Mag-log in"อุ้ย!" หลังจากรับประทานอาหารค่ำกันเสร็จปัณณ์ก็ขอตัวขึ้นห้องนอน อีฟถึงกับผงะเมื่อประตูห้องเป้าหมายเปิดออก
"ทำอะไร" น้ำเสียงเย็นชาถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากันแสดงความสงสัยในท่าทางลับๆ ล่อๆ อย่างตลกของอีฟที่เหมือนจิ้งจกตะกายประตูอยู่หน้าห้องนอนของเขา
"อีฟ...อีฟจะมาเข้าห้องน้ำ" อีฟมีท่าทีกระอึกกระอัก คิดหาคำแก้ตัว
"เธออย่ามาพูดแก้ตัวโง่ๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ เธอรู้ดีว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน"
"ชิ เบื่อคนรู้ทัน"
"แล้วตกลงเธอกำลังจะทำอะไรโง่ๆ ที่หน้าห้องฉัน"
"ปากร้าย คำก็โง่สองคำก็โง่ งั้นคนฉลาดอย่างปัณณ์ก็ช่วยทำให้อีฟหายโง่เป็นคนฉลาดเหมือนปัณณ์หน่อยสิ ว่าแต่อีฟจะให้ปัณณ์ช่วยยังไงดีน๊าาา ติ๊กต๊อกๆ อ๋อ อีฟรู้แล้ว เรามาเป็นแฟนกันไหมล่ะ อีฟจะได้ซึมซับความฉลาดจากปัณณ์ ส่วนปัณณ์ก็จะได้ซึมซับความร่าเริงของอีฟ จะได้ไม่เย็นชาแบบนี้ยังไงล่ะ เอาม่ะ เรามาเป็นแฟนกัน"
".........." ปัณณ์จ้องมองอีฟด้วยสายตาเย็นชา เมื่อก่อนเธอจะคอยหลบหลีกสายตาหรือการเผชิญหน้ากับเขา ตั้งแต่วันที่ไปหัวหินจู่ๆ เธอก็เปลี่ยนไป และเธอก็เปลี่ยนไปนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แล้วพฤติกรรมของเธอที่ทำก้อร่อก้อติกเขาก็มากขึ้นทุกวัน เขาจึงต้องหยุดการกระทำของเธอด้วยความรุนแรงบ้าง
"เงียบ ไม่ตอบ งั้นอีฟจะคิดว่าปัณณ์ตกลงเป็นแฟนกับอีฟแล้วนะ ป่ะ งั้นเราเข้าห้องกัน ...โอ๊ย! เขกหัวอีฟอีกแล้วนะ" อีฟจับแขนปัณณ์ข้างหนึ่งออกแรงลากหมายจะเข้าไปยังห้องนอนของเขา แต่คนตัวสูงก็ยืนแข็งทื่อทำตัวหนักอึ้ง ไม่ยอมขยับเดินตามเธอ ก่อนที่มะเหงกจะถูกประเคนใส่หน้าผากของเธอเป็นครั้งที่สองตั้งแต่มาที่นี่ มือบางปล่อยแขนแกร่งทันที ยกขึ้นกุมหน้าผากตนเอง มองค้อนคนตัวสูงกะหลับกะเหลือก ว่าปากยู่
"เธอนี่มันไร้สาระจริงๆ" ปัณณ์ว่า มองหน้าอีฟด้วยสายตาหน่ายๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ เดินไปยังทางบันได
"อีฟไม่ได้ไร้สาระซะหน่อย อีฟจะจีบปัณณ์ อีฟจริงจังสุดๆ เลยด้วย ปัณณ์นั่นแหละยอมเป็นของอีฟซะดีๆ อย่าให้อีฟต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดนะ" อีฟขู่ด้วยท่าทางขึงขัง แต่มันไม่ได้ดูน่ากลัวสำหรับเขาเลยสักนิด
"ทำไม? เธอจะทำอะไรฉัน" ปัณณ์หันมาหลี่ตาถาม
"ไม่บอกหรอก ปัณณ์ต้องยอมเป็นแฟนอีฟก่อน"
"เชิญเธอฝันลมๆ แล้งๆ ต่อไปเถอะ เพราะฝันของเธอมันไม่มีทางเป็นจริงแน่ แล้วถ้ายังไม่หยุดพูดเพ้อเจ้อ เธอก็ไม่ต้องมาให้ฉันติวภาษาอังกฤษ" พูดจบปัณณ์ก็ก้าวเท้าฉับๆ ลงบันไดไป
