LOGINฉันทึ่งกับคำตอบนั้น
ยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด Do it DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้
“มึงล่ะ”
“...”
“คิดถึงกูบ้างมั้ย”
ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้น แต่เหมือนความเลวที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่า
ฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ
“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”
“กูแค่ดูว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”
“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้น
พอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมา
คือพี่เหมียว
“นี่” ฉันปรายตาขึ้นมองเขา ท้าวแขนกับช่วงไหล่ของครามแล้วชูโทรศัพท์ให้เขาดู “ช่วยอธิบายการมาของเมียพี่หน่อยสิ”
“มันโทรหากูไม่ติด” เขาไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ “สงสัยคงให้คนมาตามกูมั้งว่าหายไปเละเทะที่ไหน”
“หืม” ฉันบังเกิดความคิดนึกสนุก “เดี๋ยวนี้พี่เค้าเริ่มตามผัวเหรอ ท่าทางจะรักกันมากเลยสินะ”
ฉันกดรับโทรศัพท์ แล้วก็ได้ยินปลายสายดังขึ้นมา
[คืนผัวพี่มา] ฉันเอามือทาบอกอย่างสุดทึ่ง นี่เป็นคำแรกที่ทักทายน้องสาวเหรอ [ครามอยู่กับมิวน้อยใช่มั้ย บอกเขาว่าลูกรออยู่ ให้รีบกลับมาได้แล้ว]
“โหย นี่มีมารยาทรึเปล่า โทรมาหามิวตอนนี้ ไม่คิดว่ามิวจะหลับอยู่บ้างเหรอ” ฉันยียวนกลับไป ไม่ยอมตอบคำถามเธอตรงๆ
[ก็หวังว่าที่นอนอยู่ข้างๆ จะไม่ใช่ผัวพี่] แต่พี่เหมียวค่อนข้างมีความอดทน เธอยังพูดด้วยอย่างใจเย็น แม้ว่าใจความที่พูดจะดูแดกดันก็ตาม
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” ฉันสบตาคราม เขาสบตาฉันกลับ จะเป็นยังไงนะถ้าฉันคิดจะแย่งเขากลับมาจากพี่ แต่ไม่ได้แย่งกลับมาด้วยความรัก
มันก็แค่อยากแก้แค้นพี่สาวตัวเองด้วยวิธีการเดียวกัน
[...]
“เราไม่ได้นอนอยู่ด้วยกัน แต่พี่ครามแค่มายืนอยู่หน้าห้องของมิว”
[...!]
“อ๊ะ! เราไม่ได้กิ๊กกันนะคะ มิวไม่ได้ทำไรผิดนะ” ฉันขึ้นเสียงสูงอย่างมีจริต โอบคอของครามเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบให้ทั้งเขาและพี่ได้ยินพร้อมๆ กัน “แค่มาปรึกษาอะไรพี่ครามนิดหน่อย”
[...]
“ในสถานะผัวเก่า คงปรึกษาอะไรได้อยู่ใช่มั้ยคะ?”
[มิวน้อย...]
ติ๊ด
ฉันกดวางทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แล้วกอดอกมองครามอย่างจงใจขับไล่
“กลับไปได้ละค่ะ เมียพี่โทรมาตามแล้ว มิวง่วง จะนอน” ฉันพูดแค่นั้น ครามนิ่งไป มองฉันที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช่สิ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะร้องไห้โฮ เข้าไปทุบอกเขาแบบนางเอกละครแล้วถามว่าทำไม
แต่สำหรับความเลวของเขา ตอนนี้ฉันไม่มีคำถามอะไรแล้ว
“อยากแย่งกูกลับมาเหรอ” เขาฉีกยิ้มทันที ทั้งๆ ที่กำลังถูกเมียตัวจริงเสียงจริงตามตัวให้กลับไปหาลูกแท้ๆ แต่เขายังจะมีสีหน้าระรื่นเหมือนชอบใจที่ฉันแสดงออกว่าต้องการจะแย่งเขามาจากพี่เหมียว
เขานี่มันเลวของแท้เลยจริงๆ ฉันล่ะยอมใจ
“เปล่าเลยนะ” ฉันปฏิเสธ ใครจะยอมเปิดแผนการที่คิดให้ศัตรูเห็นง่ายๆ “มิวแค่พูดความจริง”
“อยากปรึกษากูเนี่ยนะ?” เขาแค่นหัวเราะ ทวนคำล้อเลียนฉัน ก่อนที่จะรั้งเอวฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเข้ามาใกล้ “ปรึกษาเรื่องไรดี”
“...!”
