LOGINตอนที่ 6
อย่าทำให้หึง
เช้านี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อันนาออกไปทำงานโดยไม่รอสามีของเธอ พีรันธรตื่นขึ้นมาไม่พบคนนอนข้าง ๆ มันช่างทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะเขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนน่าจะทำให้หญิงสาวรู้สึกได้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอและเธอเองก็น่าจะรักเขาไม่ต่างจากที่เขารักเธอแต่การที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอแบบนี้มันทำให้ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังคิดไปเองฝ่ายเดียว
ท่านประธานของบริษัทมาถึงที่ทำงานก็เกือบสายแล้วเพราะปกติอันนาจะทำหน้าที่คอยปลุกตอนเช้าแต่วันนี้เธอออกมาตั้งแต่ยังเช้ามืดอยู่จึงทำให้พีตื่สายกว่าทุกวัน
“ท่านประธานคะมีแขกมารอพบอยู่ที่ห้อง”
เลขาสาวทำหน้าที่รายงานทันทีเมื่อเจ้านายของเธอเดินมาถึงหน้าประตูห้องด้วยท่าทางแสดงถึงความรู้สึกไม่ถูกใจกับแขกที่มา
“ใคร ผมจำได้ว่าวันนี้ไม่ได้นัดหมายกับใครไว้”
พีรันธรเองก็คิดไม่ออกว่าเวลาเช้าแบบนี้ใครกันถึงได้มาหาเขาถึงที่บริษัทแถมยังขอเข้าไปรอถึงในห้องทั้งที่ความจริงปกติแล้วที่บริษัทจะมีพื้นที่สำหรับให้แขกรอ
“คุณรดาค่ะ ดิฉันบอกให้รอที่ห้องรับแขกแต่เธอยืนยันว่าเธอจะขอเข้าไปรอที่ห้องของท่านประธาน ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะเพราะไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดีโทรไปหาท่านประธานก็ไม่มีคนรับสาย”
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่พยักหน้ารับทราบและให้เลขาไปทำงานของเธอต่อส่วนเรื่องของหญิงสาวที่มารออยู่ในห้องทำงานชายหนุ่มคิดว่าเขาคงต้องจัดการอะไรบ้างแล้วเพราะไม่อย่างนั้นรดาคงมายุ่งยากที่ทำงานเหมือนในอดีตที่เขากับเธอเคยคบกันเป็นคนรักตอนนี้มันไม่ใช่สถานภาพนั้นแล้วเพราะตัวเขาเองมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
“พีทำไมมาสายจังคะ รดามารอคุณตั้งแต่เช้าแล้วเลขาของคุณจะให้รดาไปรอที่ห้องรับแขกแต่รดารู้ว่าคุณอยากให้รดารอที่นี่มากกว่า”
สาวสวยรูปร่างดีสูงโปร่งขายาวเดินมาเกาะแขนอดีตคนรักอย่างเอาใจ เธอเดินตามชายหนุ่มไปที่เก้าอี้ทำงานและทำท่าเหมือนกับจะนั่งลงบนตักเขา ท่านประธานสะดุ้งตกใจรีบพาตัวเองออกมาให้ไกลจากจุดนั้น
“รดาคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะตอนนี้ผมกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว”
“รดาก็ยังไม่ได้จะทำอะไรคุณเสียหน่อยทำท่าตกใจเหมือนกับว่ารดาเป็นสัตว์ประหลาดเสียอย่างนั้น”
แขกผู้มารอตั้งแต่เช้าไม่รีรอรีบโผตัวเข้าหาอีกฝ่ายสองมือเกาะคอทำท่าทางยั่วยวนเพราะคิดว่าคนรักเก่าคงแค่ตกใจเท่านั้นแท้ที่จริงเขายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอ
พีพยายามแกะแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวออกแต่มันดูเหมือนว่ายิ่งแกะเท่าไหร่กลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดกับเขามากขึ้นและในจังหวะเดียวกันอันนาได้เปิดประตูเข้ามาเพื่อจะมาบอกกับชายหนุ่มว่ากลางวันนี้เธอคงไม่ได้ไปกินข้าวด้วยแต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ภรรยาของท่านประธานถึงกับยืนนิ่งและพูดอะไรไม่ออก
“อุ๊ย! ทำไมภรรยาคุณถึงเดินเข้ามาโดยที่ไม่เคาะประตูไม่มีมารยาทเลย”
รดาหันไปทำท่าเสียอารมณ์ใส่หญิงสาวที่เปิดประตูเข้ามาแต่สองมือของเธอยังคงเกาะแขนของท่านประธานไว้แน่นและทำเหมือนว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้เป็นสิ่งผิด
“อันนามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ” ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณอันนาเราสองคนก็แค่เคยเป็นเพื่อนเก่ากันเพราะเจอกันก็อดที่จะแสดงความคิดถึงกันไม่ได้ ฉันหวังว่าคุณเป็นถึงภรรยาท่านประธานใหญ่ของบริษัทคงไม่หึงง่ายๆใช่ไหมคะ”
รดาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในอาการตกใจและรู้สึกหึงสามี เธอก็เล่นบทใหญ่ทันทีมือที่สวมกอดชายหนุ่ม ก็ถูกปล่อยออกเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธออยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
“เย็นนี้ฉันอยากชวนคุณอันนาไปกินข้าวด้วยกันเพราะตั้งแต่พีแต่งงานฉันยังไม่เคยได้ยินพีพูดถึงคุณเลย ฉันอยากรู้จักภรรยาของเพื่อนให้มากขึ้น ตกลงนะคะคุณอันนา”
หญิงสาวที่เตรียมตัวมาเป็นมือที่สามคว้ามือของภรรยาอดีตคนรักขึ้นมาจับแสดงความเป็นมิตรทั้งที่แววตามันดูขัดกับท่าทางของเธออย่างสิ้นเชิง
“ ฉันมีนัดแล้วคงไม่สะดวกที่จะไปกับคุณสองคนเอาเป็นว่านาน ๆ ทีเพื่อนสนิทจะได้กลับมาเจอกัน ฉันว่าคุณคงอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนมากกว่าขอบคุณนะคะที่ยังคิดมาชวนฉันแต่ฉันต้องเสียใจด้วยเพราะคืนนี้ฉันก็มีนัดกับเพื่อนสนิทเหมือนกัน ”
อันนาพยายามเข้มแข็งพยายามพูดโต้ตอบไปเหมือนว่าเธอไม่รู้สึกอะไรทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอมันแทบจะแหลกเป็นชิ้น ถึงแม้จะพยายามซ่อนความรู้สึกมากแค่ไหนมันก็ไม่สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเธอเข้มแข็งได้เพราะเสียงที่สั่นหน้าที่ซีดมันฟ้องความรู้สึกของเธอชัดเจนอยู่แล้ว
“อันนาคุณจะไปไหน ผมไม่อนุญาตให้คุณไปกินข้าวกับใครทั้งนั้น”
พีรันธรเดินปรี่มาที่ภรรยาคว้ามือของเธอออกจากมือของรดาด้วยความโมโหเมื่อรู้ว่าอันนามีนัดกับใครสักคนที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นชนาเทพแน่ ๆ
“ปล่อยค่ะ คุณก็มีนัด ฉันก็มีนัดไม่เห็นต้องมีใครขออนุญาตใครเลย”
อันนาพยายามพูดให้เสียงดูเข้มแข็งแต่มันกลับทำให้เธอดูอ่อนแอลงแววตาที่เคยสดใสตอนนี้มันเต็มไปด้วยน้ำใส ๆ ที่ไหลมาคลอตาซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหนกันแน่
“พีคะ อย่าไปห้ามคุณอันนาเลยเธอก็คงอยากไปเจอเพื่อนเก่าของเธอเหมือนที่เราสองคนอยากเจอกัน ตั้งแต่ที่รดารู้จักคุณมาไม่เคยเห็นคุณโกรธแบบนี้สงสัยว่าภรรยาของคุณจะไม่ค่อยรู้ใจคุณแน่ ๆ ไม่เป็นไรนะคะอย่างน้อยตอนนี้คุณก็มีรดาเป็นเพื่อนที่รู้ใจคุณอยู่ข้างๆ”
