LOGINจบสงครามรักลงด้วยความเหนื่อยล้า ฉันสลบไปภายในห้องของโรงแรมม่านรูดประมาณสองชั่วโมง ก่อนที่จะตื่นมาอีกทีแล้วพบว่าครามกำลังดูดบุหรี่อยู่ที่ปลายเตียง
ที่ตื่นเพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่นี่ล่ะ
“คราม มิวบอกแล้วไงว่าให้หยุดสูบบุหรี่เวลาอยู่กับมิว” ฉันแย้งขึ้นแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา แต่ขาสั่นตัวสั่นจนขยับตัวไม่ไหว “อะ”
“กล้าสั่งเหรอ” เขาหันหน้ามาถาม พร้อมกับฉีกยิ้ม
“อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะ” ฉันงึมงำเบาๆ ด้วยท่าทางงอนเขาแล้วล้มตัวลงนอน “ครามไม่รักมิวเลย”
“กูจะไม่บอกว่ากูรักมึงมั้ยนะมิว” เขาพ่นบุหรี่ออกมาเป็นวงกว้าง “กูว่ามัน... เลี่ยนๆ พูดบ่อยเดี๋ยวมึงได้ใจ”
“...”
“แต่คราวนี้มึงคงรู้แล้วนะ ว่าตัวกับใจมึงเป็นของใคร” ฉันชะงักไป ก่อนที่จะหรี่ตาลงมองเขา แล้วก็เห็นว่าครามมองฉันในความเงียบ “มึงจะไปคบกับคนอื่นนอกจากกูไม่ได้”
“งั้นครามก็ทำบ้างได้มั้ยล่ะ” ฉันผุดลุกขึ้น มองเขาอย่างอ้อนวอน “ครามทำเพื่อมิวสักเรื่องได้มั้ย ถ้ามิวจะขอ”
“ว่ามา”
“ครามเลิกนอกใจ เลิกมีชู้ แล้วอ้างว่าเซ็กส์กับความรักไม่เกี่ยวกันได้มั้ย” ฉันอ้อนเขา แม้จะรู้ว่าเขาติดเป็นสันดานแล้วก็ตาม “เรื่องการพนัน เรื่องเหล้า เรื่องเพื่อนที่คบ เรื่องสรรพนามที่ใช้กับมิว มิวไม่เคยว่าครามสักเรื่อง เพราะครามโตกว่ามิว”
“...”
“แต่ขอแค่เรื่องนี้ได้มั้ย ที่อย่าหักหลังกัน”
ร่างสูงมองฉัน แววตาของเขาแพรวพราวจนน่ากลัว ก่อนที่ครามจะแค่นหัวเราะออกมา เขาทำเหมือนมันเป็นเรื่องตลก
“ได้” เขายิ้มรับ “จะไม่มีเซ็กส์กับคนอื่นนอกจากมึงก็ได้”
“จริงเหรอ” ฉันเผลอหลุดยิ้มออกมา นี่ล่ะความสุขของฉัน แค่ครามสัญญาว่าจะไม่มีคนอื่น เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว ฉันเข้าไปโผกอดร่างใหญ่ๆ ของครามอย่างรักใคร่ “มิวรักครามนะ ขอบคุณที่ทำให้มิว”
ฉันไม่รู้ว่าครามทำสีหน้ายังไงตอนฉันกอดเพราะฉันมองไม่เห็น ฉันรู้แค่ว่าเขาตอบกลับมาด้วยการกอดฉันกลับอย่างแนบแน่น แล้วกระซิบเสียงหนักที่ข้างหู
“แน่นอน”
[พาร์ท : พี่คราม]
กูกับมิวรู้จักกันมาห้าเดือนได้
กูเป็นคนหยาบคาย แต่พยายามปั้นน้ำเป็นตัว ทำตัวดีกับมิวตลอดตั้งแต่แรกเจอ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเธอคงพอรู้ประวัติของกู
อดีตรุ่นพี่ที่เหมือนเป็นคนรู้จักกันกับพ่อของเธอ พ่อของมิวฝากฝังมิวไว้กับตระกูลกู โดยที่กูรู้อยู่แก่ใจว่าพ่อเธอมันก็แค่เห็นอำนาจและเศษเงินที่กูมี แล้วอยากจะฝากลูกสาวไว้เพื่อจะหุ้นทางอ้อม
พ่อกูเป็นมาเฟียและดูแลเรื่องดำมืดทั้งหลายไว้ในอุ้งมือหยาบโลนทั้งสองข้าง และกูเป็นลูกคนเดียว จะเรียกว่าลูกเศรษฐีก็ได้
แม่กูตายไปแล้ว กูจำหน้าแม่ไม่ได้และไม่คิดจะจำ เพราะถูกพ่อปลูกฝังว่าแม่มีคนอื่นจนติดโรคแล้วถูกไล่ออกจากบ้านให้ไปตายข้างนอก
จนโตมาป่านนี้ กูก็เพิ่งรู้รสชาติของเซ็กส์ตอนอายุสิบสอง เพราะพ่อกูก็นอนกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว กูเลยลองเอากับแม่บ้านในบ้านทุกวัน จนอายุสิบหกก็เริ่มไปซื้อผู้หญิงลวงมาทำ แล้วร่านจนมาเจอมิว
