เข้าสู่ระบบจบสงครามรักลงด้วยความเหนื่อยล้า ฉันสลบไปภายในห้องของโรงแรมม่านรูดประมาณสองชั่วโมง ก่อนที่จะตื่นมาอีกทีแล้วพบว่าครามกำลังดูดบุหรี่อยู่ที่ปลายเตียง
ที่ตื่นเพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่นี่ล่ะ
“คราม มิวบอกแล้วไงว่าให้หยุดสูบบุหรี่เวลาอยู่กับมิว” ฉันแย้งขึ้นแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา แต่ขาสั่นตัวสั่นจนขยับตัวไม่ไหว “อะ”
“กล้าสั่งเหรอ” เขาหันหน้ามาถาม พร้อมกับฉีกยิ้ม
“อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะ” ฉันงึมงำเบาๆ ด้วยท่าทางงอนเขาแล้วล้มตัวลงนอน “ครามไม่รักมิวเลย”
“กูจะไม่บอกว่ากูรักมึงมั้ยนะมิว” เขาพ่นบุหรี่ออกมาเป็นวงกว้าง “กูว่ามัน... เลี่ยนๆ พูดบ่อยเดี๋ยวมึงได้ใจ”
“...”
“แต่คราวนี้มึงคงรู้แล้วนะ ว่าตัวกับใจมึงเป็นของใคร” ฉันชะงักไป ก่อนที่จะหรี่ตาลงมองเขา แล้วก็เห็นว่าครามมองฉันในความเงียบ “มึงจะไปคบกับคนอื่นนอกจากกูไม่ได้”
“งั้นครามก็ทำบ้างได้มั้ยล่ะ” ฉันผุดลุกขึ้น มองเขาอย่างอ้อนวอน “ครามทำเพื่อมิวสักเรื่องได้มั้ย ถ้ามิวจะขอ”
“ว่ามา”
“ครามเลิกนอกใจ เลิกมีชู้ แล้วอ้างว่าเซ็กส์กับความรักไม่เกี่ยวกันได้มั้ย” ฉันอ้อนเขา แม้จะรู้ว่าเขาติดเป็นสันดานแล้วก็ตาม “เรื่องการพนัน เรื่องเหล้า เรื่องเพื่อนที่คบ เรื่องสรรพนามที่ใช้กับมิว มิวไม่เคยว่าครามสักเรื่อง เพราะครามโตกว่ามิว”
“...”
“แต่ขอแค่เรื่องนี้ได้มั้ย ที่อย่าหักหลังกัน”
ร่างสูงมองฉัน แววตาของเขาแพรวพราวจนน่ากลัว ก่อนที่ครามจะแค่นหัวเราะออกมา เขาทำเหมือนมันเป็นเรื่องตลก
“ได้” เขายิ้มรับ “จะไม่มีเซ็กส์กับคนอื่นนอกจากมึงก็ได้”
“จริงเหรอ” ฉันเผลอหลุดยิ้มออกมา นี่ล่ะความสุขของฉัน แค่ครามสัญญาว่าจะไม่มีคนอื่น เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว ฉันเข้าไปโผกอดร่างใหญ่ๆ ของครามอย่างรักใคร่ “มิวรักครามนะ ขอบคุณที่ทำให้มิว”
ฉันไม่รู้ว่าครามทำสีหน้ายังไงตอนฉันกอดเพราะฉันมองไม่เห็น ฉันรู้แค่ว่าเขาตอบกลับมาด้วยการกอดฉันกลับอย่างแนบแน่น แล้วกระซิบเสียงหนักที่ข้างหู
“แน่นอน”
[พาร์ท : พี่คราม]
กูกับมิวรู้จักกันมาห้าเดือนได้
กูเป็นคนหยาบคาย แต่พยายามปั้นน้ำเป็นตัว ทำตัวดีกับมิวตลอดตั้งแต่แรกเจอ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเธอคงพอรู้ประวัติของกู
