เข้าสู่ระบบแต่ไม่สะทกสะท้านความกระหายของเขา ความกระหายที่ต้องการจะสั่งสอนเธอ
“คราม! ได้โปรด อย่าเอาตัวที่เกลือกกลั้วผู้หญิงคนอื่นมาใกล้มิว!” ร่างเล็กของมิวพยายามร่นถอยหลังไปด้วยเรี่ยวเเรงอันน้อยนิด เเต่เธอกลับโดนต้อนจนมุมกับกระจกทรงกลมด้านหลัง เเผ่นหลังเล็กเเนบชิดสนิทเนื้อกับกระจกเย็นๆ จนเเผ่ซ่านไปทั่วเเผ่นหลังเล็ก ดวงตากลมโตมองเขาที่ค่อยๆ ดันกายเเกร่งมาจนชิด จนกระทั่งส่วนที่เเข็งเเกร่งของเขาเเตะสัมผัสลงที่หัวเข่า
“มิว กูนอกใจมึงได้ เเต่กูก็ยังกลับมาหามึง” เขาเริ่มสาธยายความเห็นเเก่ตัวของตนเองออกมา พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งปิดประตู ขังเธอเอาไว้ท่ามกลางบรรยากาศ Toxic ที่อบอวลไปทั่ว “เซ็กส์กับความรักมันคนละเรื่องกัน เเค่ให้มึงเป็นที่หนึ่ง… ไม่พอเหรอ?”
“อย่ามาเห็นแก่ตัว!” หญิงสาวเเทบจะอยากตบหน้าเขา เเต่ไม่มีความกล้าพอที่จะลงไม้ลงมือกับคนที่ตัวเองรักเเทบขาดใจ มิวเกลียดตัวเองที่เป็นเเบบนี้ที่สุด “ถ้าครามยืนยันว่าจะเอาผู้หญิงคนอื่นมาเเทนที่มิว มิวก็มีได้เหมือนกัน เเล้วจะมีให้มากกว่าด้วย!”
“ก็ลองสิครับมิว” ดวงตาคมกริบไม่ได้มีเเววล้อเล่น เขามันเป็นคนเห็นเเก่ตัว เอาเเต่ใจ เอาเเต่ความสุขของตัวเองไม่เคยสนใจว่าเธอต้องเสียน้ำตากับการนอกกายเหล่านั้นไปกี่ร้อยกี่พันครั้ง เมื่อเขาท้าทาย มิวที่ไม่ได้กล้าจะไปทำเเบบนั้นตั้งเเต่เเรกจึงน้ำตารื้นขึ้นมา “มิวก็รู้ว่าเวลาพี่โมโหมันเป็นยังไง”
“...”
“มิวคงไม่อยากให้ผู้ชายของหนูโดนเก็บเพราะหนูใช่ไหม?”
เมื่ออาการโกรธของเขาเเปรเปลี่ยนเป็นระดับที่สูงที่สุด ครามจะพูดกับเธอด้วยคำพูดที่อ่อนหวาน น้ำเสียงที่นุ่มนวลเเอาใจราวกับวันเเรกๆ ที่คบกัน กับใจความที่ว่าเขาจะ ‘เก็บ’ ผู้ชายทุกคนที่เธอนอกใจเขาไปหาเพียงเพื่อเเก้เผ็ดคนเฮงซวยเเบบเขา มันทำให้มิวรู้สึกขนหัวลุกขึ้นมา เเม้จะไม่เคยเห็นครามเก็บใครจริงจัง เเต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาล้อเล่นกับเรื่องเเบบนี้
ราวกับเขากำลังข่มขู่เธอด้วยคำว่า ‘ถ้าไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะการเเก้เเค้นเด็กๆ ของเธอ ก็หยุดคิดซะ เพราะเขาไม่มีวันจะหยุดสันดานนี้ รวมถึงไม่มีวันจะปล่อยเธอไปเป็นเมียผู้ชายหน้าไหนด้วย’
สุดท้ายมิวก็หนีไปไหนไม่ได้ ความรักของครามไม่ต่างกับหนามเเละโซ่ที่รั้งข้อเท้าเธอไว้ พร้อมกับจับเธอเข้ากรงสวยๆ ราวกับเธอเป็นนกในกรงที่ถูกเลี้ยงดูไว้เพื่อความสวยงาม กรงที่เเคบลงทุกทีทำให้มิวรู้สึกอึดอัด เเต่ในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกว่าที่เขาทำเเบบนั้นเพราะเขาหึงหวงกันใช่ไหม?
