Masukฉันทึ่งกับคำตอบนั้น
ยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด Do it DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้
“มึงล่ะ”
“...”
“คิดถึงกูบ้างมั้ย”
ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้น แต่เหมือนความเลวที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่า
ฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ
“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”
“กูแค่ดูว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”
“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้น
พอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมา
คือพี่เหมียว
“นี่” ฉันปรายตาขึ้นมองเขา ท้าวแขนกับช่วงไหล่ของครามแล้วชูโทรศัพท์ให้เขาดู “ช่วยอธิบายการมาของเมียพี่หน่อยสิ”
“มันโทรหากูไม่ติด” เขาไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ “สงสัยคงให้คนมาตามกูมั้งว่าหายไปเละเทะที่ไหน”
“หืม” ฉันบังเกิดความคิดนึกสนุก “เดี๋ยวนี้พี่เค้าเริ่มตามผัวเหรอ ท่าทางจะรักกันมากเลยสินะ”
ฉันกดรับโทรศัพท์ แล้วก็ได้ยินปลายสายดังขึ้นมา
[คืนผัวพี่มา] ฉันเอามือทาบอกอย่างสุดทึ่ง นี่เป็นคำแรกที่ทักทายน้องสาวเหรอ [ครามอยู่กับมิวน้อยใช่มั้ย บอกเขาว่าลูกรออยู่ ให้รีบกลับมาได้แล้ว]
“โหย นี่มีมารยาทรึเปล่า โทรมาหามิวตอนนี้ ไม่คิดว่ามิวจะหลับอยู่บ้างเหรอ” ฉันยียวนกลับไป ไม่ยอมตอบคำถามเธอตรงๆ
[ก็หวังว่าที่นอนอยู่ข้างๆ จะไม่ใช่ผัวพี่] แต่พี่เหมียวค่อนข้างมีความอดทน เธอยังพูดด้วยอย่างใจเย็น แม้ว่าใจความที่พูดจะดูแดกดันก็ตาม
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” ฉันสบตาคราม เขาสบตาฉันกลับ จะเป็นยังไงนะถ้าฉันคิดจะแย่งเขากลับมาจากพี่ แต่ไม่ได้แย่งกลับมาด้วยความรัก
มันก็แค่อยากแก้แค้นพี่สาวตัวเองด้วยวิธีการเดียวกัน
[...]
“เราไม่ได้นอนอยู่ด้วยกัน แต่พี่ครามแค่มายืนอยู่หน้าห้องของมิว”
[...!]
“อ๊ะ! เราไม่ได้กิ๊กกันนะคะ มิวไม่ได้ทำไรผิดนะ” ฉันขึ้นเสียงสูงอย่างมีจริต โอบคอของครามเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบให้ทั้งเขาและพี่ได้ยินพร้อมๆ กัน “แค่มาปรึกษาอะไรพี่ครามนิดหน่อย”
[...]
“ในสถานะผัวเก่า คงปรึกษาอะไรได้อยู่ใช่มั้ยคะ?”
[มิวน้อย...]
ติ๊ด
ฉันกดวางทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แล้วกอดอกมองครามอย่างจงใจขับไล่
“กลับไปได้ละค่ะ เมียพี่โทรมาตามแล้ว มิวง่วง จะนอน” ฉันพูดแค่นั้น ครามนิ่งไป มองฉันที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช่สิ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะร้องไห้โฮ เข้าไปทุบอกเขาแบบนางเอกละครแล้วถามว่าทำไม
แต่สำหรับความเลวของเขา ตอนนี้ฉันไม่มีคำถามอะไรแล้ว
“อยากแย่งกูกลับมาเหรอ” เขาฉีกยิ้มทันที ทั้งๆ ที่กำลังถูกเมียตัวจริงเสียงจริงตามตัวให้กลับไปหาลูกแท้ๆ แต่เขายังจะมีสีหน้าระรื่นเหมือนชอบใจที่ฉันแสดงออกว่าต้องการจะแย่งเขามาจากพี่เหมียว
เขานี่มันเลวของแท้เลยจริงๆ ฉันล่ะยอมใจ
“เปล่าเลยนะ” ฉันปฏิเสธ ใครจะยอมเปิดแผนการที่คิดให้ศัตรูเห็นง่ายๆ “มิวแค่พูดความจริง”
“อยากปรึกษากูเนี่ยนะ?” เขาแค่นหัวเราะ ทวนคำล้อเลียนฉัน ก่อนที่จะรั้งเอวฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเข้ามาใกล้ “ปรึกษาเรื่องไรดี”
“...!”
