LOGINตอนที่ 5
เธอลืมทุกอย่างแล้วจริง ๆ
ราตรีมองรัญชิดาที่กลับมาหาลูกชายด้วยความสงสัยเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูดถึงภูวิศให้เธอได้ยินไม่เหมือนกับตอนแรกที่จะไปทำงานที่กรุงเทพ
“แม่เลี้ยงมองหน้ารัญแล้วยิ้มแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ”
รัญชิดาเงยหน้าจากชามข้าวลูกชายหันมาส่งยิ้มหวานให้ผู้มีพระคุณของเธอ
“ฉันก็แค่แปลกใจว่ากลับมาคราวนี้ไม่เห็นจะเล่าเรื่องเจ้านายคนใหม่ให้ฟัง”
“มันไม่มีอะไรเพิ่มเติมค่ะ เขาก็ยังคงเล่นละครว่าจำรัญไม่ได้เหมือนเดิม เวลาแค่สัปดาห์เดียวที่ได้เข้าไปทำงานไม่ทำให้รัญรู้อะไรมากขึ้นเพราะวันทั้งวันก็ได้แต่ก้มหน้าอยู่กับเอกสารไม่มีโอกาสได้ไปคุยกับพนักงานคนอื่น ๆ เลยค่ะ”
คนเป็นแม่มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับเด็กด้วยสายตาที่เหมือนว่าพ่อของเขามีตัวตนอยู่ในร่างของผาหมอก
“เขาเล่นละครได้ดีมากค่ะ ดีมากจนรัญเริ่มไม่แน่ใจว่าพี่ภูคนที่เรารู้จักกันความจริงเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ เขาเปลี่ยนไปหรือความจริงเราไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงกันแน่”
ราตรีไม่มีคำตอบให้กับน้องสาวสุดที่รัก เธอทำได้แค่ให้กำลังใจและหวังว่าเวลาจะทำให้รัญชิดายอมกลับมาอยู่ที่ไร่และลืมความรัก ความแค้นทั้งหมดได้
“ไม่มีใครรู้จักใครได้ทุกแง่มุมหรอกนะเพราะบางครั้งเรายังรู้จักตัวเองไม่ดีเลย”
แม่เลี้ยงพูดปลอบรัญชิดาแต่ลึก ๆ เธอก็กำลังปลอบตัวเองอยู่ ความรักของเธอที่พังลงมันคือความทรงจำที่เธอไม่ลืมแต่เธอก็เลือกที่จะเดินหน้าถึงแม้ว่าสุดท้ายเธอจะไม่มีหัวใจที่จะรักผู้ชายคนไหนอีกก็ตาม
มรสุมเข้าแต่เช้าฝนตกตั้งแต่เช้ามืดจนตอนนี้ยังไม่มีทีท่าจะสงบลง เลขาคนใหม่จึงเลือกที่จะนั่งรถโดยสารประจำทางมาแทนการขับรถมาเองเพราะไม่อยากเหยียบเบรกจนเมื่อขากว่าจะฝ่ารถติดมาถึงที่ทำงาน
“ทำไมผมเปียกมาแบบนั้น”
ภูวิศลุกจากเก้าอี้ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดผมให้เลขาอย่างลืมตัว
“ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรัญหาผ้ามาเช็ดเอง”
“ไม่ต้องเกรงใจ ผ้าเช็ดหน้าผมยังไม่ได้ใช้ เปียกแบบนี้ไม่สบายกันพอดี”
คำพูดที่แสนคุ้นเคยที่คนตัวสูงพูดทุกครั้งที่หญิงสาวปล่อยให้ผลเปียกหลังจากที่สระผมเสร็จและทุกครั้งภูวิศก็จะคอยใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดผมให้เธอจนแห้ง ที่แตกต่างก็คือครั้งนี้เขาไม่ได้เช็ดผมให้เธอในฐานะคนรักแต่เป็นแค่ฐานะของเจ้านายและลูกน้องเท่านั้น
“ขับรถมาแล้วทำไมถึงได้เปียกแบบนี้”
เจ้านายถามเพราะที่จอดรถของบริษัทอยู่ภายในอาคารแต่สภาพของเลขาเหมือนวิ่งฝ่าฝนมาไม่มีผิด