หญิงสาวที่มีลักษณะนิสัยแตกต่างจากหน้าตาโดยสิ้นเชิงพยายามพูดจาสอดแทรกขึ้นมาเพื่อให้ทั้งคู่มีปัญหากันมากขึ้นและมันก็ได้ผลเพราะอันนาเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ฟังว่าสามีของเธอจะพูดอะไรต่อ หญิงสาวรู้แค่เพียงว่าเวลานี้เธอไม่สามารถที่จะทนดูพฤติกรรมของคนทั้งคู่ต่อไปได้แล้ว
อาหารมื้อเย็นของคนทั้งคู่ที่เคยกินด้วยกันในทุก ๆ วันแต่วันนี้กลับเป็นว่าอันนาเลือกที่จะกลับมาบ้านและกินข้าวเย็นที่บ้านเพียงคนเดียว
“ฉันมันก็แค่ขนมหวานที่คุณไว้กินขั้นเวลาก็เท่านั้นส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็นอาหารหลักของคุณใช่ไหม คุณถึงได้ทำเหมือนว่าฉันไม่มีหัวใจจะทำอย่างไรก็ได้”
อันนาคิดว่าการที่เธอทำท่าทางโกรธแบบนี้สามีของเธอจะต้องล้มเลิกนัดแน่ ๆ และรีบกลับบ้านมาง้อแต่สุดท้ายกลายเป็นว่าตอนนี้เธอต้องมานั่งกินข้าวเย็นคนเดียวโดยไร้เงาของคนที่เคยกินด้วยกันมาตลอดหลายเดือน
นาฬิกาบอกเวลาใกล้เที่ยงคืนหญิงสาวยังคงนอนไม่หลับยังคงคอยฟังเสียงรถยนต์ที่จะกลับเข้ามาในเขตบ้าน อันนาพยายามหลอกตัวเองว่าความจริงแล้วทั้งสองคนคงไม่ได้ไปด้วยกันสามีของเธอคงแค่ต้องการทำให้เธอรู้สึกหึงเท่านั้น
เสียงรถยนต์ของพีรันธรขับเข้ามาก็เป็นเวลาตีหนึ่งกว่า คนรอพยายามหลับตาเพื่อให้อีกฝ่ายคิดว่าเธอหลับแล้วเพราะถ้าเขารู้ว่าเธอยังรอเขาอยู่ เขาต้องหัวเราะเยาะและสะใจที่ทำให้เธอหึงและหวงได้
“คุณจะทำอะไร”
อันนาผลักสามีออกจากตัวทันทีเมื่อใช้ชายหนุ่มโถมตัวเข้ามาทับร่างของเธอทำให้เธอทั้งตกใจและรู้สึกไม่พอใจที่เขากลายเป็นคนรุนแรงแบบนี้
“ทำไมผัวแตะเนื้อต้องตัวหน่อยเลยไม่ได้ใช่ไหมหรือว่าไปเจอไอ้ที่มันเด็ด ๆ มา”
“คุณมันต่ำ ต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ ตัวเองทำอะไรเลวแล้วก็คิดว่าคนอื่นต้องทำเหมือนใช่ไหม”
อันนาพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อมานั่งคุยกับสามีให้ถนัดเพราะเธอคิดว่าวันนี้เธอจะไม่ยอมให้เขาทำอะไรกับเธอก็ได้แต่เธอจะลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของเธอและถ้ามันสุดทางเธอก็พร้อมที่จะเลิกรากับเขาทันที
“ผมไปทำอะไร ผมกับรดาเราก็เป็นเพื่อนกันเท่านั้น คุณเป็นผู้หญิงออกไปกินข้าวค่ำมืดกับคนรักเก่าแบบนี้คุณจะให้ผมไม่ดูถูกคุณได้อย่างไร”
พีจับไหล่ภรรยาไว้แน่นจนเหมือนว่าเขาจะบีบร่างของเธอให้รวมกันเป็นก้อน หญิงสาวพยายามแกะแขนของเขาให้ออกจากร่างกายเธอแต่มันก็ทำไม่ได้
“ความจริงคุณจะทำอะไรมันก็เรื่องของคุณและถึงแม้ว่าคุณกับรดาจะกลับมาเป็นคนรักกันมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันทุกวันนี้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นขนมหวานที่คุณอยากก็มากินส่วนอาหารหลักของคุณยังคงเป็นผู้หญิงที่คุณรัก”
อันนายังไม่ทันพูดความรู้สึกที่เธอเก็บมาตลอดหลายวันจบ ชายหนุ่มก็ปิดปากเธอด้วยปากของเขาจนนิ่งเงียบสนิทเหลือแค่เพียงเสียงครางในคอที่พยายามจะส่งเสียงออกมาให้ได้เท่านั้น
