LOGIN"ตื่นแล้วหรือ"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น หลิวหลีลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อเพ่งสายตาไปมองยังต้นเสียง พบเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างของห้องนอน
จูหยวนจาง!
เขานั่งอยู่ริมหน้าต่างหรอกหรือ
หลิวหลีคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
อย่างน้อย เขาก็มิได้ออกจากห้องหอไปในคืนเข้าหอคืนแรกของนางกับเขา
หญิงสาวค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ก่อนเอ่ย
"ท่าน...เอ่อ...ท่านนั่งอยู่ตรงนั้นหรอกหรือ"
จูหยวนจางลุกขึ้นเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงบนเตียงนอนใกล้ๆหลิวหลีที่กำลังลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงนอน เขาเพียงใช้สายตาคมเข้มของเขาจ้องมองหลิวหลีอย่างดุดัน
"ทำไม ยังไม่พอใจอีกหรือ" เขาถาม
"ยังไม่พอใจ ท่านหมายความว่าอย่างไร" หลิวหลีถามอย่างแคลงใจพลางถลึงดวงตากลมโตเข้าใส่ดวงตาดุดันของจูหยวนจาง
ชายหนุ่มมิได้ตอบคำใด เขาใช้มือเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาลูบไล้นางจากหัวไหล่นวลเนียนของนางเรื่อยลงมาตามเนินอกกลมกลึงของนางอย่างแผ่วเบาแต่ยั่วเย้า
หลิวหลีถึงกับตะลึงกับการกระทำของเขา
รู้ตัวอีกทีร่างของหลิวหลีก็ถูกจูหยวนจางกดให้นอนราบลงบนเตียง
"ท่าน เอ่อ..."
นางยังมิได้เอื้อนเอ่ยคำใด ริมฝีปากของนางก็ถูกเขาครอบครอง
“อื้อ!” หลิวหลีร้องออกมาได้แค่นั้นในขณะที่จูหยวนจางเริ่มจู่โจมนางอย่างหนักหน่วง เขาปลดชุดคลุมของตนเองออกอีกครั้งก่อนจะยกร่างกำยำของเขาขึ้นเพียงนิดแล้วทาบทับลงบนเรือนร่างของนาง
เขาใช้ฝ่ามือของเขาจับตรึงต้นขาของนางให้แยกออกจากกันก่อนจะตามด้วยการแทรกซึมเบียดเสียดกลางลำตัวและเริ่มต้นจังหวะกิจกรรมกระทบเนื้อ
"อ๊ะ! ท่าน"
หลิวหลีรู้สึกเจ็บแปลบที่หว่างขาจนอุทานออกมา
แต่ชายหนุ่มมิได้สนใจนำพาใดๆกับเสียงอุทานนั่น เขายังคงขยับเรือนร่างกำยำของเขาเข้าใส่เรือนร่างบอบบางของหญิงสาวใต้ร่าง
"ท่าน เบา เบาหน่อย..." หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงติดขัด
"ข้า ข้าเจ็บ..."
แต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ฟังคำตัดพ้อใดๆ เขายังบรรเลงเพลงรักอย่างเร่าร้อนทั้งยังคุมจังหวะจะโคนไม่มีตกหล่น ตามด้วยการกดจูบหญิงสาวอย่างหนักหน่วง
หญิงสาวทำได้เพียงกัดเม้มริมฝีปากของตนเอาไว้แน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดตรงช่วงเอวไม่ให้ร้องครวญครางออกมาจนเสียงอาจจะดังจนเกินไป ใบหน้างามของนางแหงนหงายร่างกายบอบบางของนางสั่นสะท้าน นางเพียงจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแข็งแกร่งกว้างใหญ่ของเขาเอาไว้อย่างแนบแน่น
ในขณะที่เขายังคงขยับกายสอดแทรกเข้าใส่ร่างงามอย่างถึงใจ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
เสียงหายใจหอบหนักผ่านพ้นไป คงเหลือไว้เพียงร่างเปลือยเปล่าชื้นเหงื่อสองร่างนอนซ้อนทับกันอยู่บนเตียงอุ่น
"ท่าน...ทำไม" หลิวหลีถามขึ้นในที่สุดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวสั่นไหวใบหน้าแหงนหงายอยู่ตรงใบหูของจูหยวนจาง
"อะไร" จูหยวนจางพึมพำขณะยันร่างของตัวเองขึ้นแล้วพลิกเพียงนิดเพื่อออกจากร่างงามแล้วนอนหงายอยู่ข้างๆกัน
"ท่านควร เอ่อ...ควรทะนุถนอม" หญิงสาวกล่าวอึกอักไม่เต็มปาก "ถนอมข้าให้มากกว่านี้"
จูหยวนจางได้ยินอย่างนั้นจึงหันหน้ามาทางหลิวหลีแล้วยันกายลุกขึ้นเพียงนิดชันแขนข้างหนึ่งขึ้นตะแคงข้างเข้าหาหลิวหลีพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอ
กิริยานั้นทำเอาหลิวหลีถึงกับใบหน้าร้อนฉ่าขึ้นมา
"ท่านหัวเราะอะไร"
"เป็นเจ้า ที่ต้องการมิใช่หรือ" เขาก้มหน้ากระซิบที่ใบหูขึ้นริ้วสีแดงของนาง "ข้าก็แค่สนอง..."