“วันนี้รัญไม่ได้เอารถมาค่ะเห็นรถติดเลยกลัวจะต้องเมื่อยเหยียบเบรก รัญยังไม่ค่อยชินกับการขับรถในกรุงเทพค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นเดี๋ยวผมไปส่ง กลับช้าหน่อยได้ไหม ผมไม่ชอบกลับพร้อมคนอื่นงานเลิก เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะบอกฝ่ายบุคคลให้โอทีคุณสามชั่วโมง”
รัญชิดาได้แต่รับผ้าจากมือของเจ้านายมาเช็ดผมต่อ สองตาของเธอยังคงจ้องมองภูวิศที่กำลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าผู้ชายตรงหน้าเลือกที่จะลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอแม้แต่ลูกเขายังไม่คิดจะถามถึงแล้ววันนี้เขามาทำดีกับเธอเพื่ออะไร
บริษัทตอนนี้เหลือพนักงานเพียงไม่กี่คนเพราะเลยเวลาเลิกงานมาเกือบชั่วโมงแล้ว
“ไปกินข้าวกันก่อนนะ เธอจะได้กลับถึงบ้านแล้วพักผ่อนได้เลย”
ภูวิศวางมือจากงานที่ทำเพื่อเตรียมจะกลับบ้านแต่เลขาสาวขอทำงานที่ค้างต่ออีกนิดเพราะไม่อยากให้พรุ่งนี้มีงานค้าง
ร้านอาหารอีสานที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทถูกเลือกเป็นที่ฝากท้องของทั้งคู่ในมื้อนี้
“ผมเอาตำไทยใส่ปลาร้าครับ”
เมนูที่ภูวิศสั่งทำเอาทั้งพนักงานของร้านและรัญชิดาหันไปมองหน้าด้วยความแปลกใจ
“พี่ภูชอบกินเหมือนรัญเลยนะคะ”
“ผมไม่ได้ชอบกินแต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงอยากกินเมนูนี้ขึ้นมา”
คำตอบของเจ้านายทำให้รัญชิดายิ่งอ่านเขาไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังคิดจะเล่นอะไร
ทั้งคู่พูดคุยเรื่องของงานที่ต้องทำพรุ่งนี้ในระหว่างรออาหาร หญิงสาวพยายามหลอกถามนู่นถามนี่เพื่อจับพิรุธว่าภูวิศเล่นละครเป็นคนลืมง่ายแบบนี้เพื่ออะไรกันแน่
“อาทิตย์หน้าทางบริษัทจะเริ่มเซ็นสัญญากับไร่หลายที่เพื่อเร่งการส่งออกจากที่เราทดลองตลาดมาครึ่งเดือนผลปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมากสินค้าแนวเกษตรสุขภาพกำลังเป็นที่นิยม”
ไร่ที่ชายหนุ่มกำลังพูดถึงรวมถึงไร่ผาหมอกด้วย อีกสองวันราตรีจะพาลูกชายของรัญชิดามาพักที่กรุงเทพเพื่อที่คนเป็นแม่จะได้ไม่ต้องไปหาและรอเซ็นสัญญาด้วย
“พี่ภูชอบไหมคะการทำเกษตรหรือชอบธุรกิจมากกว่า”
หญิงสาวป้อนคำถามอีกครั้งเพื่อหวังว่าเขาจะหลุดอะไรมาบ้าง
“ชอบมากแต่ก็อย่างว่าครอบครัวของผมเดินทางบนเส้นทางธุรกิจแล้ว ผมก็คงต้องสานต่อ”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ นักธุรกิจหนุ่มจะสนใจงานสวน งานไร่กับเขาด้วย”
ภูวิศวางช้อนลงเขามองคนถามเหมือนมีบางอย่างที่เขาไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไร
“นั่นสิ ! ผมก็ไม่รู้เหมือนกันตอนครอบครัวของผมไปเที่ยวภาคเหนือด้วยกัน ผมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน รู้สึกมีความสุข แต่...ช่างมันเถอะ รัญเอาแต่ถามผมยังไม่เห็นกินเลยสักคำเดี๋ยวผมกินหมดนะ....”
