LOGIN“ก็จริง”
แก้วขวัญตอบรับคำพูดเพื่อนสั้น ๆ ก็เป็นอย่างที่เพื่อนพูดเธอกับ พี่เตวิชน์ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกันเลยสักนิดทั้งรูปร่างหน้าตาฐานะทางสังคมและที่สำคัญเขาก็เน้นย้ำกับเธอเสมอว่าไม่ได้รักหรือชอบพอเธอสักนิดเห็นเป็นเพียงแค่น้องสาวที่รู้จักกันก็เท่านั้น
พีระรู้ว่าคำพูดของเพื่อนแต่ละคนที่พูดออกไปค่อนข้างจะทำร้ายจิตใจเขาจึงดึงเธอเข้าไปกอดปลอบพร้อมกับตบหลังเบาๆ
“ไม่เป็นไรนะหมูอ้วนแกยังมีฉัน”
คำพูดที่ไม่สวยหรูของเพื่อนชายคนสนิทอย่างน้อยมันก็ยังสามารถปลอบประโลมเธอได้บ้าง
เตวิชน์ที่นั่งมองอยู่ไม่ไกลรู้สึกไม่พอใจที่เห็นผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างกันเดี๋ยวซบเดี๋ยวกอด
ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่ทำไมแก้วขวัญถึงยอมให้ผู้ชายคนนั้นกอดอยู่ได้ตั้งนานสองนาน
ความไม่พอใจทำให้ร่างสูงลุกขึ้นจะเดินเข้าไปหา แต่ยังก้าวเท้าไม่ถึงไหนก็พอดีกับมิลินแฟนสาวคนสวยหรือว่าที่คู่หมั้นในอนาคตเดินเข้ามาพอดี
“เตคะ ขอโทษนะที่ลินมาช้า”
เธอเดินเข้ามาคล้องแขนชายหนุ่มทันทีแล้วมันก็ช่างเป็นเวลาประจวบเหมาะเหลือเกินที่พอดีกับแก้วขวัญหันมาเจอคนทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
สายตาของเธอสบประสานเข้ากับเตวิชน์แววตาที่เธอมองมันแทบจะสื่อความเจ็บปวดออกมาได้เป็นอย่างดี แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะหันกลับไปสนใจผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้วยกันมากกว่าแล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านไป
ยิ่งเห็นภาพบาดตาแบบนั้นเข้าไปเธอเองก็ยิ่งเจ็บปวดคราวนี้แก้วเหล้าคงไม่เพียงพอสำหรับน้ำเมา เธอจึงยกขวดเหล้ากระดกดื่มเหมือนกับว่ากระหายน้ำเปล่าเสียอย่างนั้น
“เรียกผมออกมา ลินมีอะไรหรือเปล่าครับ”
มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะใบหน้าคมยิ้มบางๆ ดวงตาสบมองใบหน้าหวานตรงหน้าไม่วางตา
“เตคะ คือว่า เราเลิกกันเถอะค่ะ”
“ว่ายังไงนะ ลินล้อผมเล่นหรือเปล่า ทำไมล่ะลิน ผมทำอะไรผิด หรือมีตรงไหนไม่ดี ผมพร้อมจะแก้ไขนะ”
น้ำเสียงเริ่มสั่นหัวใจเจ็บหน่วง ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อยู่ ๆ คนรักก็มาบอกเลิกกันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ลินผิดเอง ลินมีคนอื่น เราสองคนกำลังจะไปเรียนต่อด้วยกันที่อังกฤษ ลินไม่อยากทำร้ายคุณไปมากกว่านี้”
“แต่เรากำลังจะหมั้นกันนะลิน”
“แต่เราก็ยังไม่ได้หมั้น พอแค่นี้นะคะ ลินขอโทษ”
ว่าจบเธอก็ชักมือออกแล้วก็ลุกขึ้นเดินจากไป ชายหนุ่มทำได้แค่เรียกชื่อเธอเบาๆ ยามนี้เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ สมองว่างเปล่าแทบไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น
แก้วน้ำอำพันหลากสีถูกสั่งมาหลายใบเพื่อดื่มย้อมใจแก้วแล้ว แก้วเล่าถูกกระดกลงคอไม่ได้หยุด จนเขาแทบคุมสติไม่อยู่โชคยังดีที่เพื่อนสนิทโทรมาเด็กเสิร์ฟจึงรับสายให้แล้วแจ้งให้เพื่อนมารับตัวเจ้าของเครื่องไป เพราะสภาพคือแทบพูดไม่รู้เรื่องแล้ว