อดีตรุ่นพี่ที่เหมือนเป็นคนรู้จักกันกับพ่อของเธอ พ่อของมิวฝากฝังมิวไว้กับตระกูลกู โดยที่กูรู้อยู่แก่ใจว่าพ่อเธอมันก็แค่เห็นอำนาจและเศษเงินที่กูมี แล้วอยากจะฝากลูกสาวไว้เพื่อจะหุ้นทางอ้อม
พ่อกูเป็นมาเฟียและดูแลเรื่องดำมืดทั้งหลายไว้ในอุ้งมือหยาบโลนทั้งสองข้าง และกูเป็นลูกคนเดียว จะเรียกว่าลูกเศรษฐีก็ได้
แม่กูตายไปแล้ว กูจำหน้าแม่ไม่ได้และไม่คิดจะจำ เพราะถูกพ่อปลูกฝังว่าแม่มีคนอื่นจนติดโรคแล้วถูกไล่ออกจากบ้านให้ไปตายข้างนอก
จนโตมาป่านนี้ กูก็เพิ่งรู้รสชาติของเซ็กส์ตอนอายุสิบสอง เพราะพ่อกูก็นอนกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว กูเลยลองเอากับแม่บ้านในบ้านทุกวัน จนอายุสิบหกก็เริ่มไปซื้อผู้หญิงลวงมาทำ แล้วร่านจนมาเจอมิว
ยอมรับว่าเป็นคนติดเซ็กส์ กูมันเอาไม่เลือกอยู่แล้ว
กูแค่อยากได้แฟนที่รับกูได้ ที่ยอมให้กูเรี่ยราดได้โดยไม่ใส่ใจ เพราะยังไงกูก็จะกลับมาตายรังที่เดิม
กูรักมิว แต่เธอ
“ครามเลิกนอกใจ เลิกมีชู้ แล้วอ้างว่าเซ็กส์กับความรักไม่เกี่ยวกันได้มั้ย”
ไม่เคยเข้าใจกู
กูไม่ได้เริ่มเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก กูในอดีตเคยเป็นคนรักเดียวใจเดียว แค่มากเซ็กส์ แต่ไม่มากรัก
เคยรักผู้หญิงคนเดียว ตายได้เพื่อผู้หญิงคนเดียว แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองกูไม่มีค่า เหมือนของตาย
สุดท้ายความรักที่กูมอบให้ไปก็ถูกเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี อีนั่นเดินจากไปเหมือนกูไม่มีตัวตน
มันเป็นความรักครั้งแรก เซ็กส์แรกที่รู้สึกดีจนไม่อยากหาใครใหม่ แต่นั่นก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพราะสุดท้ายเธอก็หักหลังกู ทิ้งให้กูเหลือแต่ความรักที่พังไปแล้ว
นับตั้งแต่นั้นกูเลยไม่อยากพลาดอีก เหมือนที่เคยพลาดมาแล้ว เพราะหลังจากอีนั่นเดินจากไป มันก็เดินกลับมาเพราะไม่เหลือใคร แล้วทำให้กูเจ็บซ้ำเจ็บซากจนแทบเป็นบ้า เพราะกูเองก็ควาย รักมันจนหมดใจ
และสุดท้ายมันก็บอกกูว่า
‘น้องสาวเราก็เหมือนเราน่ะล่ะ ถ้าครามยังลืมเราไม่ได้ ก็ไปเอาน้องสาวเราแทนสิ’
ก่อนที่จะหนีกูไปในครั้งสุดท้าย มันแนะนำน้องสาวของมันให้กู บอกว่าเป็นน้องสาวที่หน้าคล้ายกันมาก คงเอามาแทนที่กันได้ อยากจะทำไรก็ทำ แต่สุดท้ายมันก็จะไป
กูประชดมันด้วยการเข้าหาน้องสาวมัน โมโหที่น้องสาวมันไปคุยกับผู้ชายคนอื่นเพราะคิดว่าเป็นตัวแทนของมัน แล้วข่มขืนน้องสาวมันตอนที่เธออายุได้แค่สิบแปด