เเค่เรื่องโง่ๆ ก็คิดเข้าข้างตัวเองเป็นตุเป็นตะ ยิ่งเมื่อเธอคิดเอาเองเข้าขั้นหลอนประสาทเพราะผลจากยาเสพติดที่ถูกป้อนส่งทางปากจากเขา ความหมกมุ่นทำให้มิวช้อนสายตาขึ้นมองเขาทั้งน้ำตา หากเเต่สายตาของเธอกลับหวานหยาดเยิ้ม
“พี่คราม… พี่ครามไม่ได้เกลียดมิวใช่ไหมคะ ไม่ได้เห็นมิวเป็นของตายใช่ไหม พี่ครามยังรักมิวอยู่ใช่ไหมคะ?” ปลาวนิ้วเล็กรั้งเสื้อเชิ้ตสีเทาของเขา จิกทึ้งจนยับยู่ยี่ มิวร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับลูกนกตกน้ำอยู่คาอ้อมอกของคราม
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มออกมา ฝ่ามือหนาค่อยๆ เอื้อมมาลูบเเผ่นหลังของคนรักอย่างปลอบประโลม
“พี่รักหนู ไม่เกลียดหรอก”
“จริงใช่ไหมคะพี่คราม” เขากระตุกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเธอทวนถาม ราวกับคำตอบของเขามันคือโลกทั้งใบ รวมถึงอากาศที่ทำให้เธอหายใจต่อไปได้
“พี่จะโกหกหนูทำไม”
“พี่คราม…”
“...”
“หนูก็รักพี่นะคะ… อย่าทิ้งหนูไปได้ไหม กอดหนูได้ไหมคะ”
เเค่นี้ก็จบเเล้ว
ชายหนุ่มดันร่างเล็กถอนจากกาย ดวงหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับดวงหน้าคมคาย เขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ ฝ่ามือหนาไล้ไปตามริมกกหู ไล่มาจนถึงซอกคอขาวจัด จนถึงชุดนักศึกษาที่หน้าอกของเธอมันช่างเต้่งตึงจนทำให้ดูเข้ากับชุดนี้เหลือเกิน
เเคว่ก
ครามฉีกกระชากกระดุมทั้งเเผงของเธอออกด้วยเเรงไม่มาก ทรวงอกอิ่มโผล่พ้นออกมาพร้อมกับบราเซียสีชมพูหวาน มันตัดกับผิวขาวที่บอบบาง ผิวที่ไร้ร่องรอยขีดข่วนรวมถึงรอยสิวฝ้าหรือตำหนิใดๆ
มิวเป็นคนที่สวย น่ารัก… เขาเองก็มองเธอมานานเเล้ว การได้เธอมาเป็นเเฟนไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาเเปลกใจ ในเมื่อเขามีครบทุกอย่าง เธอจะไม่รักเขาได้ยังไง
มิวลุ่มหลงเขา เเม้จะเกลียดสิ่งที่เขาทำ เเต่เธอก็ไม่เคยไปไหนรอดสักที
จนเขาเกิดความรู้สึกได้ใจ เมื่อเธอยอมฟังเเทบทุกอย่างไม่ต่างกับตุ๊กตาโง่ๆ ที่มีชีวิต ไม่ว่าจะทำเรื่องระยำหยาบช้าเเค่ไหน ไม่ว่าจะขู่เธออย่างไร เธอจะมองว่านั่นคือความรักอันร้อนเเรงที่เขาป้อนให้
ราวกับเเม่นกที่ป้อนอาหารลูก เเละลูกไก่ที่มองคนที่เห็นคนเเรกว่าเป็นเจ้าของชีวิตของมัน
การได้ควบคุม ครอบครองเธอท่ามกลางผู้ชายวัยเดียวกันกับเธอมากมายที่จ้องจะจีบมิวนั้น เขารู้สึกว่าเขามันสุดยอดจริงๆ
ไม่ว่าอยากได้อะไร ก็ได้มาในเงื้อมมือเสมอ
ไม่ว่าจะต้องการเเบบไหน เขาจะต้องได้มันในทันที
ร่างร่านสวาทของมิวกระสับกระส่ายอยู่บนขอบซิงค์ เธอที่ถูกเปิดเปลือยร่างกายอ่อนหวานรวมถึงความไร้ยางอายนั้นสั่นระริกราวกับคนที่ต้องการออกซิเจนเข้าปอด เเละเเน่นอนว่าออกซิเจนนั่นก็คือเขา