“เป็นเรื่อง ‘ควย’ ดีมั้ย”
คำพูดที่หยาบโลนมักมาจากจิตใจคนที่หยาบคายตามคำพูด
ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงอยู่กันได้กับพี่เหมียว ผีเน่ากะโลงผุดีๆ นี่เอง
“ตอนนี้มิวไม่ได้สนใจไอ้นั่นของพี่เลย” ฉันพูดออกไปตรงๆ ครามยังมองฉันอยู่ เขามองราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในตัวฉัน อาจเป็นเพราะฉันใส่ชุดที่เปิดเผยเรือนร่างมากเกินไป “มิวสนใจเรื่องของพี่เวย์ และผู้ชายคนอื่นๆ ที่มิวอาจจะได้รู้จักเพิ่ม”
“...”
“แน่นอนว่าผู้ชายเหล่านั้นไม่ใช่พี่” ฉันมองหน้าเขา สีหน้าครามไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันกระชากเข้ามาใกล้อีกครั้ง ครามมองฉันราวกับจะกลืนเข้าไป ก่อนที่เขาจะพ่นคำพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“มึงยังรักกูอยู่มิว”
“...”
“ถึงจะทำตัวร่านไปทั่ว แต่อย่าลืม ว่าใครคือคนแรกของมึง”
ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้าโดยไร้คราม
แน่ล่ะ จะมีเขาอยู่ได้ไง ในเมื่อเมื่อคืนหลังจากที่เขาสบถคำนั้น ครามก็จากไปโดยทิ้งคำพูดที่มั่นใจในตัวเองของเขาไว้ในหัวฉัน ถ้าจะบอกว่าฉันลืมเขายังไม่ได้ล่ะก็
มันก็ใช่ ฉันยอมรับ ใครจะไปลืมคนแรกของตัวเองได้ลง
แต่ที่ลืมไม่ได้ไม่ใช่เพราะยังรัก เคยได้ยินมั้ยคำว่ายิ่งรักพอจากกันไม่ดีจะยิ่งเกลียดเข้ากระดูกน่ะ
ตอนนี้ฉันเกลียดเขาสุดๆ
ฉันผุดลุกขึ้นมาจากตัวด้วยสภาพหัวฟูๆ ยุ่งๆ เดินไปดูหน้ากระจกก็พบว่าตัวเองยังคงเซ็กซี่อยู่ ก็แหม กว่าจะได้ร่างกายที่แซ่บขนาดนี้มา ฉันต้องออกกำลังไปสักเท่าไหร่กันเชียว
ครืด ครืด
สายแรกที่โทรมาคือสายของพี่เวย์ สาวหล่อผู้มากับคำว่ากร้าวใจ ฉันกดรับโทรศัพท์ทั้งๆ ที่ยังง่วงงุน แล้วเสียงของพี่เวย์ก็ดังขึ้นมา
[ตื่นละนี่] เธอดูไม่มีท่าทีแปลกใจ [พี่ไปหาได้มั้ย เมื่อวานที่จูบพี่ไว้ พี่จะมาเอาคืนน่ะ]
ฉันเหยียดยิ้ม ท่าทางว่าพี่เวย์จะติดกับเข้าแล้ว
“มาสิคะ” ฉันเชิญชวน
[บอกมาก่อนว่าเรามีแฟนมั้ย ถ้ามีแล้วพี่มาสอดคงจะยุ่ง] เธอดักทางไว้ก่อน [อย่างไอ้ครามที่มิวบอกว่าเป็นแฟนเก่า คือเลิกกันแล้วใช่มั้ย?]
ฉันกัดริมฝีปาก นึกสนุกได้หลายอย่าง
“ก็...” ฉันลากเสียงยาวอย่างจงใจแกล้ง “ถ้าบอกว่ามิวกำลังจะแย่งเขากลับมาจากเมียและลูกของเขา”
[...]