ใช่
น้องสาวของอีนั่น คือมิว
[จบพาร์ท : พี่คราม]
พี่สาวของฉันกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน
‘พี่เหมียว’ คือพี่สาวแท้ๆ ของฉัน เราไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก เป็นพี่น้องที่เกลียดขี้หน้ากันตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเล่นด้วยกัน
ฉันกับพี่เหมียวเรามีใบหน้าที่คล้ายกันมาตั้งแต่เกิด แต่พี่เหมียวมักก้าวไปไกลกว่าฉันเสมอ เนื่องจากฉันอายุน้อยกว่าเธอตั้งห้าปี มารู้สึกตัวอีกทีตอนวันเกิด เธอก็บินไปต่างประเทศ ที่นั่นคือญี่ปุ่นเพื่อไปทำงาน
ไม่มีใครรู้ว่าเธอบินไปที่นั่นทำไม เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอ
พ่อแม่เรารักพี่เหมียว รักฉัน รักทุกคนเท่ากัน บ้านเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่ไม่รู้ทำไมฉันกับพี่เหมียวถึงไม่ถูกกันนัก
อาจเป็นเพราะ
พี่เหมียวเคยคบกับเพื่อนผู้ชายที่ฉันแอบรัก ฉันคงรู้สึกเหมือนโดนแย่งล่ะมั้ง
ฉันมันก็แย่นะ ที่จ้องแต่จะอิจฉาพี่สาวของตัวเองอยู่เรื่อยไป ตอนอายุสิบแปดพยายามเป็นที่สนใจจนได้เป็นเน็ตไอดอลเพราะอยากเด่นกว่าพี่สาวตัวเอง จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่
มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ที่ครามละเว้นให้ฉันหายใจอยู่ได้
การเป็นเน็ตไอดอล
พี่เหมียวกลับมาพร้อมกับทรงผมยาวสีชมพู ท่าทางเปรี้ยวจัดจนฉันมองอย่างทึ่งสุดๆ พร้อมกับก้มลงมองตัวเองที่ยังเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบเก้าที่เพิ่งแตกเนื้อสาว พี่เหมียวที่อายุยี่สิบสี่ตอนนี้เจิดจรัสจนฉันไม่สามารถเทียบได้
ฉันไม่รู้ว่าเธอเริ่มมีเซ็กส์ครั้งแรกตอนไหน แต่ถ้าเธอรู้ว่าฉันมีเซ็กส์กับแฟนครั้งแรกตอนอายุสิบแปด เธอต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อแม่แน่ๆ
พ่อแม่ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยนะ ฉันปิดตลอด พอรู้ว่าจะเข้ามหาลัยฉันก็ขอย้ายเข้าหอนานๆ ทีจะกลับบ้าน พ่อแม่ไม่รับรู้เรื่องครามด้วยซ้ำ แถมยังมองฉันเป็นเด็กดีสุดๆ
จริงๆ วันนี้ที่กลับบ้านมา เพราะว่าแม่โทรมาบอกว่าคิดถึงก็เลยกลับไป อีกอย่างตั้งแต่วันนั้น ครามก็ไม่ค่อยได้มีเรื่องผู้หญิงให้ระแคะระคายใจตามที่เขาว่าจริงๆ
