมายให้น้องสาวต่างสายเลือดมาทำหน้าที่ติดต่อลูกค้าของไร่รายใหม่แทนเพราะตัวเธออายุมากแล้วอยากที่จะอยู่เลี้ยงผาหมอกที่ไร่มากกว่า การเดินทางมากรุงเทพครั้งนี้รัญชิดาไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะทำให้เธอได้เจอกับผู้ชายที่เธอยังคงเฝ้ารอการกลับมาของเขาอีกครั้ง แค่เพียงได้สบตากันและพูดจากันเพียงไม่กี่คำทำให้หัวใจของคนที่รอถึงกลับแตกสลายลงในพริบตา
“ผู้หญิงคนนั้นทั้งสวยทั้งดูดี รัญดีใจกับพี่ด้วยนะ”
เสียงสะอื้นพูดผ่านเสียงแหบแห้งของหญิงสาวที่กำลังร้องไห้พูดในรถอยู่เพียงลำพังเหมือนกับว่าตอนนี้เธอกำลังพูดกับใครสักคนที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะทักทาย ทั้งที่เขาคือสามีและเป็นพ่อของลูกเธอ
ความเสียใจ ความผิดหวังจะถาโถมเข้ามาในหัวใจมากแค่ไหน รัญชิดาทำได้เพียงแค่ปาดน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายและฝืนยิ้มให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ของเธอในตอนนี้คือการตอบแทนพระคุณของแม่เลี้ยงและต่อไปนี้เธอต้องก้าวผ่านและยอมรับความจริงว่าไม่มีผู้ชายที่เธอเฝ้ารอคอยเขาอีกต่อไปแล้ว
บริษัทที่รัญชิดามาติดต่องงานเป็นบริษัทที่ดูใหญ่โต ด้านหลังมีโกดังสินค้าเต็มพื้นที่ หญิงสาวเห็นแล้วอดที่จะรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะทำงานนี้พลาดเพราะเพิ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้ทำหน้าที่แทนแม่เลี้ยง
การติดต่องานไม่ยากอย่างที่คิด ทุกอย่างเรียบร้อยทางบริษัทรับสินค้าทั้งหมดของไร่และให้ในราคาที่แม่เลี้ยงต้องการเมื่อหมดหน้าที่รัญชิดาก็รีบเดินออกจากบริษัทเพราะคิดถึงลูกชายจะแย่อยู่แล้วแต่ยังไม่ทันที่จะเปิดประตูเดินออกไปภาพของผู้ชายที่กำลังเปิดประตูเดินเข้ามาทำให้หญิงสาวต้องรีบนั่งลงแอบกับพนักโซฟาทันที
“สวัสดีค่ะคุณภูวันนี้มาทำงานคนเดียวเลยนะคะ”
พนักงานสาวที่ทำหน้าที่ฝ่ายต้อนรับดังมาจากหน้าประตูบอกถึงความเอาอกเอาใจอย่างเห็นได้ชัด
“พิมเขาไปต่างประเทศ เออ...คุณช่วยประสานเรื่องรับสมัครเลขาให้ผมด้วยนะทางฝ่ายบุคคลแจ้งว่ารอทางประชาสัมพันธ์ลงประกาศ”
คนแอบฟังพยายามจับต้นชนปลายจากเสียงสนทนา รัญชิดาเดาได้ไม่อยากว่าภูวิศต้องมีตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญในบริษัทนี้แน่ ๆ และตอนนี้เขากำลังต้องการรับสมัครเลขา ความคิดบางอย่างก็ผลุดขึ้นมาทันที
“แน่ใจใช่ไหมที่จะทำแบบนี้ การทำร้ายคนที่เรารักมันมีความสุขจริง ๆ หรือรัญ”
ราตรีฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากปลายสายที่โทรศัพท์มาเล่าและขออนุญาตไปสมัครงานในตำแหน่งเลขาเพื่อหวังว่าถ้าเธอได้รับเลือกคงมีหนทางได้แก้แค้นเอาคืนผู้ชายที่ทำร้ายหัวใจขอเธอบ้างมันคงดีกว่าการที่เธอจะยอมเป็นคนโง่ที่ถูกทิ้งแบบนี้
ภูวิศทำหน้าที่คัดเลือกเลขาด้วยตัวเองเพราะเขาคิดว่าตำแหน่งนี้คือคนที่จะต้องอยู่ข้าง ๆ เขามากที่สุดจึงอยากได้คนที่ถูกใจและเข้าใจเขาได้เป้นอย่างดี
“คุณชื่อรัญชิดาใช่ไหม”
รองท่านประธานบริษัทอ่านชื่อด้วยความรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้มาก เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาหญิงสาวในชุดทำงานเรียบร้อยที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา
“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะคุณภูวิศ ทำไมอ่านชื่อดิฉันแล้วทำหน้าแบบนั้นคะหรือว่ารู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