"ชิ แค่นี้ก็ต้องมาขู่กันด้วย วันนี้ไม่พูดแล้วก็ได้ แต่...ว๊ายยยยยยย!!! ...อุ๊บ!" อีฟเบ้ปากยืนมองค้อน ก่อนจะก้าวเท้าเดินตาม แต่ไปได้เกือบสุดทางบันไดก็เกิดสะดุดขาตัวเองเสียก่อน จนเสียหลักถลาลงบันไดปะทะเข้ากับร่างสูงที่หันมามองตามเสียง
"เฮ้ย!! ...อุ๊บ!" ปัณณ์ร้องตกใจเมื่อหันมาเจอหน้าเหวอๆ ของอีฟพร้อมกับตัวเธอที่พุ่งถลาลงมา เขาคว้าตัวเธอไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนที่ทั้งคู่จะล้มกลิ้งลงไปสุดทางบันได และด้วยจังหวะที่พอดิบพอดีริมฝีปากของทั้งคู่ประกบติดกัน ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
"ปัณณ์! อีฟ!" เสียงร้องเรียกด้วยความตกใจของนาวที่กำลังอุ้มพาฝันดังขึ้น พร้อมกับทุกคนที่ต่างรีบวิ่งมาดูตามเสียง และต่างเห็นภาพอีฟนอนทาบทับอยู่บนกายแกร่งของปัณณ์ โดยที่ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบติดกันอยู่
"โอ๊ย!" อีฟร้องเสียงหลงเมื่อถูกมือหนาผลักใบหน้าจนหงายเงิบกลิ้งลงไปจากกายแกร่ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมานั่งพลางใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ริมฝีปากตนเอง นาวส่งพาฝันให้ปุณณ์ก่อนจะไปดูอาการของอีฟ
"เลือดมึงออก" ปุณณ์ร้องตกใจเมื่อเห็นปัณณ์มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากริมฝีปาก
"อีฟเป็นยังไงบ้างลูก" ชะเอมรีบเข้าไปดูอีฟทันทีเช่นกัน
"อีฟไม่เป็นไรค่ะ แต่ปัณณ์..." อีฟมีสีหน้ารู้สึกผิด เพราะความซุ่มซ่ามของเธอ เขาถึงได้เจ็บตัวจนได้เลือด ดีที่ตกลงมาแค่ไม่กี่ขั้น ไม่เช่นนั้นคงได้มีแขนขาหักหรือหัวแตกกันบ้าง แต่ทุกขั้นที่กลิ้งตกกันลงมาก็มีมืออุ่นหนาคอยกันไม่ให้ศีรษะของเธอกระแทกพื้น
"ฉันไม่เป็นไร" ปัณณ์ตอบเสียงเรียบเมื่อเห็นสีหน้าราวกับจะร้องไห้เพราะความรู้สึกผิดของอีฟ
"อีฟขอโทษ อีฟซุ่มซ่ามเอง ปัณณ์เจ็บมากไหม" อีฟคลานเข้ามาหาปัณณ์ ก่อนจะยื่นมือหมายจะแตะริมฝีปากของเขา
"ก็บอกไม่เป็นไรไง เธอนี่มันเข้าใจอะไรยากจริงๆ" ปัณณ์ว่าเสียงดุพร้อมทั้งปัดมือบางออก ก่อนจะลุกขึ้นยืน
"ปัณณ์ทำแผลก่อนลูก" ชะเอมบอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"แค่ปากแตกนิดเดียว คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ" ปัณณ์บอกคนเป็นแม่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ผลจากการเรียนศิลปะป้องกันตัวทำให้เขาเซฟตัวเองจากอุบัติเหตุได้ ถ้าอีฟไม่เอาปากมากระแทกเขาในตอนที่ตกถึงพื้น เขาก็คงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะโทษอะไรเธอ เพราะเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