ฉันก็โล่งใจหน่อย แต่ก็พยายามอย่างมากไม่ให้ครามรู้ว่าฉันมีพี่สาวอีกคน ที่สวยและเปรี้ยวกว่าฉัน แถมยังไม่ถูกกันอีกต่างหาก
แค่คิดว่าถ้าเธอจะแย่งครามไปจากฉัน ก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว
ฉันมองพี่เหมียวที่คุยกับแม่พ่อเงียบๆ นั่งดูดโค้กอย่างหงุดหงิดที่เห็นหน้าพี่สาวที่ไม่พึงใจ จริงๆ อยากเป็นลูกคนเดียวด้วยซ้ำ ไม่ได้อยากมีพี่สาวแบบนี้เลย
พี่สาวที่ดีกว่าทุกอย่าง จนแอบคิดว่าเธอจะเข้ามาแย่งทุกอย่างไปจากฉัน
“เหมียว น้องเราก็เข้ามหาลัยแล้วนะ ไหนๆ นานๆ ทีก็เพิ่งเจอกัน เข้าไปคุยกับน้องหน่อยสิ” ฉันชะงักนิดๆ เมื่อแม่พูดกับพี่เหมียวที่ไม่คิดจะชายตามามองน้องสาวคนเดียวที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
พี่เหมียวคลี่ยิ้มหวาน พร้อมกับโบกมือทักทาย
“ฮาย มิวน้อย”
ฉันได้แต่ยิ้มกลับไป แน่ล่ะ เล่นละครกันทั้งคู่ เพราะพ่อแม่ไม่เคยรู้ว่าเราทั้งสองคนเป็นพี่น้องที่ไม่ถูกกัน
พี่เหมียวเดินเข้ามาหา ผมสีชมพูอ่อนพลิ้วยาวทำให้ฉันนึกอิจฉา ผมฉันเนี่ยไม่เคยทำสีมาก่อน เลยเป็นสีดำเรียบๆ แบบนี้
“พี่เปรี้ยวขึ้นนะ” ฉันพยายามเริ่มบทสนทนา เพราะแอบมีหนึ่งใจเล็กๆ ที่คิดว่าพี่เหมียวคงจะโตพอที่จะเลิกเมินฉันแล้ว ฉันนี่สิที่ยังเด็กจนขี้อิจฉาเธอ
“หมายถึงผมเนี่ยเหรอ” เธอจับผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นมา “แค่ทำสีเอง สู้มิวน้อยไม่ได้หรอก”
“เลิกเรียกหนูว่ามิวน้อยสักที หนูโตแล้วนะ” หนูกระซิบหน้าบูดๆ
“โอ๋ ก็เรายังดูเด็กในสายตาพี่อยู่เสมอนี่นา” เธอพูดยิ้มๆ พร้อมกับลูบผมฉันเบาๆ ใจฉันอ่อนยวบไปในทันที ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกันนะ “เข้ามหาลัยแล้วเป็นไงบ้าง มีแฟนรึเปล่า”
ฉันกลืนน้ำลายลงคอนิดๆ ในใจแอบคิดอีกแล้ว
ถ้าเธอแย่งครามไปล่ะ
“... มีแล้ว แต่อย่าบอกแม่นะ ไว้หนูจะพาเข้าบ้านเอง” ฉันเผลอบอกเธอไปโดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะอยากแสดงความเป็นเจ้าของเขา
พี่เหมียวท้าวคาง เธอมีแววตาแปลกๆ
“จริงเหรอ ใครล่ะ”
