LOGINและแล้วกำหนดการเดินทางไปประจำการที่ค่ายทหารของจูหยวนจางก็มาถึง
พรุ่งนี้แล้วสินะ... หลิวหลีคิดในใจขณะนั่งมองจูหยวนจางเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางอยู่ที่ตั่งตรงโต๊ะไม่ห่างจากชายหนุ่มมากนัก
"ท่านพี่" หลิวหลีอดใจเอาไว้ไม่ได้จึงเอ่ย "ให้ข้าช่วยเตรียมของนะเจ้าคะ"
จูหยวนจางเพียงปรายตามองหลิวหลีเพียงอึดใจก่อนเบี่ยงตัวหลบออกไปให้หญิงสาวได้เข้าไปจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ของตน โดยที่เขายืนมองและคอยบอกกล่าวว่าต้องเตรียมอะไรอย่างไร
หลิวหลีทำตามคำของจูหยวนจางทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วว่องไวพลางจดจำทุกรายละเอียดเอาไว้ว่าสิ่งใดบ้างที่ต้องเตรียมไปสำหรับอาศัยอยู่ในค่ายทหาร
ทุกอย่าง
นางจำได้
ทั้งหมด…
จูหยวนจางยังคงยืนจับจ้องมองไปที่ร่างระหงของผู้เป็นภรรยาที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดเตรียมข้าวของ พลางคิดในใจ
พรุ่งนี้แล้วสินะที่เขาจะต้องเดินทาง
อา...
เขาต้องทำอะไรสักอย่างกับภรรยาของเขา
เพื่อที่นางจะได้เฝ้ารอเขาอย่างทรมาน
ให้สมกับที่นางบังอาจมาผูกมัดเขา
นางบังอาจผูกมัดเขาด้วยสมรสพระราชทานบ้าๆนี่…
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม
"เอาล่ะ!เสร็จแล้ว" หลิวหลีกล่าวออกมาเบาๆขณะจ้องมองไปที่สัมภาระของสามี นางกำลังประมวลผลทุกสิ่งอย่างเอาไว้ในหน่วยความจำพร้อมทำไม้ทำมือนับแต่ละสิ่งอย่างถ้วนถี่โดยมิได้สนใจใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง
"คืนนี้..." จูหยวนจางเอ่ยขึ้นเบาๆด้วยประโยคที่คนฟังถึงกับขนลุก "เราควรนอนแต่หัวค่ำนะ เมียรัก"
“หือ...”
ประโยคนั้นทำหลิวหลีถึงกับชะงักงันตัวเกร็งแข็งทื่อเป็นท่อนไม้อยู่เบื้องหน้าของจูหยวนจาง
เขา...
เขาว่าอะไรนะ?
หลิวหลีถึงกับตาโต
กิริยาของหลิวหลีทำจูหยวนจางนึกขันอย่างสาแก่ใจ
ยัง
ยังไม่หมด
ยังมีอีก
เขาจะทำให้นางลืมเขาไม่ลงตลอดระยะเวลาที่เขาต้องไปประจำการที่ค่ายทหารหน้าด่านเลย
คอยดู...
คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่รอช้า เขารีบช้อนตัวของหญิงสาวขึ้นไว้แนบอกก่อนหมุนตัวพาร่างบางมาวางเอาไว้ที่บนเตียงนอนอย่างแผ่วเบา
หลิวหลียังคงตัวเกร็งแข็งทื่อตาโตเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เขาก้มหน้าลงมาแล้วจูบนางอย่างนุ่มนวล เขาจูบนางอย่างใจเย็นไล้เลียไปมาก่อนจะใช้ปลายลิ้นค่อยหยอกเย้าจนนางเผลอไผลเผยอริมฝีปากแยกออกจากัน
เขาจูบนางอย่างเบาแผ่วตั้งแต่ริมฝีปาก ลงไปเรื่อยๆตามใบหน้า แก้มนวล หน้าผาก
เขาไล้ปลายลิ้นของเขาเลียเลื่อนลงมาที่ใบหูแล้วกัดเม้มน้อยๆที่ติ่งหูก่อนจะจูบซุกไซ้อย่างอ่อนโยนไปตามซอกคอ
เขาทำอย่างระมัดระวัง ทั้งนุ่มนวล ทั้งอ่อนโยน ไม่มีความรุนแรงใดๆเหมือนดั่งเช่นในคือเข้าหอ
เขาทำนางอย่างทะนุถนอม ผิดจากคืนเข้าหออย่างสิ้นเชิง
การกระทำนี้ทำหลิวหลีถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดก่อนจะเคลิบเคลิ้มตามสัมผัสของเขา
เพียงไม่นานเสื้อผ้าอาภรณ์ของนางและของเขาก็ถูกปลดออกจากเรือนร่าง
จูหวนจางยังคงพรมจูบหลิวหลีอย่างนุ่มนวล ใจเย็น ใช้ริมฝีปากสัมผัสนางไปทั่วเรือนกาย
นางรู้สึกร้อนวูบวาบไปทุกๆที่ที่ริมฝีปากอุ่นๆของเขาเคลื่อนไคล้ไล่เลื่อนสัมผัสไปมา
เขาจูบนาง ดูดเม้มนาง ตั้งแต่ช่วงไหล่ ช่วงเนินอก บนเนินอกอวบนูน ยอดอกงามเด่น ไล่ต่ำลงไป ต่ำลงไป ไปจนถึงหน้าท้องแบนราบของนาง
"อา..." เสียงครางหวานใสถูกปลดปล่อยออกมาจากริมฝีปากของหลิวหลี มือเรียวงามของนางกำแน่นอยู่ตรงผ้าปูที่นอน
จูหยวนจางเคลื่อนกายขึ้นมาเหนือร่างของหลิวหลี เขาเพียงก้มมองใบหน้าของนางที่อยู่ใต้ร่างของเขาในยามนี้
เขาจ้องมองใบหน้าของนางนิ่งๆด้วยประกายตาที่ชวนวาบหวาม
หลิวหลีจ้องมองตอบสายตานั้นของเขาด้วยใจที่เต้นเร็วแรงระรัว
กิริยาของหลิวหลีบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่จูหยวนจางกำลังทำ... มันได้ผล
คืนนี้ทั้งคืน
เขาจะทำให้นาง
ลืมเขาไม่ลง...
จูหยวนจางคิดในใจพลางส่งยิ้มอ่อนโยนส่งให้หลิวหลี
ยิ้มนั้น
ยิ้มของเขา
ทำหลิวหลีถึงกับกระพริบตาขึ้นลงก่อนถลึงตาโต
นั่น!
เขายิ้มให้นาง
ใช่หรือไม่
เขายิ้มให้นาง...
หลิวหลีมองยิ้มของชายหนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา นางค่อยๆเอื้อมมือขึ้นจับใบหน้าของเขาเกลี่ยนิ้วเบาๆที่ริมฝีปากนั่น
อา...
ดีจริง...
หญิงสาวเหม่อมองใบหน้านั้นของชายหนุ่มอย่างหลงใหล
นี่นางคงชมชอบเขามากจนเกินไป
ทำไม
ทำไม...นางถึงได้โง่งมปานนี้
ใยถึงโง่งมเช่นนี้
จูหยวนจางมองอาการนั้นของหญิงสาวออก เขาดูนางออกได้ชัดเจนเป็นอย่างดี
อาการนั้น
ทำเขายิ้มออกมา
ได้กว้างขึ้น
"ต้องอย่างนี้สิ เมียรัก" เขากล่าวเสียงเบาใส่หน้าหลิวหลี ก่อนก้มลงจูบนางอย่างแผ่วเบา
ดวงตานั่น รอยยิ้มนั่น คำพูดนั่น น้ำเสียงนั่น
ทำหญิงสาวเห่อร้อนขึ้นมา
นางรู้สึกรุ่มร้อนจนต้องกัดริมฝีปากก่อนจะเผยอมันออกเพื่อรับกลีบปากของเขาที่แทรกเข้ามา
เขายังคงใช้ริมฝีปากของเขาอย่างละเมียดละไมไปตามริมฝีปากของนาง ใบหน้าของนาง ลำคอของนาง เนินอกของนาง และทั่วทั้งเรือนร่างนวลเนียนละเอียดลออของนาง มือเรียวยาวของเขาก็ช่วยกันจัดการนางได้เป็นอย่างดี เพียงไม่นานเขาก็ได้ครอบครองนางทั้งหมด นางทำได้เพียงครวญครางตามสัมผัสเสียวซ่านที่เขามอบให้
อา...
