Se connecterตอนที่ 6
อย่าทำให้หึง
เช้านี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อันนาออกไปทำงานโดยไม่รอสามีของเธอ พีรันธรตื่นขึ้นมาไม่พบคนนอนข้าง ๆ มันช่างทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเพราะเขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนน่าจะทำให้หญิงสาวรู้สึกได้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอและเธอเองก็น่าจะรักเขาไม่ต่างจากที่เขารักเธอแต่การที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอแบบนี้มันทำให้ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังคิดไปเองฝ่ายเดียว
ท่านประธานของบริษัทมาถึงที่ทำงานก็เกือบสายแล้วเพราะปกติอันนาจะทำหน้าที่คอยปลุกตอนเช้าแต่วันนี้เธอออกมาตั้งแต่ยังเช้ามืดอยู่จึงทำให้พีตื่สายกว่าทุกวัน
“ท่านประธานคะมีแขกมารอพบอยู่ที่ห้อง”
เลขาสาวทำหน้าที่รายงานทันทีเมื่อเจ้านายของเธอเดินมาถึงหน้าประตูห้องด้วยท่าทางแสดงถึงความรู้สึกไม่ถูกใจกับแขกที่มา
“ใคร ผมจำได้ว่าวันนี้ไม่ได้นัดหมายกับใครไว้”
พีรันธรเองก็คิดไม่ออกว่าเวลาเช้าแบบนี้ใครกันถึงได้มาหาเขาถึงที่บริษัทแถมยังขอเข้าไปรอถึงในห้องทั้งที่ความจริงปกติแล้วที่บริษัทจะมีพื้นที่สำหรับให้แขกรอ
“คุณรดาค่ะ ดิฉันบอกให้รอที่ห้องรับแขกแต่เธอยืนยันว่าเธอจะขอเข้าไปรอที่ห้องของท่านประธาน ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะเพราะไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดีโทรไปหาท่านประธานก็ไม่มีคนรับสาย”
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่พยักหน้ารับทราบและให้เลขาไปทำงานของเธอต่อส่วนเรื่องของหญิงสาวที่มารออยู่ในห้องทำงานชายหนุ่มคิดว่าเขาคงต้องจัดการอะไรบ้างแล้วเพราะไม่อย่างนั้นรดาคงมายุ่งยากที่ทำงานเหมือนในอดีตที่เขากับเธอเคยคบกันเป็นคนรักตอนนี้มันไม่ใช่สถานภาพนั้นแล้วเพราะตัวเขาเองมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
“พีทำไมมาสายจังคะ รดามารอคุณตั้งแต่เช้าแล้วเลขาของคุณจะให้รดาไปรอที่ห้องรับแขกแต่รดารู้ว่าคุณอยากให้รดารอที่นี่มากกว่า”
สาวสวยรูปร่างดีสูงโปร่งขายาวเดินมาเกาะแขนอดีตคนรักอย่างเอาใจ เธอเดินตามชายหนุ่มไปที่เก้าอี้ทำงานและทำท่าเหมือนกับจะนั่งลงบนตักเขา ท่านประธานสะดุ้งตกใจรีบพาตัวเองออกมาให้ไกลจากจุดนั้น
“รดาคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะตอนนี้ผมกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว”
“รดาก็ยังไม่ได้จะทำอะไรคุณเสียหน่อยทำท่าตกใจเหมือนกับว่ารดาเป็นสัตว์ประหลาดเสียอย่างนั้น”
แขกผู้มารอตั้งแต่เช้าไม่รีรอรีบโผตัวเข้าหาอีกฝ่ายสองมือเกาะคอทำท่าทางยั่วยวนเพราะคิดว่าคนรักเก่าคงแค่ตกใจเท่านั้นแท้ที่จริงเขายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอ
พีพยายามแกะแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวออกแต่มันดูเหมือนว่ายิ่งแกะเท่าไหร่กลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดกับเขามากขึ้นและในจังหวะเดียวกันอันนาได้เปิดประตูเข้ามาเพื่อจะมาบอกกับชายหนุ่มว่ากลางวันนี้เธอคงไม่ได้ไปกินข้าวด้วยแต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ภรรยาของท่านประธานถึงกับยืนนิ่งและพูดอะไรไม่ออก
“อุ๊ย! ทำไมภรรยาคุณถึงเดินเข้ามาโดยที่ไม่เคาะประตูไม่มีมารยาทเลย”
รดาหันไปทำท่าเสียอารมณ์ใส่หญิงสาวที่เปิดประตูเข้ามาแต่สองมือของเธอยังคงเกาะแขนของท่านประธานไว้แน่นและทำเหมือนว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้เป็นสิ่งผิด
“อันนามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ” ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณอันนาเราสองคนก็แค่เคยเป็นเพื่อนเก่ากันเพราะเจอกันก็อดที่จะแสดงความคิดถึงกันไม่ได้ ฉันหวังว่าคุณเป็นถึงภรรยาท่านประธานใหญ่ของบริษัทคงไม่หึงง่ายๆใช่ไหมคะ”
รดาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในอาการตกใจและรู้สึกหึงสามี เธอก็เล่นบทใหญ่ทันทีมือที่สวมกอดชายหนุ่ม ก็ถูกปล่อยออกเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธออยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
“เย็นนี้ฉันอยากชวนคุณอันนาไปกินข้าวด้วยกันเพราะตั้งแต่พีแต่งงานฉันยังไม่เคยได้ยินพีพูดถึงคุณเลย ฉันอยากรู้จักภรรยาของเพื่อนให้มากขึ้น ตกลงนะคะคุณอันนา”
หญิงสาวที่เตรียมตัวมาเป็นมือที่สามคว้ามือของภรรยาอดีตคนรักขึ้นมาจับแสดงความเป็นมิตรทั้งที่แววตามันดูขัดกับท่าทางของเธออย่างสิ้นเชิง
“ ฉันมีนัดแล้วคงไม่สะดวกที่จะไปกับคุณสองคนเอาเป็นว่านาน ๆ ทีเพื่อนสนิทจะได้กลับมาเจอกัน ฉันว่าคุณคงอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนมากกว่าขอบคุณนะคะที่ยังคิดมาชวนฉันแต่ฉันต้องเสียใจด้วยเพราะคืนนี้ฉันก็มีนัดกับเพื่อนสนิทเหมือนกัน ”
อันนาพยายามเข้มแข็งพยายามพูดโต้ตอบไปเหมือนว่าเธอไม่รู้สึกอะไรทั้งที่ตอนนี้หัวใจของเธอมันแทบจะแหลกเป็นชิ้น ถึงแม้จะพยายามซ่อนความรู้สึกมากแค่ไหนมันก็ไม่สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเธอเข้มแข็งได้เพราะเสียงที่สั่นหน้าที่ซีดมันฟ้องความรู้สึกของเธอชัดเจนอยู่แล้ว
“อันนาคุณจะไปไหน ผมไม่อนุญาตให้คุณไปกินข้าวกับใครทั้งนั้น”
พีรันธรเดินปรี่มาที่ภรรยาคว้ามือของเธอออกจากมือของรดาด้วยความโมโหเมื่อรู้ว่าอันนามีนัดกับใครสักคนที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นชนาเทพแน่ ๆ
“ปล่อยค่ะ คุณก็มีนัด ฉันก็มีนัดไม่เห็นต้องมีใครขออนุญาตใครเลย”
อันนาพยายามพูดให้เสียงดูเข้มแข็งแต่มันกลับทำให้เธอดูอ่อนแอลงแววตาที่เคยสดใสตอนนี้มันเต็มไปด้วยน้ำใส ๆ ที่ไหลมาคลอตาซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหนกันแน่
“พีคะ อย่าไปห้ามคุณอันนาเลยเธอก็คงอยากไปเจอเพื่อนเก่าของเธอเหมือนที่เราสองคนอยากเจอกัน ตั้งแต่ที่รดารู้จักคุณมาไม่เคยเห็นคุณโกรธแบบนี้สงสัยว่าภรรยาของคุณจะไม่ค่อยรู้ใจคุณแน่ ๆ ไม่เป็นไรนะคะอย่างน้อยตอนนี้คุณก็มีรดาเป็นเพื่อนที่รู้ใจคุณอยู่ข้างๆ”
หญิงสาวที่มีลักษณะนิสัยแตกต่างจากหน้าตาโดยสิ้นเชิงพยายามพูดจาสอดแทรกขึ้นมาเพื่อให้ทั้งคู่มีปัญหากันมากขึ้นและมันก็ได้ผลเพราะอันนาเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ฟังว่าสามีของเธอจะพูดอะไรต่อ หญิงสาวรู้แค่เพียงว่าเวลานี้เธอไม่สามารถที่จะทนดูพฤติกรรมของคนทั้งคู่ต่อไปได้แล้ว
อาหารมื้อเย็นของคนทั้งคู่ที่เคยกินด้วยกันในทุก ๆ วันแต่วันนี้กลับเป็นว่าอันนาเลือกที่จะกลับมาบ้านและกินข้าวเย็นที่บ้านเพียงคนเดียว
“ฉันมันก็แค่ขนมหวานที่คุณไว้กินขั้นเวลาก็เท่านั้นส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็นอาหารหลักของคุณใช่ไหม คุณถึงได้ทำเหมือนว่าฉันไม่มีหัวใจจะทำอย่างไรก็ได้”
อันนาคิดว่าการที่เธอทำท่าทางโกรธแบบนี้สามีของเธอจะต้องล้มเลิกนัดแน่ ๆ และรีบกลับบ้านมาง้อแต่สุดท้ายกลายเป็นว่าตอนนี้เธอต้องมานั่งกินข้าวเย็นคนเดียวโดยไร้เงาของคนที่เคยกินด้วยกันมาตลอดหลายเดือน
นาฬิกาบอกเวลาใกล้เที่ยงคืนหญิงสาวยังคงนอนไม่หลับยังคงคอยฟังเสียงรถยนต์ที่จะกลับเข้ามาในเขตบ้าน อันนาพยายามหลอกตัวเองว่าความจริงแล้วทั้งสองคนคงไม่ได้ไปด้วยกันสามีของเธอคงแค่ต้องการทำให้เธอรู้สึกหึงเท่านั้น
เสียงรถยนต์ของพีรันธรขับเข้ามาก็เป็นเวลาตีหนึ่งกว่า คนรอพยายามหลับตาเพื่อให้อีกฝ่ายคิดว่าเธอหลับแล้วเพราะถ้าเขารู้ว่าเธอยังรอเขาอยู่ เขาต้องหัวเราะเยาะและสะใจที่ทำให้เธอหึงและหวงได้
“คุณจะทำอะไร”
อันนาผลักสามีออกจากตัวทันทีเมื่อใช้ชายหนุ่มโถมตัวเข้ามาทับร่างของเธอทำให้เธอทั้งตกใจและรู้สึกไม่พอใจที่เขากลายเป็นคนรุนแรงแบบนี้
“ทำไมผัวแตะเนื้อต้องตัวหน่อยเลยไม่ได้ใช่ไหมหรือว่าไปเจอไอ้ที่มันเด็ด ๆ มา”
“คุณมันต่ำ ต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ ตัวเองทำอะไรเลวแล้วก็คิดว่าคนอื่นต้องทำเหมือนใช่ไหม”
อันนาพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อมานั่งคุยกับสามีให้ถนัดเพราะเธอคิดว่าวันนี้เธอจะไม่ยอมให้เขาทำอะไรกับเธอก็ได้แต่เธอจะลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของเธอและถ้ามันสุดทางเธอก็พร้อมที่จะเลิกรากับเขาทันที
“ผมไปทำอะไร ผมกับรดาเราก็เป็นเพื่อนกันเท่านั้น คุณเป็นผู้หญิงออกไปกินข้าวค่ำมืดกับคนรักเก่าแบบนี้คุณจะให้ผมไม่ดูถูกคุณได้อย่างไร”