แกรกตามคาด เธอเปิดประตูออกมาแทบทันที“เล่นสกปรกไม่หยุดเลยนะ...!” เธอยังไม่ทันพูดจบ กูก็รุกไล่เธอเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูไว้พร้อมล็อกกลอนแน่นสนิท จูบเธออย่างรุนแรงเมื่อเห็นว่าเธอยังคงใส่ชั้นในที่เปียกน้ำ ยอมหักไม่ยอมงอ ผู้หญิงแบบนี้กูชอบ“นั่งลงหน่อย” กูพูดเสียงแหบต่ำ มิวมีท่าทีไม่ยอม แต่เมื่อกูคว้าไหล่เธอลงแล้วกดให้เธอนั่งลงที่ฝาชักโครกอย่างใช้กำลัง มิวก็เห็นท่อนเอ็นที่ผงาดขึ้นของกูจ่ออยู่ตรงหน้าเธอ “โม๊คควยกูสิ”“หืม” ร่างเล็กเอียงคอ ต้นคอที่เปียกด้วยหยดน้ำแพรวพราวขาวผ่องในความทรงจำของกู เส้นผมที่เปียกนิดๆ พร้อมกับชั้นในที่แฉะแนบลู่กับทรวงอกจนเห็นเป็นโครงเต้านมและเม็ดหัวนมจางๆ “พูดอีกทีสิคะ”น้ำเสียงเซ็กซี่เย้ายวน จนกูยั้งใจไม่อยู่“กูต้องการมึงเหลือเกินว่ะมิว” กูเผลอพูดออกไป มือที่กำท่อนเอ็นไว้บีบแน่น ตั้งใจจะคุมเชิงให้อยู่เหนือเธอได้ เพราะรู้ใจว่าคนอย่างมิวคงยังไม่หยุด แต่ความต้องการที่มากล้น ความหอมหวานจากร่างกายเธอทำให้กูคลั่งไคล้ ยอมศิโรราบให้เธอโดยดุษณี“... จริงเหรอ” ในความเงียบ น้ำเสียงของมิวราวกับเธอคือผู้ชนะ[จบพาร์ท : พี่คราม]ฉันฉีกยิ้มออกมา ปรายตามองไปยังท่อนเนื้อขนาดใ
[พาร์ท : พี่คราม]หลังจากมิวพูดว่าจะเกลียด กูก็ไม่กล้าทำอะไรอีกไม่ใช่กลัว แต่อิทธิพลมิวตอนนี้มีมากสำหรับกู เธอทำให้กูบ้าคลั่งตามมาที่เกาหลีได้ ที่ที่คิดว่ากว้างพอที่เธอจะหนีกูไปเริ่มชีวิตใหม่กับผัวใหม่ได้ แต่อย่าคิดว่ากูจะยอมตั้งแต่ที่ความศรัทธาสร้างขึ้นว่าเธอต้องเป็นแม่ของลูก กูก็ยังคงบ้าคลั่งอยู่เสมอ บ้าคลั่งไม่หยุดหลังจากได้ปรนเปรอความสุขจากร่างกายเธอจนหนำใจ สิ่งที่ควรทำต่อไปคือการกระทำโง่ๆใช่ การทำคะแนนแบบควายๆ ให้เมียที่เพิ่งได้มาตกหลุมรัก“ไปอาบน้ำก่อน วันนี้มึงต้องทำตัวให้ชินกับพูม่า” กูพูดกับร่างเล็กที่ห่อร่างด้วยผ้าเช็ดตัวสีดำของกู ความสวยพิฆาตทำให้กูหลงใหลจนอยากชักดาบใส่อีกสักครั้ง แต่ต้องห้ามใจ เมื่อสุดท้ายเธอเตือนว่าจะเกลียด “แล้วก่อนจะไปหาลูก กูจะทำข้อตกลงระหว่างเรา”“คิดว่าแค่ได้กลับมาเอาอีกครั้งจะทำให้มิวใจอ่อนเหรอ?” เธอแค่นหัวเราะ เสยผมขึ้นจนผมบลอนด์เทานั้นสะบัดฟุ้ง “ไม่มีทาง มิวจะหาทางกลับไปหาแจวอน แล้วก็ไม่เลิกกับเขาด้วย”กูคิ้วกระตุกถี่ยิบ“อย่าให้ต้องพูดซ้ำ มิว” กูกดเสียงทุ้มต่ำ คุมโทนให้รู้ว่าไม่นานมันกำลังจะเกรี้ยวกราดในไม่ช้า มิวชะงักไปเมื่อกูผุดลุกขึ้นจากปล