“พี่เวย์จะลงมาร่วมเกมแย่งมิวออกมาจากพี่ครามด้วยมั้ยอ่ะคะ?”
[พาร์ท : พี่คราม]
กูกลับมาที่บ้านในตอนเช้า โดยไม่พ้นสายคอลหาของเหมียวที่โทรมาเป็นยี่สิบสาย
มันคงจะประสาทแดกไปแล้ว
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่เจอคือหมอนที่ถูกเขวี้ยงเข้าใส่หน้า
“เหี้ย อย่าทำตัวงี้” กูสบถออกมา เขวี้ยงหมอนใส่มันกลับไป เห็นว่าเหมียวยืนทำหน้าโกรธขึ้งอยู่หน้าประตู
“อย่าลืมว่าครามเป็นผัวใคร!!” มันตวาดลั่น กูแค่นหัวเราะ ตอบไม่ตรงคำถาม
“ลูกล่ะ?”
“ยังมีหน้ามาถามเรื่องลูกทั้งๆ ที่มึงเพิ่งไปนอนกับมิวน้อยมาเหรอ!!” มันพ่นคำพูดออกมา กูมองมันอย่างเซ็งๆ ให้พูดก็คือ กูหมดรักมันแล้ว ตั้งแต่ที่มันแสดงออกว่าหึงหวงกูขนาดนั้น
เมื่อก่อนมันดูเร้าใจกว่านี้ แล้วลูกห่าไรนั่นจากมัน กูไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหรือให้ความอบอุ่นอะไร
“กูไม่ได้นอนกับมิวคนเดียว” แต่กูก็ไม่ปฏิเสธ ให้มันเข้าใจว่ากูนอนกับมิวไปก็ดี กูมันพวกเบื่อง่าย สักวันพอมิวตกมาเป็นของกูอีกครั้ง สักพักกูก็จะเบื่อแล้วทิ้งเธอไปหาของใหม่ที่เร้าใจกว่า
สันดานกูมันเป็นงี้ กูคงเคยโง่ที่โดนเหมียวหลอก แต่เริ่มตาสว่างหลังจากเธอมีลูกแล้วเสน่ห์ลดลง แล้วมาจับได้เองหลังจากเปิดประตูไปเห็นมันกำลังขย่มกับผู้ชายคนอื่นแล้วหลั่งในกัน
มันยอมรับว่าเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกของกู เพราะเธอตั้งท้องก่อนที่จะกลับมาไทย
เหมียวบอกให้ต่อหน้าพ่อแม่มันกูต้องแสดงว่ากูรักมันกับลูกมากแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง ลับหลังพ่อแม่มันกูก็ออกไปเอากับคนอื่นวันต่อวัน ในขณะที่เหมียวถึงจะหึงหวงกูขนาดนั้น แต่มันก็มีผัวอีกคนซ่อนอยู่
สถานะระหว่างเราตอนนี้ อยู่กันเพื่อ ‘หน้าตาในสังคม’ เท่านั้น
ให้แม่งมาดูชีวิตในครอบครัวเอา ว่ามันพินาศแค่ไหน
“ใคร! ใครอีก! บอกมานะว่าใครอีก”
เหมียวเหมือนเป็นบ้า ตั้งแต่โดนจับได้ว่ามันหลั่งในกับผู้ชายอีกคนแล้วลูกไม่ใช่ลูกกู เหมียวก็กลัวจะเสียกูไปตลอดเวลา เพราะเมื่อก่อนตอนมันย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นเพราะมีเสี่ยเลี้ยงที่นั่น เลี้ยงดี ดีจนท้องโตไม่มีพ่อ แล้วกระเสือกกระสนมาหากูเพราะไอ้เสี่ยนั่นโยนทิ้ง มีกูคนเดียวที่ควายรักมันเป็นปี แถมตอนนี้ยังรวยเพราะพ่อรู้ตัวว่าใกล้ตายเลยยกมรดกครึ่งนึงให้ช่วยใช้
ยอมแย่งผัวน้องมาทั้งที่ก่อนทิ้งให้ผัวมาเอาน้องมันแก้ขัดแทนเอง ยอมทำขนาดนี้เพื่อตัวมันเอง
กูอยากจะหัวเราะ
สวยแต่รูปจูบไม่หอมมันมีอยู่จริง เป็นผู้หญิงมันก็จะแย่หน่อยนะ
“ทำไมกูต้องบอกมึง” กูถอดเสื้อนอกออกไปพาดไว้ที่โซฟา เหมียวเดินตามมา มันคว้าข้อมือหนากูไว้แล้วเขย่า
“คราม อย่าทำงี้กับเรา ครามเคยรักเรามากไม่ใช่เหรอ!” มันพูดเสียงสั่น แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด “แล้วลูกล่ะ ลูกเรา”
“เอาพี่เลี้ยงเด็กมาเลี้ยงมัน เดี๋ยวกูจะหาให้”
“คราม!”