ปลายนิ้วที่สอดเขากับกลีบดอกไม้นั้นถูกตอดรัดเป็นจังหวะ ยิ่งเพิ่มปลายนิ้วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกระตุ้นปรารถนาของเด็กสาวจนเสร็จสมเฉอะเเฉะ ร่างเล็กซุกอยู่กับอกเขา จิกเสื้อของเขาจนยับยุ่ง
ยิ่งโกรธกันมา ก็ยิ่งเสียวซ่าน
เสียวขึ้นทุกวินาทีที่เขารุนเเรง ทุกครั้งที่ปากเขาบอกคำว่ารัก นั้นไม่ต่างกับยาปฏิชีวนะที่ป้อนให้ในยามที่เธอไร้หนทาง
ทรวงอกกลมกลึงถูกดูดดึงทั้งยอดอกเเละเนื้อเต้านมไปในปาก เขาดูดเเรงจนเธอกระตุกเกร็ง ยิ่งร่างเล็กสั่นระริกจนเสร็จคามือเขาเท่าไหร่ เขายิ่งขบกัดเธอเเรงขึ้น สร้างรอยจ้ำให้เธอมากขึ้นโดยจงใจ
มิวชอบเซ็กส์ของเขา… ชอบจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้
เขาเองก็ชอบ ชอบที่ได้ครอบงำเธอ
ยอดอกที่เเข็งขันนั้นเเข็งเป็นไตยิ่งขึ้น เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นอุ่นตวัดไปรอบๆ แล้วดูดดึงอย่างหื่นกระหาย
“อ๊ะ พี่คราม” เสียงหวานของมิวเปลี่ยนไปเรียกชื่อเขาอย่างไพเราะ ต่างจากก่อนหน้านั้นที่เธอก้าวร้าวเเละตวาดใส่เขาว่าจะพยายามมีคนอื่นให้ได้อย่างเขาบ้าง “พี่ครามคะ”
“พอใจไหม” เขากระซิบข้างหูเมียรัก ก่อนที่จะกระตุกเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนเผยร่างกายเเข็งเเกร่งสมสัดส่วนชายชาตรี ฝ่ามือใหญ่รั้งท้ายทอยของเด็กสาวมาดูดยอดอกสีเข้มของเขา มิวตวัดเลียพร้อมกับหลับตาพริ้ม เขาจึงดึงผมเธออย่างดุดันแล้วฉีกกระโปรงนักศึกษาออก แอ่นอกแกร่งลูบผมยาวๆ นุ่มสลวยนั่นอย่างกระหาย
“อ๊ะ! กระโปรงเค้า” เสียงใสร้องเสียงอ่อน กางเกงในของเธอถูกชายหนุ่มร่างยักษ์ดึงลงแล้วโยนทิ้งในพื้นห้องน้ำอย่างไม่ใยดี
“ไว้เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่สักสิบชุดเลยนะครับ”
“...”
“ที่รัก พี่อยากเอาหนูจะเเย่เเล้ว”
เรียวขาขาวถูกกูแหกออก ให้เธอถ่างขาจนสุดแล้วดันเธอไปจนชิดกระจก มิวร้องออกมาเบาๆ เมื่อกูแยกกลีบดอกไม้เธอดูความฉ่ำข้างใน แค่เอานิ้วชี้ไปแตะหนักๆ น้ำรักของเธอก็ติดมากับนิ้ว
มิวโม๊คไม่เป็น เพราะงั้นกูจะไม่สอนเพราะปกติชอบใช้กำลังบังคับให้เธออมมันเข้าไปแล้วดันเข้าอุ้งปากเธอจนสุดโคนอยู่แล้ว เลยรูดแก่นกายออกมาแล้วชักเข้าชักออกหนักๆ ให้มันแข็งขืน
พอมันแข็ง กูก็ตบมันกับช่องทางรักของเธอเบาๆ ได้ยินเสียงแฉะๆ ของเธอเป็นระยะ
กูตบมันนาน นานจนมิวขยับตัวอย่างขัดใจ
“... อะ เอามันเข้ามาสิคราม” กูเหลือบมองเมื่อมิวที่เอามือมาปิดปากกลั้นเสียงร้องโพล่งออกมาอย่างลืมอาย เธอกระหายเซ็กส์ของกูเสมอ กูเลยรู้ว่าจะปราบพยศเธอเวลางอนเรื่องผู้หญิงยังไง
ก็แค่กระแทกเข้ากระแทกออก
แม่งไม่ยากไรเลย
“อยากเหรอ?” กูกระซิบเสียงหนัก เห็นมิวหน้าแดงจัดในสายตา “เกือบหกเดือน ตั้งแต่มึงอายุสิบแปด... มึงไม่ชินเหรอมิว?”