มิวที่อ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของลูกน้องกูความหึงหวงพุ่งขึ้นสูง กูส่งสัญญาณให้รุ่นน้องพาร่างมิวมาวางบนเตียงภายในห้อง เพราะเมื่อยาออกฤทธิ์แรกๆ เธอจะสะลึมสะลือไม่ได้สติ“ออกไป” กูสั่งเสียงเรียบ ลูกน้องได้แต่ก้มหน้า แล้วหันหลังเดินจากห้องมันชื่อ ‘อิฐ’ ลูกน้องคนสนิทตั้งแต่กูยังเด็ก ตอนนั้นชีวิตกูร้าวรานจากคนเป็นพ่อ มีมันที่คอยอยู่เป็นเพื่อน จึงเหมือนสหายแสนรัก คนอย่างกูที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นลูกที่ไม่ได้ความ มีมันคอยดูแลอยู่ไม่ห่างแต่นี่ไม่ใช่เวลาซาบซึ้ง กูผละออกจากโซฟา ลืมอาหารค่ำไป เดินไปหาร่างอ่อนปวกเปียกที่นอนอยู่บนเตียงมิวมีใบหน้าที่สวย เธอเหมือนติดตรึงในใจกู ร่างเล็กค่อยๆ ลืมตาขึ้น พอเธอเห็นกู เธอก็เกร็งไปทั้งตัว“อา...”เสียงครางหวานล้ำดังมาจากเรียวปากบาง ร่างเล็กเสยผมขึ้น บิดกายอย่างยั่วเย้าจากฤทธิ์ยา เนินนมขาวเนียนโผล่พ้นออกมาจากชุดตัวเดิมที่ใส่ไปที่ผับเมื่อกี้ แสดงว่าไอ้อิฐลักพาตัวเธอมาตอนระหว่างกลับกับผัวเกาหลีเธอจะไม่ได้เสวยสุขกับผัวเลยสักวินาทีเดียวคนที่จะได้ครอบครองเธอ มีแค่กูเท่านั้น“ว่าไง” กูทักทาย กระตุกยิ้มเมื่อมิวลูบไล้ไปตามร่างกายของตัวเอง ตอนนี้คงจะร้อนไปหมดทั้ง
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
[พาร์ท : พี่คราม]เหมียวที่กลับมาโวยวายลั่นหลังจากตบกับมิวหน้าประตูแล้วร่างเล็กของมิวก็เดินหนีออกไปกูแค่นหัวเราะอย่างสมเพช ไม่ได้สนใจจะมอง ทั้งมิวกับเหมียว สองคนนี้ยังไงก็เป็นแค่ผู้หญิงที่ไม่สมควรจะให้ค่าพอๆ กัน เพราะยังไงกูก็เอามาแล้วทั้งคู่กูไม่รักใครทั้งนั้น ก็แค่อยากเล่นสนุก แล้วเวลาที่ผู้หญิ
ฉันอิจฉาพี่ตัวเอง ที่ได้รับความรักสุดเรียลจากคนเลวๆ แบบครามไปฉันไม่ได้รักคราม แต่ยอมรับว่าฉันอยากเอาชนะฉันจะทำให้เขารักฉันได้มากกว่า“งั้น...” ฉันกัดริมฝีปาก การเอาร่างกายเข้าแลกกับคนอย่างครามก็ไม่เลวเท่าไหร่นัก “การที่พี่จะได้มีอะไรกับมิวคงยากแล้วล่ะ”“มึงทำได้ ทำไมกูถึงทำไม่ได้?” ครามถามเสียงหน
หลังจากที่พี่เวย์เดินออกไป ครามก็ผุดลุกขึ้นยืน เขาท้าวแขนกับโต๊ะโดยที่มีฉันอยู่ตรงหน้าของเขา ครามฉีกยิ้มออกมาฉันหลุบตาลงมองริมฝีปากเขาที่ยกยิ้ม ก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบแผ่นอกที่มีเสื้อเชิ้ตฮาวายปกปิดไว้เบาๆ“อะไรเหรอคะ จ้องมิวแบบนั้น”“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” เขาพูดพร้อมกับคว้าข้อมือของฉันมาจับไว้ พร้
“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป‘น่ารักดี’ เหรอ“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา







