เข้าสู่ระบบก่อนที่จะรู้จักเขา มิวคิดว่าครามนั้นมีเสน่ห์ในแบบที่ดึงดูดเหล่าแมลง และแน่นอนว่าดูอันตราย เขาเป็นนายแบบชุดชั้นในชาย หลายแบรนด์ดังมักมีเรือนร่างกำยำที่ถูกดูแลอย่างหนักของเขาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เสมอ ร่างกายที่แข็งแกร่ง สรีระที่งดงามแม้แต่เส้นเรียงสวยของกล้ามเนื้อทำให้เขาดูดุดันไม่เหมือนใคร
และเมื่อเขาได้รับความนิยม ผู้หญิงก็เข้าหาเขามากมาย รูปส่วนใหญ่ในอินสตาแกรมของเขาคือรูปเที่ยวกลางคืน ข้างกายเขามักไม่เคยมีที่ว่าง รอบอ้อมแขนแกร่งนั้นมักเต็มไปด้วยผู้หญิงเซ็กซี่ ครามเหมือนผู้ชายในอินสตาแกรมที่ภายนอกดูแบดบอย เป็นที่นิยม สักลาย เที่ยวบ่อยเหมือนเงินเขาไม่มีวันจะหมดง่ายๆ
โปรไฟล์อันแสนหวือหวานั่นสะดุดตาแมลงผู้หญิงทุกคน รวมถึงมิวด้วย
ครั้งแรกที่เขาทักมาจีบ เธอเลยค่อนข้างตกใจ ที่ว่าทำไมเขาถึงเลือกเด็กสาวอายุสิบเก้าที่เป็นเพียงเน็ตไอดอลระดับกลางๆ อย่างเธอ?
แต่มิวก็คงเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ที่ตอนนั้นอยู่ในวัยต่อต้านและอยากรู้อยากลอง พอเห็นอะไรที่ท้าทายก็อยากหลวมตัวเข้าไปรู้จัก จนได้สัมผัสว่าคำจำกัดความคำว่าแบดบอยและอันตรายของเขามันเละเทะแค่ไหน
พอมารู้ตัว ก็สายไป ทั้งตัวทั้งใจกลายเป็นของเขา
กว่าจะฉุกใจคิดได้ว่าตัวเองเลือกคบผู้ชายผิดถนัด ก็ตอนที่จับได้ไม่เว้นวันว่าเขานอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ทั้งๆ ที่มีเธออยู่
ใช่ แม้แต่ในวันแรกที่เห็นเขานอนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนหนึ่งที่เด็กสาวไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ทั้งร่างกายของทั้งสองคนเต็มไปด้วยรอยจูบและรอยขีดข่วนจากกิจกรรมอันเร่าร้อนบนเตียงที่ไม่ว่าใครมาดูก็รู้ว่าคืออะไร มิวไม่ได้อ่อนต่อโลกเกินกว่าที่จะถูกหลอกลวง วันนั้นที่เธอทรุดลงราวกับคนใจสลาย สิ่งที่ครามสวนกลับมาคือท่าทางไม่แคร์สื่อ
“สิ่งที่กูทำมันผิดตรงไหน?” นี่คือสิ่งที่เขาย้อนกลับมาตอนที่สวมใส่ชุดของตัวเองเข้าที่ เหมือนการที่เธอมาเห็นภาพนั้นมันคือเรื่องราวปกติของเขา “มิวต้องแยกแยะ ว่าเซ็กซ์กับรักมันไม่เกี่ยวกัน”
“แยกแยะบ้าอะไรพี่คราม ที่พี่ทำอยู่มันเรียกว่านอกใจนะ!” และแน่นอนว่าเธอตวาดใส่เขาทันทีที่เห็นท่าทีแบบนั้น แต่ก็เจ็บใจเหลือเกินที่ไม่ว่าจะอยากเกลียดแค่ไหนก็เกลียดไม่ลง ทั้งๆ ที่เห็นตำตาว่าเขากำลังมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น “พี่คราม ทำงี้กับมิวได้ไง พี่ครามไม่รักมิวแล้วเหรอ พี่ทำแบบนี้ลับหลังมิวได้ยังไง?”
“...”