ยอมรับว่าเป็นคนติดเซ็กส์ กูมันเอาไม่เลือกอยู่แล้ว
กูแค่อยากได้แฟนที่รับกูได้ ที่ยอมให้กูเรี่ยราดได้โดยไม่ใส่ใจ เพราะยังไงกูก็จะกลับมาตายรังที่เดิม
กูรักมิว แต่เธอ
“ครามเลิกนอกใจ เลิกมีชู้ แล้วอ้างว่าเซ็กส์กับความรักไม่เกี่ยวกันได้มั้ย”
ไม่เคยเข้าใจกู
กูไม่ได้เริ่มเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก กูในอดีตเคยเป็นคนรักเดียวใจเดียว แค่มากเซ็กส์ แต่ไม่มากรัก
เคยรักผู้หญิงคนเดียว ตายได้เพื่อผู้หญิงคนเดียว แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองกูไม่มีค่า เหมือนของตาย
สุดท้ายความรักที่กูมอบให้ไปก็ถูกเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี อีนั่นเดินจากไปเหมือนกูไม่มีตัวตน
มันเป็นความรักครั้งแรก เซ็กส์แรกที่รู้สึกดีจนไม่อยากหาใครใหม่ แต่นั่นก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพราะสุดท้ายเธอก็หักหลังกู ทิ้งให้กูเหลือแต่ความรักที่พังไปแล้ว
นับตั้งแต่นั้นกูเลยไม่อยากพลาดอีก เหมือนที่เคยพลาดมาแล้ว เพราะหลังจากอีนั่นเดินจากไป มันก็เดินกลับมาเพราะไม่เหลือใคร แล้วทำให้กูเจ็บซ้ำเจ็บซากจนแทบเป็นบ้า เพราะกูเองก็ควาย รักมันจนหมดใจ
และสุดท้ายมันก็บอกกูว่า
‘น้องสาวเราก็เหมือนเราน่ะล่ะ ถ้าครามยังลืมเราไม่ได้ ก็ไปเอาน้องสาวเราแทนสิ’
ก่อนที่จะหนีกูไปในครั้งสุดท้าย มันแนะนำน้องสาวของมันให้กู บอกว่าเป็นน้องสาวที่หน้าคล้ายกันมาก คงเอามาแทนที่กันได้ อยากจะทำไรก็ทำ แต่สุดท้ายมันก็จะไป
กูประชดมันด้วยการเข้าหาน้องสาวมัน โมโหที่น้องสาวมันไปคุยกับผู้ชายคนอื่นเพราะคิดว่าเป็นตัวแทนของมัน แล้วข่มขืนน้องสาวมันตอนที่เธออายุได้แค่สิบแปด
ใช่
น้องสาวของอีนั่น คือมิว
[จบพาร์ท : พี่คราม]
พี่สาวของฉันกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน
‘พี่เหมียว’ คือพี่สาวแท้ๆ ของฉัน เราไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก เป็นพี่น้องที่เกลียดขี้หน้ากันตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเล่นด้วยกัน
ฉันกับพี่เหมียวเรามีใบหน้าที่คล้ายกันมาตั้งแต่เกิด แต่พี่เหมียวมักก้าวไปไกลกว่าฉันเสมอ เนื่องจากฉันอายุน้อยกว่าเธอตั้งห้าปี มารู้สึกตัวอีกทีตอนวันเกิด เธอก็บินไปต่างประเทศ ที่นั่นคือญี่ปุ่นเพื่อไปทำงาน
ไม่มีใครรู้ว่าเธอบินไปที่นั่นทำไม เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอ
พ่อแม่เรารักพี่เหมียว รักฉัน รักทุกคนเท่ากัน บ้านเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่ไม่รู้ทำไมฉันกับพี่เหมียวถึงไม่ถูกกันนัก
อาจเป็นเพราะ
พี่เหมียวเคยคบกับเพื่อนผู้ชายที่ฉันแอบรัก ฉันคงรู้สึกเหมือนโดนแย่งล่ะมั้ง
ฉันมันก็แย่นะ ที่จ้องแต่จะอิจฉาพี่สาวของตัวเองอยู่เรื่อยไป ตอนอายุสิบแปดพยายามเป็นที่สนใจจนได้เป็นเน็ตไอดอลเพราะอยากเด่นกว่าพี่สาวตัวเอง จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่
มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ที่ครามละเว้นให้ฉันหายใจอยู่ได้
การเป็นเน็ตไอดอล