“เป็นเรื่อง ‘ควย’ ดีมั้ย”
คำพูดที่หยาบโลนมักมาจากจิตใจคนที่หยาบคายตามคำพูด
ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงอยู่กันได้กับพี่เหมียว ผีเน่ากะโลงผุดีๆ นี่เอง
“ตอนนี้มิวไม่ได้สนใจไอ้นั่นของพี่เลย” ฉันพูดออกไปตรงๆ ครามยังมองฉันอยู่ เขามองราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในตัวฉัน อาจเป็นเพราะฉันใส่ชุดที่เปิดเผยเรือนร่างมากเกินไป “มิวสนใจเรื่องของพี่เวย์ และผู้ชายคนอื่นๆ ที่มิวอาจจะได้รู้จักเพิ่ม”
“...”
“แน่นอนว่าผู้ชายเหล่านั้นไม่ใช่พี่” ฉันมองหน้าเขา สีหน้าครามไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันกระชากเข้ามาใกล้อีกครั้ง ครามมองฉันราวกับจะกลืนเข้าไป ก่อนที่เขาจะพ่นคำพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“มึงยังรักกูอยู่มิว”
“...”
“ถึงจะทำตัวร่านไปทั่ว แต่อย่าลืม ว่าใครคือคนแรกของมึง”
ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้าโดยไร้คราม
แน่ล่ะ จะมีเขาอยู่ได้ไง ในเมื่อเมื่อคืนหลังจากที่เขาสบถคำนั้น ครามก็จากไปโดยทิ้งคำพูดที่มั่นใจในตัวเองของเขาไว้ในหัวฉัน ถ้าจะบอกว่าฉันลืมเขายังไม่ได้ล่ะก็
มันก็ใช่ ฉันยอมรับ ใครจะไปลืมคนแรกของตัวเองได้ลง
แต่ที่ลืมไม่ได้ไม่ใช่เพราะยังรัก เคยได้ยินมั้ยคำว่ายิ่งรักพอจากกันไม่ดีจะยิ่งเกลียดเข้ากระดูกน่ะ
ตอนนี้ฉันเกลียดเขาสุดๆ
ฉันผุดลุกขึ้นมาจากตัวด้วยสภาพหัวฟูๆ ยุ่งๆ เดินไปดูหน้ากระจกก็พบว่าตัวเองยังคงเซ็กซี่อยู่ ก็แหม กว่าจะได้ร่างกายที่แซ่บขนาดนี้มา ฉันต้องออกกำลังไปสักเท่าไหร่กันเชียว
ครืด ครืด
สายแรกที่โทรมาคือสายของพี่เวย์ สาวหล่อผู้มากับคำว่ากร้าวใจ ฉันกดรับโทรศัพท์ทั้งๆ ที่ยังง่วงงุน แล้วเสียงของพี่เวย์ก็ดังขึ้นมา
[ตื่นละนี่] เธอดูไม่มีท่าทีแปลกใจ [พี่ไปหาได้มั้ย เมื่อวานที่จูบพี่ไว้ พี่จะมาเอาคืนน่ะ]
ฉันเหยียดยิ้ม ท่าทางว่าพี่เวย์จะติดกับเข้าแล้ว
“มาสิคะ” ฉันเชิญชวน
[บอกมาก่อนว่าเรามีแฟนมั้ย ถ้ามีแล้วพี่มาสอดคงจะยุ่ง] เธอดักทางไว้ก่อน [อย่างไอ้ครามที่มิวบอกว่าเป็นแฟนเก่า คือเลิกกันแล้วใช่มั้ย?]
ฉันกัดริมฝีปาก นึกสนุกได้หลายอย่าง
“ก็...” ฉันลากเสียงยาวอย่างจงใจแกล้ง “ถ้าบอกว่ามิวกำลังจะแย่งเขากลับมาจากเมียและลูกของเขา”
[...]
“พี่เวย์จะลงมาร่วมเกมแย่งมิวออกมาจากพี่ครามด้วยมั้ยอ่ะคะ?”
[พาร์ท : พี่คราม]
กูกลับมาที่บ้านในตอนเช้า โดยไม่พ้นสายคอลหาของเหมียวที่โทรมาเป็นยี่สิบสาย
มันคงจะประสาทแดกไปแล้ว
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่เจอคือหมอนที่ถูกเขวี้ยงเข้าใส่หน้า
“เหี้ย อย่าทำตัวงี้” กูสบถออกมา เขวี้ยงหมอนใส่มันกลับไป เห็นว่าเหมียวยืนทำหน้าโกรธขึ้งอยู่หน้าประตู
“อย่าลืมว่าครามเป็นผัวใคร!!” มันตวาดลั่น กูแค่นหัวเราะ ตอบไม่ตรงคำถาม
“ลูกล่ะ?”