“ถ้าพี่ไม่รักมิวแล้ว ก็เลิกกันไปซะที”
และนั่นเป็นคำสุดท้ายที่เธอพูดออกมาทั้งน้ำตา และเลือกที่จะเดินออกมาจากคอนโดหรูของเขา
เชื่อไหม นั่นไม่ใช่จุดสิ้นสุด เพราะสุดท้ายเขาก็รั้งเธอกลับมาได้เสมอ แค่เขาโทรมาขอโทษ ขอคืนดี หรือมาหาเพื่อมาเอาเธอ มิวก็แทบจะเซย์เยสเพื่อกลับไปหาผู้ชายเลวๆ อย่างเขาที่เธอเลือกเอง
เพราะคำว่าเจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควายมันใช้ไม่ได้กับผู้หญิงที่อ่อนต่อโลกที่ยึดถือผู้ชายคนเดียวนำพาชีวิตอย่างมิว เธอเลยยังคงอยู่ตรงนี้
ยืนอยู่ให้ครามเอามีดมาแทงเข้าที่อกซ้ำๆ ทุกวัน
ผัวแห่งชาติ คำนี้ใช้ได้กับครามนะ เพราะเขาแม่งก็เป็นผัวของผู้หญิงทุกคน!!
“คราม! ปล่อยมือมิว มิวเจ็บ!” กลับมาสู่เวลาปัจจุบัน ร่างเล็กนั้นถูกลากทึ้งดึงไปอย่างไม่ปราณีแม้ว่าจะมีใครในมหาลัยที่รู้จักกันมองมาก็ตาม มิวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะครามใช้แรงทั้งหมดบังคับแรงให้ตามไป เขาทั้งลากทั้งกระชากเธอแบบนี้มาตั้งแต่บนตึกวิศวกรรม
“ไม่ต้องเรียน” เขากัดฟันพูดอย่างเดือดดาล ก่อนที่จะลากคนตัวเล็กกว่าออกไปท่ามกลางสายตาของทุกๆ คน
ทุกครั้งที่เขาเห็นว่าเธอขัดใจ ครามจะใช้เซ็กซ์กับกำลังแก้ปัญหาทุกอย่าง
เหมือนเธอเองก็พอจะรู้ชะตากรรมของตัวเอง เมื่อถูกดึงมาถึงรถ BMW คันหรู มิวก็ได้แต่ร้องไห้อ้อนวอนเขาทั้งน้ำตา
“พี่คราม ปล่อยมิว ฮึก มิวเจ็บแขน”
เวลาเพียงหกเดือนกับผู้ชายสารเลวเพียงคนเดียว พังชีวิตเธอลงไปมากทีเดียว แต่มันก็สายเกินแก้แล้ว
เธอถลำลึกกับเขามากเกินกว่าจะเดินออกมาได้ด้วยตัวเอง
ครามไม่ได้ตอบอะไรกลับมาทั้งนั้น สีหน้าเขาดูดุดันขึ้นเมื่อเปิดประตูรถคันหรู พร้อมกับเหวี่ยงเด็กสาวในอ้อมแขนให้ขึ้นไปบนรถอย่างไม่ถนอม มิวตัวสั่นเทาอยู่ในที่นั่งข้างคนขับ เรือนกายที่บอบบางนั้นแทบจะสู้ไม่ได้กับแรงผู้ชายที่เล่นกล้ามออกกำลังกายทุกวัน
ครามพุ่งตัวไปนั่งฝั่งคนขับ สตาร์ทรถพลางหมุนพวงมาลัยเคลื่อนตัวออกไป พาเธอตรงไปยังที่ที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดี
เขาจะมีเซ็กซ์กับเธอจนกว่าอารมณ์พาลของเขาจะหยุดลง