หา!?
"ท่าน" หลิวหลีลุกพรวดพราดลืมความเจ็บปวด ใช้มือเรียวงามทุบอกเขาไปเต็มแรง "ทำไมเอ่ยเช่นนี้"
"เจ้าทุบข้าทำไม"
"ท่าน!"
"ทำไม?"
"นี่แน่ะ นี่นี่" หลิวหลีทุบตีเขาอีกหลายที ทั้งอับอายทั้งโมโห แต่ไม่พ้นมือเรียวยาวของเขาที่จับมือเรียวเล็กของนางเอาไว้
"ยังไม่พอใช่หรือไม่"
"หา!"
"ได้เลย เดี๋ยวจัดให้"
จบคำชายหนุ่มไม่รอช้าตวัดร่างบางให้ล้มลงนอนราบตามด้วยร่างกำยำของเขาขึ้นทาบทับในทันที
และเพียงไม่นาน...
ความเจ็บปวดรอบใหม่พลันปรากฏ
หลิวหลีได้แต่นอนราบใบหน้าแหงนหงายร่างการสั่นสะท้านตามการขยับโยกย้ายของจูหยวนจาง
อะไรกัน!
นี่มันอะไรกัน!
แต่ทว่ายามนั้นมีเหตุการณ์วุ่นวายอยู่นับครั้งไม่ถ้วนตรงแถบชายแดน เขาจึงต้องเดินทางไปประจำการอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ถึงกระนั้น หลิวหลีก็มิได้น่าห่วงสักเท่าไหร่เพราะว่านางย่อมมีผู้พิทักษ์นางได้เป็นอย่างดีแทนตัวของเขา เมื่อจูหยวนจางคิดมาถึงตรงนี้ เสียงเล็กๆแต่ทว่าเข้มข้นดุดันพลันดังขึ้น“หยุดเลยท่านพ่อ” เสียงของเด็กชายวัยเจ็ดขวบปีที่เป็นบุตรชายคนโตของจูหยวนจางเอ่ยขึ้นพร้อมเดินเข้ามาทางจูหยวนจางที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง “ห้ามแตะต้องน้องเล็กนะ” “ใช่ๆท่านพ่อควรไปอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนอาภรณ์เสียก่อน” และตามมาด้วยเสียงของเด็กชายวัยห้าขวบปีเอ่ยตามคนเป็นพี่ชาย “ข้าเห็นคราบเลือดติดอยู่ที่ชุดเกราะของท่านพ่อ” จูหยวนจางจึงรีบดึงฝ่ามือที่กำลังคิดจะอุ้มบุตรสาวที่เกิดมายังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามนี้ในทันที เขาลืมไป...เมื่อเขาได้รับข่าวว่าหลิวหลีใกล้คลอดเต็มทีและนางก็เริ่มที่จะมีอาการผิดปกติคล้ายกับเจ็บท้องใกล้คลอดเตือนเป็นระยะๆมาหลายวัน เขาจึงรีบจัดการกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่หมายจะเข้ามาสร้างความวุ่นวายตรงหมู่บ้านแถบชายแดนจนเสร็จสิ้นแล้วก็รีบควบม้าตะบึงกลับมาเขาใช้เวลาเดินทางอยู่
ด้วยความเมามาย ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ด้วยยังไม่ทันได้สังเกตหน้าตา จูหยวนจางเพียงเอื้อมฝ่ามือขึ้นมาแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวให้ตกไป ก่อนจะเข้าแนบชิดจัดการสตรีตัวร้ายที่บังอาจใช้สมรสพระราชทานครั้งนี้ผูกมัดเขาเอาไว้ค่ำคืนของการเข้าหอ ค่ำคืนของการเคี่ยวกรำ ค่ำคืนแห่งการทรมาน จูหยวนจางเพียงแค่อยากให้สตรีนางนี้ได้รู้ว่า นางกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ ที่บังอาจใช้มารยาร้ายกาจเช่นนี้กับเขาเขาผู้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่สตรีนางใด เขาผู้ที่ไม่เคยหลงกลสตรีคนไหน แต่กับนาง...