พี่เหมียวกลับมาพร้อมกับทรงผมยาวสีชมพู ท่าทางเปรี้ยวจัดจนฉันมองอย่างทึ่งสุดๆ พร้อมกับก้มลงมองตัวเองที่ยังเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบเก้าที่เพิ่งแตกเนื้อสาว พี่เหมียวที่อายุยี่สิบสี่ตอนนี้เจิดจรัสจนฉันไม่สามารถเทียบได้
ฉันไม่รู้ว่าเธอเริ่มมีเซ็กส์ครั้งแรกตอนไหน แต่ถ้าเธอรู้ว่าฉันมีเซ็กส์กับแฟนครั้งแรกตอนอายุสิบแปด เธอต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อแม่แน่ๆ
พ่อแม่ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยนะ ฉันปิดตลอด พอรู้ว่าจะเข้ามหาลัยฉันก็ขอย้ายเข้าหอนานๆ ทีจะกลับบ้าน พ่อแม่ไม่รับรู้เรื่องครามด้วยซ้ำ แถมยังมองฉันเป็นเด็กดีสุดๆ
จริงๆ วันนี้ที่กลับบ้านมา เพราะว่าแม่โทรมาบอกว่าคิดถึงก็เลยกลับไป อีกอย่างตั้งแต่วันนั้น ครามก็ไม่ค่อยได้มีเรื่องผู้หญิงให้ระแคะระคายใจตามที่เขาว่าจริงๆ
ฉันก็โล่งใจหน่อย แต่ก็พยายามอย่างมากไม่ให้ครามรู้ว่าฉันมีพี่สาวอีกคน ที่สวยและเปรี้ยวกว่าฉัน แถมยังไม่ถูกกันอีกต่างหาก
แค่คิดว่าถ้าเธอจะแย่งครามไปจากฉัน ก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว
ฉันมองพี่เหมียวที่คุยกับแม่พ่อเงียบๆ นั่งดูดโค้กอย่างหงุดหงิดที่เห็นหน้าพี่สาวที่ไม่พึงใจ จริงๆ อยากเป็นลูกคนเดียวด้วยซ้ำ ไม่ได้อยากมีพี่สาวแบบนี้เลย
พี่สาวที่ดีกว่าทุกอย่าง จนแอบคิดว่าเธอจะเข้ามาแย่งทุกอย่างไปจากฉัน
“เหมียว น้องเราก็เข้ามหาลัยแล้วนะ ไหนๆ นานๆ ทีก็เพิ่งเจอกัน เข้าไปคุยกับน้องหน่อยสิ” ฉันชะงักนิดๆ เมื่อแม่พูดกับพี่เหมียวที่ไม่คิดจะชายตามามองน้องสาวคนเดียวที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
พี่เหมียวคลี่ยิ้มหวาน พร้อมกับโบกมือทักทาย
“ฮาย มิวน้อย”
ฉันได้แต่ยิ้มกลับไป แน่ล่ะ เล่นละครกันทั้งคู่ เพราะพ่อแม่ไม่เคยรู้ว่าเราทั้งสองคนเป็นพี่น้องที่ไม่ถูกกัน
พี่เหมียวเดินเข้ามาหา ผมสีชมพูอ่อนพลิ้วยาวทำให้ฉันนึกอิจฉา ผมฉันเนี่ยไม่เคยทำสีมาก่อน เลยเป็นสีดำเรียบๆ แบบนี้
“พี่เปรี้ยวขึ้นนะ” ฉันพยายามเริ่มบทสนทนา เพราะแอบมีหนึ่งใจเล็กๆ ที่คิดว่าพี่เหมียวคงจะโตพอที่จะเลิกเมินฉันแล้ว ฉันนี่สิที่ยังเด็กจนขี้อิจฉาเธอ
“หมายถึงผมเนี่ยเหรอ” เธอจับผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นมา “แค่ทำสีเอง สู้มิวน้อยไม่ได้หรอก”
“เลิกเรียกหนูว่ามิวน้อยสักที หนูโตแล้วนะ” หนูกระซิบหน้าบูดๆ
“โอ๋ ก็เรายังดูเด็กในสายตาพี่อยู่เสมอนี่นา” เธอพูดยิ้มๆ พร้อมกับลูบผมฉันเบาๆ ใจฉันอ่อนยวบไปในทันที ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกันนะ “เข้ามหาลัยแล้วเป็นไงบ้าง มีแฟนรึเปล่า”
ฉันกลืนน้ำลายลงคอนิดๆ ในใจแอบคิดอีกแล้ว
ถ้าเธอแย่งครามไปล่ะ
“... มีแล้ว แต่อย่าบอกแม่นะ ไว้หนูจะพาเข้าบ้านเอง” ฉันเผลอบอกเธอไปโดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะอยากแสดงความเป็นเจ้าของเขา
พี่เหมียวท้าวคาง เธอมีแววตาแปลกๆ
“จริงเหรอ ใครล่ะ”