“ยังมีหน้ามาถามเรื่องลูกทั้งๆ ที่มึงเพิ่งไปนอนกับมิวน้อยมาเหรอ!!” มันพ่นคำพูดออกมา กูมองมันอย่างเซ็งๆ ให้พูดก็คือ กูหมดรักมันแล้ว ตั้งแต่ที่มันแสดงออกว่าหึงหวงกูขนาดนั้น
เมื่อก่อนมันดูเร้าใจกว่านี้ แล้วลูกห่าไรนั่นจากมัน กูไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหรือให้ความอบอุ่นอะไร
“กูไม่ได้นอนกับมิวคนเดียว” แต่กูก็ไม่ปฏิเสธ ให้มันเข้าใจว่ากูนอนกับมิวไปก็ดี กูมันพวกเบื่อง่าย สักวันพอมิวตกมาเป็นของกูอีกครั้ง สักพักกูก็จะเบื่อแล้วทิ้งเธอไปหาของใหม่ที่เร้าใจกว่า
สันดานกูมันเป็นงี้ กูคงเคยโง่ที่โดนเหมียวหลอก แต่เริ่มตาสว่างหลังจากเธอมีลูกแล้วเสน่ห์ลดลง แล้วมาจับได้เองหลังจากเปิดประตูไปเห็นมันกำลังขย่มกับผู้ชายคนอื่นแล้วหลั่งในกัน
มันยอมรับว่าเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกของกู เพราะเธอตั้งท้องก่อนที่จะกลับมาไทย
เหมียวบอกให้ต่อหน้าพ่อแม่มันกูต้องแสดงว่ากูรักมันกับลูกมากแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง ลับหลังพ่อแม่มันกูก็ออกไปเอากับคนอื่นวันต่อวัน ในขณะที่เหมียวถึงจะหึงหวงกูขนาดนั้น แต่มันก็มีผัวอีกคนซ่อนอยู่
สถานะระหว่างเราตอนนี้ อยู่กันเพื่อ ‘หน้าตาในสังคม’ เท่านั้น
ให้แม่งมาดูชีวิตในครอบครัวเอา ว่ามันพินาศแค่ไหน
“ใคร! ใครอีก! บอกมานะว่าใครอีก”
เหมียวเหมือนเป็นบ้า ตั้งแต่โดนจับได้ว่ามันหลั่งในกับผู้ชายอีกคนแล้วลูกไม่ใช่ลูกกู เหมียวก็กลัวจะเสียกูไปตลอดเวลา เพราะเมื่อก่อนตอนมันย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นเพราะมีเสี่ยเลี้ยงที่นั่น เลี้ยงดี ดีจนท้องโตไม่มีพ่อ แล้วกระเสือกกระสนมาหากูเพราะไอ้เสี่ยนั่นโยนทิ้ง มีกูคนเดียวที่ควายรักมันเป็นปี แถมตอนนี้ยังรวยเพราะพ่อรู้ตัวว่าใกล้ตายเลยยกมรดกครึ่งนึงให้ช่วยใช้
ยอมแย่งผัวน้องมาทั้งที่ก่อนทิ้งให้ผัวมาเอาน้องมันแก้ขัดแทนเอง ยอมทำขนาดนี้เพื่อตัวมันเอง
กูอยากจะหัวเราะ
สวยแต่รูปจูบไม่หอมมันมีอยู่จริง เป็นผู้หญิงมันก็จะแย่หน่อยนะ
“ทำไมกูต้องบอกมึง” กูถอดเสื้อนอกออกไปพาดไว้ที่โซฟา เหมียวเดินตามมา มันคว้าข้อมือหนากูไว้แล้วเขย่า
“คราม อย่าทำงี้กับเรา ครามเคยรักเรามากไม่ใช่เหรอ!” มันพูดเสียงสั่น แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด “แล้วลูกล่ะ ลูกเรา”
“เอาพี่เลี้ยงเด็กมาเลี้ยงมัน เดี๋ยวกูจะหาให้”
“คราม!”
“มึงรู้มั้ยเหมียว ตั้งแต่มึงมีลูก” กูไล่มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า “มึงดูไม่เร้าใจกูเหมือนเมื่อก่อนเลยว่ะ”
“...”
“ถ้ามึงทำแท้งลูกมึงไปตั้งแต่แรกก็ดี” กูแค่นยิ้ม ไม่สนใจว่าที่พูดไปจะกระทบใจมันเท่าไหน เพราะเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกของกูอยู่แล้ว กูไม่จำเป็นต้องแคร์ด้วยซ้ำ “เผื่อตอนนี้กูจะได้อยากเอากับมึงขึ้นมาบ้าง”
“...”
“ที่กูไปมีชู้ ก็เพราะมึงมีลูกแล้ว จบนะ”
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้