ครามตบเกียร์รถเข้าโรงแรมม่านรูด ปกติเขามักจะพามิวไปฉลองที่โรงแรมหรูเสมอเวลาที่จะนอนกับเธอ เพราะเธอน่ารักและสวยถูกใจ เขาเปย์ให้เธอได้ทุกอย่าง แต่เมื่อไหร่ที่แฟนข้างกายทำตัวไม่น่าสบอารมณ์ เขาจะเลือกม่านรูดที่ใกล้ที่สุดเพื่อสั่งสอนให้เธอหลาบจำในห้องแคบๆ
คงมีบางเรื่องที่ปฏิเสธได้ยาก เพราะมิวยังใสบริสุทธิ์ เขาเป็นคนแรกของเธอ ในวันแรกที่มีเซ็กซ์กับเธอ มิวถูกเปิดซิงจนเลือดออก และครามก็รู้สึกราวกับว่าเขากลายเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของเธอนับตั้งแต่ตอนนั้น
ผู้ชายคนแรก แม้ว่ามิวจะไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกของเขาก็ตาม
แต่เขาก็ไม่ยอมให้เธอมีผู้ชายคนที่สองเด็ดขาด เพราะเขามันเห็นแก่ตัวยังไงล่ะ
ชายร่างใหญ่โตจองห้องอย่างรีบร้อนในขณะที่เด็กสาวมีท่าทีไม่ยินยอม แต่แค่วางบัตรแบล็คการ์ดบนเคาน์เตอร์ พนักงานในโรงแรมม่านรูดก็แทบจะมองข้ามท่าทางที่ดูราวกับต้องการความช่วยเหลือของมิวไปในทันที และรีบกุลีกุจอหาห้องที่ดีที่สุดมารองรับเขา
พนักงานชายเดินนำเขาขึ้นมาบนชั้นบนสุด ลิฟต์เก่าๆ ที่มีกลิ่นแออัดแต่ยังทำงานได้ดีพาเขามาถึงชั้นสี่ของตึกเล็กๆ นี่ ห้องพักที่ดีที่สุดเท่าที่โรงแรมม่านรูดถูกๆ จะหาให้ได้สำหรับลูกค้ากระเป๋าหนัก
แต่ความกำหนัดเพราะหงุดหงิดพลุ้งพล่านของเขาคงรออะไรที่หรูหรากว่านี้ไม่ไหว แค่เอากันได้ก็พอ
เมื่อถึงห้อง ร่างสูงสอดคีย์การ์ด กระชากร่างเล็กของแฟนตัวเองเข้าห้องพลางเสียบคีย์การ์ดล็อกประตูทันที เขาผลักร่างของเธอไปกระแทกกับตู้กระจกที่อยู่หน้าประตู ยังไม่ทันที่มิวจะเปิดปากร้องไห้ เขาก็บดขยี้ริมฝีปากจูบเธอด้วยความรุนแรง บดเรียวลิ้นไปรอบโพรงปากเล็ก กัดริมฝีปากของเธอจนชา
เม็ดยาบางอย่างถูกเคาะจากถุงพลาสติก เขาป้อนเข้าปากตัวเองในเสี้ยววินาที และส่งยาตัวนั้นผ่านเรียวลิ้นไหลลงสู่คอของมิว
มันคือยาเสพติดชนิดหนึ่ง
เมื่อหญิงสาวเริ่มอ่อนแรงขัดขืน เขาก็ใช้ปลายนิ้วมือปลดกระดุมชุดนักศึกษาของเธอ มืออีกข้างรั้งกระโปรงทรงเอที่ยาวพอประมาณขึ้นสูงจนถึงต้นขา รั้งแพนตี้ตัวจิ๋วลงจากสะโพกผายของเธอในทันที
หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความอ่อนไหวนั้นล้ำลึกจนรู้สึกแปลกประหลาด เธอเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำไงจึงมุดตัวหนีเข้าไปในห้องน้ำที่เปิดประตูทิ้งเอาไว้
ตึง!