ฉันทึ่งกับคำตอบนั้นยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด Do it DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้“มึงล่ะ”“...”“คิดถึงกูบ้างมั้ย”ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้น แต่เหมือนความเลวที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่าฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”“กูแค่ดูว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้นพอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือพี่เหมียว“นี่” ฉันปรายตาขึ้น
“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป‘น่ารักดี’ เหรอ“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงโปร่งจูบหลังมือฉันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มให้ฉัน ต่อหน้าสายตาที่แวววาวของคราม“รอพี่แปปนะครับ” เสียงทุ้มหวานแบบสาวห้าวทำเอาฉันหลงเสน่ห์ไปชั่ววูบนึง ก่อนที่เธอจะกระดกเหล้าแล้วเดินออกไปเหมือนจะเป็นใจรึเปล่านะ เหลือฉันกับครามอยู่ด้วยกันแค่สองคน มีเพียงแค่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ว่างเปล่าของพี่เวย์กั้นอยู่ตรงกลางฉันหันไปสนใจกับค็อกเทลตัวเอง โคลงแก้วไปมาโดยไร้เสียงทักจากคราม แอบเหลือบมองเขานิดหน่อย เห็นว่าร่างสูงเองก็กำลังกระดกเหล้าเข้าปากดูสีหน้าครามไม่ค่อยดี แต่เขาพยายามไม่แสดงอาการฉันแอบฉีกยิ้ม คงมีปัญหากับเมียอสรพิษของเขา พี่สาวของฉัน ยังไงคนอย่างเธอก็คงไม่ได้จบที่การมีลูกในวัยนี้หรอกฉันรู้น่า ฉันรู้ลุกไปเข้าห้องน้ำตามพี่เวย์ดีกว่า ยังไงก็ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับ
ฉันรู้มาว่าครามไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองเทงานแล้วมาหาเมียกับลูก อันนี้ออกมาจากปากเขาเอง ที่รีบตามมาสมทบเพราะกลัวว่าเมียกับลูกจะเกิดอันตรายจากคู่อริของเขา เพราะพ่อเขาเป็นมาเฟียฉันเบ้ปากอย่างรำคาญห่วงเมียห่วงลูกเหลือเกินนะ ทั้งที่เมื่อก่อนเลวซะขนาดนั้นครามดึงลูกจากแม่ไปอุ้มหน้าตาเฉยราวกับไม่อยากให้ใครอุ้มลูกตัวเองนอกจากเขา ฉันนึกแปลกใจที่แม่ไม่ว่าอะไรแล้วปล่อยให้เขาชิงเด็กไปอุ้มแบบไม่มีมารยาทแบบนั้นฉันเห็นครามที่มายืนคู่กับพี่เหมียว เขาสบตากับฉัน มองตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เขากลับไม่พูดอะไร มีแต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มฉันรู้สึกร้อนๆ เวลาเขามองมา ไม่ใช่อะไร แต่ครามมองฉันแบบแปลกๆ ทั้งที่มันผ่านไปสองปีแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเขามองฉันยังไง ตอนนี้ก็ยังคงมองแบบนั้นบ้าดีนะ คิดว่าไม่รู้รึไงผู้ชายมักมากเป็นปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวที่เฟคที่สุด แค่หน้าของพี่เหมียวก็เฟคพอแล้วทำเป็นพูดดีด้วย อยากจะอ้วกฉันรีบผละออกจากบ้านที่เคยอยู่ทันทีเพราะทนความอยากตบพี่สาวตัวเองไม่ไหว แล้วรอจนเที่ยงคืนถึงออกมาตามนัดที่พี่เวย์ สาวหล่อชวนไว้ผู้หญิงเท่ๆ มันดีต่อใจแบบนี้นี่เองฉันลงทุนเปลี่ยนชุดให