“... คราม” เธอร้องหาผมอย่างโหยหา “ได้โปรด... เอามันเข้ามาในตัวมิวเถอะนะ”
“ได้” กูรับคำ พร้อมกับดันเข้าไปจนสุดลำในครั้งเดียว
ความรู้สึกแรก... เสียดเสียวจนเกินจะทนไหว
ร่างกายฉันถูกร่างสูงแกร่งดันไปจนชิดกระจกห้องน้ำ พร้อมกับท่อนแข็งร้อนที่ดุนดันเข้าออกอย่างรุนแรงตั้งแต่จังหวะแรก ลมหายใจเราทั้งคู่กระชั้นหอบถี่ ในขณะที่ครามจะซี๊ดปากเมื่อฉันเสียวมากจนบีบรัดเขา
“อ่า”
“อ๊ะ อ๊ะ คราม” ฉันร้องออกมา ร่างสั่นคลอนไปด้วยแรงของเขา มือเล็กปัดป่ายไปทั่วอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยสักเพื่อยึดเหนี่ยว ครามทำเพียงแค่จับเอวฉันแล้วกระแทกเข้ากระแทกออกเท่านั้น
แรงของเขาพร้อมกับลำแท่งอันแข็งร้อนที่มีขนาดมากกว่า 54 ทำให้ร่างฉันแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ยอมรับว่าครั้งแรกที่ครามทำฉันในรถตอนที่ฉันอายุสิบแปด เรือนกายอันใหญ่โตของเขาทำให้ช่องทางของฉันปริแตก บวมแดงไปหลายวัน แถมครั้งแรกนั่นก็เลือดออกอีกต่างหาก มันอาบขาฉันเลย
ตอนนั้นฉันร้องไห้จนไม่มีน้ำตา แต่ก็เพราะว่ารักไปแล้วถึงได้อยู่กับเขาตรงนี้ถึงแม้จะรู้ว่าเขามันเห็นแก่ตัวและเลวแค่ไหน
ฉันคงโง่ ที่บ้ารักเขามากเกินไปจนไม่ยอมไปไหน แม้ว่าเขาจะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตระหว่างที่มีฉันอยู่มากมาย
ครามกระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างแรงหลายครั้งหลายครา มันทำให้ฉันจุก แล้วทำได้แค่เพียงกอดเขาไว้ กลืนความเลวของเขาที่ทำฉันลงแล้วจำใจรับแรงอัดที่มีแต่อารมณ์ใคร่ของเขาไว้
ครามอาจรักฉัน หรืออาจไม่รักฉัน
ฉันขอแค่ได้ยึดเขาไว้ในอ้อมกอดนี้ ได้ตรึงเขาไว้ให้นานที่สุดก็พอ
ครามกระแทกแก่นกายจนพอใจ ก่อนที่เขาจะจิกผมฉันรั้งให้เปลี่ยนท่า กระดกก้นเข้าหาเขา
ร่างสูงถูของเขาเบาๆ กับบั้นท้ายของฉัน ก่อนจะกดลงไปในช่องทางรักแล้วขยำก้นฉันแรงๆ
แค่เสียงน้ำเหนอะหนะและแรงกระแทกก็มากพอที่จะทำให้ฉันกรี๊ดลั่นออกมา ครามเป็นคนที่เสร็จยาก แล้วเขาจะทำนานมาก เป็นชั่วโมง กว่าจะได้เสร็จสักครั้ง
ทำจนบางทีฉันสลบไปเลย
และครั้งนี้ก็คงเป็นอีกครั้ง ที่เขาจะทำให้ฉัน
ไร้เรี่ยวแรง
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