“...!!”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะปิดประตูเพื่อขังตัวเองเอาไว้กับความเจ็บปวด ทั้งที่พยายามจะตัดใจแต่เขากลับรั้งเธอมาที่โรงแรมแบบนี้มันบ้าเกินไป ครามก็ดันเอาแขนแกร่งไปแทรกไว้ มันเลยกระแทกแขนเขาเต็มๆ
“คะ... คราม! อื้อ!” น่าเจ็บใจที่เมื่อเห็นว่าประตูปิดทับแขนเขาจนเกิดเป็นรอยช้ำ หญิงสาวกลับรู้สึกเป็นห่วงแถมยังรู้สึกผิดเอามากๆ แต่นั่นก็ราวกับจะเปิดช่องให้ครามรุกเข้าหาเธอได้ง่ายขึ้น ชายหนุ่มพุ่งเข้าหาเธอที่ยืนตกใจอยู่ในห้องน้ำ ยกร่างเล็กของมิวขึ้นบนซิงค์อ่างล้างมือ เขาบดจูบเธอทันทีโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่
ใช่ มันเจ็บ
แต่ไม่สะทกสะท้านความกระหายของเขา ความกระหายที่ต้องการจะสั่งสอนเธอ
แกรกตามคาด เธอเปิดประตูออกมาแทบทันที“เล่นสกปรกไม่หยุดเลยนะ...!” เธอยังไม่ทันพูดจบ กูก็รุกไล่เธอเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูไว้พร้อมล็อกกลอนแน่นสนิท จูบเธออย่างรุนแรงเมื่อเห็นว่าเธอยังคงใส่ชั้นในที่เปียกน้ำ ยอมหักไม่ยอมงอ ผู้หญิงแบบนี้กูชอบ“นั่งลงหน่อย” กูพูดเสียงแหบต่ำ มิวมีท่าทีไม่ยอม แต่เมื่อกูคว้าไหล่เธอลงแล้วกดให้เธอนั่งลงที่ฝาชักโครกอย่างใช้กำลัง มิวก็เห็นท่อนเอ็นที่ผงาดขึ้นของกูจ่ออยู่ตรงหน้าเธอ “โม๊คควยกูสิ”“หืม” ร่างเล็กเอียงคอ ต้นคอที่เปียกด้วยหยดน้ำแพรวพราวขาวผ่องในความทรงจำของกู เส้นผมที่เปียกนิดๆ พร้อมกับชั้นในที่แฉะแนบลู่กับทรวงอกจนเห็นเป็นโครงเต้านมและเม็ดหัวนมจางๆ “พูดอีกทีสิคะ”น้ำเสียงเซ็กซี่เย้ายวน จนกูยั้งใจไม่อยู่“กูต้องการมึงเหลือเกินว่ะมิว” กูเผลอพูดออกไป มือที่กำท่อนเอ็นไว้บีบแน่น ตั้งใจจะคุมเชิงให้อยู่เหนือเธอได้ เพราะรู้ใจว่าคนอย่างมิวคงยังไม่หยุด แต่ความต้องการที่มากล้น ความหอมหวานจากร่างกายเธอทำให้กูคลั่งไคล้ ยอมศิโรราบให้เธอโดยดุษณี“... จริงเหรอ” ในความเงียบ น้ำเสียงของมิวราวกับเธอคือผู้ชนะ[จบพาร์ท : พี่คราม]ฉันฉีกยิ้มออกมา ปรายตามองไปยังท่อนเนื้อขนาดใ
[พาร์ท : พี่คราม]หลังจากมิวพูดว่าจะเกลียด กูก็ไม่กล้าทำอะไรอีกไม่ใช่กลัว แต่อิทธิพลมิวตอนนี้มีมากสำหรับกู เธอทำให้กูบ้าคลั่งตามมาที่เกาหลีได้ ที่ที่คิดว่ากว้างพอที่เธอจะหนีกูไปเริ่มชีวิตใหม่กับผัวใหม่ได้ แต่อย่าคิดว่ากูจะยอมตั้งแต่ที่ความศรัทธาสร้างขึ้นว่าเธอต้องเป็นแม่ของลูก กูก็ยังคงบ้าคลั่งอยู่เสมอ บ้าคลั่งไม่หยุดหลังจากได้ปรนเปรอความสุขจากร่างกายเธอจนหนำใจ สิ่งที่ควรทำต่อไปคือการกระทำโง่ๆใช่ การทำคะแนนแบบควายๆ ให้เมียที่เพิ่งได้มาตกหลุมรัก“ไปอาบน้ำก่อน วันนี้มึงต้องทำตัวให้ชินกับพูม่า” กูพูดกับร่างเล็กที่ห่อร่างด้วยผ้าเช็ดตัวสีดำของกู ความสวยพิฆาตทำให้กูหลงใหลจนอยากชักดาบใส่อีกสักครั้ง แต่ต้องห้ามใจ เมื่อสุดท้ายเธอเตือนว่าจะเกลียด “แล้วก่อนจะไปหาลูก กูจะทำข้อตกลงระหว่างเรา”“คิดว่าแค่ได้กลับมาเอาอีกครั้งจะทำให้มิวใจอ่อนเหรอ?” เธอแค่นหัวเราะ เสยผมขึ้นจนผมบลอนด์เทานั้นสะบัดฟุ้ง “ไม่มีทาง มิวจะหาทางกลับไปหาแจวอน แล้วก็ไม่เลิกกับเขาด้วย”กูคิ้วกระตุกถี่ยิบ“อย่าให้ต้องพูดซ้ำ มิว” กูกดเสียงทุ้มต่ำ คุมโทนให้รู้ว่าไม่นานมันกำลังจะเกรี้ยวกราดในไม่ช้า มิวชะงักไปเมื่อกูผุดลุกขึ้นจากปล