คนพูดส่งยิ้มหวานแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูมีความเศร้าอยู่ในนั้น รัญชิดารู้สึกว่าทุกคำที่เขาพูดเหมือนออกมาจากใจแต่เธอก็ไม่อยากที่จะเชื่อเพราะมันมีด้วยหรือคนที่อยู่ดี ๆ ก็ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นปี ๆ ได้จนหมดแบบนี้
อาหารบนโต๊ะใช้เวลาไม่นานก็ถูกทั้งคู่หัวเราะกันไปกินกันไปจนหมดเกลี้ยง
บ้านที่รัญชิดาพักอยู่เป็นบ้านของราตรีที่เคยซื้อไว้เพื่อให้คนเช่าแต่ตอนนี้ถูกใช้เป็นที่พักสำหรับคนของไร่ที่เข้ามาทำธุระในกรุงเทพ ทั้งคู่พากันมาถึงก็สามทุ่มแล้วรถที่ติดตลอดทางทำให้ภูวิศรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเพราะไม่กล้าแวะกลางทางกลัวจะยิ่งดึกไปใหญ่
“ผมขอเข้าห้องน้ำได้ไหม”
หญิงสาวหันมาพยักหน้าด้วยความเต็มใจเพราะเธอก็อยากใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุดให้มันทดแทนกับความคิดถึงที่เธอเฝ้ารอเขามาตลอด
“ดื่มน้ำก่อนสิคะ ตอนนี้ข้างนอกยังรถติดอยู่ รัญว่าพี่ภูนั่งพักสักพักค่อยกลับจะดีกว่านะคะ”
หญิงสาวเอ่ยปากรั้งเจ้านายหนุ่มให้นั่งคุยกับเธอก่อนและเขาก็เต็มใจไม่มีท่าทางอยากจะกลับบ้านแต่อย่างใด
“บ้านน่าอยู่จัง ตกแต่งดูเหมือนเป็นบ้านต่างจังหวัด รูปเด็กน้อยที่ติดอยู่บนฝาผนังรูปคุณใช่ไหม”
ภูวิศมองภาพทารกแรกเกิดที่ติดอยู่หลายที่ของบ้านอย่างสงสัยและตั้งใจว่าจะถามเลขาให้ได้
“ลูกชายรัญเอง รัญมีลูกแล้วค่ะแต่ไม่มีสามี คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวโดยแท้”
คนตอบจ้องตาคนถามแทบจะเหมือนสะกดจิตเขาไว้เพราะเธออยากรู้ว่าผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกจะทำอย่างไรที่ได้รู้ว่ารูปของเด็กคนนั้นคือรูปของลูกชายเขาเอง
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ถ้าบอกว่าเป็นลูกชายของผมรับรองคนเชื่อมากกว่าแน่ ๆ เพราะดูไม่เหมือนคุณแต่เหมือนผมเสียมากกว่า”
ภาวิศพูดตอบด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติมากจนรัญชิดารู้สึกเหมือนเขาลืมเรื่องราวของเธอไปจากหัวใจจริง ๆ
เรื่องราวระหว่างเธอกับเขาไม่มีสักเรื่องที่หายไปจากความทรงจำของเธอแต่ทำไมเขาถึงได้ลืมเธอไปแบบนี้
“สงสัยจะเป็นลูกชายของพี่ภูมั้งคะ”
ชายหนุ่มกำลังจะพูดอะไรต่อแต่เขากลับต้องหยุดเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น
“ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ”
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