ฮึ่ม! มันใช่หรือไม่และเมื่อเวลาผ่านไป ชายหนุ่มเริ่มสร่างเมา กิจกรรมกระทำชำเราได้สิ้นสุดลงและแล้วเขาจึงได้เห็นโฉมหน้าของเจ้าสาวเขาได้เห็นใบหน้าของนางได้ชัดเจนถนัดตาหลังจากที่เขาได้กระทำการกับนางไปอย่างถึงใจนางกำลังนอนหลับใหลอย่างหมดแรงอยู่ข้างๆกายของเขานางคือสตรีนางนั้นสตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษนั่นจูหยวนจางถึงกับตกตะลึงลุกขึ้นนั่ง ด้วยคาดไม่ถึง ว่าจะเป็นนางใยถึงเป็นนางเป็นนางได้อย่างไรใยนางถึงต้องทำเยี่ยงนี้ใยนางไม่มาพบเขาดีๆใยนางต้องใช้สมรสพระราชทานฮึ! นี่คงจะเป็นมารยาที่แท้จริงของนางมันเกินไปหรือไม่!?เจอกันคราแรกแสร
แต่ไม่ว่าหลิวหลีจะเดินเล่นไปยังทางเดินด้านใด สายตาของนางก็มักจะไปหยุดอยู่ที่ใครบางคนอยู่ทุกทีร่ำไปโดยไม่รู้ตัวอา...นั่นเขากำลังทำอะไรเขากำลังยืนคุยอยู่กับเหล่าทหารทั้งหลาย ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายยามเมื่อได้อยู่กับเหล่าสหายของเขาหือ!เขายิ้ม นั่นเขายิ้มเขายิ้มกับสหายของเขานางอยากเป็นสหายของเขาผู้นั้นเหลือเกินอืม...แล้วนี่นางจะมองเขาอีกนานหรือไม่กันหลิวหลีเริ่มงุนงงกับตนเอง มิรู้ได้ว่าทำไม รองแม่ทัพจูอะไรนี่ถึงได้อยู่ในสายตาของนางอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกัน… จูหยวนจาง...จูหยวนจางยังคงครุ่นคิดถึงใครบางคนที่เขาได้เจอะเจอในวันนั้นในวันที่เขาไล่ต้อนเหล่าผู้ร้ายของชนเผ่าๆหนึ่งไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในวันนั้นเขาได้ช่วยเหลือคนผู้หนึ่งเอาไว้จากคมหอกที่พุ่งตัวลงมาจนเกือบจะปักกลางหลังของคนผู้นั้น ด้วยสัญชาตญาณของเขา เขาจึงก้มลงอุ้มร่างนั้นขึ้นมาบนหลังม้าของเขาเพื่อหลบคมหอกเล่มนั้น บุคคลคนนั้นที่เขาได้ช่วยเหลือเอาไว้เป็นสตรีมิใช่บุรุษเหมือนดั่งเช่นอาภรณ์ที่นางสวมใส่เขาสังเกตได้จากดวงตากลมโตที่เหม่อมองเขาอยู่จนตลอดในระหว่างที่เขาสั่งการอยู่กับทหารของเขาสตรีนางนี้เป็นใครกัน ใ
ทันใดนั้น ม้าตัวนี้พลันกระตุก หลิวหลีถึงกับสะดุ้งตกใจเกือบตกม้าไปจนต้องรีบเอื้อมมือน้อยๆของตนโอบกระชับคนตัวโตที่อยู่ตรงหน้าของนางเอาไว้แน่นหึ! เขาแกล้งนางหลิวหลีได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจเวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะมาถึงในหมู่บ้านหลิวหลีรู้ดีว่ามันช่างใช้เวลานานมากกว่าคราแรกมากนัก กว่าจะเข้าถึงหมู่บ้านแห่งเดิม เนื่องจากว่าในคราแรกนั้นม้ามันวิ่งเร็วมากเพื่อที่จะต้องตามตะครุบคนร้าย แต่รอบนี้มันเพียงแค่วิ่งเหยาะๆก็เท่านั้นแต่ทว่า...