เขาช่าง
ร้ายกาจ
ร้ายกาจถึงเพียงนี้
หลิวหลีทำได้เพียงร่ำร้องอยู่ในใจ ในขณะที่ร่างกายของนางทำได้แค่เพียงตอบสนองการกระทำของเขา
ทุกจังหวะของจูหยวนจางที่ถาโถมเข้ามาในเรือนร่างของหลิวหลีเรียกเสียงรัญจวนอย่างสุขสมให้แก่หลิวหลีได้เป็นอย่างดี
หลายวันมาแล้วที่จูหยวนจางมาประจำการที่ค่ายทหารหน้าด่านคืนนี้ก็เหมือนดังเช่นคืนก่อนหน้านี้ที่ท้องฟ้ายังคงมืดมิดและเขาก็ยังคงนอนไม่หลับเหมือนดั่งเช่นเคยให้ตายเถอะ!เขายังคงสบถอยู่ในใจเขารู้สึกหงุดหงิดอยู่แบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาประจำการที่นี่ แม้ว่าจะผ่านมาหลายคืนแล้วแต่...เขาก็ยังคงหงุดหงิดอยู่คืนนั้น...คืนก่อนเดินทางนั่น...เขาคิดจะทำให้ภรรยาพระราชทานของเขาติดใจในรสสวาทรสรักที่เขาปรนเปรอให้เขาคิดจะทำให้นางเฝ้ารอเขาอย่างทรมานแต่...คืนนั้น...เสียงครวญครางหวานใสของสตรีนางนั้นเสียงนั้นมันทำให้เขานอนไม่หลับ!เขานอนไม่หลับเลยตั้งแต่คืนแรกที่เข้ามาประจำการที่นี่จนกระทั่งคืนนี้มันหลายคืนแล้วมัน...ให้ตายเถอะ!จูหยวนจางยังคงสบถขณะยืนเหม่อมองไปเรื่อยเปื่อยอยู่นอกที่พักประจำตัวของตนและก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้นเหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา...ภายในเรือนส่วนตัวของหลิวหลี คืนนี้หญิงสาวกำลังนั่งมองข้าวของเครื่องใช้สัมภาระจำเป็นที่จะต้องนำไปใช้ที่ค่ายทหารรวมถึงของใช้ประจำตัวของนางที่ควรจะนำไปใช่แล้ว...นางกำลังคิดจะไปอยู่ในค่ายทหารนางจะตามจูหยวนจางไปนางยังจำได้ดีถึงสายตาเย้ยหยัน
และแล้วกำหนดการเดินทางไปประจำการที่ค่ายทหารของจูหยวนจางก็มาถึงพรุ่งนี้แล้วสินะ... หลิวหลีคิดในใจขณะนั่งมองจูหยวนจางเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางอยู่ที่ตั่งตรงโต๊ะไม่ห่างจากชายหนุ่มมากนัก"ท่านพี่" หลิวหลีอดใจเอาไว้ไม่ได้จึงเอ่ย "ให้ข้าช่วยเตรียมของนะเจ้าคะ"จูหยวนจางเพียงปรายตามองหลิวหลีเพียงอึดใจก่อนเบี่ยงตัวหลบออกไปให้หญิงสาวได้เข้าไปจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ของตน โดยที่เขายืนมองและคอยบอกกล่าวว่าต้องเตรียมอะไรอย่างไรหลิวหลีทำตามคำของจูหยวนจางทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วว่องไวพลางจดจำทุกรายละเอียดเอาไว้ว่าสิ่งใดบ้างที่ต้องเตรียมไปสำหรับอาศัยอยู่ในค่ายทหารทุกอย่างนางจำได้ทั้งหมด…จูหยวนจางยังคงยืนจับจ้องมองไปที่ร่างระหงของผู้เป็นภรรยาที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดเตรียมข้าวของ พลางคิดในใจพรุ่งนี้แล้วสินะที่เขาจะต้องเดินทางอา...เขาต้องทำอะไรสักอย่างกับภรรยาของเขาเพื่อที่นางจะได้เฝ้ารอเขาอย่างทรมานให้สมกับที่นางบังอาจมาผูกมัดเขานางบังอาจผูกมัดเขาด้วยสมรสพระราชทานบ้าๆนี่…เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม"เอาล่ะ!เสร็จแล้ว" หลิวหลีกล่าวออกมาเบาๆขณะจ้องมองไปที่สัมภาระของสามี นางกำลัง