มิวที่อ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของลูกน้องกูความหึงหวงพุ่งขึ้นสูง กูส่งสัญญาณให้รุ่นน้องพาร่างมิวมาวางบนเตียงภายในห้อง เพราะเมื่อยาออกฤทธิ์แรกๆ เธอจะสะลึมสะลือไม่ได้สติ“ออกไป” กูสั่งเสียงเรียบ ลูกน้องได้แต่ก้มหน้า แล้วหันหลังเดินจากห้องมันชื่อ ‘อิฐ’ ลูกน้องคนสนิทตั้งแต่กูยังเด็ก ตอนนั้นชีวิตกูร้าวรานจากคนเป็นพ่อ มีมันที่คอยอยู่เป็นเพื่อน จึงเหมือนสหายแสนรัก คนอย่างกูที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นลูกที่ไม่ได้ความ มีมันคอยดูแลอยู่ไม่ห่างแต่นี่ไม่ใช่เวลาซาบซึ้ง กูผละออกจากโซฟา ลืมอาหารค่ำไป เดินไปหาร่างอ่อนปวกเปียกที่นอนอยู่บนเตียงมิวมีใบหน้าที่สวย เธอเหมือนติดตรึงในใจกู ร่างเล็กค่อยๆ ลืมตาขึ้น พอเธอเห็นกู เธอก็เกร็งไปทั้งตัว“อา...”เสียงครางหวานล้ำดังมาจากเรียวปากบาง ร่างเล็กเสยผมขึ้น บิดกายอย่างยั่วเย้าจากฤทธิ์ยา เนินนมขาวเนียนโผล่พ้นออกมาจากชุดตัวเดิมที่ใส่ไปที่ผับเมื่อกี้ แสดงว่าไอ้อิฐลักพาตัวเธอมาตอนระหว่างกลับกับผัวเกาหลีเธอจะไม่ได้เสวยสุขกับผัวเลยสักวินาทีเดียวคนที่จะได้ครอบครองเธอ มีแค่กูเท่านั้น“ว่าไง” กูทักทาย กระตุกยิ้มเมื่อมิวลูบไล้ไปตามร่างกายของตัวเอง ตอนนี้คงจะร้อนไปหมดทั้ง
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
หลังจากที่พี่เวย์เดินออกไป ครามก็ผุดลุกขึ้นยืน เขาท้าวแขนกับโต๊ะโดยที่มีฉันอยู่ตรงหน้าของเขา ครามฉีกยิ้มออกมาฉันหลุบตาลงมองริมฝีปากเขาที่ยกยิ้ม ก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบแผ่นอกที่มีเสื้อเชิ้ตฮาวายปกปิดไว้เบาๆ“อะไรเหรอคะ จ้องมิวแบบนั้น”“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” เขาพูดพร้อมกับคว้าข้อมือของฉันมาจับไว้ พร้
“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป‘น่ารักดี’ เหรอ“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา
ฉันโกรธมาก และไม่สามารถให้อภัยทั้งพี่เหมียวและครามได้พ่อแม่ที่คิดว่าเราคือพี่น้องที่รักกันดีได้ตาสว่างก็วันนั้น เขาเรียกเรามาคุยกัน แต่ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าพี่เหมียวในบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอยังคงเกลียดฉันไม่เปลี่ยน แล้วจงใจหักหลังกันฉันหนีออกจากบ้าน ยกผู้ชายสารเลวให้พี่เหมียวไ
หมับ“กูรักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไปแต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่ว่ากูจะเลือกใคร“...”“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ก