“มึงรู้มั้ยเหมียว ตั้งแต่มึงมีลูก” กูไล่มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า “มึงดูไม่เร้าใจกูเหมือนเมื่อก่อนเลยว่ะ”
“...”
“ถ้ามึงทำแท้งลูกมึงไปตั้งแต่แรกก็ดี” กูแค่นยิ้ม ไม่สนใจว่าที่พูดไปจะกระทบใจมันเท่าไหน เพราะเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกของกูอยู่แล้ว กูไม่จำเป็นต้องแคร์ด้วยซ้ำ “เผื่อตอนนี้กูจะได้อยากเอากับมึงขึ้นมาบ้าง”
“...”
“ที่กูไปมีชู้ ก็เพราะมึงมีลูกแล้ว จบนะ”
ฉันทึ่งกับคำตอบนั้นยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด Do it DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้“มึงล่ะ”“...”“คิดถึงกูบ้างมั้ย”ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้น แต่เหมือนความเลวที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่าฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”“กูแค่ดูว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้นพอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือพี่เหมียว“นี่” ฉันปรายตาขึ้น
“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป‘น่ารักดี’ เหรอ“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงโปร่งจูบหลังมือฉันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มให้ฉัน ต่อหน้าสายตาที่แวววาวของคราม“รอพี่แปปนะครับ” เสียงทุ้มหวานแบบสาวห้าวทำเอาฉันหลงเสน่ห์ไปชั่ววูบนึง ก่อนที่เธอจะกระดกเหล้าแล้วเดินออกไปเหมือนจะเป็นใจรึเปล่านะ เหลือฉันกับครามอยู่ด้วยกันแค่สองคน มีเพียงแค่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ว่างเปล่าของพี่เวย์กั้นอยู่ตรงกลางฉันหันไปสนใจกับค็อกเทลตัวเอง โคลงแก้วไปมาโดยไร้เสียงทักจากคราม แอบเหลือบมองเขานิดหน่อย เห็นว่าร่างสูงเองก็กำลังกระดกเหล้าเข้าปากดูสีหน้าครามไม่ค่อยดี แต่เขาพยายามไม่แสดงอาการฉันแอบฉีกยิ้ม คงมีปัญหากับเมียอสรพิษของเขา พี่สาวของฉัน ยังไงคนอย่างเธอก็คงไม่ได้จบที่การมีลูกในวัยนี้หรอกฉันรู้น่า ฉันรู้ลุกไปเข้าห้องน้ำตามพี่เวย์ดีกว่า ยังไงก็ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับ
ฉันรู้มาว่าครามไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองเทงานแล้วมาหาเมียกับลูก อันนี้ออกมาจากปากเขาเอง ที่รีบตามมาสมทบเพราะกลัวว่าเมียกับลูกจะเกิดอันตรายจากคู่อริของเขา เพราะพ่อเขาเป็นมาเฟียฉันเบ้ปากอย่างรำคาญห่วงเมียห่วงลูกเหลือเกินนะ ทั้งที่เมื่อก่อนเลวซะขนาดนั้นครามดึงลูกจากแม่ไปอุ้มหน้าตาเฉยราวกับไม่อยากให้ใครอุ้มลูกตัวเองนอกจากเขา ฉันนึกแปลกใจที่แม่ไม่ว่าอะไรแล้วปล่อยให้เขาชิงเด็กไปอุ้มแบบไม่มีมารยาทแบบนั้นฉันเห็นครามที่มายืนคู่กับพี่เหมียว เขาสบตากับฉัน มองตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เขากลับไม่พูดอะไร มีแต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มฉันรู้สึกร้อนๆ เวลาเขามองมา ไม่ใช่อะไร แต่ครามมองฉันแบบแปลกๆ ทั้งที่มันผ่านไปสองปีแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเขามองฉันยังไง ตอนนี้ก็ยังคงมองแบบนั้นบ้าดีนะ คิดว่าไม่รู้รึไงผู้ชายมักมากเป็นปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวที่เฟคที่สุด แค่หน้าของพี่เหมียวก็เฟคพอแล้วทำเป็นพูดดีด้วย อยากจะอ้วกฉันรีบผละออกจากบ้านที่เคยอยู่ทันทีเพราะทนความอยากตบพี่สาวตัวเองไม่ไหว แล้วรอจนเที่ยงคืนถึงออกมาตามนัดที่พี่เวย์ สาวหล่อชวนไว้ผู้หญิงเท่ๆ มันดีต่อใจแบบนี้นี่เองฉันลงทุนเปลี่ยนชุดให