“เฮ้ย ไอ้พี แกเอาไอ้แก้วไปส่งถูกห้องแน่นะ”
“เออ ถูกชัวร์ ไปตามกุญแจห้องคอนโดที่อยู่ในกระเป๋ามันเป๊ะเลย”
พีระร้องตะโกนบอกเพื่อนหลังจากที่ช่วยกันหิ้วร่างอวบขึ้นไปส่งยังห้องพักไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแก้วขวัญจะมีห้องพักคอนโดหรูด้วย เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลย
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองตึกสูงระฟ้าตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาก่อนจะหิ้วซากเพื่อนคนต่อไปไปส่งยังบ้าน
ถ้ารู้ว่าตัวเองคออ่อนจะพากันกินจนเมาไม่ได้สติทำไมลำบากเพื่อนต้องหิ้วปีกไปส่งอีก
“เอ้า ไอ้เตถึงคอนโดแกแล้ว ขึ้นไปเองได้ใช่ไหม ฉันต้องรีบไปรับแฟน”
“เอ่อ ขึ้นเองได้กูไม่ได้เมาขนาดนั้น”
เตวิชน์ยกมือโบกให้เพื่อนเป็นสัญญาณว่าไม่ต้องห่วงเขายังมีสติครบถ้วนดี แล้วก็เดินเข้าลิฟต์ไป
คำบอกเลิกของแฟนสาวยังคงวนเวียนอยู่ภายใต้จิตสำนึก เขายอมรับว่าหลายต่อหลายครั้งที่เธอมีท่าทีเย็นชาเหมือนคนไม่ได้รักกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่เธอแสดงออกว่ารักเขาและหึงหวงมากแค่ไหน โดยเฉพาะตอนที่เขาอยู่กับแก้วขวัญ
แม้ทั้งคู่จะไม่ได้รู้จักกันแต่ก็มีบ่อยครั้งที่มิลินมักจะเห็นแก้วขวัญคอยตามตอแยอยู่ไม่ห่างจนเขาอธิบายความหลังระหว่างเขากับแก้วขวัญให้เธอเข้าใจทุกอย่างจึงเป็นปกติเหมือนเดิม
จากตอนแรกที่รู้สึกเสียใจตอนนี้เขาเองก็เริ่มรู้สึกว่าเกลียดผู้หญิงที่กำลังทิ้งเขาไปเพราะความไม่รู้จักพอความซื่อสัตย์ต่อความรักที่เขามีมันไม่ช่วยทำให้ต่อมสำนึกของมิลินคิดถึงใจเขาบ้างเลยหรือไง
เตวิชน์เดินเซซ้ายเซขวาแทบไม่ตรงทางก็พอดีกับที่เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นไม่ใช่ใครที่ไหนส่งข้อความมาแต่เป็นธีภพเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็ก
[ผู้หญิงที่แกต้องการ ฉันให้ไปรอที่คอนโดแล้วนะ]
เขาคลี่ยิ้มมุมปากในเมื่อคนที่เขารักยังนอกใจไปมีคนอื่นได้เลยแถมยังมาบอกเลิกกันอีก แล้วทำไมเขาจะหาเศษหาเลยกับผู้หญิงคนอื่นบ้างไม่ได้ เขาก็คนมีความอยาก มีความต้องการเหมือนกัน
สองเดือนผ่านไปเตวิชน์จัดการย้ายตัวเองพร้อมกับเมียและลูกมาอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนเดิมโดยส่งมอบงานให้กับผู้บริหารที่ไว้ใจไปดูแลโรงแรมแทน ส่วนตัวเขาเองก็มาบริหารงานที่บริษัทใหญ่แทนเพราะการทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้ผู้ถือหุ้นเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้“ต้นข้าว ทำไมหนูทำหน้าเหมือนไม่ได้นอนแบบนั้นล่ะลูก”คนเป็นย่าจับสังเกตอาการของหลานที่เอาแต่ยกมือปิดปากหาวไม่หยุดเลยตั้งแต่เดินลงมาร่วมโต๊ะอาหารเช้า“เมื่อคืนหนูไม่ได้นอนค่ะ เพราะหนูกลัว” หนูน้อยทำตาปริบ ๆ“ใครทำอะไรหนูลูก เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็นอนอยู่ด้วย หนูกลัวอะไรทำไมไม่บอก”เตวิชน์เอ่ยถามระคนสงสัยว่าลูกสาวเป็นอะไร“เมื่อคืนมีแผ่นดินไหวค่ะ เตียงนอนก็สั่น คุณพ่อไม่รู้สึกเหรอคะ”หนูน้อยหันไปถามคนเป็นพ่อที่เอาแต่ทำหน้าเลิ่กลัก