ไม่รู้ทำไมหลิวหลีกลับรู้สึกได้ว่ามันเร็วเกินไปใยถึงหมู่บ้านเร็วเกินไปนัก นางยังอยากจะนั่งมองแผ่นหลังของใครบางคนอีกครู่หนึ่ง ไม่ได้หรือไรหลิวหลียังคงนั่งเหม่อมองแผ่นหลังกว้างใหญ่ของรองแม่ทัพจูอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว แล้วจู่ๆแผ่นหลังเปี่ยมเสน่ห์พลันหายไปหญิงสาวถึงกับกระพริบตากลมโตปริบๆ ขณะยังคงนั่งเก้ออยู่บนหลังม้าเมื่อหญิงสาวมองไปรอบๆทิศทางรอบตัว นางจึงได้เห็นรองแม่ทัพจูผูกม้าเอาไว้ทางหนึ่งแล้วเดินไปคุยอยู่กับชาวบ้านอีกทางหนึ่งโดยที่นางยังนั่งอยู่บนหลังม้าอยู่เลย...อะไรกัน?“น้องชายท่านนั้นไม่ลงมาจากม้าหรือ” เสียงของชาวบ้านท่านหนึ่งถามไปทางรองแม่ทัพจูโดยวาด
รอยเลือดที่มีมากกว่า ฝุ่นดินที่มีเยอะกว่า สิ่งเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่ารองแม่ทัพจูผู้นี้กล้าหาญชาญชัยเพียงใดมิใช่ว่าเขาจะต้องอยู่กลางกลุ่มขบวนหรอกหรือ มิใช่ว่าเขาจะต้องให้เหล่าทหารออกประจัญบานล่วงหน้าหรอกหรือเพื่อรักษาบุคคลสำคัญที่มีตำแหน่งสูงส่งเหล่าทหารชั้นล่างย่อมต้องนำหน้าฟาดฟันก่อนมิใช่หรือ หลิวหลีคิดไปพลางเมียงมองสังเกตการณ์เหล่าทหารคนอื่นโดยรอบทิศทางอยู่อย่างนั้น“จะกลับหรือไม่” เสียงห้วนๆของรองแม่ทัพจูเอ่ยขึ้นทำเอาเด็กชายพลันสะดุ้งตกใจจนหัวของเขาเกือบตกออกจากไหล่ของหลิวหลี“เอ่ยดีๆไม่ได้หรือไร เด็กตกใจแล้วเห็นหรือไม่” หลิวหลีดุใส่รองแม่ทัพจูอย่างไม่ชอบใจ ดวงตากลมโตของนางจ้องเขม็งใส่รองแม่ทัพผู้นี้อย่างไม่ยินยอมให้เขาทำนิสัยแข็งกระด้างใส่นางรองแม่ทัพจูไม่เอ่ยตอบคำใด เขาเพียงก้มหน้าโน้มตัวลงมาใกล้ๆหลิวหลีที่นั่งอยู่กับพื้นหลิวหลีถึงกับถลึงตาโตตกใจเขาจะทำสิ่งใดนาง!?หญิงสาวถึงกับกระโดดตัวลอยหลบออกจากระยะที่รองแม่ทัพจูก้มใบหน้าคมคายของเขาและโน้มตัวของเขาลงมาเด็กชายที่นั่งพิงไหล่ของหลิวหลีอยู่ถึงกับล้มตัวหน้าทิ่มลงพื้นดิน“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ พี่ชาย” เด็กน้อยถึงกับโวยวายใส่หลิวหล
เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่หลังการจลาจลสงบลงโดยการที่กลุ่มคนร้ายถูกกลุ่มทหารกลุ่มใหญ่ไล่ต้อนจนกลุ่มคนร้ายพวกนั้นถูกล้อมเอาไว้และโดนไล่ต้อนไปที่ทุ่งโล่งกว้างหลังหมู่บ้านแห่งนี้หลิวหลีและเด็กชายคนหนึ่งจึงถูกบุรุษเจ้าของฝ่ามือที่กระตุกหลิวหลีขึ้นมานั่งอยู่บนหลังม้าตัวนี้ก่อนหน้านั้นจึงได้ถูกปลดปล่อยให้หลิวหลีกับเด็กชายเป็นอิสระจากบนหลังม้า“รองแม่ทัพจู” เสียงทหารนายหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับทำความเคารพมายังบุรุษผู้ที่หลิวหลีกำลังจ้องมองเขาอยู่“เจ้ากลุ่มพวกนี้มิใช่กบฏ แต่เป็นชนเผ่าๆหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามชายแดนที่เข้ามาหมายก่อความวุ่นวายเพื่อดึงความสนใจให้พรรคพวกของมันเข้าปล้นชิงอีกทางหนึ่ง” บุคคลที่นายทหารเรียกว่ารองแม่ทัพจูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่ายำเกรง“ตรงนี้มิได้มีอาณาเขตติดกับชายแดน ใยถึงเข้ามาได้กัน” หลิวหลีโพล่งถามขึ้นตามที่ตนสงสัยขณะยืนอยู่ไม่ไกลกับบุรุษนามว่ารองแม่ทัพจูรองแม่ทัพจูท่านนั้นหันหน้ามามองหลิวหลีด้วยสายตาคมเข้มดุดันพลางเอ่ยเสียงต่ำ “หากคิดจะปลอมตัวเป็นบุรุษก็ควรจะทำให้แนบเนียน มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะไม่รอด” จบคำก็สะบัดชายผ้าเดินจากไปไร้ซึ่งคำตอบใดๆที่หลิวหลีเอ่ยถามไปเมื่อครู่
หลังจากที่ฮ่องเต้ทรงโกรธกริ้วและไม่มีทีท่าที่จะยินยอมรับฟังคำแก้ตัวใดๆของเฉินหยางจินนั้นจูหยวนจางจึงเสนอแนะให้เฉินหยางจินร่วมมือกับเขาโดยการบอกกล่าวแก่องค์ฮ่องเต้ถึงการทำร้ายร่างกายว่าเป็นเพียงแค่การท้าประลองฉันท์มิตรสหายที่ดีต่อกัน แล้วจูหยวนจางจะทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงไว้วางใจเฉินหยางจินให้จงได้เฉิ
ตรงทางเดินทอดยาวระหว่างคุกหลวงกับทางเชื่อมระหว่างทางเดินด้านหลังของพระราชวังแคว้นเฉิน“ถวายบังคมฝ่าบาท” เสียงนุ่มนวลเนิบนาบของอัครเสนาบดีหลิวดังขึ้นเมื่อฮ่องเต้แคว้นเฉินดำเนินเสด็จพาดผ่านเจ้าแห่งแผ่นดินเพียงโบกพระหัตถ์ไปทางขันทีและคณะติดตามส่วนพระองค์ให้เคลื่อนตัวออกไปเพียงนิดก่อนเอ่ยขึ้นกับอัครเส
เวลายามซื่อ(09.00-10.59) ณ ท้องพระโรงของพระราชวังแห่งแคว้นเฉินเดิมทีจูหยวนจางเพียงต้องการเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อรายงานตัวเกี่ยวกับข่าวต้วนซิ่วของเขาเพียงส่วนตัวกับพระองค์ภายหลังจากเวลาว่าราชการขององค์ฮ่องเต้ทรงเสร็จสิ้นแต่ทว่า...แม่ทัพใหญ่หยางเจี๋ยกลับไม่ยินยอม ทั้งยังเอ่ยปากขอร้องฮ่องเต้ให้เขาได้เข
และเพียงไม่นาน ห้องพักสองห้องที่อยู่ติดกันตรงสุดทางเดินด้านในของโรงเตี๊ยมแห่งนี้พลันปรากฏเสียงบางอย่างที่ดังออกมาคล้ายๆกันได้อย่างน่าชื่นชมตรงทางเดินที่ทางด้านหน้าของห้องพักสองห้องที่กำลังเกิดเสียงแปลกประหลาดอยู่ในขณะนี้หลงจู๊ประจำโรงเตี๊ยมนามว่าอาเป่ากำลังยืนสับสนอยู่ตรงด้านหน้าของห้องสองห้องนี้