พีจับไหล่ภรรยาไว้แน่นจนเหมือนว่าเขาจะบีบร่างของเธอให้รวมกันเป็นก้อน หญิงสาวพยายามแกะแขนของเขาให้ออกจากร่างกายเธอแต่มันก็ทำไม่ได้
“ความจริงคุณจะทำอะไรมันก็เรื่องของคุณและถึงแม้ว่าคุณกับรดาจะกลับมาเป็นคนรักกันมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันทุกวันนี้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นขนมหวานที่คุณอยากก็มากินส่วนอาหารหลักของคุณยังคงเป็นผู้หญิงที่คุณรัก”
อันนายังไม่ทันพูดความรู้สึกที่เธอเก็บมาตลอดหลายวันจบ ชายหนุ่มก็ปิดปากเธอด้วยปากของเขาจนนิ่งเงียบสนิทเหลือแค่เพียงเสียงครางในคอที่พยายามจะส่งเสียงออกมาให้ได้เท่านั้น
“ใช่คุณเป็นขนมหวานและก็หวานมากแต่หวานจนผมจะไม่ยอมให้ใครมากิน อันนาคุณจำไว้นะว่าคุณเป็นภรรยาของผมและผมจะไม่ยอมเสียคุณให้ใครและเรื่องของผมกับรดามันเป็นแค่เพียงอดีตเท่านั้นไม่มีทางที่ผมจะกลับไปรักเขาหยุดเอาเรื่องของเขามาทำให้เราต้องทะเลาะกันได้แล้วและต่อไปนี้ผมขอสั่งห้ามคุณเด็ดขาดไม่ให้คุณยุ่งเกี่ยวกับชนาเทพหรือผู้ชายคนไหนทั้งสิ้น”
หญิงสาวพยายามขัดขืนปัดป้องด้วยสองมือเพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถรุกกเร้าซุกไซ้ซอกคอของเธอได้แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกชอบใจที่เห็นว่าเกมรักครั้งนี้ดูมีรสชาติมากขึ้น
ความรักที่มีอยู่เต็มอกมันทำให้อันนาไม่สามารถขัดขืนได้เต็มกำลังเพราะหัวใจของเธอมันพร้อมจะยอมเป็นของเขาอยู่ทุกเมื่อจะทำยังไงได้ในเมื่อสุดท้ายเธอกลับเป็นฝ่ายแพ้ในเกมนี้ตกหลุมรักคนที่เห็นเธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือในการสร้างครอบครัวเท่านั้น
รดากลับถึงบ้านด้วยอารมณ์ที่สุดแสนจะมีความสุขเธอตัดสินใจหย่าขาดจากสามีที่เป็นเพื่อนของพีและคิดว่าจะกลับมาหาคนรักเก่าเพราะได้ข่าวจากเพื่อนสนิทของเธออีกทีที่เป็นเพื่อนกับแอนนาพี่สาวของอันนาว่าทั้งสองคนนี้คบหากันได้เพียงแค่ไม่นานก็แต่งงานกันทำให้หลาย ๆ คนคิดว่ามันไม่น่าจะเกิดจากความรักแต่มันน่าจะเกิดจากอะไรบางอย่างที่หลายคนก็พากันสงสัยคาดเดาไปคนละแบบ
“ไม่มีใครที่จะเหมาะกับคุณเท่ากับรดาแล้ว”
หญิงสาวพูดอย่างรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อเธอหยิบรูปคู่รูปเก่าขึ้นมาดู พีเป็นแฟนที่น่ารักเป็นแฟนที่แสนดีแต่ที่เธอจำเป็นต้องแต่งงานกับคนอื่นเพราะในเวลานั้นอีกฝ่ายให้เธอได้มากกว่าและเธอไม่ชอบกับการที่ต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนตามแบบที่พีต้องการแต่ตอนนี้เธอพร้อมจะยอมเป็นทุกอย่างเพื่อเขาถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีภรรยาแล้วก็ตามเพราะรดามั่นใจว่าถ้าเธอทำทุกอย่างสำเร็จพีรันธรจะต้องเลิกรากับภรรยาและกลับมาแต่งงานกับเธอแทนแน่ ๆ
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