"ขอแม่ดูก่อน แผลไม่ลึกมาก แต่ยังไงก็ต้องทำแผล" ปัณณ์ยอมให้คนเป็นแม่ดูแผลแตกที่ริมฝีปาก และยอมให้ทำแผล เพราะความสบายใจของคนเป็นแม่สำหรับเขาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
"อีฟไม่เจ็บตรงไหนแน่นะ" นาวถามด้วยความเป็นห่วง
"ปัณณ์เอาตัวรับไว้ก็เลยไม่เจ็บน่ะ" อีฟบอก สายตาจับจ้องไปที่คนตัวสูงที่นั่งให้คนเป็นแม่ทำแผลด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่จางหาย
"มีอะไรกัน" อาชิเอ่ยถาม เขาพึ่งกลับจากการไปรับประทานอาหารเย็นกับลูกค้า อีฟยกมือไหว้ทักทาย
"อุบัติเหตุตกบันไดนิดหน่อยค่ะพี่อาชิ แต่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก เสร็จแล้วลูกปัณณ์" ชะเอมตอบคนเป็นสามี ก่อนจะเอ่ยบอกลูกชายพลางเก็บอุปกรณ์ทำแผล
"ขอบคุณครับคุณแม่"
"ไม่มีใครเป็นอะไรมากก็ดีแล้ว ปัณณ์ เดี๋ยวเข้าไปคุยงานกับพ่อที่ห้องหนังสือด้วยนะ"
"ครับคุณพ่อ" ปัณณ์รู้ตัวดีว่าคนเป็นพ่อจะคุยอะไรกับตน
"อีฟขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"แล้วอีฟจะกลับยังไงลูก" น้ำเสียงนุ่มทุ้มของอาชิเอ่ยถาม
"ปุณณ์กับนาวไปส่งเองครับ"
"ปะๆ" พอได้ยินคำว่าไป พาฝันก็ส่งเสียงพร้อมทั้งพยักหน้าหงึกหงักอยู่บนตักคนเป็นพ่อ เพราะคิดว่าจะได้ไปเที่ยว
"มืดแล้วพาฝันอยู่กับย่าค่ะ ไปไม่ได้ มาค่ะย่าอุ้ม" ชะเอมยื่นมือไปหาหลานสาว
"มะๆ" พาฝันส่ายหน้าพัลวัน ไม่ยอมให้คนเป็นย่าอุ้ม
"เที่ยวเก่งจริงๆ เด็กคนนี้ มันมืดแล้วย่าเป็นห่วง พาฝันอยู่กับย่ากับคุณปู่นะคะ" ชะเอมว่าก่อนจะปะเหลาะหลานสาว แต่พาฝันก็ไม่ยอมให้อุ้ม
"ปู่คิดถึงพาฝันจังเลยครับ พาฝันอยู่กับปู่นะ ปู่อยากกอดพาฝันมากเลย ปู่อุ้มครับ" อาชิช่วยปะเหลาะหลานสาวอีกคน พาฝันเอียงคอไปมาอย่างน่ารัก ก่อนจะชูแขนป้อมให้คนเป็นปู่อุ้ม ทุกคนยิ้มเอ็นดู ก่อนปุณณ์กับนาวจะไปส่งอีฟที่คอนโดมิเนียม อาชิอุ้มพาฝันเข้าไปในห้องหนังสือ ปัณณ์ก็เดินตามคนเป็นพ่อไป
เมี๊ยววววว เมี๊ยววววววว"อัญชัน ดูนั่น" อรัญชี้ให้อัญชันดูเจ้าลูกแมวสีขาวสะอาดที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ส่วนรั้วโรงเรียนบริเวณสนามเด็กเล่นในช่วงเวลาเลิกเรียนขณะรอพี่น้องคนอื่นๆ และรอติว เตอร์ มารับกลับบ้าน เจ้าลูกแมวส่งเสียงร้องราวกับหวาดกลัวโลกกว้าง"จริงด้วย อรัญไปดูกัน" อัญชันวิ่งไปหาเจ้าลูกแมวสีขาวทันที"เมี๊ยวๆ" อรัญ อัญชัน นั่งยองๆ ยื่นมือไปข้างหน้ากวักมือเรียกเจ้าลูกแมว"ออกมาหาอัญชันมา อัญชันไม่ทำอะไรหรอก" อัญชันร้องเรียกเจ้าลูกแมวที่ถอยหนีด้วยอาการหวาดกลัว"กลัวเหรอ? ไม่ต้องกลัว อรัญหล่อแล้วก็ใจดีด้วย ออกมาม่ะ เมี๊ยวๆ""หรือว่าหิว อัญชันมีขนมนะ รอแป๊บหนึ่ง" อัญชันวิ่งไปหยิบขนมในกระเป๋านักเรียนของตัวเอง"อัญชัน แมวไม่กินคุกกี้" อรัญว่าเมื่ออัญชันหยิบกล่องคุกกี้ออกมา"งั้นเอาทาโร่ไหม" อัญชันวิ่งเอากล่องคุกกี้ไปเก็บ แล้วหยิบขนมปลาเส้นออกมา"ได้ๆ" อรัญพยักหน้าหงึกหงัก"มากินมา อร่อยนะ เมี๊ยวๆ" อัญชันเอาที่ปิดปากถุงขนมออกหยิบขนมปลาเส้นยื่นให้เจ้าลูกแมว แต่มันก็ยิ่งถอยหนีอย่างหวาดกลัว"อรัญกินให้ดู...อร่อย" อรัญหยิบขนมใส่ปากตัวเองกินเป็นตัวอย่างให้เจ้าลูกแมวดู"อัญชันกินให้ดูด้วย...อร
"เอิงเอยไปไหน" ปัณณ์อุ้มอัญชันที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วลงมาข้างล่างเพื่อจัดการปัญหาระหว่างลูกสาวทั้งสอง พบกับเตอร์ที่กำลังเดินสวนขึ้นบันไดมา"อยู่บ้านนู้นครับ""แล้วพี่ติวล่ะ" อีฟถาม เพราะปกติทั้งคู่ต้องขึ้นมาหาเด็กๆ พร้อมกัน"พาส้มส้มไปโรงพยาบาลตัดขนครับ""ตัดขน?" อีฟหันมองหน้าอัญชัน พอจะรู้แล้วว่าทำไมเอิงเอยถึงตีอัญชัน"ครับ ส้มส้มโดนตัดหนวด ตัดขน ผมขอตัวไปดูคุณหนูไออุ่น โอบเอื้อ อรัญ ก่อนนะครับ" ปัณณ์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันมาถามลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขน"อัญชันตัดขนส้มส้มเหรอครับ""อังชังเปิดร้างอังชังบาร์เบอร์ค่ะ อังชังเย่งกับฉ้มฉ้ม ฉ้มฉ้มเปงยูกค้า อังชังเปงคงตัด""อัญชันเอ้ย" ปัณณ์ อีฟ เอ่ยออกมาพร้อมกัน เดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก"กรรมของส้มส้มมันจริงๆ เอิงเอยโตพอรู้ประสา ก็มาเจออัญชันต่อ ส้มส้มก็อึด ทึก ทน จริงๆ""อัญชันจะเล่นตัดหนวดตัดขนส้มส้มไม่ได้นะครับ""ทำไมคะ ฉ้มฉ้มไม่เหงว่าเยย ฉ้มฉ้มย้องเมี๊ยวๆ หง่าว ตองอังชังถามว่าเย่งกังไหม""ส้มส้มมันก็ร้องแบบนี้ตลอดไหมคะอัญชัน""ไม่ค่ะ ถ้าฉ้มฉ้มไม่เย่ง ฉ้มฉ้มจะย้องเมี๊ยวๆ ม่ายหง่าว""เฮ้อ! อัญชันฟังพ่อนะครับ ส้มส้มเป็นแมว แล้วหนวดข
"พี่ปัณณ์ ทำไมให้ลูกนอนตอนเย็นล่ะ เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ยอมหลับยอมนอนกันพอดี" อีฟให้ปุณณ์กับนาวแวะมาส่งที่บริษัท พอเข้ามาในห้องทำงานของคนเป็นสามีก็พบลูกน้อยทั้งห้านอนเรียงรายอยู่บนโซฟาที่ถูกปรับพนักให้เอนลงไป ทั้งห้าออนอนแผ่หลาเหมือนคนหมดเรี่ยวหมดแรง มีติว เตอร์ นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ คอยชำเลืองมองเป็นระยะ"มานี่มา" ปัณณ์ยื่นมือไปหาร่างบางให้เดินเข้ามาหาตน"งานยังไม่เสร็จอีกเหรอ อีฟก็นึกว่าจะพาลูกไปเล่นสวนสนุกรอซะอีก" อีฟเดินมานั่งตักของคนตัวสูง วงแขนแข็งแรงโอบกระชับ ฝังจมูกโด่งลงบนแก้มนวล"ยัง ห้าออช่วยสร้างงาน ทุกคนเลยอดไปสวนสนุก""สร้างงาน?" อีฟเอียงคอถามด้วยความฉงนสงสัย ปัณณ์จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง"...........ก็เลยมีสภาพอย่างที่เห็น และคาดว่าคงจะหลับกันยันเช้า""โธ่...ห้าออของแม่ พี่ปัณณ์อ่ะแกล้งลูก" อีฟมองลูกน้อยทั้งห้าด้วยความสงสาร เอ่ยว่าคนเป็นสามีอย่างไม่จริงจังนัก"พี่ไม่ได้แกล้ง พี่อยากให้ลูกมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แล้วพี่ก็ภูมิใจในตัวลูกๆ ที่รู้จักการขอโทษเมื่อทำผิด""ก็ลูกยังเล็กอยู่""ก็ต้องสอนกันตั้งแต่เป็นเด็กนี่ละ""แล้วก่อนหลับได้กินอะไรกันหรือยัง""พี่สั่งอาห
"ยุงติว ยุงเตอร์ มาแย้ว" อัญชันส่งเสียงเรียกสองบอดี้การ์ดที่เปิดประตูเข้ามา ทั้งสองรีบจัดการงานที่ทำอยู่ให้แล้วเสร็จเมื่อเจ้านายหนุ่มโทรไปบอกว่าให้รีบกลับมาอยู่ดูแลเจ้านายตัวน้อยทั้งห้า"ทำอะไรกันอยู่ครับ วาดรูปกันนี่เอง" เตอร์เดินเข้าไปหานายน้อยทั้งห้าที่นอนคว่ำหน้ากระดิกขาไปมาบนพื้นพรมกับแผ่นกระดาษสีขาวที่มีรอยขีดเขียนเป็นรูปต่างๆ หลากหลายสีสัน ในมือแต่ละคนมีดินสอสี หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ อัญชัน"คุณหนูหิวกันหรือยังครับ ใกล้เที่ยงแล้ว ผมสั่งอาหารให้" ติวเหลือบมองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบห้านาที"หิวครับ/หิวครับ/หิวค่ะ/หิวฮับ/หิวค่ะ" ห้าออตอบพร้อมเพรียง รีบลุกนั่งพลางลูบท้องตัวเองไปมา"แต่เปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมฮับ อะยังไม่ไหวแย้ว" อรัญเริ่มรำคาญชุดที่ใส่ หัวหมูป่าก็เหวี่ยงกลิ้งไปอยู่ตรงโซฟา"อังชังก็ไม่ไหวเหมืองกัง อังชังย้อง" อัญชันรู้สึกอึดอัดและร้อนทั้งที่เปิดเครื่อง ปรับอากาศ ใบหน้าจิ้มลิ้มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม จมูกโด่งเล็ก และเหนือริมฝีปาก"ได้ครับ" เตอร์ตอบพร้อมกับยื่นมือไปเปิดตะกร้าหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับเม็ดเหงื่อให้อัญชัน ก่อนจะช่วยกันกับติวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ
"พี่บอกอีฟแล้วไงว่าไม่ต้องทำ พี่เคลียร์งานเสร็จเดี๋ยวพี่ซักเอง ให้นมลูกเสร็จแล้วทำไมไม่นอนพัก" ปัณณ์คว้าตะกร้าผ้าในมืออีฟที่เธอกำลังแยกใส่อ่างซักมาจัดการเสียเองสองเดือนเต็มๆ ที่ปัณณ์จัดการดูแลเรื่องของอีฟกับลูกๆ เสื้อผ้า ของใช้ของอรัญกับอัญชัน ปัณณ์จะเป็นคนดูแลจัดการเอง เพราะผิวของทั้งคู่ยังบอบบางมาก ถ้าจัดการไม่ดี ลูกน้อยก็อาจเกิดการระคายเคืองเป็นผดผื่นได้ ส่วนอีฟต้องให้นมลูกทุกๆ สามชั่วโมงบ้าง สี่ชั่วโมงบ้าง เขาอยากให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อยากให้มีผลต่อน้ำนม เพราะอรัญ อัญชัน ไม่ยอมกินนมอื่นนอกจากนมแม่ และยังไม่ยอมดูดขวดนมอีกด้วย เขาจึงต้องหาอาหารเพื่อบำรุงน้ำนม และอยากให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่"พี่ปัณณ์ทำงานที่คุณพฤกษ์เอามาให้เสร็จแล้วเหรอ ...ยัง?" อีฟว่าอย่างรู้ทัน คงเห็นเธอหิ้วตะกร้าผ้าของอรัญ อัญชัน มาสินะ ถึงได้เดินตามเธอมาเร็วถึงเพียงนี้"แค่อีฟให้นมลูกก็เหนื่อยพอแล้ว เรื่องอื่นๆ ของลูกพี่จัดการเอง อีฟไปนอนพักเถอะ""งานที่ พี.เอ็น.ที. ก็เยอะ แล้วไหนจะงานที่แทนไท คอร์ปอเรชั่น อีก แค่งานพวกนี้พี่ปัณณ์ก็เหนื่อยพอแล้ว เหนื่อยกว่าอีฟที่เพียงให้นมลูกมากด้วย เหนื่อยจนตัวเองได้นอนวัน
"พี่พาฝันมาแล้ว""พี่มาวินมาแล้ว""พี่รักมาแล้ว""พี่คุณมาแล้ว""พี่อุ่นมาแล้ว""พี่เอื้อมาแล้ว""พี่เอิงเอยมาแล้ว"ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นเปิดออก เสียงใสของพี่ๆ ทั้งเจ็ดก็ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ดีใจ หลังจากที่ติวกับเตอร์ไปรับกลับจากโรงเรียน"ชู่วววว..." ผู้ใหญ่ในห้องต่างยกมือขึ้นมาใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตนเอง เป็นเชิงบอกว่าไม่ให้ทุกคนส่งเสียงดังกันโดยมิได้นัดหมาย"นินๆ จุ๊ๆ" คนที่เคยเป็นน้องเล็กสุดอย่างญาณินก็ยกมือขึ้นเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่"น้องหลับอยู่ครับ" ปุณณ์บอกแทบจะเป็นเสียงกระซิบนักเรียนตัวน้อยทั้งเจ็ดคนยกมือขึ้นมาแล้วแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากตัวเอง หันซ้ายหันขวาเป็นสัญญาณว่าห้ามส่งเสียงดัง ก่อนจะค้อมตัวค่อยๆ ก้าวย่องให้ฝีเท้าเบาที่สุด เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากทุกคน"แล้วเมื่อไหร่จะเดินมาถึงกันล่ะนั่น" พรพระพายว่าอย่างขำๆ กับท่าทางของเหลน"เดินกันปกติก็ได้ครับเด็กๆ เดินแบบนั้นวันนี้ก็เดินมาไม่ถึงน้อง" พอได้ยินเสียงของอาชิเอ่ยดังนั้นทั้งเจ็ดคนก็เดินยิ้มร่าเข้ามา"หูยยยยยย" นักเรียนทั้งเจ็ดตาโตตื่นเต้นเมื่อได้เห็นน้องน้อยทั้งสี่นอนเรียงอยู่บนเตียงรถเข็น"คนไหนน้องของพี่พาฝันคะ""






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