ตามทางเดินในตลาดทอดยาวรายล้อมไปด้วยร้านรวงมากมาย ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างพากันจับจ่ายใช้สอยกันอย่างวุ่นวาย หลิวหลีก็เช่นกัน วันนี้หญิงสาวออกมาเดินตลาดเพื่อเลือกซื้อของอย่างตั้งใจ โดยไร้ซึ่งสาวใช้ติดตาม นางมักจะชอบเดินตลาดคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไรอืม...นางอยากเอาใจจูหยวนจางให้มากเข้าไว้ยิ่งเห็นท่าทางหยิ่งยโสของเขาอย่างนั้นแล้วนางยิ่งคึก!เอ....นางเป็นอะไรมากหรือไม่กันนี่?เวลาผ่านไปครู่ใหญ่...หลิวหลียังคงเลือกเดินเข้าไปยังร้านขายผ้าเพื่อเลือกซื้อผ้าเอาไปตัดเย็บให้จูหยวนจางนางมีฝีมือตัดเย็บไม่ด้อยไปกว่าผู้คนที่ทำอาชีพนี้เสียด้วยซ้ำนางอยากตัดเย็บเสื้อผ้าให้เขาเอาไว้ใส่ในทุกโอกาส ทุกเทศกาล ทุกฤดูกาลอืม...นางกำลังทำให้ตนเองเหนื่อยเกินไปหรือไม่?ช่างเถอะ!ซื้อไปเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวดูอารมณ์อีกทีหนึ่งหลิวหลีคุยกับตนเอง เถียงกับตนเองอยู่อย่างนั้นนางมั่นใจว่านางรักจูหยวนจางแต่ทว่า!จูหยวนจางมิได้รักนางนางอาจจะดูเป็นสตรีโง่งมอยู่บ้างแต่นิสัยของนางถ้ายึดมั่นถือมั่นแล้วนางไม่มีคำว่าถอยนางสะกดไม่เป็น!เวลาผ่านไปซักพัก...หลิวหลีเดินทอดน่องมาระยะหนึ่งจึงมาถึงร้านขายหนังสือ หญิงสาวรีบก้าวเท
"ฮูหยิน นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้นางหนึ่งรีบวิ่งมาบอกกล่าวแก่หลิวหลีตามหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายหญิงสาวที่นั่งรอจูหยวนจางอยู่นานจึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินมาที่ประตูห้องเพื่อเมียงมองตามทางเดินเข้าเรือนพลางกล่าวแก่สาวใช้ "ขอบใจมาก เจ้าไปนอนเสียเถิด""เจ้าค่ะ" สาวใช้กล่าวรับอย่างไม่รีรอก่อนรีบเดินจากไปหลิวหลีนั่งรอจูหยวนจางกลับมาจากทำงานจนดึกดื่น แม้จะง่วงงุนอยู่บ้าง แต่นางยังอยากจะรอเขา"ท่านกลับมาแล้ว" หญิงสาวกล่าวทักทายเสียงใสเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้าห้องมา "เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ" นางกล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มด้วยท่วงท่านอบน้อมอ่อนช้อยจูหยวนจางที่เห็นหลิวหลีรอเขาอยู่พร้อมเสียงหวานใสของนางที่กล่าวแก่ตน แต่เขาก็มิได้สนใจนำพาใดๆกับนางเขาเพียงปรายตามองนางเพียงนิดก่อนเดินเข้าห้องอาบน้ำไปหลิวหลีได้แต่มองตามหลังกว้างใหญ่ของเขาที่เดินห่างนางไปอย่างเงียบงันอืม...หยิ่งจริงเชียว คืนเข้าหอยังคึกอยู่เลยหญิงสาวนึกเข่นเขี้ยวอยู่ในใจภายในห้องอาบน้ำที่ตลบอบอวลไปด้วยกลุ่มควันพวยพุ่งเพราะน้ำอุ่นได้รับการเติมเต็มอยู่ตลอดเวลาก่อนที่จูหยวนจางจะเข้ามาภายในห้องแห่งนี้นั้นชายหนุ่มยังคงนั่งแช
แม้ยามเช้ามาเยือนอยู่เป็นนานแล้วแต่หลิวหลียังคนนอนทอดกายอยู่บนเตียงใหญ่อย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงถึงแม้ว่าจูหยวนจางจะลุกออกไปจากเตียงแล้ว แต่หลิวหลียังคงนอนอยู่อย่างนั้น นางยังเจ็บปวดเนื้อตัวอยู่ไม่น้อย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหญิงสาวกำลังครุ่นคิดถึงพฤติกรรมของจูหยวนจางที่ปฏิบัติต่อนางเมื่อคืนเข้าหอนางรู้อยู่แก่ใจบ้างแล้วกับกิริยาแข็งกระด้างของเขา เท่าที่นางรู้มา เขาเป็นบุรุษที่ทั้งเย็นชา ทั้งยังไม่เคยโอนอ่อนผ่อนปรนไม่ว่ากับใครแต่ไม่นึกว่าเขาจะทำกับนางคล้ายกับประชดประชันถึงเพียงนี้นอกจากเขาจะมีนิสัยแข็งกระด้างแล้วเขายังไม่คิดจะถนอมบุบผาอีกด้วยก่อนที่นางจะตัดสินใจทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเขา นางได้เพียรพยายามสืบประวัติของเขามาแล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วนเขายังไม่เคยมีคนรัก ทั้งยังไม่เคยเกี้ยวพาราสีสตรีนางใด ไม่เคยมีใจให้ใคร ไม่มีนิสัยเจ้าชู้เจ้าสำราญแต่อย่างใดนางสืบจนมั่นใจอยู่หลายส่วนว่า ถ้านางได้เป็นภรรยาของเขา นางย่อมไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบุรุษหลายภรรยา ไม่ต้องกังวลในเรื่องการมีหลายอนุของสามีอย่างเขาหลิวหลีรังเกียจเหลือเกินกับการที่บุรุษมีหลายภรรยาบิดาของนาง เมื่อมี
"ตื่นแล้วหรือ"เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น หลิวหลีลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อเพ่งสายตาไปมองยังต้นเสียง พบเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างของห้องนอนจูหยวนจาง!เขานั่งอยู่ริมหน้าต่างหรอกหรือหลิวหลีคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อย เขาก็มิได้ออกจากห้องหอไปในคืนเข้าหอคืนแรกของนางกับเขาหญิงสาวค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ก่อนเอ่ย"ท่าน...เอ่อ...ท่านนั่งอยู่ตรงนั้นหรอกหรือ"จูหยวนจางลุกขึ้นเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงบนเตียงนอนใกล้ๆหลิวหลีที่กำลังลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงนอน เขาเพียงใช้สายตาคมเข้มของเขาจ้องมองหลิวหลีอย่างดุดัน"ทำไม ยังไม่พอใจอีกหรือ" เขาถาม"ยังไม่พอใจ ท่านหมายความว่าอย่างไร" หลิวหลีถามอย่างแคลงใจพลางถลึงดวงตากลมโตเข้าใส่ดวงตาดุดันของจูหยวนจางชายหนุ่มมิได้ตอบคำใด เขาใช้มือเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาลูบไล้นางจากหัวไหล่นวลเนียนของนางเรื่อยลงมาตามเนินอกกลมกลึงของนางอย่างแผ่วเบาแต่ยั่วเย้าหลิวหลีถึงกับตะลึงกับการกระทำของเขารู้ตัวอีกทีร่างของหลิวหลีก็ถูกจูหยวนจางกดให้นอนราบลงบนเตียง"ท่าน เอ่อ..."นางยังมิได้เอื้อนเอ่ยคำใด ริมฝีปากของนางก็ถูกเขาครอบครอง“อื้อ!” หลิวหลี