ฉันโกรธมาก และไม่สามารถให้อภัยทั้งพี่เหมียวและครามได้พ่อแม่ที่คิดว่าเราคือพี่น้องที่รักกันดีได้ตาสว่างก็วันนั้น เขาเรียกเรามาคุยกัน แต่ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าพี่เหมียวในบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอยังคงเกลียดฉันไม่เปลี่ยน แล้วจงใจหักหลังกันฉันหนีออกจากบ้าน ยกผู้ชายสารเลวให้พี่เหมียวได้ครอบครองตามใจอยาก แล้วตั้งใจว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ แล้วจะไม่ผูกมัดกับใครอีกเลยพอฉันอายุยี่สิบ ฉันรวบรวมเงินทั้งหมดและโทรบอกพ่อแม่ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ฉันจะไปทำงาน เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แล้วกลับมาเรียนต่อที่นี่ตอนอายุยี่สิบสองฉันจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ตอนแรกพ่อแม่คัดค้าน แต่ฉันขู่ว่าถ้าพวกเขาไม่ยอม ฉันจะหนีไปไม่กลับ และไม่ติดต่อกับทางบ้านอีกเลยฉันเลือกไปอยู่ที่เกาหลีเพราะเรียนเอกภาษาเกาหลีอยู่แล้ว ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองปี หัดเข้าผับกินเหล้า แล้วเริ่มทำตัวเองให้เปรี้ยวขึ้น คบเพื่อนผู้ชายที่นั่นเยอะแยะ แล้วให้พวกนั้นสอนให้รู้จักมองคนให้ออกผู้ชายเกาหลีน่ะไม่ใช่เล่นๆ กันสักคนหรอก ฉันเชื่อว่าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าครามเลยและนี่ก็เป็นเหตุ
หมับ“กูรักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไปแต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่ว่ากูจะเลือกใคร“...”“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่กูจะให้มึง เหมียว”แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นมิว... ก็ไม่เว้น[จบพาร์ท : พี่คราม]ฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับแชทที่ถูกครามบล็อก เบอร์ก็ถูกบล็อก โทรหาเขาแต่กลับไม่มีใครรับสายฉันนั่งทะมึนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง กับร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเพิ่งตื่นตัวจากเมื่อวานเลย ที่เรามีอะไรกันแล้วเขาบอกรักฉันเมื่อคืนเขายังอยู่กับฉันแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับบล็อกฉันแวบแรกฉันกลัวว่าครามจะเป็นอะไรไป เพราะปกติถึงเขาจะนอนกับผู้หญิงคนอื่นเวลามีฉันจนฉันโกรธ แล้วตามมาง้อฉันอย่างรุนแรง แต่ครามก็ไม่เคยแสดงออกว่าจะขาดการติดต่อกับฉันไปทั้งอย่างนี้ เขายังแสดงออกว่าจะมีฉันเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอห้าเดือนที่ผ่านมาฉันลงหลักปักฐานว่าจะลงเอยที่เขา หวังไว้สูงมากทีเดียวว่าจะต้องเป็นเขาที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรือเพราะเมื่อวาน
แน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉันฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่งแต่เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้านฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจและเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึกและเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้“อื้อ! คราม”ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้องครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉันแต่การที่เขาไปมีเซ็กส์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มื