“ใช่คุณเป็นขนมหวานและก็หวานมากแต่หวานจนผมจะไม่ยอมให้ใครมากิน อันนาคุณจำไว้นะว่าคุณเป็นภรรยาของผมและผมจะไม่ยอมเสียคุณให้ใครและเรื่องของผมกับรดามันเป็นแค่เพียงอดีตเท่านั้นไม่มีทางที่ผมจะกลับไปรักเขาหยุดเอาเรื่องของเขามาทำให้เราต้องทะเลาะกันได้แล้วและต่อไปนี้ผมขอสั่งห้ามคุณเด็ดขาดไม่ให้คุณยุ่งเกี่ยวกับชนาเทพหรือผู้ชายคนไหนทั้งสิ้น”
หญิงสาวพยายามขัดขืนปัดป้องด้วยสองมือเพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถรุกกเร้าซุกไซ้ซอกคอของเธอได้แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกชอบใจที่เห็นว่าเกมรักครั้งนี้ดูมีรสชาติมากขึ้น
ความรักที่มีอยู่เต็มอกมันทำให้อันนาไม่สามารถขัดขืนได้เต็มกำลังเพราะหัวใจของเธอมันพร้อมจะยอมเป็นของเขาอยู่ทุกเมื่อจะทำยังไงได้ในเมื่อสุดท้ายเธอกลับเป็นฝ่ายแพ้ในเกมนี้ตกหลุมรักคนที่เห็นเธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการสร้างครอบครัวเท่านั้น
รดากลับถึงบ้านด้วยอารมณ์ที่สุดแสนจะมีความสุขเธอตัดสินใจหย่าขาดจากสามีที่เป็นเพื่อนของพีและคิดว่าจะกลับมาหาคนรักเก่าเพราะได้ข่าวจากเพื่อนสนิทของเธออีกทีที่เป็นเพื่อนกับแอนนาพี่สาวของอันนาว่าทั้งสองคนนี้คบหากันได้เพียงแค่ไม่นานก็แต่งงานกันทำให้หลาย ๆ คนคิดว่ามันไม่น่าจะเกิดจากความรักแต่มันน่าจะเกิดจากอะไรบางอย่างที่หลายคนก็พากันสงสัยคาดเดาไปคนละแบบ
“ไม่มีใครที่จะเหมาะกับคุณเท่ากับรดาแล้ว”
หญิงสาวพูดอย่างรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อเธอหยิบรูปคู่รูปเก่าขึ้นมาดู พีเป็นแฟนที่น่ารักเป็นแฟนที่แสนดีแต่ที่เธอจำเป็นต้องแต่งงานกับคนอื่นเพราะในเวลานั้นอีกฝ่ายให้เธอได้มากกว่าและเธอไม่ชอบกับการที่ต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนตามแบบที่พีต้องการแต่ตอนนี้เธอพร้อมจะยอมเป็นทุกอย่างเพื่อเขาถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีภรรยาแล้วก็ตามเพราะรดามั่นใจว่าถ้าเธอทำทุกอย่างสำเร็จพีรันธรจะต้องเลิกรากับภรรยาและกลับมาแต่งงานกับเธอแทนแน่ ๆ
ตอนที่ 11ครอบครัว เขมทัตลุกออกจากที่นอนแล้วออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด กอบัวคิดว่าเขาคงไปหาณิชาแต่เช้า เธอพยายามตั้งสติ และคิดวางแผนอนาคตของเธอและน้อง ๆ ต่อไป ช่วงสายณิชามาที่บ้านเพราะเขาโทรศัพท์หาเขมทัตเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรับสาย กอบัวจึงรู้ว่าสามีของเธอไม่ได้หายไปกับณิชา กอบัวค่อย ๆ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วลงเอามาเก็บไว้ที่ห้องนอนของพ่อ เธอตั้งใจจะหย่าให้ได้ในวันพรุ่งนี้ เธอทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หญิงสาวนั่งรอการกลับมาของสามีอยู่ที่โซฟากลางห้องรับแขก เพราะเธอตั้งใจจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องภายในวันนี้ให้ได้ เสียงรถของเขมทัตขับเข้ามา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเตรียมพร้อมกับการพูดเรื่องสำคัญ ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้าน เห็นกอบัวนั่งรออยู่เขาทำท่าจะรีบเดินหนีเพราะไม่อยากฟังเรื่องที่หญิงสาวจะพูด “พรุ่งนี้เราไปหย่ากันนะคะ ในเมื่อคุณมีคนอื่นแล้ว ควรปล่อยบัวไป ตลอดเวลาที่อยู่กับคุณ บัวไม่เคยลืมพระคุณที่คุณทำให้กับครอบครัวของบัว แต่บัวไม่ไหวแล้ว สงสารบัวเถอะ” หญิงสาวทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่แ
ตอนที่ 10เมื่อรู้สึกว่าต้องเสียไป แขกกลับไปแล้วแต่กว่าจะกลับก็เกือบเที่ยงคืน กอบัวเองก็ต้องพยายามออกจากห้องของบิดาที่อยู่ชั้นล่างให้เงียบที่สุด เพื่อเดินกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เพราะตอนแรกเธอไม่คิดว่าแขกจะกลับดึกแบบนี้ เขมทัตเปิดประตูห้องนอนมา ตอนแรกเขาคิดว่ากอบัวคงหลับแล้ว จึงเดินเข้าไปกอดภรรยาที่กำลังนั่งเป่าผมอยู่ “ทำไมนอนดึกจัง ผมคิดว่าบัวจะหลับแล้วเสียอีก” “กำลังจะนอนแล้วค่ะ ตอนแรกก็ตั้งใจจะรอช่วยป้าลออเก็บจานชาม แต่เห็นดึกแล้วก็เลยตัดสินใจอาบน้ำ” กอบัวค่อย ๆ แกะมือของสามีออกแล้วเดินมาที่เตียงนอน เพราะอยากให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำได้แล้ว “เป็นสิบปีเลยหรืออาจจะมากกว่านั้น เราไม่ได้เจอกันเลย ก็เลยมีเรื่องคุยกันนานหน่อย” เขมทัตถอดเสื้อผ้าไปก็อธิบายให้ภรรยาฟัง ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ถามหรือแสดงท่าทางอะไร “คุณณิชาเธอสวยมากเลยนะคะ ใครได้ไปเป็นภรรยาคงโชคดีน่าดู” กอบัวหลุดปากพูด เพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แต่มันทำให้อีกฝ่ายถึงกลับหันมามองเธอและยิ้มแปลก ๆ “เดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะคุณแม่บ้าน แล้วจะมาทว
ตอนที่ 9หลีกทาง ดอมกับดามเอาเงินที่ได้จากการเก็บพริกขายมาให้พี่สาว ไม่น่าเชื่อการปลูกพริกแค่สองคราว สามารถเก็บเงินได้หลายหมื่นเลย เพราะไม่มีต้นทุน เขมทัตจ่ายให้ทั้งหมดทั้งสองคนจึงมีหน้าที่แต่เก็บกำไรอย่างเดียว “เก็บไว้ แล้วพี่จะคุยกับคุณทัตเรื่องเรียนของเราสองคน” ดอมกับดามใจหนึ่งก็อยากเรียนหนังสือต่อ อีกใจก็อยากอยู่ใกล้ ๆ พี่สาวเพราะเป็นห่วง ถึงแม้เสี่ยดนัยจะสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว “พวกผมเป็นห่วงพี่ เรื่องเรียนก็อยากเรียนกันนะ แต่ไม่อยากทิ้งพี่บัวเลย” ดอมมองหน้าดามและตัดสินใจพูด เพราะทั้งสองคนคุยเรื่องนี้กันมานานแล้ว แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ “ถ้าห่วงพี่ต้องยิ่งเรียน วันไหนที่คุณทัตเขาเบื่อพี่แล้ว ดอมกับดามจะได้มีความรู้ไปหางานทำแล้วเลี้ยงพี่ได้ พี่ยี่สิบแล้วนะตอนนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่แล้ว” สามคนพี่น้องกอดกันที่ห้องนอนของพ่อที่ตอนนี้มีเพียงแค่รูปตั้งไว้เท่านั้น เขมทัตตัดสินใจส่งน้องชายของภรรยาทั้งคู่เข้าเรียน โดยทั้งสองคนต้องเรียนอยู่ในชั้นเดียวกันและอายุมากกว่าเพื่อนในห้อง เพราะหยุดเรียนไปสองปีเต็ม ๆ ดอมกับดามไปอาศั