ส่วนคนเป็นแม่ก็สำลักน้ำประโยคใสซื่อที่หนูน้อยถามออกมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนเป็นอา จนปู่กับย่าต้องเอ่ยปราม“เจ้าเต เรื่องแบบนี้แกไม่ควรทำตอนลูกอยู่นะ”“ผมขอโทษครับแม่ คราวหน้าผมจะระวัง” เขาก้มหน้ายอมรับผิด“คุณพ่อจะคอยระวังแผ่นดินไหวเหรอคะ”ต้นข้าวยังคงไม่คลายความสงสัยหันกลับไปถามคนเป็นพ่ออีกครั้ง“ใช่ครับ ต่อไปนี้พ่อจะระวัง
หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไปทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแต่ที่ไม่ปกติเห็นจะมีอยู่แค่อย่างเดียวก็คงจะเป็นเตวิชน์ที่คอยเอาแต่สอดส่องคนเป็นน้องสาวกับเพื่อนรัก“พี่เต ดูอะไรอยู่เหรอคะ แก้วเห็นพี่ยืนดูอยู่ตั้งนานแล้ว”ทันทีที่วางถ้วยกาแฟหอมกรุ่นลงบนโต๊ะหญิงสาวก็เดินไปหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมกับมองตามสายตาของเขาไป“จะดูอะไรได้ล่ะครับ ก็จับตาดูไอ้ธีร์นะสิ มันจะรุ่มร่ามกับยัยติวหรือเปล่า”“พี่เตจะไปจับตาดูเขาทำไมคะ ถ้าคนรักกันต่อให้เราเอาแม่น้ำมาขวางกั้นยังไงเขาก็หาวิธีข้ามผ่านไปได้อยู่ดี อีกอย่างพี่เองก็ต้องมั่นใจยัยติวสิคะ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ยังไงก็คุมพี่ธีร์ได้อยู่แล้ว”“ก็จริงอย่างที่แก้วว่า เหมือนกับพี่ตอนนี้ใช่ไหม” เขาหันมาหาพร้อมกับเอื้อมมือป้อม ๆ ขึ้นมากุม“เหมือนกับพี่เต เหมือนยังไงคะ” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด“ก็เหมือนตรงที่น้องแก้วคุมพี่เสียอยู่หมัดเลย ดูสิพี่ไปไหนไม่รอดแล้วเนี่ย”น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับย่อตัวเอาหัวซบไหล่ราวกับเด็กน้อยทำเอาแก้วขวัญถึงกับหัวเราะออกมา“อย่ามาทำเนียนค่ะ ไปกินกาแฟได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”เธอใช้มือผลักไปที่หัวเขาเบา ๆ
“หยุดนะ ลิน! ปล่อยต้นข้าว เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย”น้ำเสียงแข็งกร้าวตะโกนบอกมาตั้งแต่ไกลโดยมีแก้วขวัญเดินตามมาติด ๆ เมื่อเห็นลูกถูกกระชากลากถูแบบนั้นหัวใจเธอแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ “เต คุณตามฉันมาถูกได้ยังไง”“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอก ปล่อยลูกผมมาเดี๋ยวนี้”“ไม่ ก็ดีเหมือนกันที่พวกแกมากันพร้อมหน้าจะได้ทรมาน ตอนที่ฉันฆ่ามันต่อหน้าต่อตาพวกแก”มิลินไม่พูดเปล่าแต่เลือกที่จะดึงปืนที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ่อไปที่หัวของเด็กน้อย แก้วขวัญกรีดร้องออกมาแทบขาดใจพร้อมกับทรุดเข่าลงยกมือขึ้นไหว้ขอร้องว่าอย่าทำอะไรลูกเธอเลย“ลิน อย่าทำแบบนี้เลยผมขอร้อง ปล่อยลูกผมไป ถ้าคุณจะทำอะไรให้ทำที่ผม แก้วกับลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”เห็นสายตาของลูกที่มองมาพร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ขอให้พ่อกับแม่ช่วยเธอด้วยแก้วขวัญทนเสียงลูกร้องไม่ไหวเธอลุกขึ้นกระโจนจะเข้าไปหาแต่ก็ช้ากว่ามิลินเธอยิงปืนขู่ไปที่พื้นหนึ่งครั้ง เตวิชน์วิ่งมากอดแก้วขวัญเพื่อเอาตัวเองบังเอาไว้“ท่าทางรักกันมากนี่ แล้วฉันล่ะ ฉันที่แกทำลายทุกอย่างจนไม่มีที่ยืนในสังคม ไปไหนก็มีแต่คนเกลียด....”เธอตวาดออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ เกลียด และน้อยใจในชะตาชีวิตของต
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นน้าของต้นข้าว แม่เขาให้มารับค่ะ”ร่างระหงที่พยายามปิดหน้าปิดตาด้วยหมวกและหน้ากากผ้าเดินเข้ามาบอกครูประจำชั้น“แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนนะคะ”ครูสาวย่นคิ้วด้วยความสงสัยพยายามเพ่งมองใบหน้าเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน“พอดีว่าตอนนี้แก้วขวัญประสบอุบัติเหตุค่ะ เราเลยต้องมารับเด็กไปดูใจก่อน เรื่องนี้ด่วนมากจริง ๆ ค่ะ”“ตายจริง ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ”ครูสาวทำสีหน้าท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในห้องเรียน ก็ประจวบเหมาะกับที่ต้นข้าวเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ“อะไรนะคะ ใครไปรับต้นข้าวนะคะ” เสียงหวานจากปลายสายถามกลับมาด้วยท่าทีร้อนใจ“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ พอดีเห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ ปิดหน้าปิดตาครูเองก็มองไม่ออกว่าเป็นใคร เธอบอกว่าคุณแม่เกิดอุบัติเหตุ ก็เลยมารับก่อนกำหนด ครูไม่ค่อยไว้ใจเลยโทรถามดูก่อน”ครูสาวคุยโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็เดินออกมายังหน้าห้องเพื่อที่จะดูหน้าผู้หญิงที่มากล่าวอ้างแต่ทว่าก็ไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้นเสียแล้ว แต่พอมองออกนอกอาคารไปยังถนนหน้าโรงเรียนก็เห็นว่าเธอกำลังจูงมือต้นข้าวขึ้นรถไป“ว้าย ตายแล้ว”“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” แก้วขวัญที่ได้ย
[ สวัสดีครับ ผมเตวิชน์นะครับจากที่หลาย ๆ คนได้ติดตามอ่านข่าวในโลกออนไลน์หรือในช่องทางอื่นเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งที่ล่มไปอาจจะมองว่าผมไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันมีเหตุผลมากกว่านั้นตามหลักฐานที่ทางสื่อได้รับไปและทุกท่านน่าจะได้เห็นกันบ้างแล้ว เรื่องนี้ผมไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกวันนี้ที่ผมต้องออกมาชี้แจงก็คือเรื่องรูปถ่ายของผมกับผู้หญิงที่นอนคู่กันบนเตียง ผมจะเรียนให้ทราบว่านั้นคือแม่ของลูกผมครับ เธอเป็นภรรยาของผม และตอนนี้เรามีลูกด้วยกันหนึ่งคน หวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ]บทความขนาดหน้ากระดาษถูกโพสต์เป็นภาพผ่านทาง IG ส่วนตัวของเตวิชน์เพื่อชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ที่ทางสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ชายหนุ่มคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าแก้วขวัญคือแม่ของลูกเขา และเพื่อเป็นการให้เกียรติเธอ ไม่อยากให้เธอถูกกล่าวหาหรือนินทาไปมากกว่านี้โพสต์ดังกล่าวแก้วขวัญเห็นมันและได้อ่านทุกตัวอักษรที่เขาเขียน แม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่จริงแล้วเขาไม่ออกมาแ