หญิงสาวที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีสำหรับการเผชิญหน้ากันจริงจังเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาตลอดสองปีกว่า
“นั่งก่อนครับ ใช่...ผมรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนแต่ก็นึกไม่ออกแล้วนี่เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณมาก”
ภูวิศสนใจแต่หน้าของคนสมัครเลขาคนใหม่จนลืมที่จะอ่านรายละเอียดข้อมูลที่ทางฝ่ายบุคคลส่งมาให้
“คุ้นชื่อ คุ้นหน้าแบบนี้สงสัยเราจะเคยเจอกันมาก่อนแน่ ๆ เลยค่ะถ้าไม่ใช่ชาตินี้ก็อาจจะเป็นชาติที่แล้ว”
หญิงสาวยิ่งได้ฟังผู้ชายที่เคยบอกว่ารักเธอที่สุดพูดเหมือนว่าจำเธอไม่ได้แบบนี้ หัวใจมันเต็มไปด้วยทั้งความเสียใจ โกรธและแค้นจนอยากจะลุกไปบีบคอถามว่าที่ผ่านมาเขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรถึงได้ทำกับเธอถึงเพียงนี้แต่เกมนี้มันจะจบลงง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ รัญชิดาจึงได้แต่พยายามเก็บกลั้นทุกอย่างไว้เพื่อหาโอกาสที่จะได้รู้ความจริงทั้งหมดและแก้แค้นให้ลูกชายของเธอที่ต้องกลายมาเป็นเด็กน้อยที่ไม่มีพ่อแบบนี้
“ผมไม่รู้เหมือนกันครับมันอาจเป็นแค่ความรู้สึกที่คิดไปเองแต่เอาเป็นว่าผมยินดีที่ได้รู้จักคุณรัญชิดานะครับ”
ภูวิศพยายามที่จะไม่มองสบตาหญิงสาวตรงหน้าเพราะเขาเริ่มรู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจอะไรเขาสักอย่างและตัวเขาเองก็รู้สึกแปลก ๆ เวลาที่ดวงตาทั้งคู่ประสานกัน ผู้บริหารหนุ่มเลือกที่จะสัมภาษณ์ต่ออีกไม่กี่คำถามเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาก็มีความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกัน
คืนนี้ท้องฟ้ายังคงเหมือนเดิมแต่หัวใจของผู้ชายที่สูญเสียความจำไปบางส่วนกลับกำลังรู้สึกไม่เหมือนค่ำคืนที่ผ่านมา วันนี้ทั้งวันภูวิศไม่รู้สึกกังวลใจเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว เขานั่งอ่านใบสมัครของรัญชิดาหญิงสาวที่เขาแสนคุ้นหน้าไปมาหลายครั้ง ใบหน้ากลมเล็กตากลมโตปากเล็กได้รูปมันช่างทำให้เขารู้สึกหลงรักผู้หญิงคนนี้อย่างไม่มีเหตุผลและสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะรับเธอเข้าทำงาน
รัญชิดาได้รับโทรศัพท์จากบริษัทว่ารับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาของรองประธาน นับจากนี้ไปชีวิตของเธอขอยกให้กับการแก้แค้น แค้นที่เกิดจากความรักแค้นทั้งที่ยังรักสุดหัวใจ ยังมีเวลาอีกสิบกว่าวันกว่าที่เธอจะได้เข้าทำงานในตำแหน่งใหม่ หญิงสาวจึงกลับมาที่ไร่เพื่อหาลูกชายและช่วยราตรีจัดการงานในไร่อีกหลาย ๆ เรื่องก่อนที่เธอจะไปทำงานที่กรุงเทพเต็มตัว
เพียงแรกสบตาในวันนั้นก็ทำให้หัวใจของภูวิศกลับมามีความสุขแต่ครั้งนี้ผู้หญิงที่เขาแสนจะคุ้นหน้าเหมือนเคยคุ้นเคยกันมาก่อนจะได้มาอยู่กับเขาในทุก ๆ วัน ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ลึก ๆ ยังรู้สึกกลัวแววตาคู่สวยคู่นั้น เขาก็ได้แต่หวังว่าบางครั้งเลขาคนใหม่อาจจะทำให้เขาหลุดพ้นจากความกังวลที่เขามีมาตลอด2ปีที่ความทรงจำหายไป มันจะหมดไปจากความรู้สึกของเขาได้
อีกฝ่ายรู้สึกดีแต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกแค้น โลกเราช่างเล่นตลกกับความรักของคนสองคนได้อย่างไม่ลงตัว ความรักที่ยังอยู่ในหัวใจของทั้งคู่จะทำให้ความจริงปรากฎขึ้นหรือทุกอย่างจะแย่ลงไปกว่าเดิมคงไม่มีใครกำหนดได้นอกจากหัวใจของทั้งคู่
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