ตอนที่8เริ่มต้นใหม่ “เอ้า! เขมทัตมาหาพ่อถึงที่นี่เลย มีเรื่องอะไรด่วนเหรอลูก” ปรีชาตกใจเมื่อพาภรรยาเข้านอนและกำลังเดินออกจากห้องเพื่อมาทำงานบ้านที่ทำค้างไว้แต่กลับหันมาเจอลูกชายยืนอยู่ด้านหลัง เขมทัตไม่มีคำตอบ เขาทรุดตัวนั่งลงและก้มกราบไปที่เท้าของผู้ให้กำเนิดเพื่อขอขมาในทุกสิ่งที่เขาเคยทำไม่ดีและคิดร้ายกับพ่อมาตลอด “ไม่เอา ๆ ลุก ลูกไม่จำเป็นต้องมากราบพ่อแบบนี้เลย” ชายแก่โน้มตัวลงไปประคองตัวลูกชายขึ้นมา ใบหน้าที่ เหี่ยวย่นตอนนี้มีน้ำใสๆไหลมาเต็มพื้นที่ “ผมขอโทษกับทุกอย่างที่ผมทำไป พ่อทิ้งความสบายความร่ำรวยไว้ให้ผม แต่พ่อกลับต้องมาลำบากแบบนี้” 
ตอนที่ 7อ้างว้าง งานศพจบแล้วกอบัวก็เอาแต่เงียบไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน จนทั้งเขมทัตและน้องชายทั้งสองคนต่างก็เป็นห่วง ชายหนุ่มจึงคิดว่าต้องหาอะไรให้ภรรยาทำ เธอจะได้ไม่มีเวลาว่าง จะได้เศร้าน้อยลง “บัวผมอยากให้คุณลงพริกเพิ่ม แต่เอาให้ห่างจากที่เดิมหน่อยนะ กลัวมันจะติดโรคกัน ดูแล้วรายได้ดีเชียว ดอมกับดามได้เงินก้อนกันทุกวัน” หญิงสาวหันมามองหน้าสามี เธอมัวแต่เศร้าจนลืมไปเลยว่า เธอต้องหารายได้ให้น้อง ๆ จะได้มีเงินไปเรียนต่อในเมือง “คุณทัตให้บัวทำกี่ไร่คะ” “แล้วแต่เลย ถามน้อง ๆ ดีกว่า ว่าทำกันไหวที่กี่ไร่ เพราะถ้าจบจากเก็บพริกคราวนี้ ผมจะให้สองคนนั้นไปเรียนในเมืองแล้วนะ อายุมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวจะเรียนไม่ทันเขา
ตอนที่ 6ตามหาหัวใจ พระจันทร์คืนนี้เต็มดวง ส่องแสงสว่างสวยงามยิ่งนัก แต่มันกลับตรงข้ามกับหัวใจของเขมทัตที่เดินไปเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกมืดมิดหาทางออกไม่เจอ “กอบัวเธออยู่ที่ไหน ส่งใจมาบอกผมนะ ผมขอโทษ” ชายหนุ่มแหงนหน้ามองพระจันทร์ ที่กำลังสาดแสงทำให้ไร่ดูสว่างเหมือนช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เขมทัตหยุดเดินและหันไปมองที่ศาลเจ้าที่เจ้าทาง ที่ถูกสร้างไว้ตั้งแต่สมัยพ่อของเขา มองเข้าไปเหมือนข้างในมีใคร สักคนอยู่และเขาอยากใครคนนั้น ช่วยบอกเขาหน่อยว่าภรรยาของเขาอยู่ที่ไหน เอี๊ยด! อ๊าด! เมื่อลดพัดมาเสียงของสังกะสีที่โดนลมพัดก็ดังขึ้นมา จนชายหนุ่มสะดุ้งด้วย
ตอนที่ 9คุณย่าจัดการเอง โฉมเฉลาให้รถโรงแรมไปส่งเธอในตอนเช้าตามปกติเพื่อให้ลูกชายของเธอคิดว่าเธอไม่อยู่ที่โรงแรมแล้ว แต่พอธนาธิปออกจากคอนโดไปได้สักชั่วโมง คนเป็นย่าก็ขอตัวไปเดินเล่นที่ตล
ตอนที่4บุญคุณ กอบัวทำเป็นเหมือนว่าเธอไม่รับรู้ในสิ่งที่เสี่ยดนัยมาที่นี่ว่าเพราะอะไร “กลับไปแล้วเหรอคะ” หญิงสาวแกล้งถาม
ตอนที่ 11เจ้าสาวตีทะเบียน โฉมเฉลารับรู้จากสายของเธอว่าบ่ายนี้ลูกชายของเธอจะเดินทางมา กว่าจะมาถึงก็คงช่วงหัวค่ำ เธอแอบดีใจแต่ก็ไม่ยอมบอกลูกสะใภ้ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าการมาครั้งนี้คือการมาง
ตอนที่ 10สำนึกได้ก็เกือบสายไป เช้านี้ไม่มีเสียงเด็กน้อยไม่มีคนทำกับข้าว มีแต่เพียงความเหงาและความเมาที่ยังหลงเหลืออยู่นิดหน่อย ธน