รุ่งเช้าของวันใหม่หนูน้อยต้นข้าวลืมตาขึ้น เด็กน้อยหันหน้ามองซ้ายมองขวาแล้วก็ยิ้มออกมา อ้อมกอดข้างซ้ายคือแม่ที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ส่วนด้านขวาคือพ่อที่เธออยากกอดมาตลอดหนูน้อยค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเกรงว่าพวกท่านจะตื่นโทรศัพท์หรูถูกยกขึ้นถ่ายภาพคนเป็นพ่อกับแม่ที่นอนก่ายกอดกันเองโดยไม่รู้ตัวโดยฝีมือของเจ้าแก้มป่องแถมยังถูกอัพลงโซเชียลผ่านบัญชีที่เป็นชื่อของแก้วขวัญอีกต่างหากภาพถ่ายเหล่านั้นถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วทุกคนต่างสงสัยว่าหญิงสาวร่างอวบที่หนุ่มหล่อทายาทเจ้าของโรงแรมกำลังนอนก่ายกอดนั้นเป็นใครกันแน่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังมีข่าวร้อนงานวิวาห์ล่มสนั่นโลกออนไลน์อยู่เลย“พ่อคะ แม่คะ มาดูนี่เร็ว”ติววดีกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหากชมนและอันนพพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เธอยื่นหน้าข่าวออนไลน์ที่มีภาพของพี่ชายตัวเองให้ท่านดู“อุ้ยตาย ใครเอารูปลง ช่างรู้งานเสียจริง”กชมนยกมือขึ้นทาบอก แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มเสียจนออกนอกหน้า อันนพได้แต่ส่ายหัวที่คนเป็นภรรยาแทบจะไม่เก็บอาการเลยว่าอยากได้แก้วขวัญมาเป็นลูกสะใภ้“ภาพถ่ายมันหลุดมาจากfacebookของพี่แก้วค่ะ แต่ถ้าจะให้เดาติวคิดว่าน
บ่ายแก่ๆ ตะวันเริ่มคล้อยลง ร่างอวบของแก้วขวัญเดินกลับไปกลับมาบริเวณถนนด้านหลังโรงแรมติดกับชายหาด สองมืออูมกุมเข้าหากันจนเหงื่อเปียกชุ่ม ส่วนคอก็คอยชะเง้อมองถนนเบื้องหน้าเพื่อรอใครสักคนไม่นานรถยนต์กึ่งเก่ากึ่งใหม่คันสีดำก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบท่า กระจกรถถูกเลื่อนลงพร้อมกับรอยยิ้มสดใสของเมษยา“คิดถึ
“วันนี้คุณชานนท์ เรียกประชุมพนักงานทั้งหมดที่หน้าโรงแรมเห็นว่าท่านประธานคนใหม่อยากจะพบปะเพื่อแนะนำตัว”เช้าวันใหม่ป้าอ้อยเอ่ยบอกแผนกแม่บ้านที่มารวมตัวกันแต่เช้าเพราะพอจะรู้เรื่องนี้กันอยู่บ้างแล้ว“แล้วนี่ ยัยแก้วขวัญเป็นอะไร ถึงใส่ผ้าปิดปากมาเสียจำหน้าไม่ได้เลย”น้อยหน่าที่หันกลับไปเจอแก้วขวัญที่เ
ช่วงสายของวันหลังจากที่ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว แก้วขวัญก็เดินทางมาที่โรงแรมด้วยความเร่งรีบเพราะว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีเสียด้วยซ้ำก็ได้เวลาเข้างานแล้วอาชีพแม่บ้านโรงแรมแม้จะเป็นอาชีพที่ไม่ตรงกับสายที่เรียนมาแต่อย่างน้อยเงินเดือนและสวัสดิการที่นี่ก็ค่อนข้างดี บางครั้งห้องไหนเจอลูกค้าใจดีหน
“นี่คุณ เจ้าเตยังไม่ตื่นอีกเหรอ นี่มันจะบ่ายโมงแล้วนะ”‘อันนพ’ชายแก่อายุวัยหกสิบกว่าปีวางแท๊บเลตในมือลงบนโต๊ะหลังจากอ่านข่าวสารบ้านเมืองจบแล้ว เขาเงยหน้าถาม‘คุณกชมนคน’เป็นภรรยาทันที“ฉันจะไปรู้เหรอคะ แต่ก็ยังไม่เห็นเลยนะตั้งแต่เช้า”กชมนวางของว่างลงบนโต๊ะพร้อมกับชะเง้อมองผ่านบันไดบ้าน ก็พอดีกับเตวิ