ฉันโกรธมาก และไม่สามารถให้อภัยทั้งพี่เหมียวและครามได้พ่อแม่ที่คิดว่าเราคือพี่น้องที่รักกันดีได้ตาสว่างก็วันนั้น เขาเรียกเรามาคุยกัน แต่ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าพี่เหมียวในบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอยังคงเกลียดฉันไม่เปลี่ยน แล้วจงใจหักหลังกันฉันหนีออกจากบ้าน ยกผู้ชายสารเลวให้พี่เหมียวได้ครอบครองตามใจอยาก แล้วตั้งใจว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ แล้วจะไม่ผูกมัดกับใครอีกเลยพอฉันอายุยี่สิบ ฉันรวบรวมเงินทั้งหมดและโทรบอกพ่อแม่ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ฉันจะไปทำงาน เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แล้วกลับมาเรียนต่อที่นี่ตอนอายุยี่สิบสองฉันจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ตอนแรกพ่อแม่คัดค้าน แต่ฉันขู่ว่าถ้าพวกเขาไม่ยอม ฉันจะหนีไปไม่กลับ และไม่ติดต่อกับทางบ้านอีกเลยฉันเลือกไปอยู่ที่เกาหลีเพราะเรียนเอกภาษาเกาหลีอยู่แล้ว ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองปี หัดเข้าผับกินเหล้า แล้วเริ่มทำตัวเองให้เปรี้ยวขึ้น คบเพื่อนผู้ชายที่นั่นเยอะแยะ แล้วให้พวกนั้นสอนให้รู้จักมองคนให้ออกผู้ชายเกาหลีน่ะไม่ใช่เล่นๆ กันสักคนหรอก ฉันเชื่อว่าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าครามเลยและนี่ก็เป็นเหตุ
หมับ“กูรักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไปแต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่ว่ากูจะเลือกใคร“...”“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่กูจะให้มึง เหมียว”แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นมิว... ก็ไม่เว้น[จบพาร์ท : พี่คราม]ฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับแชทที่ถูกครามบล็อก เบอร์ก็ถูกบล็อก โทรหาเขาแต่กลับไม่มีใครรับสายฉันนั่งทะมึนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง กับร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเพิ่งตื่นตัวจากเมื่อวานเลย ที่เรามีอะไรกันแล้วเขาบอกรักฉันเมื่อคืนเขายังอยู่กับฉันแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับบล็อกฉันแวบแรกฉันกลัวว่าครามจะเป็นอะไรไป เพราะปกติถึงเขาจะนอนกับผู้หญิงคนอื่นเวลามีฉันจนฉันโกรธ แล้วตามมาง้อฉันอย่างรุนแรง แต่ครามก็ไม่เคยแสดงออกว่าจะขาดการติดต่อกับฉันไปทั้งอย่างนี้ เขายังแสดงออกว่าจะมีฉันเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอห้าเดือนที่ผ่านมาฉันลงหลักปักฐานว่าจะลงเอยที่เขา หวังไว้สูงมากทีเดียวว่าจะต้องเป็นเขาที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรือเพราะเมื่อวาน
แน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉันฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่งแต่เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้านฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจและเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึกและเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้“อื้อ! คราม”ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้องครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉันแต่การที่เขาไปมีเซ็กส์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มื







